LOGINต้นข้าวเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเช้าตรู่ เธอมานั่งรอหน้าห้องประธานตามที่เขาบอกไว้เมื่อวาน เมื่อเวลาผ่านไปราวๆ 20 นาที ก็เริ่มมีพนักงานทยอยกันมาทำงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากเธอก่อนเวลาทำงานของบริษัทถึง 30 นาที ทันใดนั้นเลขาของท่านประธานก็เดินเข้ามาหาเธอ
“สวัสดีคับ คุณณัฐรธิดา วรรณรัตน์ ใช่มั้ยคับ” “สวัสดีคะ ใช่คะคุณคือ...” เธอตอบคำถาพร้อมกับยกมือไว้นิลทัศน์ “ผมนิลทัศน์ เลขาประจำตัวท่านประทานคับ” “อ่อคะๆ” เธอตอบพร้อมกับเดินตามเขาไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเลขาหน้าห้องประธาน “เอ่ออ ขอโทษนะคะนี่โต๊ะทำงานของดิฉันไม่ได้อยู่ในแผนกเหรอคะ” เธอถามด้วยความสงสัยพร้อมที่เธออ่านโครงสร้างของบริษัท ฝ่ายออกแบบจะอยู่อีกแผนกหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นล่างของห้องประธาน “พอดีว่างานที่คุณต้องทำคืออกการออกแบบรถที่ต่างจากรถธรรมดาโดยทั่วไปที่ต่างไปเพราะต้องออกแบบตามเจ้าของที่มาจ้างให้ออกแบบเท่านั้น ซึ่งแบบจะต้องไม่เหมือนใครในโลกแล้วให้บริษัทเราผลิตตามที่ได้ร่างแบบไว้ และแน่นอนบุคคลเหล่านั้นต้องเป็นแขกวีไอวีของบริษัทเรา” “ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าจะทำได้” เธอตอบอย่างลังเลและประหม่ากลัวจะทำงานออกมาไม่ดีพอ “ไม่ต้องกลัวคับ ผมจะให้คุณศึกษาจุดเด่น จุดด้อยของการออกแบบรถยนต์ของบริษัทเราก่อน นี่คับข้อมูล” เขาบอกพร้อมให้ลุกน้องยกแฟ้มเอกสารการออกแบบรถยนต์มาราวๆ 7 8 แฟ้มแต่ละแฟ้มหนามาก เธอมองด้วยความตกใจ “หมดนี่เลยเหรอคะ” ฉันจะอ่านหมดมั้ยเนี้ยวันนี้ “ใช่คับ ท่านประธานให้คุณศึกษาให้ละเอียดเพื่อจะไม่ได้ผิดพลาดในการออกแบบครั้งแรกของคุณ” “คะ ฉันจะทำให้ดีที่สุดคะ” ต้องสู้ๆนะ ต้นข้าว โอกาสมาถึงแล้ว “งั้นผมขอตัวนะคับ” หลังจากที่เลขานิลทัศน์ของไป เธอก็เริ่มเปิดอ่าแฟ้มแรกซึ่งมันหนามาก เธอเปิดอ่านอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด จนเวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยง “เห้ออออ เที่ยงแล้วเหรอเนี้ย เมื่อยคอจังเลยย” เธอกำลังบิดขี้เกียจเพราะคิดว่าไม่มีใครเห็น เป็นจังหวะที่พาทต้าเดินมาพอดี “เริ่มงานวันแรกขี้เกียจแล้วเหรอคับ” เขาถามเธอพร้อมทำหน้ายิ้มๆ “ไม่ใช่อย่างงั้นนะคะ ข้าวแค่เมื่อย” เธอปฎิเสธเขาทันควัน “ฮ่าๆๆ ผมเปล่าว่าอะไรนิคับ ไม่ทราบว่าคุณข้าวทานข้าวรึยังคับ” “ยังเลยคะ ข้าวกำลังจะลงไป” “งั้นไปทานด้วยกันนะคับ ผมเพิ่งประชุมเสร็จยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ถึงว่าทำไมเธอไม่เห็นเขาในตอนเช้านึกว่าไม่มีความรับผิดชอบ ที่แท้เขามีประชุมนิเอง “จะดีเหรอคะ” “ไม่เป็นไรหรอกคับ หรือว่าคุณข้าวไม่สะดวก” “ก็ได้คะ” เขายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาขับรถพาเธอมาที่ร้านอาหารหรูร้านหนึ่งที่บรรยากาศร่มรื่นเป็นส่วนตัวคนไม่เยอะ ชาตินี้ทั้งชาติเธอไม่มีวันได้มานั่งกินอาหารในร้านหรูๆอย่างนี้แน่ถ้าเขาไม่พามา เธอเดินเก้ๆกังๆ เพราะไม่เคยมาร้านแบบนี้ “คุณข้าวเป็นอะไรคับ?” เขาถามทั้งๆที่รู้แน่นอนว่าเธอไม่เคยมาร่านแบบนี้ เธอไม่มีเงินจ่ายอาหารราคาแพงๆอย่างนี้แน่นอนและที่เขาพาเธอมาเพราะจะกินเหงื่อมันต้องลงทุนผู้หญิงส่วนมากชอบผู้ชายรวยๆและแน่นอนเขาคือหนึ่งผู้ชายที่ทั้งหล่อ และรวยมากๆ เขาคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง “ป่าวคะ ข้าวแค่ไม่เคยมาทานอาหารในที่แบบนี้” เธอตอบเขาตามควาวมจริง “เดี๋ยวผมจะพาข้าวมาบ่อยๆนะคับ ข้าวจะได้ชิน” เขาพูดพร้อมจับมือคนตัวเล็กเดินเข้าไปในร้าน เขาเดินพาเธอไปยังด้านในของร้านที่มีกระจกมองออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาแสนสวย หญิงสาวมองวิวนั้นด้วยความตื่นเต้น ชายหนุ่มเผลอยิ้มตามในความน่ารักของเหยื่อตัวน้อยๆ เมื่อนึกขึ้นได้เขาก็ปั้นหน้าเป็นปกติเหมือนเดิม เมื่อเขาสั่งอาหารเสร็จอาหารก็ทยอยมาเสริร์ฟจนเต็มโต๊ธ “คุณต้าสั่งเยอะจัง จะทานหมดมั้ยคะเนี้ย” “ผมอยากให้คุณทานเยอะๆ ผมอยากให้คุณข้าวมีความสุข” “คะ ขอบมีความสุขมากๆ ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ เธอจะได้มีความสุขมากกว่านี้แน่ต้นข้าว สุขจนเธอต้องรอขอเขาเรื่อยๆแน่นอน แค่คิดเขาก็พาลจะทนรอเวลาต่อไปไม่ไหวแล้ว ใจเย็นไว้พาทต้าใจเย็นไว้ เขาได้แต่นับ 1 – 10 ในใจ “ทานเยอะๆนะคับ” จากนั้นเขาตักนู้น ตักนี่ให้ต้นข้าวจนต้นข้าวทานไม่ไหว “พอแล้วคะ คุณต้าทานบ้างสิคะ ดูสิข้าวจะกินไม่ไหวแล้ว” “ผมไม่ค่อยชอบกับเท่าไหร่คับ ผมอยากกินข้าวมากกว่า” เขามองตาหน้าพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์ “คุณต้า!!” เธออายจนแก้มแดงเมื่อเขาพูดสองแหง่สองง่าม “ฮ่าๆ รีบกินเถอะคับ” ทำเป็นเขินอาย เธอเล่นละครจับผู้ชายเอาเงินได้ดีมากจริงๆ จนเขาเกือบจะหลงเชื่อ ผู้หญิงที่กินเหล้า เข้าผับมีเหรอจะไม่เคยผ่านผู้ชาย ตลกสิ้นดี “ข้าวอิ่มแล้วคะ” พูดพร้อมเหลือบดูนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาว่าจะถึง 13.00 น. แล้ว เธอไม่อยากเข้างานช้า ยิ่งมากินกับเจ้านายเดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี ทั้งคู่ได้ลงจากรถเดินเข้ามาในบริษัทพร้อมกับทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานบริษัท คนหนึ่งตัวเล็กข้าวหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา อีกคนสูงหล่อเหมือนดาราทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก มีทั้งคนชื่นชม และอิจฉาพูดต่อกันไปต่างๆ นานา พอเห็นสายตาอันเฉียบคมของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานต่างพากันแยกย้ายไปทำงานของตัวเองทันที “คุณข้าว คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคับ” “คะเปล่าค่ะ ข้าวขอตัวไปทำงานนะคะ” เธอนั่งอ่านข้อมูลจากแฟ้มที่คุณเลขาให้มาอย่างตั้งใจ แต่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที กรี้ง ๆ ๆ “สวัสดีค่ะ” “เข้ามาพบผมข้างในหน่อยคับ” “ได้คะคุณต้า” ก๊อก ๆ ๆ “ขออนุญาตินะคะ” “เชิญคับ” “คุณต้ามีอะไรด่วนรึเปล่าค่ะ?” “คิดถึงข้าว” เขาบอกเธอพร้อมกับทำตาหวานเลี่ยน เธออายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้ได้เลยตอนนี้ เขามองใบหน้าที่แดงยิ่งกว่าผลเชอรี่อย่างหลงใหล เธออายได้สมจริงมาก “ถ้าคุณต้าไม่มีอะไรข้าวขอตัวนะคะ” เธอทำท่าจะหันหลังกลับออกจากห้อง แต่มือยาวของเขาได้จับและดึงเธอเข้ามาหาตัวด้วยความที่เธอตัวเล็กทำให้เธอเซมาปะทะอกแกร่งของเขาอย่างจัง ทำริมฝีปากบางชมพูธรรมชาติชนเขากับริมฝีปากหนาสีชมพูไม่ต่างจากหญิงสาวเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอได้สติจึงพยายามถอยออกมาแต่ทำได้แค่คิดเพราะเขาได้กดศีรษะทุยของเธอไว้และจูบหญิงสาวอย่างจาบจ้วง เธอพยายามปิดปากเพื่อไม่ให้เขาลุกล้ำเข้ามาในปากบางเธอแต่ก็ไม่สามารถทำได้ด้วยชันเชิงที่เหนือกว่าทำให้เขาเอาลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหวานในปากเธออย่างหลงใหลในความไม่ประสีประสาของเธอ ตัวเธออ่อนละทวยดีที่เขาประคองไว้จูบเนินนานจนเธอแทบหายใจไม่ออก เขาจึงยอมผละริมฝีปากออกมาเพราะกลัวเธอขาดอากาศไปซะก่อน เธอหน้าแดงด้วยความอายที่ยอมให้เขาจูบโดยไม่ขัดขืน เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่ร้อนลุ่มถ้านานกว่านี้เขาได้จับเธอกดตรงนี้แน่ ผู้หญิงอะไรปากหวานอย่างกับน้ำผึ้ง “ผมขอโทษนะคับคุณข้าว” “ไม่เป็นไรคะ ไม่มีอะไรแล้วข้าวขอตัวนะคะ” เธอเดินออกไปจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว ฉันเป็นอะไรไปเนี้ยต้นข้าว ไม่นะหัวใจเธอจะเต้นแบบนี้ไม่ได้นะ เธอแค่หลงใหลในความดีที่เขาทำให้ เพราะเธอไม่เคยได้ความรักความเอาใจใส่จากใคร พอมีใครทำดีด้วยเธอเลยปลื้มเขา ไม่มีอะไรหรอก ทำงานๆๆ หญิงสาวบอกตัวเองในใจ เพราะตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันเกิดคำถามมากหมายในใจ เขาจูบเธอทำไม หรือแค่อุบัติเหตุ เขาคือผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง หรือว่าเธอจะหลงรักท่านประธานคนนี้เสียแล้ว