LOGINหลังจากวันฉลองรับปริญบัตรญาบัตร ต้นข้าวได้ไปสมัครงานไว้ตามบริษัทต่างๆมากมาย ตามสาขาวิชาที่จบมานั่นก็คือการออกแบบ เธอรักในการออกแบบอุตสาหกรรม วาดรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ หรือแม้แต่สิ่งๆเล็กน้อยๆต่างๆรอบๆตัว เธอมีจินตนาการที่เป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์เธอจึงชอบทำงานในที่เงียบๆ เพราะทำให้เธอเขียนงานออกมาอย่างละเอียด สวยงาม และรอบครอบจนเป็นที่ชื่นชอบของอาจารย์หลายๆ คน เธอจะชอบออกแบบรถยนต์เป็นที่สุด เธอต้องการให้รถที่เธอออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงานให้ได้ผลิตขึ้นใช้จริงปัจจุบัน ดังนั้นบริษัทหลักที่เธอส่งใบสมัครไปส่วนมากจะเป็น บริษัทรถยนต์ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ กลาง และเล็ก ตามลำดับ ซึ่งเธอก็รอลุ้นอยู่ทุกวันว่าจะมีบริษัทไหนตอบรับเธอบ้าง แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์จะรู้สิ่งที่เธอหวังทันใดนั้นก็มีจดหมายจากบริษัทผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ ส่งออกรถทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยังมีสาขาย่อยที่ต่างประเทศอีกมากมายทั่วโลก เธอดีใจเป็นอย่างมากที่ทางบริษัทให้โอกาสเธอไปสัมภาษณ์ในเช้าของวันพรุ่งนี้
ต้นข้าวรีบตื่นแต่เช้าภายในบ้านหลังเล็กๆที่ฟ้าสดใส ภายในตกแต่งอย่างน่ารักๆตามสไตส์เจ้าของบ้าน ตามผนังบ้านจะถูกแขวนด้วยแบบรถยนต์ต่างๆมากมายที่เธอได้เขียนไว้อย่างเป็นระเบียบ มีห้องนอนสองห้อง ซึ่งหนึ่งห้องนั้นเป็นห้องของพ่อกับแม่เธอตอนยังมีชีวิตอยู่ภายในห้องยังสะอาด เงาวับ และเหมือนเดิมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนอีกห้องเป็นของเธอมีเตียงเตียงนอนเล็กๆประมาณสามฟุตครึ่ง ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีฟ้า ของใช้ภายในห้องเป็นระเบียบอย่างดี ตัวบ้านมีห้องครัว ห้องน้ำ และโซฟาเล็กไว้สำหรับนั่งดูโทรทัศน์บริเวณกึ่งกลางของตัวบ้าน เธอรีบกินนม และข้าวไข่เจียวที่รีบตื่นมาทำตั้งแต่ไก่โห่ เพราะความตื่นเต้นและกลัวไม่ทันตามที่บริษัทนัดไว้ เธอต้องผ่านเพื่อนอนาคตที่สดใสของเธอ ต้นข้าวนั่งรอคิวสัมภาษณ์อยู่หน้าห้องของประธานเจ้าของบริษัทด้วยความประหม่า เพราะบริษัทต้องการแค่หนึ่งคนเท่านั้น เธอแอบกลัวนิดๆถึงเธอจะมั่นใจ ในเกรดที่การันตีความสามารถของเธอก็ตาม “นางสาวณัฐรธิดา วรรณรัตน์ เชิญคะ” และแล้วก็ถึงคิวของเธอ หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องทำงานอันกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีดำ เรียบหรูตามนิสัยของประธานบริษัทด้วยความตื่นเต้น “สวัสดีคะ ท่าน.. คุณ!!” เธออุทานขึ้นด้วยความตกใจ “สวัสดีคับคุณณัฐรธิดา วรรณรัตน์ บังเอิญจังเลยนะคับ เชิญนั่งก่อนสิคับ” เขาแกล้งมองเธอด้วยสายตาแปลกใจ ทั้งที่เขาได้รู้มาก่อนแล้วทุกอย่าง เธอสวมสุดสูทธสีดำ ข้างในใส่เสื้อเกาะสีขาวจะเห็นหน้าอกที่ล้นออกมานิดๆ เขาแอบมองเธอพร้อมกับคิดในใจ เขาไม่ต้องเสียเวลาออกตามหาเธอเลยและเหมือนฟ้าจงใจส่งเธอมาหาเขาง่ายๆถึงบริษัท มีหรือที่หม่าป่าอย่างเขาจะปล่อยให้หมากในเกมหลุดออกไปง่ายๆ ไม่มีทาง!! “คะ ขอบคุณคะ ต้นข้าว เอ่ออ ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันคะว่าคุณคือประธานบริษัท” เธอตอบเขาพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้นวมด้วยความประหม่า เขาดูเข้มขรึม และดูจริงจังมากเวลาทำงาน “คุณแทนตัวเองว่า ข้าว ก็ได้คับน่ารักดี ผมไม่ถือ” “แต่...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบเขารีบตัดบทของเธอทันที “ไม่มีแต่คับ” “ก็ได้คะ นี่ Portfolio ของฉัน เอิ่มม ข้าวคะ” พร้อมกับยื่นให้เขา เขาทำทีเปิดอ่านทั้งที่เขารู้ประวัติของเธอมาก่อนแล้วจากลขาของเขาอย่างละเอียดยิบ “ผมจะไม่ถามอะไรข้าวให้มากความนะ ตกลงว่าข้าวมาเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย” “จริงเหรอคะ ขอบคุณท่านประทานมากๆเลยนะคะ” เธอตอบเขาด้วยความดีใจที่เธอจะได้มีงานดีๆ มีเงิน ไม่ต้องลำบากเหมือนที่ผ่านมา เขาช่างเป็นพระเจ้าสำหรับเธอจริงๆ เธอชื่นชมเขาในใจ แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่าหลังจากนี้ไปทุกสิ่งอาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่เธอหวังไว้เสมอไป “เรียกผมพี่ต้า ก็ได้คับมันดูห่างเหิน ผมอยากให้เราสนิทกัน” เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน เธอมองเขากลับด้วยสายตาปลื้มปริ่ม หัวใจเธอเต้นแรงมาก เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน ไม่ได้นะข้าวเขาคือเจ้านายเธอ เขาให้โอกาสเธอ เขามีพระคุณต่อเธอมาก เธอห้ามคิดอะไรบ้าๆเด็ดขาด เธอเตือนตัวเองในใจ “งั้นข้าวขออนุญาตเรียกคุณว่า คุณต้า นะคะ” เธอตอบเขาพร้อมรอยยิ้มที่สดใส “ได้คับ ตามที่ข้าวสะดวกเลย” “คุณต้าใจดีกับข้าวมากๆ ขอบคุณที่ให้โอกาสนะคะ ข้าวจะทำงานให้สุดความสามารถและคุ้มกับเงินเดือนที่คุณต้าให้มาคะ” เธอได้ทำแน่ต้นข้าวฉันจะใช้งานเธอให้คุ้มเลย พอจบเกมฉันเบื่อเธอก็หมดประโยชน์ บริษัทของเขาจะหาพนักงานเก่ง ฝีมือดีดี ไม่ใช่เรื่องยากดังนั้นเขาจึงไม่มีปัญหาเมื่อถึงเวลาที่เธอจะกำจัดเธอออกไป เขายอมรับว่าประวัติของเธอน่าสนใจ เธอเก่งฉลาด จบมาด้วยเกียรตินิยมที่น่าทึ่ง แถมเธอยังกำพร้าพ่อแม่ ส่งตัวเองเรียนจากเงินประกันพ่อกับแม่ของเธอ สอบชิงทุนต่างๆ พร้อมทั้งหาเงินเองจากการทำงานพาร์ทไทม์ เขามีความรู้สึกสงสาร และเห็นใจเธอขึ้นมา แต่ทันใดนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเฉยชา “ช่างเธอสิ ไม่ใช่เรื่องของฉัน” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ “ค่ะ? คุณต้าพูดอะไรนะคะ” “อ่อ เปล่าคับไม่มีอะไร งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคับ เลาขาของผมจะมาแจ้งรายละเอียดงานให้คุณข้าวทราบในวันนี้ คุณข้าวมารอผมที่หน้าห้องผมเลยนะคับ” “คะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สวัสดีคะ” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไหว้ตามมารยาทแล้วเดินออกไปปล่อยให้หมาป่านั่งจ้องหมากในเกมเดินออกไปจนลับตา