تسجيل الدخولเช้าวันใหม่ณัฐพัชน์รีบทำคะแนนด้วยการขับ Mercedes ไปรอรับต้นขาวถึงหน้าบ้าน และรอจนกว่าต้นข้าวออกมาจากบ้านและแปลกใจทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่ได้ เขารู้จักบ้านเธอได้อย่างไรกัน
“สวัสดีค่ะ คุณณัฐพัชน์ มาได้ยังไงค่ะ” “ผมมารอรับคุณไง บอกแล้วว่าให้ข้าวเรียกผมต้า” “แต่.....” “ไม่มีแต่ครับ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวสาย” จากนั้นทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปยังบริษัท พอจอดรถเสร็จก็พากันเดินลงจากรถ จนเป็นที่แปลกใจของคนพนักงานในบริษัท บางคนก็ชื่นชมว่าเหมาะสมเพราะต้นข้าวสวยน่ารัก พาทต้าก็หล่อสูงแถมรวยล้นฟ้า บางคนก็นินทากล่าวหาว่าต้นข้าวเอาตัวมาแลกเพื่อแลกตำแหน่งและเงิน “ข้าวว่าคุณต้าเดินไปก่อนดีกว่าค่ะ คนมองกันหมดแล้ว” “จะสนใจทำไมรีบไปกันเถอะ” พร้อมทั้งหันสายตาอำมหิตไปมองเหล่าพนักงานจึงรีบพากันหลบหน้า หลบตาและยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง “สวัสดีค่ะท่านประธาน น้องต้นข้าว” พร้อมกับทำหน้าสงสัยมาด้วยกันได้ไง “สวัสดีค่ะ พี่ฟ้า” พร้อมกับหลบตาลงเพื่อหนีสายตาจับผิดของฟ้าเลขาวัยกลางคนของพาทต้า “คุณฟ้าคุณไปตามรายระเอียดจากฝ่ายบุคคลเรื่องทริปพักร้อนอาทิตย์ แล้วเอามารายงานผมก่อนเที่ยงวันนี้ด้วย” “ได้ค่ะ ดิฉันรีบจัดการให้ค่ะ” พร้อมกับเดินไปยังฝ่ายบุคคลทันที “ข้าวผมขอกาแฟดำแก้วหนึ่ง เอามาให้ผมที่ห้องด้วยนะครับ” “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” แล้วรีบไปชงกาแฟในห้องพักเบรกทันที พอไปถึงเห็นพนังงานสาวสองคนกำลังชงกาแฟอยู่และมองมายังต้นข้าวด้วยสายตาเหยียดๆ พร้อมกับพูดคุยกันเสียงดังเพื่อให้ต้นข้าวได้ยิน “นี่เธอได้ยินข่าวว่าคนในบริษัทเราเนี้ยใช้ตัวแลกเพื่อจะจับเจ้านายหรือเปล่า” “เหรอออ ชั้นว่าต้องเป็นคนเที่ยวนี้แน่ ๆเลย ว่ามั้ย?” พร้อมทั้งพากันมองไปยังต้นข้าวและพากันเดินออกไปจากห้อง ต้นข้าวสะอึกทันทีเพราะคนที่สองคนนั้นกล่าวถึงเป็นใครไปไม่ได้ต้องเป็นเธอแน่นอน “เฮ้อออ งานเข้าชั้นแล้วสิ เพิ่งมาทำงานก็มีศรัตรูซะแล้ว” พร้อมทั้งสลัดความคิดทิ้งและรีบชงกาแฟไปให้พาทต้าทันทีก่อนที่จะมีคนอื่นเข้ามาอีก พาทต้านั่งรอเหยื่อด้วยความใจเย็น ความจริงเขาดื่มกาแฟมาจากบ้านเรียบร้อยแล้วที่ให้ต้นข้าวไปชงกาแฟเพื่อต้องการให้เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาเพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างอันบอบบางของต้นข้าวเดินเข้ามา “กาแฟมาแล้วค่ะ” พร้อมกับวางกาแฟดำไว้บนโต๊ะทำงานของพาทต้า “ข้าวขอตัวนะคะ” “ข้าวจะรีบไปไหนมานี่ก่อนสิ” เขารีบเดินมากักตัวของต้นข้าวไว้กับโต๊ะทำงานทันที จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ไง อุตส่าห์หาเรื่องให้เลขาไม่อยู่หน้าห้องเพื่อให้เธอสงสัยเรื่องของเขากับต้นข้าว “คุณพาทต้าคุณจะทำอะไร เดี๋ยวมีใครมาเห็นจะดูไม่ดีนะคะ” “นี่ห้องใคร ไม่มีใครเข้ามาถ้าผมอนุญาต” พร้อมทั้งรีบยื่นหน้าเข้าไปตอบใกล้ ๆจนจมูกชนกัน ต้นข้าวหัวใจเต้นตึกตักและพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่มีหรือพาทต้าจะยอมรีบฉกปากไปประกอบปากต้นข้าวทันที “อ่อย อ้าวอ่ะ (ปล่อยข้าวค่ะ)” พาทต้าไม่รอให้ต้นข้าวพูดต่อรีบกัดริมฝีปากล่างของเธอ เพื่อให้เธอเปิดปากและรีบพาลิ้นไปสำรวจปากจิ้มลิ้มหวานหอมจนทั่ว มือก็เอื้อมไปด้านหลังเลื้อยสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิร์ตสีขาว ปากก็จูบเธอแบบดูดดื่มจนเทออ่อนระทวย เขาได้โอกาสจึงยกเธอนั่งบนโต๊ะทำงานพร้อมกับจับขาเธอออกเพื่อแทรกตัวเข้าไปตรงกลาง กอดรัดฟัดกันจนมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นทั้งคู่จึงสะดุ้งแยกตัวออกจากัน ฝ่ายหญิงรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ และรีบเปิดประตูออกห้องไปทันที สวนทางกับคนที่เดินเข้ามาทำท่าอึกอักเมื่อรู้ตัวเองว่าเข้ามาผิดเวลา “ท่านประธานครับ คุณวริรินทร์ติดต่อท่านประธานไม่ได้เลยให้ผมมาเรียนท่านครับว่าให้ท่านติดต่อกลับ” “อืมออกไปได้ละ” “ครับผมม” พร้อมกับมองหน้าท่านประธานด้วยความสงสัย “มองทำไม มีปัญหา เอ่อ อีกอย่างนายอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณวริรินทร์เข้าใจมั้ย?” “ผมไม่พูดมากอยู่แล้วครับ” นิลทัศน์บอกเจ้านายด้วยน้ำเสียงติดเล่น เพราะทั้งคู่เป็นเจ้านานายและลูกน้องที่สนิทกันมาก แม้จะมีความลับแต่ไม่เคยเล็ดลอดออกจากปากของทั้งคู่เลย “ทำให้ได้เหมือนที่พูดด้วย ไม่งั้นฉันจะหักเงินนายไม่ให้แม้แต่แดงเดียว” “555555 ผมไปละครับ” พูดพร้อมกับรีบออกไปทันที ทางด้านต้นข้าวพาตัวเองมานั่งที่โต๊ะทำงานของตนเองด้วยหัวใจเต้นแรงกลัวนิลทัศน์จะรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นไม่ทันจะคิดได้ไกลกว่านั้น นิลทัศน์ก็เดินออกมาจากห้องพาทต้าและยิ้มมาทางต้นข้าว “สวัสดีครับคุณต้นข้าว เป็นไงบ้างครับทำงานสนุกมั้ย” “สวัสดีค่ะ ก็ดีค่ะ” “ครับ ค่อยๆเรียนรู้ไป ดูแลตัวเองด้วย ผมขอตัวนะครับ” นิลทัศน์บอกต้นข้าวด้วยความเป็นห่วงอนาคต “ค่ะ ของคุณมากนะคะ” ต้นข้าวตอบกลับไปโดยไม่คิดอะไร 10.30 น. ภายในห้องทำงานของณัฐพัชน์รีบโทรหาแฟนสาวทันที “มีเวลาว่างให้วารินแล้วเหรอค่ะ” “ที่รัก ผมขอโทษ เมื่อเช้าผมยุ่งมาก” ณัฐพัชน์รีบแก้ตัวทันที “ค่ะ งั้นเพื่อไถ่โทษความผิด เที่ยงนี้มาทานข้าวกับรดาที่บ้านด้วย” เธอยิ้มด้วยความดีใจ เพราะยังไงแฟนเธอต้องมาทานข้าวกับเธอแน่นอนเหมือนทุกครั้ง เขาไม่เคยขัดใจเธอเลย “งั้นเสร็จธุระ ผมจะรีบไปหาวารินทันที หายงอนนะครับ” รีบบอกแฟนสาวด้วยความรู้สึกผิดที่แอบเผลอตัวไปกับหญิงสาวอีกคน หลังจากวางสายจากแฟนสาวเสร็จ เลขาสาวก็เคาะประตูเข้ามาพอดี “ขออนุญาตค่ะ” “เชิญ” “ท่านประธานค่ะ เรื่องทริปอาทิตย์หน้าเรียบร้อยแล้วนะคะ นี่รายละเอียดทั้งหมดค่ะ” พร้อมทั้งยื่นรายละเอียดทั้งหมดให้เจ้านาย “ขอบคุณมากคุณฟ้า เซ็คสภาพอากาศด้วยเกาะสมุยอาทิตย์หน้ามีพายุมั้ยถ้ามีให้เลื่อนทริปด้วย อันตราย” “ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันขอตัวนะคะ” หลังจากเลขาออกจากห้อง เขารีบคว้ากุญแจ Mercedes และออกจากห้องไปหาแฟนสาวทันที โดยไม่ลืมบอกเลขาว่าช่วงบ่ายจะไม่เข้าบริษัท ทำให้ต้นข้าวที่นั่งโต๊ะตรงข้าวพลอยได้ยินในสิ่งที่เขาบอกกับเลขาด้วย พักเที่ยงต้นข้าวจึงลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารที่ทางบริษัทจัดไว้ให้เหล่าพนักงาน ซึ่งประกอบไปด้วยร้านอาหาร