Masukต้นข้าวเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเช้าตรู่ เธอมานั่งรอหน้าห้องประธานตามที่เขาบอกไว้เมื่อวาน เมื่อเวลาผ่านไปราวๆ 20 นาที ก็เริ่มมีพนักงานทยอยกันมาทำงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากเธอก่อนเวลาทำงานของบริษัทถึง 30 นาที ทันใดนั้นเลขาของท่านประธานก็เดินเข้ามาหาเธอ
“สวัสดีคับ คุณณัฐรธิดา วรรณรัตน์ ใช่มั้ยคับ” “สวัสดีคะ ใช่คะคุณคือ...” เธอตอบคำถาพร้อมกับยกมือไว้นิลทัศน์ “ผมนิลทัศน์ เลขาประจำตัวท่านประทานคับ” “อ่อคะๆ” เธอตอบพร้อมกับเดินตามเขาไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเลขาหน้าห้องประธาน “เอ่ออ ขอโทษนะคะนี่โต๊ะทำงานของดิฉันไม่ได้อยู่ในแผนกเหรอคะ” เธอถามด้วยความสงสัยพร้อมที่เธออ่านโครงสร้างของบริษัท ฝ่ายออกแบบจะอยู่อีกแผนกหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นล่างของห้องประธาน “พอดีว่างานที่คุณต้องทำคืออกการออกแบบรถที่ต่างจากรถธรรมดาโดยทั่วไปที่ต่างไปเพราะต้องออกแบบตามเจ้าของที่มาจ้างให้ออกแบบเท่านั้น ซึ่งแบบจะต้องไม่เหมือนใครในโลกแล้วให้บริษัทเราผลิตตามที่ได้ร่างแบบไว้ และแน่นอนบุคคลเหล่านั้นต้องเป็นแขกวีไอวีของบริษัทเรา” “ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าจะทำได้” เธอตอบอย่างลังเลและประหม่ากลัวจะทำงานออกมาไม่ดีพอ “ไม่ต้องกลัวคับ ผมจะให้คุณศึกษาจุดเด่น จุดด้อยของการออกแบบรถยนต์ของบริษัทเราก่อน นี่คับข้อมูล” เขาบอกพร้อมให้ลุกน้องยกแฟ้มเอกสารการออกแบบรถยนต์มาราวๆ 7 8 แฟ้มแต่ละแฟ้มหนามาก เธอมองด้วยความตกใจ “หมดนี่เลยเหรอคะ” ฉันจะอ่านหมดมั้ยเนี้ยวันนี้ “ใช่คับ ท่านประธานให้คุณศึกษาให้ละเอียดเพื่อจะไม่ได้ผิดพลาดในการออกแบบครั้งแรกของคุณ” “คะ ฉันจะทำให้ดีที่สุดคะ” ต้องสู้ๆนะ ต้นข้าว โอกาสมาถึงแล้ว “งั้นผมขอตัวนะคับ” หลังจากที่เลขานิลทัศน์ของไป เธอก็เริ่มเปิดอ่าแฟ้มแรกซึ่งมันหนามาก เธอเปิดอ่านอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด จนเวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยง “เห้ออออ เที่ยงแล้วเหรอเนี้ย เมื่อยคอจังเลยย” เธอกำลังบิดขี้เกียจเพราะคิดว่าไม่มีใครเห็น เป็นจังหวะที่พาทต้าเดินมาพอดี “เริ่มงานวันแรกขี้เกียจแล้วเหรอคับ” เขาถามเธอพร้อมทำหน้ายิ้มๆ “ไม่ใช่อย่างงั้นนะคะ ข้าวแค่เมื่อย” เธอปฎิเสธเขาทันควัน “ฮ่าๆๆ ผมเปล่าว่าอะไรนิคับ ไม่ทราบว่าคุณข้าวทานข้าวรึยังคับ” “ยังเลยคะ ข้าวกำลังจะลงไป” “งั้นไปทานด้วยกันนะคับ ผมเพิ่งประชุมเสร็จยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ถึงว่าทำไมเธอไม่เห็นเขาในตอนเช้านึกว่าไม่มีความรับผิดชอบ ที่แท้เขามีประชุมนิเอง “จะดีเหรอคะ” “ไม่เป็นไรหรอกคับ หรือว่าคุณข้าวไม่สะดวก” “ก็ได้คะ” เขายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาขับรถพาเธอมาที่ร้านอาหารหรูร้านหนึ่งที่บรรยากาศร่มรื่นเป็นส่วนตัวคนไม่เยอะ ชาตินี้ทั้งชาติเธอไม่มีวันได้มานั่งกินอาหารในร้านหรูๆอย่างนี้แน่ถ้าเขาไม่พามา เธอเดินเก้ๆกังๆ เพราะไม่เคยมาร้านแบบนี้ “คุณข้าวเป็นอะไรคับ?” เขาถามทั้งๆที่รู้แน่นอนว่าเธอไม่เคยมาร่านแบบนี้ เธอไม่มีเงินจ่ายอาหารราคาแพงๆอย่างนี้แน่นอนและที่เขาพาเธอมาเพราะจะกินเหงื่อมันต้องลงทุนผู้หญิงส่วนมากชอบผู้ชายรวยๆและแน่นอนเขาคือหนึ่งผู้ชายที่ทั้งหล่อ และรวยมากๆ เขาคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง “ป่าวคะ ข้าวแค่ไม่เคยมาทานอาหารในที่แบบนี้” เธอตอบเขาตามควาวมจริง “เดี๋ยวผมจะพาข้าวมาบ่อยๆนะคับ ข้าวจะได้ชิน” เขาพูดพร้อมจับมือคนตัวเล็กเดินเข้าไปในร้าน เขาเดินพาเธอไปยังด้านในของร้านที่มีกระจกมองออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาแสนสวย หญิงสาวมองวิวนั้นด้วยความตื่นเต้น ชายหนุ่มเผลอยิ้มตามในความน่ารักของเหยื่อตัวน้อยๆ เมื่อนึกขึ้นได้เขาก็ปั้นหน้าเป็นปกติเหมือนเดิม เมื่อเขาสั่งอาหารเสร็จอาหารก็ทยอยมาเสริร์ฟจนเต็มโต๊ธ “คุณต้าสั่งเยอะจัง จะทานหมดมั้ยคะเนี้ย” “ผมอยากให้คุณทานเยอะๆ ผมอยากให้คุณข้าวมีความสุข” “คะ ขอบมีความสุขมากๆ ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ เธอจะได้มีความสุขมากกว่านี้แน่ต้นข้าว สุขจนเธอต้องรอขอเขาเรื่อยๆแน่นอน แค่คิดเขาก็พาลจะทนรอเวลาต่อไปไม่ไหวแล้ว ใจเย็นไว้พาทต้าใจเย็นไว้ เขาได้แต่นับ 1 – 10 ในใจ “ทานเยอะๆนะคับ” จากนั้นเขาตักนู้น ตักนี่ให้ต้นข้าวจนต้นข้าวทานไม่ไหว “พอแล้วคะ คุณต้าทานบ้างสิคะ ดูสิข้าวจะกินไม่ไหวแล้ว” “ผมไม่ค่อยชอบกับเท่าไหร่คับ ผมอยากกินข้าวมากกว่า” เขามองตาหน้าพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์ “คุณต้า!!” เธออายจนแก้มแดงเมื่อเขาพูดสองแหง่สองง่าม “ฮ่าๆ รีบกินเถอะคับ” ทำเป็นเขินอาย เธอเล่นละครจับผู้ชายเอาเงินได้ดีมากจริงๆ จนเขาเกือบจะหลงเชื่อ ผู้หญิงที่กินเหล้า เข้าผับมีเหรอจะไม่เคยผ่านผู้ชาย ตลกสิ้นดี “ข้าวอิ่มแล้วคะ” พูดพร้อมเหลือบดูนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาว่าจะถึง 13.00 น. แล้ว เธอไม่อยากเข้างานช้า ยิ่งมากินกับเจ้านายเดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี ทั้งคู่ได้ลงจากรถเดินเข้ามาในบริษัทพร้อมกับทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานบริษัท คนหนึ่งตัวเล็กข้าวหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา อีกคนสูงหล่อเหมือนดาราทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก มีทั้งคนชื่นชม และอิจฉาพูดต่อกันไปต่างๆ นานา พอเห็นสายตาอันเฉียบคมของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานต่างพากันแยกย้ายไปทำงานของตัวเองทันที “คุณข้าว คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคับ” “คะเปล่าค่ะ ข้าวขอตัวไปทำงานนะคะ” เธอนั่งอ่านข้อมูลจากแฟ้มที่คุณเลขาให้มาอย่างตั้งใจ แต่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที กรี้ง ๆ ๆ “สวัสดีค่ะ” “เข้ามาพบผมข้างในหน่อยคับ” “ได้คะคุณต้า” ก๊อก ๆ ๆ “ขออนุญาตินะคะ” “เชิญคับ” “คุณต้ามีอะไรด่วนรึเปล่าค่ะ?” “คิดถึงข้าว” เขาบอกเธอพร้อมกับทำตาหวานเลี่ยน เธออายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้ได้เลยตอนนี้ เขามองใบหน้าที่แดงยิ่งกว่าผลเชอรี่อย่างหลงใหล เธออายได้สมจริงมาก “ถ้าคุณต้าไม่มีอะไรข้าวขอตัวนะคะ” เธอทำท่าจะหันหลังกลับออกจากห้อง แต่มือยาวของเขาได้จับและดึงเธอเข้ามาหาตัวด้วยความที่เธอตัวเล็กทำให้เธอเซมาปะทะอกแกร่งของเขาอย่างจัง ทำริมฝีปากบางชมพูธรรมชาติชนเขากับริมฝีปากหนาสีชมพูไม่ต่างจากหญิงสาวเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอได้สติจึงพยายามถอยออกมาแต่ทำได้แค่คิดเพราะเขาได้กดศีรษะทุยของเธอไว้และจูบหญิงสาวอย่างจาบจ้วง เธอพยายามปิดปากเพื่อไม่ให้เขาลุกล้ำเข้ามาในปากบางเธอแต่ก็ไม่สามารถทำได้ด้วยชันเชิงที่เหนือกว่าทำให้เขาเอาลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหวานในปากเธออย่างหลงใหลในความไม่ประสีประสาของเธอ ตัวเธออ่อนละทวยดีที่เขาประคองไว้จูบเนินนานจนเธอแทบหายใจไม่ออก เขาจึงยอมผละริมฝีปากออกมาเพราะกลัวเธอขาดอากาศไปซะก่อน เธอหน้าแดงด้วยความอายที่ยอมให้เขาจูบโดยไม่ขัดขืน เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่ร้อนลุ่มถ้านานกว่านี้เขาได้จับเธอกดตรงนี้แน่ ผู้หญิงอะไรปากหวานอย่างกับน้ำผึ้ง “ผมขอโทษนะคับคุณข้าว” “ไม่เป็นไรคะ ไม่มีอะไรแล้วข้าวขอตัวนะคะ” เธอเดินออกไปจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว ฉันเป็นอะไรไปเนี้ยต้นข้าว ไม่นะหัวใจเธอจะเต้นแบบนี้ไม่ได้นะ เธอแค่หลงใหลในความดีที่เขาทำให้ เพราะเธอไม่เคยได้ความรักความเอาใจใส่จากใคร พอมีใครทำดีด้วยเธอเลยปลื้มเขา ไม่มีอะไรหรอก ทำงานๆๆ หญิงสาวบอกตัวเองในใจ เพราะตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันเกิดคำถามมากหมายในใจ เขาจูบเธอทำไม หรือแค่อุบัติเหตุ เขาคือผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง หรือว่าเธอจะหลงรักท่านประธานคนนี้เสียแล้ว เวลาเลิกงานเขารีบออกมาจากห้องเพื่อที่จะทำคะแนนด้วยการอาสาไปส่งเธอที่บ้านแต่ก็ถึงกับแห้วรับประทานเพราะเธอรีบกลับก่อนที่เขาจะออกมาเสียอีก ไวจริงๆ ต้นข้าว ไว้คราวหน้าก็ไม่สาย เขาเขียนข้อความส่งไปในไลน์กลุ่ม /50% แล้วนะพวกมึงเตรียมเงินไว้จ่ายค่าเหล้าให้กูได้เลย/ “ไม่นานรอนะต้นขาว” จากนั้นเขาก็ผิวปากอย่างอารมณ์ดีขึ้นรถ mercedes benz รุ่นใหม่ล่าสุด มุ่งตรงไปยังผับที่เขาไปเป็นประจำด้วยความรวดเร็ว ต้นข้าวไม่เป็นอันรดน้ำต้นไม้ หลังจากที่กลับมาถึงบ้านเธอพยายามหากิจกรรมนู้น นี่ทำเพื่อที่จะได้ไม่ให้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันมากวนสมองของเธอแต่เปล่าเลย