เขาจะค่อยๆรุกเธอเบาๆ กลัวเธอตกใจเพราะในประวัติเธอไม่เคยคบใคร แม้จะมีคนมาจีบมากมาย เธอคงทำตัวใสใส ไม่อยากคบออกสื่อ กลัวบรรดาผู้ชายทั้งหลายรู้ละสิ เธอไม่มีทางหาเงินเองโดยที่ไม่มีเหล่าผู้ชายเหล่านั้นช่วยแน่นอน เขามั่นใจในความคิดของเขา เธอกลับมาถึงบ้านด้วยความดีใจในโชคชะตาถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีครอบครัวคอยยินดีกลับการได้งานทำใหม่ที่ดีของเธอ แต่เธอก็ยังมีเพื่อนๆที่คอยอยู่ข้างๆเธอเสมอมา “พริกหวาน ยัยข้าวมาแล้วๆๆๆ” ใบปอพูดเบาๆเป็นการส่งสัญญาณว่าเจ้าของบ้านได้เดินมาถึงรั่วบ้านเตี้ยๆสีขาวแล้ว “โอเค..แท่น แท้น แท๊นนนน ...... ยินดีด้วยนะกับงานใหม่ของแกยัยต้นข้าววววว” พริกหวานโผล่มาเซอร์ไพร์ พร้อมกับฉีดโฟมสีขาวทั่วบริเวณที่ต้นขาวยืนอยู่ ทันใดนั้นใบปอก็ถือเค้กชาเขียวของโปรดออกมา ต้นข้าวมองด้วยความซาบซึ่ง น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว “ยินดีด้วยนะแกรรร ดีใจแทนแกรเลยนะเนี้ย จริงมั้ยพริกหวานนน” “จริงแท้แน่นอนคะ ชะนีใบปอออ” ทั้งสามกอดคอกันด้วยความรักและผูกพันธุ์ เวลาที่ใครคนไหนในกลุ่มมีปัญหาคนที่เหลือจะช่วยกันแก้ปัญหาตลอด พวกเขารู้จักกันตั้งแต่มอปลายถึงจะเรียนกันคนละคณะ แต่พวกเขาก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม มีเวลาว่างจะเจอกันตลอด “อะนี่ เค้กชาเขียวที่แกชอบกิน แล้วก็นี่ ดินสอเขียนแบบ แกเอาไว้ใช้นะ แกจะได้มีพวกชั้นอยู่ข้างๆ ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวไง เราคือครอบครัวเดียวกันน้า” “ขอบใจพวกแกมากๆเลยพริกหวาน ใบปอ แกคือครอบครัวของฉันนะ” “พอๆคะ ชะนีทั้งสอง ไม่มาม่า ตอนนี้คนสวยหิวจะกินควายได้ทั้งตัวละย่ะ ไปกินข้าวกันได้ละหล่อน” “ข่านายสไปร์” ทั้งสองพูดพร้อมกัน “เดี๋ยวตบปากฉีกก ฉันพริกหวานคะ สไปร์ไหนไม่รู้จัก” พริกหวานโวยวายพร้อมเดินไปทานอาหารทั้งสองสองเตรียมไว้ก่อนที่ต้นข้าวจะมา ทั้งสามทานข้าว พูดคุย หัวเราะกันอย่างมีความสุข จนถึงเวลาทั้งสองก็ขอตัวกลับบ้าน ต้นข้าวพาตัวเองชำระร่างกายหลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน เธอสาวมชุดนอนส่ายเดี่ยวยาวถึงเข่าอย่างน่ารักๆ มานั่งบนเตียงนอน เธอหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเพื่อเซ็คข้อความต่างๆ พร้อมกับท่องในโลกโซเซียล “เอ่ะ ใครส่งไหนมา” เธอเปิดอ่านไลน์ที่ไม่รู้ว่าเป็นใครส่งมา /สวัสดีคับข้าว ผมพาทต้านะ/ เธออ่านด้วยหัวใจที่เต้นแรงเขามีไลน์เธอได้ไงเนี้ยะ /ขอโทษนะคะ ข้าวตอบช้า ข้าวเพิ่งว่างคะ/ /ผมรบกวนคุณรึเปล่าคับ/ /ไม่คะ ข้าวกำลังนอนเล่นมือถือพอดี คุณต้ายังไม่นอนเหรอคะ/ /พอดีผมคิดถึงข้าวนะคับเลยนอนไม่หลับ/ /คุณต้าชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยเลย/ เธอยิ้มจนแก้มแบบปริด้วยความเขินอาย /ผมพูดจริงนะคับ ผมชอบคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน/ /เอิ่มม คือว่า… ข้าวง่วงแล้ว ขอตัวนอนก่อนนะคะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเลย/ เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที /ก็ได้ ฝันดีนะคับข้าว พรุ่งนี้เจอกัน/ /เช่นกันคะ/ หัวใจเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ พร้อมกับข่มตาหลับพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข เขายิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ เล่นตัวไม่เบาเลยนะณัฐรธิดา อีกไม่นานเกินรอเธอจะได้มานอนฝันดีใต้ร่างฉันแน่เขาบอกกับตัวเองพร้อมนึกถึงหน้าอกใหญ่ๆ ขาขาวๆ ที่เขาแอบเห็นมา คิดแล้วเขาก็ข่มตานอนทันทีเพื่อนดับอารมณ์ร้อนรุ่มที่อาจจะเกิดขึ้นถ้ายังไม่หลับในตอนนี้ ***หน้านิ่งๆ แอบหื่นนะคะคุณพาทต้า นางเองอย่าหลงกลความตอแหลของพระเองเด็ดขาดนะ!!! กดติดตามให้ด้วยนะคะ จะเข้ามาอัพเรื่อยๆๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นนะจ้า“ปล่อยข้าวนะ.....” “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ มานี่!!” เขาดึงเธอออกมายังหลังร้านซึ่งไม่มีใครผ่านมาแน่นอน “จะทำอะไรค่ะ ปล่อยนะคะ! เพื่อนข้าวกำลังรออยู่ ข้าวต้องรีบไปแล้ว” “เธอรักฉันไม่ใช่เหรอเหรอ?” “ข้าวกำลังพยายามเลิกรักอยู่คุณไม่ต้องห่วง ข้าวจะอยู่ห่างๆคุณค่ะ” “ถ้ามันลำบากมากเธอก็เลิกพยายามแล้วก็รักฉันเหมือนเดิม” “ไม่ค่ะ ข้าวพอแล้ว ขอตัวนะคะ” เขาดึงเธอมากอดไว้จากด้านหลัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำฝนก็มาเที่ยวเหมือนกัน และออกมาเจอพอดีเธอจึงรีบถ่ายรูปส่งไปยังไลน์ของปลายทางทันที“หึ แอบมาพอดรักกันสินะ ฉันอยากรู้ว่าแฟนคุณจะแกล้งทนโง่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เมื่อไหร่คุณจะหันลงมามองฉันบ้างค่ะคุณณัฐพัชน์ ในเมื่อฉันไม่มีความสุขใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมีความสุข!!” ฝนคิดอย่างน้อยใจในโชคชะตาและความริษยา“ไว้เราค่อยคุยกันคืนนี้ ฉันจะไปหาที่บ้านเข้าใจมั้ย รีบเข้าข้างในได้แล้วเพื่อนเธอคงตามหากันแล้วมั้ง” เขาคลายอ้อมกอดออกและปล่อยให้เธอกลับเข้าไปหาเพื่อนข้างในโดยที่ไม่พูดอะไรสาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะเขายังไม่เบื่อ ยังอยากกอด อยากจูบ อยากสัมผั
มือน้อยของต้นข้าวบีบกันจนแน่นด้วยความโกรธ ปนน้อยใจเมื่อพาทต้าเรียกเธอกับฝนเข้ามาพบ แต่ไม่ยอมฟังเธออธิบายเลย เขาเชื้อในสิ่งที่ฝนพูดทั้งหมด เมื่อเขาไม่ยอมฟังเธอเช่นนี้จะเรียกเธอมาด้วยเหตุอันใดเล่า เธอกล่าวว่าเขาในใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ใครได้รับรู้ “คุณฝน เชิญคุณออกไปได้ และผมก็หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในบริษัทผมอีกนะครับ” “ค่ะ ท่านประธานฝนสัญญาค่ะ” เธอหันมามองหน้าต้นข้าวด้วยความไม่พอใจ และรีบเดินออกจากห้องของพาสต้าทันทีที่ท่านประธานหนุ่มกล่าวเสร็จ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะท่านประธาน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“จะไปไหน ผมยังไม่อนุญาตให้คุณออกไปเลยนิ”“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าค่ะ”“ผมมีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เย็นนี้คุณว่างมั้ย?”