Masuk
ณ ผับ A
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม พร้อมกับแสงไฟวิบวับทำให้สาวน้อยหน้าหวานผู้ไม่ชอบการท่องราตรีเป็นที่สุดถึงกับเวียนหัว ตาลาย อยากหนีกลับบ้านเต็มทนแต่ก็กลับไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันฉลองจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ หลังรับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถูกเพื่อนๆของเธอทั้งสาวแท้ และสาวเทียมลากมาด้วย แม้จะไม่อยากมาแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอมาสถานที่แบบนี้นับครั้งได้ และยังคิดว่าเป็นการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เธอทำงานส่งเสียตัวเองจนเรียนจากการทำงานพาร์ทไทม์และสอบชิงทุนการศึกษาของทางมหาลัยได้ในทุกปีและจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเธอจึงใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ “พริกหวาน ข้าวไม่ผสมเหล้าเยอะนะเดี๋ยวเมา” “แหม่ๆ นานที่น่ายัยข้าว เมาเดี๋ยวพวกฉันแบกแกกลับเอง จริงมั้ยพวกหล่อนนนน” “จริงแท้แน่นอนค่า” เหล่าเพื่อนๆของเธอตอบพร้อมกันและพากันส่ายสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลงที่ชวนให้เวียนหัว ยกเว้นต้นข้าวที่นั่งถอนหายใจพร้อมกับเครื่องดื่มเบาๆอยู่ที่โต๊ะเพื่อรอเวลากลับบ้าน ด้านชั้นสองของผับเป็นโซน VIP ซึ่งเป็นของเหล่าสี่หนุ่มที่ใครๆต่างรู้จักเป็นอย่างดี เพราะที่นี่คือผับประจำของพวกเขา เขาจึงเข้าออกที่นี่ได้โดยไม่ต่างจากเจ้าของจึงไม่มีใครไม่รู้จักเขา พาทต้า อะตอม เวฟ และเคมี ผู้เป็นเจ้าของผับแห่งนี้นั่นเอง “อ่าวเห้ยย นั่งมองตาไม่กะพริบเลยนะมึงไอ้ต้า” เวฟอดแซวไม่ได้ เพราะเห็นเพื่อนของเขานั่งจ้องสาวน้อยหน้าหวานไม่กะพริบ เธอตัวเล็ก สูงน่าจะไม่เกิน 165 ซม. ผิวขาวอมชมพู แต่งตัวน่ารักแต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่เธอสวมชุดเดรสสี่ขาวยาวถึงตาตุ่มแต่แหวกยาวจนเห็นโคนขาขาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสีขาว ปล่อยผมยาวสลวยสีดำที่ดัดลอนตรงปลายจนถึงเอวที่ปลิวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอ เขายอมรับว่าเธอสวยจริงๆ ขนาดอยู่ในที่มืดยังโดดเด่นขนาดนี้ ถ้าได้มาอยู่บนเตียงกับเขาละจะขนาดไหน เขาได้แต่คิดไปไกล “เปล่า กูไม่ได้มอง” “ปากแข็งนะมึง มึงไม่มองงั้นคนนี้กูจองนะ” “เมียไอ้เวฟ เบอร์อะไรวะไอ้เค” “ใจเย็นๆคับ คุณพาทต้า ผมแค่แซวเล่นคับ” “เอ่ออออ..” พาทต้ายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ คนที่เหลือต่างพากันหัวเราะให้กับเวฟผู้เกรงใจแฟนมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก “เอางี้มั้ยมึงไหนๆก็ไหนๆละ ไอ้ต้ามึงอยากได้น้องคนนั้นมั้ย??” “มึงจะถามทำไมวะอะตอมดูจากสายตามึงน่าจะเดาออกนะ สายตาอย่างกะหมาจะกินเหยื่อ โอ้ยย...” ยังไม่ทันที่เวฟจะพูดจบก็เจอถีบของพาทต้าเข้าให้เต็มๆที่ขาอย่างแรงง “พูดความจริงแค่นี้ทำเป็นรับไม่ได้นะมึง 555555” “มึงอยากโดนอีกเหรอวะไอ้เวฟ” เคมีรีบห้ามศึก “พวกมึงอยากกินเหล้าฟรี 1 เดือนมั้ย??” เวฟเสนอ “ทำไงวะ” เคมีถาม “ไอ้ต้ามึงกล้าเล่นเกมกับพวกกูปะ ถ้ามึงแพ้พวกกูเลี้ยงเหล้ามึงคนละหนึ่งเดือน แต่ถ้ามึงแพ้เลี้ยงพวกกูคืน กล้ารึเปล่าวะเพื่อน” “สงสารน้องเค้าวะ อย่าเล่นเลย” เคมีเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี “เอาน่า มันแค่ขำๆมึงอย่าคิดมากน่าเคมี” อะตอมเสริมอีกแรง “เอ่ออ กูตกลง” พาทต้าตอบตกลงแบบไม่คิดอะไร ยังไงก็ได้กินเหล้าฟรีอยู่แล้วสำหรับเขาแล้วแค่เหล้าทำไมเขาจะไม่มีปัญญาจ่ายเขามีจุดประสงค์ที่อยากเล่นเกมนี้เพราะเธอต่างหากเขาอยากได้เธอมาเป็นหมากในเกมหวังฟันแล้วก็ทิ้ง เธอคงไม่ต่างจากผู้หญิงทั่วไปทำตัวใสใส แต่ข้างในร้ายลึกเข้าแค่เข้าไปหยอดคำพูดหวานๆ ก็มีแต่คล้อยตามเขาเหมือนผู้หญิงที่เคยผ่านมาเป็นแน่นอน ยังไงๆเขาก็ชนะแน่นอนเขาคิดในใจ หลังจากนั้นเคมีก็ขอตัวออกไปดูแลร้าน ไอ้เวฟต้องรีบกลับบ้านเนื่องจากแฟนโทรตาม ส่วนอะต่อมก็ไปต่อกับสาวๆ “ใบปอ ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” “แกไหวไหม ให้ไปส่งมั้ยต้นข้าว” ใบปอถามขึ้นเมื่อเห็นต้นข้าวยืนเซๆ “ไม่เป็นไรแก ฉันสบายมาก แค่ปวดขานิดหน่อยเลยเซๆ” ต้นข้าวตอบตามความจริงเพราเธอดื่มไปแค่นิดเดียวเลยไม่มีอากาศเมาอย่างแน่นอน ต้นข้าวลุกจากโต๊ะกลุ่มเพื่อนๆของเธอเพื่อไปเข้าห้องน้ำได้ผ่านโต๊ะผู้ชายกลุ่มหนึ่ง หนึ่งในกลุ่มนั้นได้เดินตามหญิงสาว แต่หญิงสาวพยายามเดินหนีแต่โดนมือผู้ชายคนนั้นจับข้อมือไว้ราวกับคีบเหล็ก “จะรีบไปไหนคนสวย คุยกันก่อนสิคับ” “ขอโทษนะคะ ฉันไม่มีอะไรจะคุยแล้วกรุณาปล่อยฉันด้วย” เธอพยายามจะดึงมือกลับ แต่ด้วยแรงของผู้ชายแล้วยิ่งเป็นผู้ชายที่เมามายเธอจึงไม่สามารถดึงมือให้หลุดออกมาได้ “ว้า เล่นตัวจังเลยนะ น่าสนุกจัง” “ไม่ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วยคะ ช่วยด้.....” ริมฝีปากบางถูกปิดด้วยมือหยาบๆของชายผู้นั้น และพยายามดันเธอเขาไปในห้องเก็บของแคบๆข้างๆห้องน้ำ เธอพยายามขัดขืน เพื่อหนีเอาตัวรอดจากชายผู้นี้ แต่ด้วยในนั้นเป็นที่มืดจึงไม่มีใครสังเกตคิดว่าคงเป็นคนเมามีอะไรเหมือนปกติ “ฤทธิ์เยอะนักนะสาวน้อย” ชายคนนี้ได้บีบจับข้อมือของเธอไว้เหนือหัวและพยายามลวนลามเธอบริเวณซอกคอ เธอดิ้นไปมาเพื่อขัดขืน “ไม่ปล่อยฉันนะ!!!! ขอร้องง ปล่อยฉันไปเถอะ” ต้นข้าวพยายามขอร้องทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่เป็นผล ชายผู้นี้จึงกระซากชุดเดรสออกแต่ไม่สำเร็จแต่ก็ทำให้ส่ายเดี่ยวเส้นเล็กๆตรงไหล่ข้างซ้ายขาดออกมา “หุบปากแล้วครางดังๆแทนดีกว่าสาวน้อยยย” “ไม่นะ ปล่อยฉัน ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ปล่อยฉันนะ” “ปากดีนักใช่มั้ย ได้!!” เพี้ยะ “โอ้ยยย”หญิงสาวหน้าชาไปชั่วขณะ สัมผัสได้ถึงความเค็มของเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากด้านซ้าย “โอ้ยยยยยยย.... มึงเป็นใครวะ อยากมีเรื่องกับกูเหรอ” ผลั๊ก ผลั๊วะ ผลั๊วะ “มึงจะทำไรผู้หญิงคนนี้ ใครบอกให้มึงมาทำเรื่องเลวๆในผับเพื่อนกู ห๊ะ!!” หญิงสาวรีบหนีมาอยู่ข้างหลังพาทต้าด้วยความหวาดกลัว “มึงยุ่งไรวะเรื่องของผัวเมีย มึงอยากเจอดีใช่มั้ย” ชายผู้นี้พยายามจะต่อยพาทต้า แต่พาทต้าหลบทันและสวนกลับไปอีกหลายมัด จนการ์ดพากันกรู่เข้ามาและลากตัวออกไป “เป็นอะไรรึเปล่าคับ” พาทต้าถามพร้อมถอดสูทออกสวมทับบนเดรสของหญิงสาวเนื่องจากโดนกระซากจนสายขาดทำให้พาทต้าเหลือบไปเห็นหน้าอกขาวๆที่ใหญ่เกินมาตรฐานโผล่ออกมารับลมเล่น คิดอะไรวะเนี้ย ยังไม่ถึงเวลา เขาคิดในใจ “ไม่เป็นไรคะ คุณละคะเจ็บตรงไหนรึเปล่า ขอบคุณคุณมากๆนะคะ ถ้าไม่มีคุณข้าวคง....” เธอตอบเขาด้วยใบหน้าตกใจพร้อมกับดึงเสื้อที่เค้าสวมให้ปิดหน้าอกของเธอไว้ เธอยังคงตกใจไม่หายกับเหตุการณ์นี้เพราะเธอไม่เคยเจอมาก่อนทำให้เธอกลัว “คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้วคับ แล้วคุณมาคนเดียวเหรอคับ” พาทต้าแกล้งถามทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว “เปล่าคะ ข้าวมากลับเพื่อนๆนะคะ จริงด้วยเพื่อนคงเป็นห่วงข้าวแย่แล้วหายออกมานาน” “งั้นรีบกลับเถอะคับเดี๋ยวเพื่อนเป็นห่วงเดี๋ยวผมไปส่งที่โต๊ะ” “ไม่เป็นไรแล้วคะ ข้าวกลับเองได้เดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่” “ก็ได้คับถ้าคุณแน่ใจ แล้วคุณชื่อข้าวเหรอคับน่ารักดีนะ ผมชื่อพาทต้านะ” พาทต้าแนะนำตนเองพร้อมยิ้มโชว์ฟันที่เรียงเป็นระเบียบอย่างสวยงาม มีลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง หญิงสาวพึ่งสังเกตว่าผู้ชายที่ช่วยเธอไว้เป็นคนดีมาก หล่อ น่ารัก สูงราวๆ 185 ซม. น่าจะได้ ผิวขาว ตาสวย จมูกโด่งดุจผู้หญิง เธอมองด้วยความหลงใหล ซึ่งเธอไม่เคยมองผู้ชายคนไหนเช่นนี้มาก่อนในชีวิต “คุณข้าวคับเป็นอะไรรึเปล่าคับ” “ปะ เปล่าคะ ฉันชื่อ ต้นข้าวคะ เรียกข้าวเฉยๆก็ได้” “นี่นามบัตรผมนะคับ ไว้เผื่อคุณอยากเจอผม” เขากล่าวอย่างเข้าข้างตนเองพร้อมยื่นให้เธอ เธอรับมาแต่โดยดี “คะ ไว้เจอกันนะคะฉันขอตัวก่อนเสื้อคุณไว้ซักแล้วฉันจะคืนให้” เธอหันมายิ้มให้เขาแล้วขอตัวกลับไปยังโต๊ะเพื่อนๆของเธอ “ฮึ เธอจะได้เจอฉันแน่ต้นข้าว” เมื่อต้นข้าวกลับมาถึงโต๊ะเพื่อนๆถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้เธอก็เล่าให้เพื่อนๆฟังเพื่อไม่ให้เพื่อนเป็นกังวล เพื่อนก็สงสัยว่าใครกันที่มาช่วยหญิงสาว แต่หญิงสาวก็ไม่ได้บอกรายละเอียดมากมาย เพราะเธอก็ไม่รู้จักเขามาก่อนเช่นกันกัน