เธอหยิบจับอะไรมักจะมีเหตุการณ์ที่เขาจูบเธอโผล่มาในความคิดตอลอดเวลา เธอจับริมฝีปากตัวเองแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว ขนาดป้าข้างบ้านทักเธอยังไม่ได้ยินเลย “หนูข้าววันนี้แปลกๆ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ยืนยิ้มสงสัยมีความรักแน่ๆ” ***เอาแล้วไงต้นข้าวอย่าหลงกล ไอ้คุณพาทต้าตัวร้ายเด็ดขาดเลยนะ*** เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ถ้ามีผลตอบรับกลับมาดีไรท์จะลงให้จดจบเลยนะคะ ขอบคุณคะ“ปล่อยข้าวนะ.....” “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ มานี่!!” เขาดึงเธอออกมายังหลังร้านซึ่งไม่มีใครผ่านมาแน่นอน “จะทำอะไรค่ะ ปล่อยนะคะ! เพื่อนข้าวกำลังรออยู่ ข้าวต้องรีบไปแล้ว” “เธอรักฉันไม่ใช่เหรอเหรอ?” “ข้าวกำลังพยายามเลิกรักอยู่คุณไม่ต้องห่วง ข้าวจะอยู่ห่างๆคุณค่ะ” “ถ้ามันลำบากมากเธอก็เลิกพยายามแล้วก็รักฉันเหมือนเดิม” “ไม่ค่ะ ข้าวพอแล้ว ขอตัวนะคะ” เขาดึงเธอมากอดไว้จากด้านหลัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำฝนก็มาเที่ยวเหมือนกัน และออกมาเจอพอดีเธอจึงรีบถ่ายรูปส่งไปยังไลน์ของปลายทางทันที“หึ แอบมาพอดรักกันสินะ ฉันอยากรู้ว่าแฟนคุณจะแกล้งทนโง่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เมื่อไหร่คุณจะหันลงมามองฉันบ้างค่ะคุณณัฐพัชน์ ในเมื่อฉันไม่มีความสุขใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมีความสุข!!” ฝนคิดอย่างน้อยใจในโชคชะตาและความริษยา“ไว้เราค่อยคุยกันคืนนี้ ฉันจะไปหาที่บ้านเข้าใจมั้ย รีบเข้าข้างในได้แล้วเพื่อนเธอคงตามหากันแล้วมั้ง” เขาคลายอ้อมกอดออกและปล่อยให้เธอกลับเข้าไปหาเพื่อนข้างในโดยที่ไม่พูดอะไรสาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะเขายังไม่เบื่อ ยังอยากกอด อยากจูบ อยากสัมผั
มือน้อยของต้นข้าวบีบกันจนแน่นด้วยความโกรธ ปนน้อยใจเมื่อพาทต้าเรียกเธอกับฝนเข้ามาพบ แต่ไม่ยอมฟังเธออธิบายเลย เขาเชื้อในสิ่งที่ฝนพูดทั้งหมด เมื่อเขาไม่ยอมฟังเธอเช่นนี้จะเรียกเธอมาด้วยเหตุอันใดเล่า เธอกล่าวว่าเขาในใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ใครได้รับรู้ “คุณฝน เชิญคุณออกไปได้ และผมก็หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในบริษัทผมอีกนะครับ” “ค่ะ ท่านประธานฝนสัญญาค่ะ” เธอหันมามองหน้าต้นข้าวด้วยความไม่พอใจ และรีบเดินออกจากห้องของพาสต้าทันทีที่ท่านประธานหนุ่มกล่าวเสร็จ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะท่านประธาน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“จะไปไหน ผมยังไม่อนุญาตให้คุณออกไปเลยนิ”“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าค่ะ”“ผมมีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย เย็นนี้คุณว่างมั้ย?”“เอ่อออ คือคุยตอนนี้ไม่ได้หรอค่ะ” ด้วยความน้อยใจที่อยู่ๆ เขาก็หายไปแบบไม่ติดต่อมาเลย แถมยังกล่าวว่าเธอเป็นคนผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีก จึงทำให้เธอไม่อยากไปไหนกับเขาอีก เพราะอึดอัดที่ภายในใจมีแต่คำถามากมายแต่ไม่สามารถเอ่ยถามเขาได้เลย“ได้สิ มันก็ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรหรอก”“ค่ะ?” เธอแปลกใจในสรรพนามที่เป
หลังจากนั้นไม่นานพาทต้าก็ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเกือบเช้ามืด เขารีบคลายหญิงสาวออกจากอ้อมกอดทันที พลางนึกโทษตัวเองที่เผลอตัวเองกอดร่างนุ่มนิ่มทั้งคืน เพียงชั่วครู่ใบหน้าแฟนสาวก็ลอยขึ้นมาในหัวจึงรีบควานหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์เมื่อคืนมาสวมใส่รวบๆ ก่อนที่จะมีคนมาเห็น และไม่รอช้ารีบเปิดหน้าต่างกระโดดลงจากระเบียงเพื่อไปยังห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันมามองหญิงสาวเลย “อื่อออ เมื่อยจัง” เสียงของหญิงสาวที่ตื่นขึ้นมาในสาววันใหม่เพียงลำพังด้วยความมเมื่อยล้า มองหาคนที่เธอรักที่นอนด้วยกันเมื่อคืนแต่ก็ไม่พบ เหลือเพียงความว่างเปล่าบนที่นอนที่ไร้ไออุ่นจากฝั่งของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาคงออกไปนานแล้วเธอจึงได้แต่คิดน้อยใจว่าที่เธอเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรกับหญิงขายบริการเลย จะต่างกันแค่ตรงที่เขาไม่ได้ให้เงินเธอทุกครั้งที่ได้ร่วมกันแค่นั้นเอง แค่คิดเพียงเท่านี้ก็พลันให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตอย่างไม่รู้ตัว นานนับ 5 นาทีพอตั้งสติได้ ก็คิดว่าเขาคงกลัวคนมองเธอไม่ดีคิดจะจับเขา เขาจึงทำเช่นนี้“เอาน่า ยังไงเขาก็เป็นห่วงเรา ไม่งอแงนะต้นข้าว” หญิงสาวบอกกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับพา
เวลาล่วงเลยมาจน 12.30 น. ทุกคนเมื่อเก็บของสัมภาระตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกลับมารวมตัวกันบริเวณห้องอาหารที่ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้เองตามความชอบของแต่ละบุคคล “ทาง Grand Dimon มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางบริษัทได้เลือกมาพักกับทางรีสอร์ทของเรา ดังนั้นตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงมือทานอาหารได้จนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นขอให้ทุกท่านไปพร้อมเพรียงกันที่ชายหาดเพื่อขึ้นเรือไปดูจุดชมวิวบริเวณหน้าผา และดำน้ำดูปะการังใต้ทะเลน้ำตื้นนะครับ หากสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อพนักงานได้ที่เค้าท์เตอร์บริเวณประตูข้างทางเข้าห้องอาหารได้เลยนะครับ ขอให้ทานให้อร่อยครับ” เมื่อผู้จัดการรีสอร์ทกล่าวเสร็จทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารกันตามอัธยาศัย บางคนไม่ทานก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ตามจุดต่างๆ อย่างตื่นเต้น และสนุกสนาน ด้านต้นข้าวเธอเลือกอาหารสองสามอย่างแล้วนำมานั่งทานบริเวณริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับจิตใจที่หม่นหมองของเธอเพียงลำพัง“ทานคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ” เคมีเพื่อนของพาทต้าเดินถื
