ANMELDENทางด้านณัฐพัชน์และวารินนั้นหลังจากที่ทานข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็พากันไปดูหนังต่อในช่วงบ่าย ทั้งคู่ต่างเหมาะสมกันทั้งฐานะและหน้าตาต่างเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงไฮโซ เพราะวาริรินทร์เป็นถึงลูกสาวเจ้าของธุรกิจเครื่องเพชรแบรนด์ดังระดับประเทศเป็นที่หมายปองแก่เหลาเศรษฐีทั้งหลายแต่ใจวาริรินทร์กับมามอบให้กับณัฐพัชน์ตั้งแต่สมัยเรียนเมื่อสามปีก่อน
"พาทต้าค่ะ วารินว่าเรื่องนี้สนุกดีนะคะ" "ได้เลยครับ" พร้อมกับเดินไปที่เค้าท์เตอร์จ่ายเงินค่าตั๋วของที่นั่งทั้งหมด เพราะเขาอยากให้ทั้งโรงมีแค่เขากับวารินแฟนสาวเท่านั้น "คุณน่ารักที่สุดเลย อย่าไปน่ารักแบบนี้กับใครนะวารินไม่ยอมจริงๆด้วย" "ผมมีแค่คุณคนเดียวนะที่รัก" จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าโรงหนังนั่งที่นั่งวีไอพีที่จองไว้เป็นเบาะนั่งแบบนอนได้มีผ้าห่ม แอร์เย็นฉ่ำแถมยังมีกันแค่สองคนทั้งคู่ไม่ได้สนใจหนังบนจอเลย เอาแต่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาโดยไม่อายตอสายตากล้องวงจรปิดเลย เพราะเขาได้สั่งให้ผู้จัดการไปปิดกล้องไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว "อืออ ที่รักขาา" วารินคางเสียงกระเส่าจากการโดนพาทต้าจูบเลียที่เต้าปทุม พร้อมกับมือที่ลูบไลไปยังช่วงล่างของหญิงสาว "ที่รักผมไม่ไหวแล้ว" "เร็วสิค่ะ วารินร้อนไปหมดแล้วววว อืออออ" พาทต้าไม่รอช้ารีบใส่เครื่องป้องกันให้กับตัวเองทันทีไม่มีครั้งไหนเลยที่จะลืมแม้วารินทร์จะเคยขอไม่ให้ใส่เครื่องป้องกันก็ตามแต่เขาก็จะบอกกับเธอว่าเพื่อความปลอดภัยและรอจนกว่าเราจะแต่งการกันเสมอ พาทต้ารีบสอดแทรกตัวตนของตัวเองใส่ช่องรักของหญิงสาวทันทีพร้อมทั้งกระแทรกเข้าออกจนเกิดเสียงดังทั่วทั้งโรงหนังแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาตามคำสั่งของผู้จัดการ "อื่อออ อะ อะ อะที่รักขาวารินไม่ไหวแล้วว อื่ออ" "อื่ออ อีกนิดนะครับผมจะไม่ไหวแล้ว" พาทต้ายวารินทร์มานั่งข้างบน วารินรีบโยกย้ายขึ้นลงตามความถนัดของตัวเองพร้อมทั้งเสียงเนื้อกระทบเนื้อของทั้งคู่ มือของพาทต้าก็แค้นที่อกของวารินอย่างเบามือแต่แฝงไปด้วยไฟราคะ จนแล้วจนรอดทั้งคู่ก็ต่างพากันขึ้นสวรรค์ด้วยความเหนื่อยหอบ เมื่อเวลาประมาณ 5 โมงเย็นหลังจากที่พาทต้ามาส่งวารินเรียบร้อยก็รีบขับรถไปรอรับต้นข้าวที่หน้าบริษัทของตัวเองทันทีนั้นเองเขาก็เห็นต้นข้าวยืนรออยู่ก่อนแล้ว "ขอโทษนะครับที่มาช้า พอดีผมเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ" พอเห็นหน้าตนข้าวเขารีบโกหกแก้ตัวทันที เพราะกลัวเสียคะแนนที่ให้หญิงสาวมารอตั้งแต่ตอนบริษัทเลิกคือ 16.30 น. "ไม่เป็นไรค่ะ ข้าวรอได้" พร้อมกับเดินไปขึ้นรถตามที่เขาได้มาเปิดประตูรอไว้ "เราจะไปที่ไหนกันค่ะ" " เชอร์ไพร์ครับ ข้าวต้องชอบแน่ๆ" เขาพาเธอมุ่งหน้าไปยังใจกลางกรุงเทพมหานคร และแล้วรถก็มาจอดหน้าโรงแรมหรูดังระดับประเทศ ต้นข้าวมองด้วยความงง "เชิญครับเจ้าหญิงของผม" เขารีบเปิดประตูและหยอดคำหวานทันที "เจ้าหญิงอะไรกันค่ะ คุณต้าอย่าเรียกแบบนั้นเลยข้าวเขินแย่ 5555" ใบหน้าแดงด้วยความเขิน เขาพาเธอมายังร้านอาหารสุดหรูชั้นสูงสุดของโรงแรมมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองหลวงในยาวกลางคืน ลมพัดอ่อนๆ เย็นสบายทั้งชั้นไม่มีใครเลย "ทำไมไม่มีใครเลยละค่ะ" "ผมอยากให้มีแค่เรา" "ข้าวว่ามันไม่เหมาะสมกับข้าวเลย ข้าวว่ามันเกินไปทานแค่ร้านทั่วๆไปก็ได้ค่ะ" "ผมอยากให้ข้าวมีความสุข" พร้อมกับจับมือหญิงสาวไปจุมพิตบนหลังมือ เธอยิ้มอยากมีความสุขโดยที่ไม่รู้ถึงภัยที่กำลังจะคลืบคลานในไม่ช้านี้ ไม่รอช้าพนักงานก็ต่างพากันทยอยเอาอาหารมาเสิร์ฟ ตบท้ายด้วยไวน์ขาวหอมกรุ่นที่ ความจริงที่เขาเลือกที่นี่เพราะไม่อยากให้ใครรู้หรือเห็นเขากับต้นข้าวต่างหาก ทางโรงแรมไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าวีไอพีท่านนี้แน่นอนเพราะเป็นของเพื่อนเขาเอง "ข้าวทานนี้สิครับอร่อยนะ" ตักสตูเนื้อแกะให้หญิงสาว "อะไรค่ะเนี้ยข้าวไม่เคยทานมาก่อนเลย" แก้มก็เคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย ตักนู้นตุกนี้เข้าปากจนอิ่มแปร๋ เขาแปลกใจที่หญิงสาวไม่มีอาการอายหรือเฟคเหมือนสาวคนอื่นๆที่เขาแอบนอกกายวารินไม่มีอะไรด้วยเลย เธอพวกนั้นจะคอยทำตัวให้ดูดีเสมอ "ผมดีใจที่ข้าวชอบ ดื่มไวน์ล้างปากหน่อยมั้ยเรา" "ก็มันอร่อยนิค่ะ ก็ได้ค่ะแต่ข้าวไม่เคยดื่มแอลกอฮอลมาก่อนเลยนะ" "แค่จิบๆ ก็ได้ครับ อะลองๆๆ" พร้อมกับยื่นแก้วให้หญิงสาว "อื้มม แค่กๆ ขมมากๆเลยค่ะ" "555555 ค่อยๆจิบสิครับ" แบบนี้ๆเขาดื่มให้ดูเป็นตัวอย่าง "อะ ลองใหม่ๆ" "ไม่เอาแล้วเดี๋ยวข้าวเมาก่อนพอดี" "ไม่หรอกแค่นิดเดียวน่าข้าว" "เห้ออ ก็ได้ๆค่ะ" จากแก้วเป็น 2 3 แก้วจนต้นข้าวเริ่มหน้าแดง หอก็จะเริ่มพับตามที่พาทต้าได้วางหมากเอาไว้ "ต้นข้าวว ไหวมั้ย" เอามือจับแก้มทั้งสองข้างของเธอเบาๆ คนบ้าอะไรแก้มนุ่มฉิบหายเขาคิดในใจ " ข้าวโอเค เรากับกันเลยมั้ยค่ะ" " ครับเดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้าน" ต้นข้าวได้แต่พยักหน้าไม่กล้าปฏิเสธเพราะรู้ตัวเองไม่สามารถลากสังขารไปเรียกแท็กซี่กลับเองได้แน่นอน " ข้าวถึงบ้านคุณแล้ว" เขาจับมือเธอเขย่าเบาๆ คิดในใจคืนนี้เรียบร้อยแน่ เขารีบไลน์ไปบอกเพื่อนในกลุ่มให้เก็บเรื่องที่พาหญิงสาวไปทานข้าวที่โรงแรมทันที พร้อมกับส่งสัญญาณว่าให้เตรียมตัวเลี้ยงเหล้าสุดแพงด้วยเพราะงานนี้เขาจะชนะแน่นอน เขายิ้มอย่างผู้ชนะ "อื่ออ... ถึงแล้วเหรอค่าา" ข้าวพยายามเดินลงจากรถแต่ก็โอนเอนตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกาย เขาจึงอาศัยจังหวะนั้นอุ้มพาเธอไปยังรั่วหน้าบ้านและรีบเอากุญแจในมือเธอไขเข้าไปอย่างถือวิสาสะ เขาวางเธอลงโซฟาหน้าทีวีทันไดนั้นหน้าเขาก็ได้ชนเขากับหน้าหญิงสาว เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ "ข้าวแก้มแดงน่าจุ๊บมากรู้ตัวมั้ย" เธอหันหน้าหนีด้วยความอายที่แก้มของเธอไม่เก็บอาการเอาสะเลย "ข้าวอยู่คนเดียวเหรอ? " เขาแกล้งถามความจริงเขารู้ประหวัดเธอหมดแล้ว "ค่ะ คุณกลับเถอะค่ะ เดี๋ยวนี่ดึกมากแล้ว" "คุณเมามากนะข้าวเดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อน เกิดเป็นอะรไขึ้นมาผมซวยแย่พาคุณดื่มจนเมา" "ไม่เป็นไรข้าวโอเคค่ะ" "อย่าดื้อสิ ห้องไหนเดี๋ยวผมพาไปนอน" " เอ่ออ คือ.." มือชี้ไปที่ห้องพร้อมกับยืนขึ้นแถบไม่ไหวเขาเลยไปอุ้มแล้วพาไปยังห้องนอนที่เธอชี้ บ้านหลังนี้โคตรเล็กเท่าๆกับห้องน้ำบ้านเขาด้วยซ้ำ ห้องนอนแค่ 3 ฟุต อยู่ไปได้ไงวะเนี้ย อึดอัดเป็นบ้า แต่ก็สะอาดสะอ้านเรียบร้อยดี เขาคิดในใจ เขาวางเธอลงบนที่นอนด้วยน้ำหนักตัวของคนเมาที่ไม่ค่อยมีสติทำให้เซล้มลงทั้งคู่เขาทั้งคู่ต่างสบตากัน และในทันใดนั้นเขารีบจูบเธอทันที เธอขัดขืนในทีแรกแต่ก็ยอมอ่อนให้เขาในนาทีต่อมาา.... **เอาแล้วววว ตอนหน้าเจอศึกหนักแน่ๆเลยต้นข้าววว พระเอกบ้าจะรีบไปไหนนน **คอมเมนท์ให้กำลังใจกันเยอะๆนะ จะปั่นมาต่อให้เรื่อยๆนะคะ ผิดพลาดตรงไหนแนะนำมาได้เลยน้าาา ❤️????