จากนั้นก็พากันกับบ้าน *** พระเอกจะตอแหลนิดๆนะคะ ถ้ารีดคนไหนอ่านแล้วงงๆ ขอโทดด้วยนะคะเพิ่งเขียนเป็นเรื่องแรก แนะนำได้นะคะ เดี๋ยวไรท์จะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น เม้นให้กำลังใจกันด้วยนะคะ ^^“ปล่อยข้าวนะ.....” “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ มานี่!!” เขาดึงเธอออกมายังหลังร้านซึ่งไม่มีใครผ่านมาแน่นอน “จะทำอะไรค่ะ ปล่อยนะคะ! เพื่อนข้าวกำลังรออยู่ ข้าวต้องรีบไปแล้ว” “เธอรักฉันไม่ใช่เหรอเหรอ?” “ข้าวกำลังพยายามเลิกรักอยู่คุณไม่ต้องห่วง ข้าวจะอยู่ห่างๆคุณค่ะ” “ถ้ามันลำบากมากเธอก็เลิกพยายามแล้วก็รักฉันเหมือนเดิม” “ไม่ค่ะ ข้าวพอแล้ว ขอตัวนะคะ” เขาดึงเธอมากอดไว้จากด้านหลัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำฝนก็มาเที่ยวเหมือนกัน และออกมาเจอพอดีเธอจึงรีบถ่ายรูปส่งไปยังไลน์ของปลายทางทันที“หึ แอบมาพอดรักกันสินะ ฉันอยากรู้ว่าแฟนคุณจะแกล้งทนโง่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เมื่อไหร่คุณจะหันลงมามองฉันบ้างค่ะคุณณัฐพัชน์ ในเมื่อฉันไม่มีความสุขใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมีความสุข!!” ฝนคิดอย่างน้อยใจในโชคชะตาและความริษยา“ไว้เราค่อยคุยกันคืนนี้ ฉันจะไปหาที่บ้านเข้าใจมั้ย รีบเข้าข้างในได้แล้วเพื่อนเธอคงตามหากันแล้วมั้ง” เขาคลายอ้อมกอดออกและปล่อยให้เธอกลับเข้าไปหาเพื่อนข้างในโดยที่ไม่พูดอะไรสาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะเขายังไม่เบื่อ ยังอยากกอด อยากจูบ อยากสัมผั
มือน้อยของต้นข้าวบีบกันจนแน่นด้วยความโกรธ ปนน้อยใจเมื่อพาทต้าเรียกเธอกับฝนเข้ามาพบ แต่ไม่ยอมฟังเธออธิบายเลย เขาเชื้อในสิ่งที่ฝนพูดทั้งหมด เมื่อเขาไม่ยอมฟังเธอเช่นนี้จะเรียกเธอมาด้วยเหตุอันใดเล่า เธอกล่าวว่าเขาในใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ใครได้รับรู้ “คุณฝน เชิญคุณออกไปได้ และผมก็หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในบริษัทผมอีกนะครับ” “ค่ะ ท่านประธานฝนสัญญาค่ะ” เธอหันมามองหน้าต้นข้าวด้วยความไม่พอใจ และรีบเดินออกจากห้องของพาสต้าทันทีที่ท่านประธานหนุ่มกล่าวเสร็จ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะท่านประธาน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“จะไปไหน ผมยังไม่อนุญาตให้คุณออกไปเลยนิ”“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าค่ะ”“ผมมีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เย็นนี้คุณว่างมั้ย?”“เอ่อออ คือคุยตอนนี้ไม่ได้หรอค่ะ” ด้วยความน้อยใจที่อยู่ๆ เขาก็หายไปแบบไม่ติดต่อมาเลย แถมยังกล่าวว่าเธอเป็นคนผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีก จึงทำให้เธอไม่อยากไปไหนกับเขาอีก เพราะอึดอัดที่ภายในใจมีแต่คำถามากมายแต่ไม่สามารถเอ่ยถามเขาได้เลย“ได้สิ มันก็ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรหรอก”“ค่ะ?” เธอแปลกใจในสรรพนามที่เป