และร้านกาแฟ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาการเดินทางออกไปข้างนอกของพนักงาน พอต้นข้าวเดินเข้ามามีคนบางกลุ่มมองด้วยสายตาเหยียดหยาบและพากับชุบชิบ ต่างคิดว่าต้นข้าวเข้าทำงานที่นี่เพราะอ่อยท่านประธาน และคิดจะจับท่านประธาน “ข้าวขาหมูข้าวนิดเดียวจานหนึ่งค่ะป้า” “นี่จ๊ะแม่หนู 45 บาท” “ขอบคุณค่ะป้า” รับจานอาหาร และเดินไปนั่งโต๊ะที่มีว่างอยู่ 1 ที่ “ขอโทษนะคะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย?” พอต้นข้าวนั่งลงทุกคนก็จ้องตากันต่างก็พากันลุกขึ้นจากโต๊ะทันที และย้ายไปนั่งโต๊ะอื่น ต้นข้าวรู้สึกหน้าเสีย ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป รู้สึกร้อนๆบริเวณรอบดวงหน้า “ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องวุ่นวายกับใครดี” สักพักเสียงไลน์ก็ดังขึ้น คุณณัฐพัชน์/เย็นนี้ข้าวไปทานข้าวกันนะ รอผมอยู่หน้าป้านรถเมล์หน้าบริษัทนะ/ พาทต้ากลัวเรื่องนี้จะมีคนรู้และดังไปถึงหูวารินเลยต้องรีบจัดการ ต้นข้าว/แต่ข้าวมีนัดกับเพื่อนค่ะ/ ข้าวรีบโกหกไปเพราะไม่อยากให้เรื่องมันเลยเถิดไปกว่านี้ ณัฐพัชน์/ยกเลิกไปก่อนสิ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย ตกลงตามนี้ผมจะรอ/ ต้นข้าว/แต่ข้าวนัดเพื่อนแล้ว/ แต่เขาก็ไม่เปิดอ่าน เธอเลยต้องไลน์ไปยกเลิกนัดเที่ยวกับสไปส์และพริกหวานที่บ้านเพื่อนที่รักของเธอ **ตอนหน้าเริ่มมันส์แล้วนะคะ รู้จักกันไม่ถึงเดือนนางเองของเราก็มีแต่เรื่องซะแล้ว** เม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ“ปล่อยข้าวนะ.....” “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ มานี่!!” เขาดึงเธอออกมายังหลังร้านซึ่งไม่มีใครผ่านมาแน่นอน “จะทำอะไรค่ะ ปล่อยนะคะ! เพื่อนข้าวกำลังรออยู่ ข้าวต้องรีบไปแล้ว” “เธอรักฉันไม่ใช่เหรอเหรอ?” “ข้าวกำลังพยายามเลิกรักอยู่คุณไม่ต้องห่วง ข้าวจะอยู่ห่างๆคุณค่ะ” “ถ้ามันลำบากมากเธอก็เลิกพยายามแล้วก็รักฉันเหมือนเดิม” “ไม่ค่ะ ข้าวพอแล้ว ขอตัวนะคะ” เขาดึงเธอมากอดไว้จากด้านหลัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำฝนก็มาเที่ยวเหมือนกัน และออกมาเจอพอดีเธอจึงรีบถ่ายรูปส่งไปยังไลน์ของปลายทางทันที“หึ แอบมาพอดรักกันสินะ ฉันอยากรู้ว่าแฟนคุณจะแกล้งทนโง่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เมื่อไหร่คุณจะหันลงมามองฉันบ้างค่ะคุณณัฐพัชน์ ในเมื่อฉันไม่มีความสุขใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมีความสุข!!” ฝนคิดอย่างน้อยใจในโชคชะตาและความริษยา“ไว้เราค่อยคุยกันคืนนี้ ฉันจะไปหาที่บ้านเข้าใจมั้ย รีบเข้าข้างในได้แล้วเพื่อนเธอคงตามหากันแล้วมั้ง” เขาคลายอ้อมกอดออกและปล่อยให้เธอกลับเข้าไปหาเพื่อนข้างในโดยที่ไม่พูดอะไรสาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะเขายังไม่เบื่อ ยังอยากกอด อยากจูบ อยากสัมผั
