Masukเช้าวันใหม่ณัฐพัชน์รีบทำคะแนนด้วยการขับ Mercedes ไปรอรับต้นขาวถึงหน้าบ้าน และรอจนกว่าต้นข้าวออกมาจากบ้านและแปลกใจทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่ได้ เขารู้จักบ้านเธอได้อย่างไรกัน
“สวัสดีค่ะ คุณณัฐพัชน์ มาได้ยังไงค่ะ” “ผมมารอรับคุณไง บอกแล้วว่าให้ข้าวเรียกผมต้า” “แต่.....” “ไม่มีแต่ครับ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวสาย” จากนั้นทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปยังบริษัท พอจอดรถเสร็จก็พากันเดินลงจากรถ จนเป็นที่แปลกใจของคนพนักงานในบริษัท บางคนก็ชื่นชมว่าเหมาะสมเพราะต้นข้าวสวยน่ารัก พาทต้าก็หล่อสูงแถมรวยล้นฟ้า บางคนก็นินทากล่าวหาว่าต้นข้าวเอาตัวมาแลกเพื่อแลกตำแหน่งและเงิน “ข้าวว่าคุณต้าเดินไปก่อนดีกว่าค่ะ คนมองกันหมดแล้ว” “จะสนใจทำไมรีบไปกันเถอะ” พร้อมทั้งหันสายตาอำมหิตไปมองเหล่าพนักงานจึงรีบพากันหลบหน้า หลบตาและยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง “สวัสดีค่ะท่านประธาน น้องต้นข้าว” พร้อมกับทำหน้าสงสัยมาด้วยกันได้ไง “สวัสดีค่ะ พี่ฟ้า” พร้อมกับหลบตาลงเพื่อหนีสายตาจับผิดของฟ้าเลขาวัยกลางคนของพาทต้า “คุณฟ้าคุณไปตามรายระเอียดจากฝ่ายบุคคลเรื่องทริปพักร้อนอาทิตย์ แล้วเอามารายงานผมก่อนเที่ยงวันนี้ด้วย” “ได้ค่ะ ดิฉันรีบจัดการให้ค่ะ” พร้อมกับเดินไปยังฝ่ายบุคคลทันที “ข้าวผมขอกาแฟดำแก้วหนึ่ง เอามาให้ผมที่ห้องด้วยนะครับ” “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” แล้วรีบไปชงกาแฟในห้องพักเบรกทันที พอไปถึงเห็นพนังงานสาวสองคนกำลังชงกาแฟอยู่และมองมายังต้นข้าวด้วยสายตาเหยียดๆ พร้อมกับพูดคุยกันเสียงดังเพื่อให้ต้นข้าวได้ยิน “นี่เธอได้ยินข่าวว่าคนในบริษัทเราเนี้ยใช้ตัวแลกเพื่อจะจับเจ้านายหรือเปล่า” “เหรอออ ชั้นว่าต้องเป็นคนเที่ยวนี้แน่ ๆเลย ว่ามั้ย?” พร้อมทั้งพากันมองไปยังต้นข้าวและพากันเดินออกไปจากห้อง ต้นข้าวสะอึกทันทีเพราะคนที่สองคนนั้นกล่าวถึงเป็นใครไปไม่ได้ต้องเป็นเธอแน่นอน “เฮ้อออ งานเข้าชั้นแล้วสิ เพิ่งมาทำงานก็มีศรัตรูซะแล้ว” พร้อมทั้งสลัดความคิดทิ้งและรีบชงกาแฟไปให้พาทต้าทันทีก่อนที่จะมีคนอื่นเข้ามาอีก พาทต้านั่งรอเหยื่อด้วยความใจเย็น ความจริงเขาดื่มกาแฟมาจากบ้านเรียบร้อยแล้วที่ให้ต้นข้าวไปชงกาแฟเพื่อต้องการให้เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาเพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างอันบอบบางของต้นข้าวเดินเข้ามา “กาแฟมาแล้วค่ะ” พร้อมกับวางกาแฟดำไว้บนโต๊ะทำงานของพาทต้า “ข้าวขอตัวนะคะ” “ข้าวจะรีบไปไหนมานี่ก่อนสิ” เขารีบเดินมากักตัวของต้นข้าวไว้กับโต๊ะทำงานทันที จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ไง อุตส่าห์หาเรื่องให้เลขาไม่อยู่หน้าห้องเพื่อให้เธอสงสัยเรื่องของเขากับต้นข้าว “คุณพาทต้าคุณจะทำอะไร เดี๋ยวมีใครมาเห็นจะดูไม่ดีนะคะ” “นี่ห้องใคร ไม่มีใครเข้ามาถ้าผมอนุญาต” พร้อมทั้งรีบยื่นหน้าเข้าไปตอบใกล้ ๆจนจมูกชนกัน ต้นข้าวหัวใจเต้นตึกตักและพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่มีหรือพาทต้าจะยอมรีบฉกปากไปประกอบปากต้นข้าวทันที “อ่อย อ้าวอ่ะ (ปล่อยข้าวค่ะ)” พาทต้าไม่รอให้ต้นข้าวพูดต่อรีบกัดริมฝีปากล่างของเธอ เพื่อให้เธอเปิดปากและรีบพาลิ้นไปสำรวจปากจิ้มลิ้มหวานหอมจนทั่ว มือก็เอื้อมไปด้านหลังเลื้อยสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิร์ตสีขาว ปากก็จูบเธอแบบดูดดื่มจนเทออ่อนระทวย เขาได้โอกาสจึงยกเธอนั่งบนโต๊ะทำงานพร้อมกับจับขาเธอออกเพื่อแทรกตัวเข้าไปตรงกลาง กอดรัดฟัดกันจนมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นทั้งคู่จึงสะดุ้งแยกตัวออกจากัน ฝ่ายหญิงรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ และรีบเปิดประตูออกห้องไปทันที สวนทางกับคนที่เดินเข้ามาทำท่าอึกอักเมื่อรู้ตัวเองว่าเข้ามาผิดเวลา “ท่านประธานครับ คุณวริรินทร์ติดต่อท่านประธานไม่ได้เลยให้ผมมาเรียนท่านครับว่าให้ท่านติดต่อกลับ” “อืมออกไปได้ละ” “ครับผมม” พร้อมกับมองหน้าท่านประธานด้วยความสงสัย “มองทำไม มีปัญหา เอ่อ อีกอย่างนายอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณวริรินทร์เข้าใจมั้ย?” “ผมไม่พูดมากอยู่แล้วครับ” นิลทัศน์บอกเจ้านายด้วยน้ำเสียงติดเล่น เพราะทั้งคู่เป็นเจ้านานายและลูกน้องที่สนิทกันมาก แม้จะมีความลับแต่ไม่เคยเล็ดลอดออกจากปากของทั้งคู่เลย “ทำให้ได้เหมือนที่พูดด้วย ไม่งั้นฉันจะหักเงินนายไม่ให้แม้แต่แดงเดียว” “555555 ผมไปละครับ” พูดพร้อมกับรีบออกไปทันที ทางด้านต้นข้าวพาตัวเองมานั่งที่โต๊ะทำงานของตนเองด้วยหัวใจเต้นแรงกลัวนิลทัศน์จะรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นไม่ทันจะคิดได้ไกลกว่านั้น นิลทัศน์ก็เดินออกมาจากห้องพาทต้าและยิ้มมาทางต้นข้าว “สวัสดีครับคุณต้นข้าว เป็นไงบ้างครับทำงานสนุกมั้ย” “สวัสดีค่ะ ก็ดีค่ะ” “ครับ ค่อยๆเรียนรู้ไป ดูแลตัวเองด้วย ผมขอตัวนะครับ” นิลทัศน์บอกต้นข้าวด้วยความเป็นห่วงอนาคต “ค่ะ ของคุณมากนะคะ” ต้นข้าวตอบกลับไปโดยไม่คิดอะไร 10.30 น. ภายในห้องทำงานของณัฐพัชน์รีบโทรหาแฟนสาวทันที “มีเวลาว่างให้วารินแล้วเหรอค่ะ” “ที่รัก ผมขอโทษ เมื่อเช้าผมยุ่งมาก” ณัฐพัชน์รีบแก้ตัวทันที “ค่ะ งั้นเพื่อไถ่โทษความผิด เที่ยงนี้มาทานข้าวกับรดาที่บ้านด้วย” เธอยิ้มด้วยความดีใจ เพราะยังไงแฟนเธอต้องมาทานข้าวกับเธอแน่นอนเหมือนทุกครั้ง เขาไม่เคยขัดใจเธอเลย “งั้นเสร็จธุระ ผมจะรีบไปหาวารินทันที หายงอนนะครับ” รีบบอกแฟนสาวด้วยความรู้สึกผิดที่แอบเผลอตัวไปกับหญิงสาวอีกคน หลังจากวางสายจากแฟนสาวเสร็จ เลขาสาวก็เคาะประตูเข้ามาพอดี “ขออนุญาตค่ะ” “เชิญ” “ท่านประธานค่ะ เรื่องทริปอาทิตย์หน้าเรียบร้อยแล้วนะคะ นี่รายละเอียดทั้งหมดค่ะ” พร้อมทั้งยื่นรายละเอียดทั้งหมดให้เจ้านาย “ขอบคุณมากคุณฟ้า เซ็คสภาพอากาศด้วยเกาะสมุยอาทิตย์หน้ามีพายุมั้ยถ้ามีให้เลื่อนทริปด้วย