เวลาเลิกงานเขารีบออกมาจากห้องเพื่อที่จะทำคะแนนด้วยการอาสาไปส่งเธอที่บ้านแต่ก็ถึงกับแห้วรับประทานเพราะเธอรีบกลับก่อนที่เขาจะออกมาเสียอีก ไวจริงๆ ต้นข้าว ไว้คราวหน้าก็ไม่สาย เขาเขียนข้อความส่งไปในไลน์กลุ่ม /50% แล้วนะพวกมึงเตรียมเงินไว้จ่ายค่าเหล้าให้กูได้เลย/ “ไม่นานรอนะต้นขาว” จากนั้นเขาก็ผิวปากอย่างอารมณ์ดีขึ้นรถ mercedes benz รุ่นใหม่ล่าสุด มุ่งตรงไปยังผับที่เขาไปเป็นประจำด้วยความรวดเร็ว ต้นข้าวไม่เป็นอันรดน้ำต้นไม้ หลังจากที่กลับมาถึงบ้านเธอพยายามหากิจกรรมนู้น นี่ทำเพื่อที่จะได้ไม่ให้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันมากวนสมองของเธอแต่เปล่าเลย เธอหยิบจับอะไรมักจะมีเหตุการณ์ที่เขาจูบเธอโผล่มาในความคิดตอลอดเวลา เธอจับริมฝีปากตัวเองแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว ขนาดป้าข้างบ้านทักเธอยังไม่ได้ยินเลย “หนูข้าววันนี้แปลกๆ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ยืนยิ้มสงสัยมีความรักแน่ๆ” ***เอาแล้วไงต้นข้าวอย่าหลงกล ไอ้คุณพาทต้าตัวร้ายเด็ดขาดเลยนะ*** เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ถ้ามีผลตอบรับกลับมาดีไรท์จะลงให้จดจบเลยนะคะ ขอบคุณคะทางด้านณัฐพัชน์และวารินนั้นหลังจากที่ทานข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็พากันไปดูหนังต่อในช่วงบ่าย ทั้งคู่ต่างเหมาะสมกันทั้งฐานะและหน้าตาต่างเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงไฮโซ เพราะวาริรินทร์เป็นถึงลูกสาวเจ้าของธุรกิจเครื่องเพชรแบรนด์ดังระดับประเทศเป็นที่หมายปองแก่เหลาเศรษฐีทั้งหลายแต่ใจวาริรินทร์กับมามอบให้กับณัฐพัชน์ตั้งแต่สมัยเรียนเมื่อสามปีก่อน"พาทต้าค่ะ วารินว่าเรื่องนี้สนุกดีนะคะ""ได้เลยครับ" พร้อมกับเดินไปที่เค้าท์เตอร์จ่ายเงินค่าตั๋วของที่นั่งทั้งหมด เพราะเขาอยากให้ทั้งโรงมีแค่เขากับวารินแฟนสาวเท่านั้น"คุณน่ารักที่สุดเลย อย่าไปน่ารักแบบนี้กับใครนะวารินไม่ยอมจริงๆด้วย""ผมมีแค่คุณคนเดียวนะที่รัก"จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าโรงหนังนั่งที่นั่งวีไอพีที่จองไว้เป็นเบาะนั่งแบบนอนได้มีผ้าห่ม แอร์เย็นฉ่ำแถมยังมีกันแค่สองคนทั้งคู่ไม่ได้สนใจหนังบนจอเลย เอาแต่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาโดยไม่อายตอสายตากล้องวงจรปิดเลย เพราะเขาได้สั่งให้ผู้จัดการไปปิดกล้องไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"อืออ ที่รักขาา" วารินคางเสียงกระเส่าจากการโดนพาทต้าจูบเลียที่เต้าปทุม พร้อ