หลังจากนั้นไม่นานพาทต้าก็ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเกือบเช้ามืด เขารีบคลายหญิงสาวออกจากอ้อมกอดทันที พลางนึกโทษตัวเองที่เผลอตัวเองกอดร่างนุ่มนิ่มทั้งคืน เพียงชั่วครู่ใบหน้าแฟนสาวก็ลอยขึ้นมาในหัวจึงรีบควานหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์เมื่อคืนมาสวมใส่รวบๆ ก่อนที่จะมีคนมาเห็น และไม่รอช้ารีบเปิดหน้าต่างกระโดดลงจากระเบียงเพื่อไปยังห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันมามองหญิงสาวเลย “อื่อออ เมื่อยจัง” เสียงของหญิงสาวที่ตื่นขึ้นมาในสาววันใหม่เพียงลำพังด้วยความมเมื่อยล้า มองหาคนที่เธอรักที่นอนด้วยกันเมื่อคืนแต่ก็ไม่พบ เหลือเพียงความว่างเปล่าบนที่นอนที่ไร้ไออุ่นจากฝั่งของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาคงออกไปนานแล้วเธอจึงได้แต่คิดน้อยใจว่าที่เธอเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรกับหญิงขายบริการเลย จะต่างกันแค่ตรงที่เขาไม่ได้ให้เงินเธอทุกครั้งที่ได้ร่วมกันแค่นั้นเอง แค่คิดเพียงเท่านี้ก็พลันให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตอย่างไม่รู้ตัว นานนับ 5 นาทีพอตั้งสติได้ ก็คิดว่าเขาคงกลัวคนมองเธอไม่ดีคิดจะจับเขา เขาจึงทำเช่นนี้“เอาน่า ยังไงเขาก็เป็นห่วงเรา ไม่งอแงนะต้นข้าว” หญิงสาวบอกกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับพา
เวลาล่วงเลยมาจน 12.30 น. ทุกคนเมื่อเก็บของสัมภาระตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกลับมารวมตัวกันบริเวณห้องอาหารที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้เองตามความชอบของแต่ละบุคคล “ทาง Grand Dimon มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้เลือกมาพักกับทางรีสอร์ทของเรา ดังนั้นตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารได้จนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นขอให้ทุกท่านไปพร้อมเพรียงกันที่ชายหาดเพื่อขึ้นเรือไปดูจุดชมวิวบริเวณหน้าผา และดำน้ำดูปะการังใต้ทะเลน้ำตื้นนะครับ หากสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อพนักงานได้ที่เค้าท์เตอร์บริเวณประตูข้างทางเข้าห้องอาหารได้เลยนะครับ ขอให้ทานให้อร่อยครับ” เมื่อผู้จัดการรีสอร์ทกล่าวเสร็จทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกันตามอัธยาศัย บางคนไม่ทานก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ตามจุดต่างๆ อย่างตื่นเต้น และสนุกสนาน ด้านต้นข้าวเธอเลือกอาหารสองสามอย่างแล้วนำมานั่งทานบริเวณริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับจิตใจที่หม่นหมองของเธอเพียงลำพัง“ทานคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ” เคมีเพื่อนของพาทต้าเดินถื