อันตราย” “ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันขอตัวนะคะ” หลังจากเลขาออกจากห้อง เขารีบคว้ากุญแจ Mercedes และออกจากห้องไปหาแฟนสาวทันที โดยไม่ลืมบอกเลขาว่าช่วงบ่ายจะไม่เข้าบริษัท ทำให้ต้นข้าวที่นั่งโต๊ะตรงข้าวพลอยได้ยินในสิ่งที่เขาบอกกับเลขาด้วย พักเที่ยงต้นข้าวจึงลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารที่ทางบริษัทจัดไว้ให้เหล่าพนักงาน ซึ่งประกอบไปด้วยร้านอาหาร และร้านกาแฟ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาการเดินทางออกไปข้างนอกของพนักงาน พอต้นข้าวเดินเข้ามามีคนบางกลุ่มมองด้วยสายตาเหยียดหยาบและพากับชุบชิบ ต่างคิดว่าต้นข้าวเข้าทำงานที่นี่เพราะอ่อยท่านประธาน และคิดจะจับท่านประธาน “ข้าวขาหมูข้าวนิดเดียวจานหนึ่งค่ะป้า” “นี่จ๊ะแม่หนู 45 บาท” “ขอบคุณค่ะป้า” รับจานอาหาร และเดินไปนั่งโต๊ะที่มีว่างอยู่ 1 ที่ “ขอโทษนะคะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย?” พอต้นข้าวนั่งลงทุกคนก็จ้องตากันต่างก็พากันลุกขึ้นจากโต๊ะทันที และย้ายไปนั่งโต๊ะอื่น ต้นข้าวรู้สึกหน้าเสีย ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป รู้สึกร้อนๆบริเวณรอบดวงหน้า “ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องวุ่นวายกับใครดี” สักพักเสียงไลน์ก็ดังขึ้น คุณณัฐพัชน์/เย็นนี้ข้าวไปทานข้าวกันนะ รอผมอยู่หน้าป้านรถเมล์หน้าบริษัทนะ/ พาทต้ากลัวเรื่องนี้จะมีคนรู้และดังไปถึงหูวารินเลยต้องรีบจัดการ ต้นข้าว/แต่ข้าวมีนัดกับเพื่อนค่ะ/ ข้าวรีบโกหกไปเพราะไม่อยากให้เรื่องมันเลยเถิดไปกว่านี้ ณัฐพัชน์/ยกเลิกไปก่อนสิ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย ตกลงตามนี้ผมจะรอ/ ต้นข้าว/แต่ข้าวนัดเพื่อนแล้ว/ แต่เขาก็ไม่เปิดอ่าน เธอเลยต้องไลน์ไปยกเลิกนัดเที่ยวกับสไปส์และพริกหวานที่บ้านเพื่อนที่รักของเธอ **ตอนหน้าเริ่มมันส์แล้วนะคะ รู้จักกันไม่ถึงเดือนนางเองของเราก็มีแต่เรื่องซะแล้ว** เม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะทางด้านณัฐพัชน์และวารินนั้นหลังจากที่ทานข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็พากันไปดูหนังต่อในช่วงบ่าย ทั้งคู่ต่างเหมาะสมกันทั้งฐานะและหน้าตาต่างเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงไฮโซ เพราะวาริรินทร์เป็นถึงลูกสาวเจ้าของธุรกิจเครื่องเพชรแบรนด์ดังระดับประเทศเป็นที่หมายปองแก่เหลาเศรษฐีทั้งหลายแต่ใจวาริรินทร์กับมามอบให้กับณัฐพัชน์ตั้งแต่สมัยเรียนเมื่อสามปีก่อน"พาทต้าค่ะ วารินว่าเรื่องนี้สนุกดีนะคะ""ได้เลยครับ" พร้อมกับเดินไปที่เค้าท์เตอร์จ่ายเงินค่าตั๋วของที่นั่งทั้งหมด เพราะเขาอยากให้ทั้งโรงมีแค่เขากับวารินแฟนสาวเท่านั้น"คุณน่ารักที่สุดเลย อย่าไปน่ารักแบบนี้กับใครนะวารินไม่ยอมจริงๆด้วย""ผมมีแค่คุณคนเดียวนะที่รัก"จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าโรงหนังนั่งที่นั่งวีไอพีที่จองไว้เป็นเบาะนั่งแบบนอนได้มีผ้าห่ม แอร์เย็นฉ่ำแถมยังมีกันแค่สองคนทั้งคู่ไม่ได้สนใจหนังบนจอเลย เอาแต่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาโดยไม่อายตอสายตากล้องวงจรปิดเลย เพราะเขาได้สั่งให้ผู้จัดการไปปิดกล้องไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"อืออ ที่รักขาา" วารินคางเสียงกระเส่าจากการโดนพาทต้าจูบเลียที่เต้าปทุม พร้อ
