LOGIN"เดี๋ยวเฮียใส่ให้" มือใหญ่หยิบมงกุฎดอกไม้ที่อาจจะดูไม่สวยงามตามต้นฉบับมากนัก แต่มันก็สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้แล้ว"นี่ทำเองหมดเลยเหรอคะ""ช่วยกันทำครับ ต้องยกความดีความชอบให้ทุกคนด้วยเลย" เขาเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมทั้งยลโฉมยัยน้องของเขาที่มีมงกุฎดอกลิลลี่สวมอยู่ภูมิใจที่สุดเลย...ต่อไปนี้ต้องหัดร้
ทางด้านของเอวาลิน"มันจะเย็นอยู่แล้วนะ ฉันซื้อของจนไม่รู้จะซื้ออะไรแล้วเนี่ย" เสียงหวานบ่นใส่เพื่อนสาวยอดนักชอป เพราะเธอถูกลากมาเดินห้างตั้งแต่สิบโมงจนตอนนี้จะห้าโมงเย็นอยู่แล้ว"อ๊ะ จะห้าโมงแล้วนี่ แวะ Dior ก่อนที่สุดท้ายแล้วค่อยกลับ" โซอี้ทำเป็นดันหลังเอวาลินให้เดินเข้าไปในร้านแบรนด์เนมร้านสุดท้าย
"อ่า"ไท่หมิงคิดตามคำพูดของจัสมินและก็ยิ้มบาง ๆ ออกมา เพราะเขาก็เคยเป็นคนที่หวงอิสระมาทั้งชีวิตไม่ต่างจากเธอเลย แต่วันนี้เขาไม่อยากมีอิสระแล้ว เขาแค่อยากทำให้ยัยน้องเป็นของเขาจริง ๆ โดยที่ไม่ต้องป่าวประกาศแต่โลกก็รู้มันถึงเวลาแล้วจริง ๆ"เขารักกันก็ต้องตกลงสิอย่าไปคิดแทนคนอื่นเลย" ฟานอี้พูดขึ้นมากล
"รักเฮียไหม เอวายังไม่บอกรักเฮียเลย" เขาเอ่ยถามพร้อมพร้อมชันตัวขึ้นมามองสบตากับใบหน้าแดงก่ำแสนน่ารักน่าใคร่ มือใหญ่เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าจากสงครามทางความรักเมื่อครู่ให้พ้นจากดวงหน้าหวาน ก่อนจะใช้สายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนประสานกับนัยน์ตากลมโตของเธอ"ไม่รัก" เอวาลินตอบกลับคนโตกว่าด้วยแ
"เพราะเรารักกันมากจนข้ามขั้นมาเป็นผัวเมียกันแล้วไงครับ""เอวาจะเชื่อคำว่ารักของเฮียได้ไหม เฮียอาจจะหวงของเฉย ๆ ก็ได้""เธอเป็นรักครั้งแรกในชีวิตตลอดสามสิบเจ็ดปีของเฮียนะ เฮียไม่เคยแม้แต่จะคิดรักใครนอกจากเธอและเฮียก็รู้ว่าเธอก็รักเฮียเหมือนกัน"คนตัวเล็กเลือกจะไม่ตอบความรู้สึกของตัวเองแต่เห็นไปสบตากั
"อ๊ะ! เฮียคะ"ไม่รอให้เงียบนาน เพราะไท่หมิงจัดการกระแทกแรง ๆ ใส่อีกหลายทีจนหญิงสาวจวนจะเสร็จสมกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่คนพี่มอบให้"อ๊ะ อ๊า"เสียงหวานร้องครางจนสุดเสียงเมื่อเจ้าของร่างกายแกร่งเพิ่มจังหวะการกระแทกเข้าออกไม่ยั้งจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพึ่บพั่บไปทั่วห้องแต่งตัว"อ่า ว่ายังไง เห็นอะไรคร
ระหว่างทางที่ขับรถกลับมายังคฤหาสน์หลังงามของตระกูลหยาง เอวาลินไม่พูดหรือแม้แต่ลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาแม้แต่นิด ส่วนหนึ่งเลยก็มาจากความรู้สึกที่สับสนระคนอลหม่านในหัวใจในตอนแรกก็ตั้งใจจะไปจูบยั่วเขาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า คิดว่ายังไงตัวเองก็คุมสติได้อย่างแน่แท้ แต่จูบไปจูบมาร่างกายกลับมีปฏิกิริยาทาง
"จอดรถไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวเฮียไปส่งกลับคนเดียวมันอันตราย" หลังจากจบประโยคเอวาลินก็ขมวดคิ้วแรงมาก ท่าทีดูเป็นห่วงแบบนี้มันคืออะไร!"ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะเฮีย" หญิงสาวตอบตกลงตามมารยาทไป แม้ในใจจะไม่อยากไปกับเขาเลย เพราะขืนพ่อเธอรู้ว่าไท่หมิงไปส่งที่บ้านมีหวังได้แซวแหง ๆ เลขาที่ไหนจะมีเจ้านายสุดหล่อไปส่งถึง
"ไม่ต้องค่ะ ไม่ใช่เจ้าของอะไรทั้งนั้นแหละ อย่าลืมสิคะว่าเราไม่เคยเป็นอะไรหรืออยู่ในความสัมพันธ์ไหน ๆ ทั้งนั้น" หญิงสาวเอ่ยพลางจ้องเข้าไปที่นัยน์ตาคมกริบอย่างไม่ยำเกรง"..."ผู้บริหารหนุ่มกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินประโยคตอกย้ำความสัมพันธ์ของคนน้องก็ทำเอาไท่หมิงรู้สึกฉุนในใจขึ้นมา"งั้นเธอก็คงลืมเหมือนกันว
ในเวลาทั้งวันเอวาลินเอาแต่นั่งปั่นงานกองเท่าภูเขาที่ไท่หมิงโยนมาให้เป็นรอบที่สอง แต่คราวนี้ตัวเขาไม่ได้เข้ามาที่บริษัท เห็นพนักงานหน้าห้องแจ้งว่าเขาไปพบกับนักธุรกิจคนอื่น เลยทำให้เอวาลินพอจะมีเวลาได้หายใจหายคอโดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขาหลังจากบดจูบกันอย่างร้อนแรงในลิฟต์"บ้าจริง!" หญิงสาวสบถพลางสะบัดศ