“เอ่อออ คือคุยตอนนี้ไม่ได้หรอค่ะ” ด้วยความน้อยใจที่อยู่ๆ เขาก็หายไปแบบไม่ติดต่อมาเลย แถมยังกล่าวว่าเธอเป็นคนผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีก จึงทำให้เธอไม่อยากไปไหนกับเขาอีก เพราะอึดอัดที่ภายในใจมีแต่คำถามากมายแต่ไม่สามารถเอ่ยถามเขาได้เลย“ได้สิ มันก็ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรหรอก”“ค่ะ?” เธอแปลกใจในสรรพนามที่เป
หลังจากนั้นไม่นานพาทต้าก็ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเกือบเช้ามืด เขารีบคลายหญิงสาวออกจากอ้อมกอดทันที พลางนึกโทษตัวเองที่เผลอตัวเองกอดร่างนุ่มนิ่มทั้งคืน เพียงชั่วครู่ใบหน้าแฟนสาวก็ลอยขึ้นมาในหัวจึงรีบควานหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์เมื่อคืนมาสวมใส่รวบๆ ก่อนที่จะมีคนมาเห็น และไม่รอช้ารีบเปิดหน้าต่างกระโดดลงจากระเบียงเพื่อไปยังห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันมามองหญิงสาวเลย “อื่อออ เมื่อยจัง” เสียงของหญิงสาวที่ตื่นขึ้นมาในสาววันใหม่เพียงลำพังด้วยความมเมื่อยล้า มองหาคนที่เธอรักที่นอนด้วยกันเมื่อคืนแต่ก็ไม่พบ เหลือเพียงความว่างเปล่าบนที่นอนที่ไร้ไออุ่นจากฝั่งของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาคงออกไปนานแล้วเธอจึงได้แต่คิดน้อยใจว่าที่เธอเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรกับหญิงขายบริการเลย จะต่างกันแค่ตรงที่เขาไม่ได้ให้เงินเธอทุกครั้งที่ได้ร่วมกันแค่นั้นเอง แค่คิดเพียงเท่านี้ก็พลันให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตอย่างไม่รู้ตัว นานนับ 5 นาทีพอตั้งสติได้ ก็คิดว่าเขาคงกลัวคนมองเธอไม่ดีคิดจะจับเขา เขาจึงทำเช่นนี้“เอาน่า ยังไงเขาก็เป็นห่วงเรา ไม่งอแงนะต้นข้าว” หญิงสาวบอกกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับพา
เวลาล่วงเลยมาจน 12.30 น. ทุกคนเมื่อเก็บของสัมภาระตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกลับมารวมตัวกันบริเวณห้องอาหารที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้เองตามความชอบของแต่ละบุคคล “ทาง Grand Dimon มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้เลือกมาพักกับทางรีสอร์ทของเรา ดังนั้นตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารได้จนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นขอให้ทุกท่านไปพร้อมเพรียงกันที่ชายหาดเพื่อขึ้นเรือไปดูจุดชมวิวบริเวณหน้าผา และดำน้ำดูปะการังใต้ทะเลน้ำตื้นนะครับ หากสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อพนักงานได้ที่เค้าท์เตอร์บริเวณประตูข้างทางเข้าห้องอาหารได้เลยนะครับ ขอให้ทานให้อร่อยครับ” เมื่อผู้จัดการรีสอร์ทกล่าวเสร็จทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกันตามอัธยาศัย บางคนไม่ทานก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ตามจุดต่างๆ อย่างตื่นเต้น และสนุกสนาน ด้านต้นข้าวเธอเลือกอาหารสองสามอย่างแล้วนำมานั่งทานบริเวณริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับจิตใจที่หม่นหมองของเธอเพียงลำพัง“ทานคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ” เคมีเพื่อนของพาทต้าเดินถื