เช้าวันใหม่ณัฐพัชน์รีบทำคะแนนด้วยการขับ Mercedes ไปรอรับต้นขาวถึงหน้าบ้าน และรอจนกว่าต้นข้าวออกมาจากบ้านและแปลกใจทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่ได้ เขารู้จักบ้านเธอได้อย่างไรกัน “สวัสดีค่ะ คุณณัฐพัชน์ มาได้ยังไงค่ะ” “ผมมารอรับคุณไง บอกแล้วว่าให้ข้าวเรียกผมต้า” “แต่.....” “ไม่มีแต่ครับ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวสาย” จากนั้นทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปยังบริษัท พอจอดรถเสร็จก็พากันเดินลงจากรถ จนเป็นที่แปลกใจของคนพนักงานในบริษัท บางคนก็ชื่นชมว่าเหมาะสมเพราะต้นข้าวสวยน่ารัก พาทต้าก็หล่อสูงแถมรวยล้นฟ้า บางคนก็นินทากล่าวหาว่าต้นข้าวเอาตัวมาแลกเพื่อแลกตำแหน่งและเงิน “ข้าวว่าคุณต้าเดินไปก่อนดีกว่าค่ะ คนมองกันหมดแล้ว” “จะสนใจทำไมรีบไปกันเถอะ” พร้อมทั้งหันสายตาอำมหิตไปมองเหล่าพนักงานจึงรีบพากันหลบหน้า หลบตาและยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง “สวัสดีค่ะท่านประธาน น้องต้นข้าว” พร้อมกับทำหน้าสงสัยมาด้วยกันได้ไง “สวัสดีค่ะ พี่ฟ้า” พร้อมกับหลบตาลงเพื่อหนีสายตาจับผิดของฟ้าเลขาวัยกลางคนของพาทต้า “คุณฟ้าคุณไปตามรายระเอียดจากฝ่ายบุคคลเรื่องทริ
ต้นข้าวเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเช้าตรู่ เธอมานั่งรอหน้าห้องประธานตามที่เขาบอกไว้เมื่อวาน เมื่อเวลาผ่านไปราวๆ 20 นาที ก็เริ่มมีพนักงานทยอยกันมาทำงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากเธอก่อนเวลาทำงานของบริษัทถึง 30 นาที ทันใดนั้นเลขาของท่านประธานก็เดินเข้ามาหาเธอ“สวัสดีคับ คุณณัฐรธิดา วรรณรัตน์ ใช่มั้ยคับ”“สวัสดีคะ ใช่คะคุณคือ...” เธอตอบคำถาพร้อมกับยกมือไว้นิลทัศน์“ผมนิลทัศน์ เลขาประจำตัวท่านประทานคับ”“อ่อคะๆ” เธอตอบพร้อมกับเดินตามเขาไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเลขาหน้าห้องประธาน“เอ่ออ ขอโทษนะคะนี่โต๊ะทำงานของดิฉันไม่ได้อยู่ในแผนกเหรอคะ” เธอถามด้วยความสงสัยพร้อมที่เธออ่านโครงสร้างของบริษัท ฝ่ายออกแบบจะอยู่อีกแผนกหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นล่างของห้องประธาน“พอดีว่างานที่คุณต้องทำคืออกการออกแบบรถที่ต่างจากรถธรรมดาโดยทั่วไปที่ต่างไปเพราะต้องออกแบบตามเจ้าของที่มาจ้างให้ออกแบบเท่านั้น ซึ่งแบบจะต้องไม่เหมือนใครในโลกแล้วให้บริษัทเราผลิตตามที่ได้ร่างแบบไว้ และแน่นอนบุคคลเหล่านั้นต้องเป็นแขกวีไอวีของบริษัทเรา”“ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าจะทำได้” เธอตอบอย่างลังเลและประหม่ากลัวจะทำงานออกมาไม่ดีพอ“ไม่ต้องกลัวคับ ผม