เช้าวันใหม่ณัฐพัชน์รีบทำคะแนนด้วยการขับ Mercedes ไปรอรับต้นขาวถึงหน้าบ้าน และรอจนกว่าต้นข้าวออกมาจากบ้านและแปลกใจทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่ได้ เขารู้จักบ้านเธอได้อย่างไรกัน “สวัสดีค่ะ คุณณัฐพัชน์ มาได้ยังไงค่ะ” “ผมมารอรับคุณไง บอกแล้วว่าให้ข้าวเรียกผมต้า” “แต่.....” “ไม่มีแต่ครับ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวสาย” จากนั้นทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปยังบริษัท พอจอดรถเสร็จก็พากันเดินลงจากรถ จนเป็นที่แปลกใจของคนพนักงานในบริษัท บางคนก็ชื่นชมว่าเหมาะสมเพราะต้นข้าวสวยน่ารัก พาทต้าก็หล่อสูงแถมรวยล้นฟ้า บางคนก็นินทากล่าวหาว่าต้นข้าวเอาตัวมาแลกเพื่อแลกตำแหน่งและเงิน “ข้าวว่าคุณต้าเดินไปก่อนดีกว่าค่ะ คนมองกันหมดแล้ว” “จะสนใจทำไมรีบไปกันเถอะ” พร้อมทั้งหันสายตาอำมหิตไปมองเหล่าพนักงานจึงรีบพากันหลบหน้า หลบตาและยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง “สวัสดีค่ะท่านประธาน น้องต้นข้าว” พร้อมกับทำหน้าสงสัยมาด้วยกันได้ไง “สวัสดีค่ะ พี่ฟ้า” พร้อมกับหลบตาลงเพื่อหนีสายตาจับผิดของฟ้าเลขาวัยกลางคนของพาทต้า “คุณฟ้าคุณไปตามรายระเอียดจากฝ่ายบุคคลเรื่องทริ
ต้นข้าวเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเช้าตรู่ เธอมานั่งรอหน้าห้องประธานตามที่เขาบอกไว้เมื่อวาน เมื่อเวลาผ่านไปราวๆ 20 นาที ก็เริ่มมีพนักงานทยอยกันมาทำงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากเธอก่อนเวลาทำงานของบริษัทถึง 30 นาที ทันใดนั้นเลขาของท่านประธานก็เดินเข้ามาหาเธอ“สวัสดีคับ คุณณัฐรธิดา วรรณรัตน์ ใช่มั้ยคับ”“สวัสดีคะ ใช่คะคุณคือ...” เธอตอบคำถาพร้อมกับยกมือไว้นิลทัศน์“ผมนิลทัศน์ เลขาประจำตัวท่านประทานคับ”“อ่อคะๆ” เธอตอบพร้อมกับเดินตามเขาไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเลขาหน้าห้องประธาน“เอ่ออ ขอโทษนะคะนี่โต๊ะทำงานของดิฉันไม่ได้อยู่ในแผนกเหรอคะ” เธอถามด้วยความสงสัยพร้อมที่เธออ่านโครงสร้างของบริษัท ฝ่ายออกแบบจะอยู่อีกแผนกหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นล่างของห้องประธาน“พอดีว่างานที่คุณต้องทำคืออกการออกแบบรถที่ต่างจากรถธรรมดาโดยทั่วไปที่ต่างไปเพราะต้องออกแบบตามเจ้าของที่มาจ้างให้ออกแบบเท่านั้น ซึ่งแบบจะต้องไม่เหมือนใครในโลกแล้วให้บริษัทเราผลิตตามที่ได้ร่างแบบไว้ และแน่นอนบุคคลเหล่านั้นต้องเป็นแขกวีไอวีของบริษัทเรา”“ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าจะทำได้” เธอตอบอย่างลังเลและประหม่ากลัวจะทำงานออกมาไม่ดีพอ“ไม่ต้องกลัวคับ ผม