วารินทร์นั่งรอแฟนหนุ่มที่บอกว่าจะมารับเธอในตอนเย็นแต่ตอนนี้มันเลยหกโมงเย็นมาแล้วยังไม่โผล่หน้ามาเลย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเธอสังหรณ์ใจแปลกๆเพราะก่อนหน้านี้มีคนในบริษัทเขาแอบส่งรูปเขากับผู้หญิงปริศนาคนหนึ่งมาให้ทางไลน์แต่ติดต่อกลับไปไม่ได้ทำให้ภายในใจของเธอค่อยๆเกิดคำถามและแรงหึงหวง คอยจับผิดแฟนหนุ่มแบบห่างๆตลอดเวลา เพียงไม่กี่อึดใจรถ Mercedes คันหรูของชายหนุ่มแฟนอันเป็นที่รักของเธอก็แล่นมายังหน้าคฤหาสน์ตรงจุดที่เธอรอพอดี เธอรีบเดินไปหาด้วยใจที่ร้อนรนพลางทำหน้างอ ต่อว่าเขาด้วยความไม่พอใจที่มาช้า "ทำไมต้ามาช้าแบบนี้รู้มั้ยรินรอต้าจะครบชั่วโมงแล้ว" "ผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ แล้วอีกอย่างรถก็ติดมากด้วย รินไม่งอลผมนะครับ ผมขอโทษ" "ช่วงนี้ต้าดูแปลกๆไปนะ ต้าไม่เคยมารับรินช้าเลยตั้งแต่ครบกัน" "รินอย่าหาเรื่องทะเลาะเลย เดี๋ยวไม่สวยน้าา ไหนๆยิ้มหน่อยสิที่รักของผม" เขาดึงแก้มเธอไปมาเหมือนเด็กน้อย เธอจึงยอมยิ้มแต่ไม่ยอมลืมเรื่องนี้แน่ๆเขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงเลวคนนั้นเป็นใครถึงกล้ามายุ่งกับคนรักของเธอ " รินไม่ใช่เด็กนะ แก้มช้ำหมดแล้วเนี้ย รี
เช้าวันจันทร์อันสดใสของใครหลายๆคนรวมถึงต้นข้าวด้วย หลังจากวันนั้นผ่านมา 2 วันร่างกายของต้นข้าวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แม้จะมีร่องรอยเหลืออยู่ตามลำคอบ้างแต่เธอก็ใช้คอลซีเลอร์ปกปิดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานในบริษัท เขาไปรับเธอที่บ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “ข้าว ผมมีเรื่องอยากให้เราตกลงกัน” “เรื่องอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย “ผมอยากให้ข้าวเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน คือผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี คุณเข้าใจผมใช่มั้ย?” “แต่ว่า....” “นะครับบบ” “ค่ะ ข้าวตามใจคุณ ข้าวไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” “ขอบคุณข้าวมากนะครับที่เข้าใจผม” เธอเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาคิดในใจอย่างผู้ที่ถือไผ่เหนือกว่า เขาจอดรถที่โซนของผู้บริหารบริษัท และให้ต้นข้าวเดินออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัยของคนในบริษัทซึ่งเธอก็ทำตามแต่โดยดี ไม่นานเขาก็เดินตามออกไปโดนขึ้นลิฟต์ตัวของฝั่งผู้บริหาร เมื่อเขามาถึงก็เห็นเธอนั่งรถที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วจึงหันไปสั่งกาแฟเหมือนเป็นแค่เจ้านายและลูกน้องธรรมดา ซึ่งต้นข้าวก็เข้าใจดีต