วารินทร์นั่งรอแฟนหนุ่มที่บอกว่าจะมารับเธอในตอนเย็นแต่ตอนนี้มันเลยหกโมงเย็นมาแล้วยังไม่โผล่หน้ามาเลย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเธอสังหรณ์ใจแปลกๆเพราะก่อนหน้านี้มีคนในบริษัทเขาแอบส่งรูปเขากับผู้หญิงปริศนาคนหนึ่งมาให้ทางไลน์แต่ติดต่อกลับไปไม่ได้ทำให้ภายในใจของเธอค่อยๆเกิดคำถามและแรงหึงหวง คอยจับผิดแฟนหนุ่มแบบห่างๆตลอดเวลา เพียงไม่กี่อึดใจรถ Mercedes คันหรูของชายหนุ่มแฟนอันเป็นที่รักของเธอก็แล่นมายังหน้าคฤหาสน์ตรงจุดที่เธอรอพอดี เธอรีบเดินไปหาด้วยใจที่ร้อนรนพลางทำหน้างอ ต่อว่าเขาด้วยความไม่พอใจที่มาช้า "ทำไมต้ามาช้าแบบนี้รู้มั้ยรินรอต้าจะครบชั่วโมงแล้ว" "ผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ แล้วอีกอย่างรถก็ติดมากด้วย รินไม่งอลผมนะครับ ผมขอโทษ" "ช่วงนี้ต้าดูแปลกๆไปนะ ต้าไม่เคยมารับรินช้าเลยตั้งแต่ครบกัน" "รินอย่าหาเรื่องทะเลาะเลย เดี๋ยวไม่สวยน้าา ไหนๆยิ้มหน่อยสิที่รักของผม" เขาดึงแก้มเธอไปมาเหมือนเด็กน้อย เธอจึงยอมยิ้มแต่ไม่ยอมลืมเรื่องนี้แน่ๆเขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงเลวคนนั้นเป็นใครถึงกล้ามายุ่งกับคนรักของเธอ " รินไม่ใช่เด็กนะ แก้มช้ำหมดแล้วเนี้ย รี
เช้าวันจันทร์อันสดใสของใครหลายๆคนรวมถึงต้นข้าวด้วย หลังจากวันนั้นผ่านมา 2 วันร่างกายของต้นข้าวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แม้จะมีร่องรอยเหลืออยู่ตามลำคอบ้างแต่เธอก็ใช้คอลซีเลอร์ปกปิดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานในบริษัท เขาไปรับเธอที่บ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “ข้าว ผมมีเรื่องอยากให้เราตกลงกัน” “เรื่องอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย “ผมอยากให้ข้าวเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน คือผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี คุณเข้าใจผมใช่มั้ย?” “แต่ว่า....” “นะครับบบ” “ค่ะ ข้าวตามใจคุณ ข้าวไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” “ขอบคุณข้าวมากนะครับที่เข้าใจผม” เธอเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาคิดในใจอย่างผู้ที่ถือไผ่เหนือกว่า เขาจอดรถที่โซนของผู้บริหารบริษัท และให้ต้นข้าวเดินออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัยของคนในบริษัทซึ่งเธอก็ทำตามแต่โดยดี ไม่นานเขาก็เดินตามออกไปโดนขึ้นลิฟต์ตัวของฝั่งผู้บริหาร เมื่อเขามาถึงก็เห็นเธอนั่งรถที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วจึงหันไปสั่งกาแฟเหมือนเป็นแค่เจ้านายและลูกน้องธรรมดา ซึ่งต้นข้าวก็เข้าใจดีต