มือน้อยของต้นข้าวบีบกันจนแน่นด้วยความโกรธ ปนน้อยใจเมื่อพาทต้าเรียกเธอกับฝนเข้ามาพบ แต่ไม่ยอมฟังเธออธิบายเลย เขาเชื้อในสิ่งที่ฝนพูดทั้งหมด เมื่อเขาไม่ยอมฟังเธอเช่นนี้จะเรียกเธอมาด้วยเหตุอันใดเล่า เธอกล่าวว่าเขาในใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ใครได้รับรู้ “คุณฝน เชิญคุณออกไปได้ และผมก็หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในบริษัทผมอีกนะครับ” “ค่ะ ท่านประธานฝนสัญญาค่ะ” เธอหันมามองหน้าต้นข้าวด้วยความไม่พอใจ และรีบเดินออกจากห้องของพาสต้าทันทีที่ท่านประธานหนุ่มกล่าวเสร็จ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะท่านประธาน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“จะไปไหน ผมยังไม่อนุญาตให้คุณออกไปเลยนิ”“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าค่ะ”“ผมมีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เย็นนี้คุณว่างมั้ย?”“เอ่อออ คือคุยตอนนี้ไม่ได้หรอค่ะ” ด้วยความน้อยใจที่อยู่ๆ เขาก็หายไปแบบไม่ติดต่อมาเลย แถมยังกล่าวว่าเธอเป็นคนผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีก จึงทำให้เธอไม่อยากไปไหนกับเขาอีก เพราะอึดอัดที่ภายในใจมีแต่คำถามากมายแต่ไม่สามารถเอ่ยถามเขาได้เลย“ได้สิ มันก็ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรหรอก”“ค่ะ?” เธอแปลกใจในสรรพนามที่เป
หลังจากนั้นไม่นานพาทต้าก็ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเกือบเช้ามืด เขารีบคลายหญิงสาวออกจากอ้อมกอดทันที พลางนึกโทษตัวเองที่เผลอตัวเองกอดร่างนุ่มนิ่มทั้งคืน เพียงชั่วครู่ใบหน้าแฟนสาวก็ลอยขึ้นมาในหัวจึงรีบควานหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์เมื่อคืนมาสวมใส่รวบๆ ก่อนที่จะมีคนมาเห็น และไม่รอช้ารีบเปิดหน้าต่างกระโดดลงจากระเบียงเพื่อไปยังห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันมามองหญิงสาวเลย “อื่อออ เมื่อยจัง” เสียงของหญิงสาวที่ตื่นขึ้นมาในสาววันใหม่เพียงลำพังด้วยความมเมื่อยล้า มองหาคนที่เธอรักที่นอนด้วยกันเมื่อคืนแต่ก็ไม่พบ เหลือเพียงความว่างเปล่าบนที่นอนที่ไร้ไออุ่นจากฝั่งของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาคงออกไปนานแล้วเธอจึงได้แต่คิดน้อยใจว่าที่เธอเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรกับหญิงขายบริการเลย จะต่างกันแค่ตรงที่เขาไม่ได้ให้เงินเธอทุกครั้งที่ได้ร่วมกันแค่นั้นเอง แค่คิดเพียงเท่านี้ก็พลันให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตอย่างไม่รู้ตัว นานนับ 5 นาทีพอตั้งสติได้ ก็คิดว่าเขาคงกลัวคนมองเธอไม่ดีคิดจะจับเขา เขาจึงทำเช่นนี้“เอาน่า ยังไงเขาก็เป็นห่วงเรา ไม่งอแงนะต้นข้าว” หญิงสาวบอกกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับพา
เวลาล่วงเลยมาจน 12.30 น. ทุกคนเมื่อเก็บของสัมภาระตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกลับมารวมตัวกันบริเวณห้องอาหารที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้เองตามความชอบของแต่ละบุคคล “ทาง Grand Dimon มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้เลือกมาพักกับทางรีสอร์ทของเรา ดังนั้นตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารได้จนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นขอให้ทุกท่านไปพร้อมเพรียงกันที่ชายหาดเพื่อขึ้นเรือไปดูจุดชมวิวบริเวณหน้าผา และดำน้ำดูปะการังใต้ทะเลน้ำตื้นนะครับ หากสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อพนักงานได้ที่เค้าท์เตอร์บริเวณประตูข้างทางเข้าห้องอาหารได้เลยนะครับ ขอให้ทานให้อร่อยครับ” เมื่อผู้จัดการรีสอร์ทกล่าวเสร็จทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกันตามอัธยาศัย บางคนไม่ทานก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ตามจุดต่างๆ อย่างตื่นเต้น และสนุกสนาน ด้านต้นข้าวเธอเลือกอาหารสองสามอย่างแล้วนำมานั่งทานบริเวณริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับจิตใจที่หม่นหมองของเธอเพียงลำพัง“ทานคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ” เคมีเพื่อนของพาทต้าเดินถื
วารินทร์นั่งรอแฟนหนุ่มที่บอกว่าจะมารับเธอในตอนเย็นแต่ตอนนี้มันเลยหกโมงเย็นมาแล้วยังไม่โผล่หน้ามาเลย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเธอสังหรณ์ใจแปลกๆเพราะก่อนหน้านี้มีคนในบริษัทเขาแอบส่งรูปเขากับผู้หญิงปริศนาคนหนึ่งมาให้ทางไลน์แต่ติดต่อกลับไปไม่ได้ทำให้ภายในใจของเธอค่อยๆเกิดคำถามและแรงหึงหวง คอยจับผิดแฟนหนุ่มแบบห่างๆตลอดเวลา เพียงไม่กี่อึดใจรถ Mercedes คันหรูของชายหนุ่มแฟนอันเป็นที่รักของเธอก็แล่นมายังหน้าคฤหาสน์ตรงจุดที่เธอรอพอดี เธอรีบเดินไปหาด้วยใจที่ร้อนรนพลางทำหน้างอ ต่อว่าเขาด้วยความไม่พอใจที่มาช้า "ทำไมต้ามาช้าแบบนี้รู้มั้ยรินรอต้าจะครบชั่วโมงแล้ว" "ผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ แล้วอีกอย่างรถก็ติดมากด้วย รินไม่งอลผมนะครับ ผมขอโทษ" "ช่วงนี้ต้าดูแปลกๆไปนะ ต้าไม่เคยมารับรินช้าเลยตั้งแต่ครบกัน" "รินอย่าหาเรื่องทะเลาะเลย เดี๋ยวไม่สวยน้าา ไหนๆยิ้มหน่อยสิที่รักของผม" เขาดึงแก้มเธอไปมาเหมือนเด็กน้อย เธอจึงยอมยิ้มแต่ไม่ยอมลืมเรื่องนี้แน่ๆเขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงเลวคนนั้นเป็นใครถึงกล้ามายุ่งกับคนรักของเธอ " รินไม่ใช่เด็กนะ แก้มช้ำหมดแล้วเนี้ย รี
เช้าวันจันทร์อันสดใสของใครหลายๆคนรวมถึงต้นข้าวด้วย หลังจากวันนั้นผ่านมา 2 วันร่างกายของต้นข้าวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แม้จะมีร่องรอยเหลืออยู่ตามลำคอบ้างแต่เธอก็ใช้คอลซีเลอร์ปกปิดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานในบริษัท เขาไปรับเธอที่บ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “ข้าว ผมมีเรื่องอยากให้เราตกลงกัน” “เรื่องอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย “ผมอยากให้ข้าวเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน คือผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี คุณเข้าใจผมใช่มั้ย?” “แต่ว่า....” “นะครับบบ” “ค่ะ ข้าวตามใจคุณ ข้าวไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” “ขอบคุณข้าวมากนะครับที่เข้าใจผม” เธอเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาคิดในใจอย่างผู้ที่ถือไผ่เหนือกว่า เขาจอดรถที่โซนของผู้บริหารบริษัท และให้ต้นข้าวเดินออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัยของคนในบริษัทซึ่งเธอก็ทำตามแต่โดยดี ไม่นานเขาก็เดินตามออกไปโดนขึ้นลิฟต์ตัวของฝั่งผู้บริหาร เมื่อเขามาถึงก็เห็นเธอนั่งรถที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วจึงหันไปสั่งกาแฟเหมือนเป็นแค่เจ้านายและลูกน้องธรรมดา ซึ่งต้นข้าวก็เข้าใจดีต