หลังจากวันฉลองรับปริญบัตรญาบัตร ต้นข้าวได้ไปสมัครงานไว้ตามบริษัทต่างๆมากมาย ตามสาขาวิชาที่จบมานั่นก็คือการออกแบบ เธอรักในการออกแบบอุตสาหกรรม วาดรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ หรือแม้แต่สิ่งๆเล็กน้อยๆต่างๆรอบๆตัว เธอมีจินตนาการที่เป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์เธอจึงชอบทำงานในที่เงียบๆ เพราะทำให้เธอเขียนงานออกมาอย่างละเอียด สวยงาม และรอบครอบจนเป็นที่ชื่นชอบของอาจารย์หลายๆ คน เธอจะชอบออกแบบรถยนต์เป็นที่สุด เธอต้องการให้รถที่เธอออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงานให้ได้ผลิตขึ้นใช้จริงปัจจุบัน ดังนั้นบริษัทหลักที่เธอส่งใบสมัครไปส่วนมากจะเป็น บริษัทรถยนต์ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ กลาง และเล็ก ตามลำดับ ซึ่งเธอก็รอลุ้นอยู่ทุกวันว่าจะมีบริษัทไหนตอบรับเธอบ้าง แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์จะรู้สิ่งที่เธอหวังทันใดนั้นก็มีจดหมายจากบริษัทผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ ส่งออกรถทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยังมีสาขาย่อยที่ต่างประเทศอีกมากมายทั่วโลก เธอดีใจเป็นอย่างมากที่ทางบริษัทให้โอกาสเธอไปสัมภาษณ์ในเช้าของวันพรุ่งนี้ต้นข้าวรีบตื่นแต่เช้าภายในบ้านหลังเล็กๆที่ฟ้าสดใส ภายในตกแต่งอย่างน่ารักๆตามสไตส์เจ้าของบ้าน ตามผนังบ้านจะถูกแขวนด้วยแบบ
ณ ผับ Aเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม พร้อมกับแสงไฟวิบวับทำให้สาวน้อยหน้าหวานผู้ไม่ชอบการท่องราตรีเป็นที่สุดถึงกับเวียนหัว ตาลาย อยากหนีกลับบ้านเต็มทนแต่ก็กลับไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันฉลองจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ หลังรับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถูกเพื่อนๆของเธอทั้งสาวแท้ และสาวเทียมลากมาด้วย แม้จะไม่อยากมาแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอมาสถานที่แบบนี้นับครั้งได้ และยังคิดว่าเป็นการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เธอทำงานส่งเสียตัวเองจนเรียนจากการทำงานพาร์ทไทม์และสอบชิงทุนการศึกษาของทางมหาลัยได้ในทุกปีและจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเธอจึงใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ“พริกหวาน ข้าวไม่ผสมเหล้าเยอะนะเดี๋ยวเมา”“แหม่ๆ นานที่น่ายัยข้าว เมาเดี๋ยวพวกฉันแบกแกกลับเอง จริงมั้ยพวกหล่อนนนน”“จริงแท้แน่นอนค่า”เหล่าเพื่อนๆของเธอตอบพร้อมกันและพากันส่ายสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลงที่ชวนให้เวียนหัว ยกเว้นต้นข้าวที่นั่งถอนหายใจพร้อมกับเครื่องดื่มเบาๆอยู่ที่โต๊ะเพื่อรอเวลากลับบ้านด้านชั้นสองของผับเป็นโซน VIP ซึ่งเป็นของเหล่าสี่หนุ่มที่ใครๆต่างรู้จักเป็นอย่างดี เพราะที่นี่คือผับประจำของพวกเขา เขาจึงเข้าออกที่นี่ได้โ