วารินทร์นั่งรอแฟนหนุ่มที่บอกว่าจะมารับเธอในตอนเย็นแต่ตอนนี้มันเลยหกโมงเย็นมาแล้วยังไม่โผล่หน้ามาเลย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเธอสังหรณ์ใจแปลกๆเพราะก่อนหน้านี้มีคนในบริษัทเขาแอบส่งรูปเขากับผู้หญิงปริศนาคนหนึ่งมาให้ทางไลน์แต่ติดต่อกลับไปไม่ได้ทำให้ภายในใจของเธอค่อยๆเกิดคำถามและแรงหึงหวง คอยจับผิดแฟนหนุ่มแบบห่างๆตลอดเวลา เพียงไม่กี่อึดใจรถ Mercedes คันหรูของชายหนุ่มแฟนอันเป็นที่รักของเธอก็แล่นมายังหน้าคฤหาสน์ตรงจุดที่เธอรอพอดี เธอรีบเดินไปหาด้วยใจที่ร้อนรนพลางทำหน้างอ ต่อว่าเขาด้วยความไม่พอใจที่มาช้า "ทำไมต้ามาช้าแบบนี้รู้มั้ยรินรอต้าจะครบชั่วโมงแล้ว" "ผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ แล้วอีกอย่างรถก็ติดมากด้วย รินไม่งอลผมนะครับ ผมขอโทษ" "ช่วงนี้ต้าดูแปลกๆไปนะ ต้าไม่เคยมารับรินช้าเลยตั้งแต่ครบกัน" "รินอย่าหาเรื่องทะเลาะเลย เดี๋ยวไม่สวยน้าา ไหนๆยิ้มหน่อยสิที่รักของผม" เขาดึงแก้มเธอไปมาเหมือนเด็กน้อย เธอจึงยอมยิ้มแต่ไม่ยอมลืมเรื่องนี้แน่ๆเขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงเลวคนนั้นเป็นใครถึงกล้ามายุ่งกับคนรักของเธอ " รินไม่ใช่เด็กนะ แก้มช้ำหมดแล้วเนี้ย รี
เช้าวันจันทร์อันสดใสของใครหลายๆคนรวมถึงต้นข้าวด้วย หลังจากวันนั้นผ่านมา 2 วันร่างกายของต้นข้าวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แม้จะมีร่องรอยเหลืออยู่ตามลำคอบ้างแต่เธอก็ใช้คอลซีเลอร์ปกปิดไว้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานในบริษัท เขาไปรับเธอที่บ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “ข้าว ผมมีเรื่องอยากให้เราตกลงกัน” “เรื่องอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย “ผมอยากให้ข้าวเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน คือผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี คุณเข้าใจผมใช่มั้ย?” “แต่ว่า....” “นะครับบบ” “ค่ะ ข้าวตามใจคุณ ข้าวไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ” “ขอบคุณข้าวมากนะครับที่เข้าใจผม” เธอเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาคิดในใจอย่างผู้ที่ถือไผ่เหนือกว่า เขาจอดรถที่โซนของผู้บริหารบริษัท และให้ต้นข้าวเดินออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัยของคนในบริษัทซึ่งเธอก็ทำตามแต่โดยดี ไม่นานเขาก็เดินตามออกไปโดนขึ้นลิฟต์ตัวของฝั่งผู้บริหาร เมื่อเขามาถึงก็เห็นเธอนั่งรถที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วจึงหันไปสั่งกาแฟเหมือนเป็นแค่เจ้านายและลูกน้องธรรมดา ซึ่งต้นข้าวก็เข้าใจดีต