หลังจากวันฉลองรับปริญบัตรญาบัตร ต้นข้าวได้ไปสมัครงานไว้ตามบริษัทต่างๆมากมาย ตามสาขาวิชาที่จบมานั่นก็คือการออกแบบ เธอรักในการออกแบบอุตสาหกรรม วาดรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ หรือแม้แต่สิ่งๆเล็กน้อยๆต่างๆรอบๆตัว เธอมีจินตนาการที่เป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์เธอจึงชอบทำงานในที่เงียบๆ เพราะทำให้เธอเขียนงานออกมาอย่างละเอียด สวยงาม และรอบครอบจนเป็นที่ชื่นชอบของอาจารย์หลายๆ คน เธอจะชอบออกแบบรถยนต์เป็นที่สุด เธอต้องการให้รถที่เธอออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงานให้ได้ผลิตขึ้นใช้จริงปัจจุบัน ดังนั้นบริษัทหลักที่เธอส่งใบสมัครไปส่วนมากจะเป็น บริษัทรถยนต์ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ กลาง และเล็ก ตามลำดับ ซึ่งเธอก็รอลุ้นอยู่ทุกวันว่าจะมีบริษัทไหนตอบรับเธอบ้าง แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์จะรู้สิ่งที่เธอหวังทันใดนั้นก็มีจดหมายจากบริษัทผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ ส่งออกรถทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยังมีสาขาย่อยที่ต่างประเทศอีกมากมายทั่วโลก เธอดีใจเป็นอย่างมากที่ทางบริษัทให้โอกาสเธอไปสัมภาษณ์ในเช้าของวันพรุ่งนี้ต้นข้าวรีบตื่นแต่เช้าภายในบ้านหลังเล็กๆที่ฟ้าสดใส ภายในตกแต่งอย่างน่ารักๆตามสไตส์เจ้าของบ้าน ตามผนังบ้านจะถูกแขวนด้วยแบบ
ณ ผับ Aเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม พร้อมกับแสงไฟวิบวับทำให้สาวน้อยหน้าหวานผู้ไม่ชอบการท่องราตรีเป็นที่สุดถึงกับเวียนหัว ตาลาย อยากหนีกลับบ้านเต็มทนแต่ก็กลับไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันฉลองจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ หลังรับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถูกเพื่อนๆของเธอทั้งสาวแท้ และสาวเทียมลากมาด้วย แม้จะไม่อยากมาแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอมาสถานที่แบบนี้นับครั้งได้ และยังคิดว่าเป็นการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เธอทำงานส่งเสียตัวเองจนเรียนจากการทำงานพาร์ทไทม์และสอบชิงทุนการศึกษาของทางมหาลัยได้ในทุกปีและจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเธอจึงใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ“พริกหวาน ข้าวไม่ผสมเหล้าเยอะนะเดี๋ยวเมา”“แหม่ๆ นานที่น่ายัยข้าว เมาเดี๋ยวพวกฉันแบกแกกลับเอง จริงมั้ยพวกหล่อนนนน”“จริงแท้แน่นอนค่า”เหล่าเพื่อนๆของเธอตอบพร้อมกันและพากันส่ายสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลงที่ชวนให้เวียนหัว ยกเว้นต้นข้าวที่นั่งถอนหายใจพร้อมกับเครื่องดื่มเบาๆอยู่ที่โต๊ะเพื่อรอเวลากลับบ้านด้านชั้นสองของผับเป็นโซน VIP ซึ่งเป็นของเหล่าสี่หนุ่มที่ใครๆต่างรู้จักเป็นอย่างดี เพราะที่นี่คือผับประจำของพวกเขา เขาจึงเข้าออกที่นี่ได้โ