ทางด้านณัฐพัชน์และวารินนั้นหลังจากที่ทานข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็พากันไปดูหนังต่อในช่วงบ่าย ทั้งคู่ต่างเหมาะสมกันทั้งฐานะและหน้าตาต่างเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงไฮโซ เพราะวาริรินทร์เป็นถึงลูกสาวเจ้าของธุรกิจเครื่องเพชรแบรนด์ดังระดับประเทศเป็นที่หมายปองแก่เหลาเศรษฐีทั้งหลายแต่ใจวาริรินทร์กับมามอบให้กับณัฐพัชน์ตั้งแต่สมัยเรียนเมื่อสามปีก่อน"พาทต้าค่ะ วารินว่าเรื่องนี้สนุกดีนะคะ""ได้เลยครับ" พร้อมกับเดินไปที่เค้าท์เตอร์จ่ายเงินค่าตั๋วของที่นั่งทั้งหมด เพราะเขาอยากให้ทั้งโรงมีแค่เขากับวารินแฟนสาวเท่านั้น"คุณน่ารักที่สุดเลย อย่าไปน่ารักแบบนี้กับใครนะวารินไม่ยอมจริงๆด้วย""ผมมีแค่คุณคนเดียวนะที่รัก"จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าโรงหนังนั่งที่นั่งวีไอพีที่จองไว้เป็นเบาะนั่งแบบนอนได้มีผ้าห่ม แอร์เย็นฉ่ำแถมยังมีกันแค่สองคนทั้งคู่ไม่ได้สนใจหนังบนจอเลย เอาแต่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาโดยไม่อายตอสายตากล้องวงจรปิดเลย เพราะเขาได้สั่งให้ผู้จัดการไปปิดกล้องไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"อืออ ที่รักขาา" วารินคางเสียงกระเส่าจากการโดนพาทต้าจูบเลียที่เต้าปทุม พร้อ
เช้าวันใหม่ณัฐพัชน์รีบทำคะแนนด้วยการขับ Mercedes ไปรอรับต้นขาวถึงหน้าบ้าน และรอจนกว่าต้นข้าวออกมาจากบ้านและแปลกใจทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่ได้ เขารู้จักบ้านเธอได้อย่างไรกัน “สวัสดีค่ะ คุณณัฐพัชน์ มาได้ยังไงค่ะ” “ผมมารอรับคุณไง บอกแล้วว่าให้ข้าวเรียกผมต้า” “แต่.....” “ไม่มีแต่ครับ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวสาย” จากนั้นทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปยังบริษัท พอจอดรถเสร็จก็พากันเดินลงจากรถ จนเป็นที่แปลกใจของคนพนักงานในบริษัท บางคนก็ชื่นชมว่าเหมาะสมเพราะต้นข้าวสวยน่ารัก พาทต้าก็หล่อสูงแถมรวยล้นฟ้า บางคนก็นินทากล่าวหาว่าต้นข้าวเอาตัวมาแลกเพื่อแลกตำแหน่งและเงิน “ข้าวว่าคุณต้าเดินไปก่อนดีกว่าค่ะ คนมองกันหมดแล้ว” “จะสนใจทำไมรีบไปกันเถอะ” พร้อมทั้งหันสายตาอำมหิตไปมองเหล่าพนักงานจึงรีบพากันหลบหน้า หลบตาและยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง “สวัสดีค่ะท่านประธาน น้องต้นข้าว” พร้อมกับทำหน้าสงสัยมาด้วยกันได้ไง “สวัสดีค่ะ พี่ฟ้า” พร้อมกับหลบตาลงเพื่อหนีสายตาจับผิดของฟ้าเลขาวัยกลางคนของพาทต้า “คุณฟ้าคุณไปตามรายระเอียดจากฝ่ายบุคคลเรื่องทริ
ต้นข้าวเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเช้าตรู่ เธอมานั่งรอหน้าห้องประธานตามที่เขาบอกไว้เมื่อวาน เมื่อเวลาผ่านไปราวๆ 20 นาที ก็เริ่มมีพนักงานทยอยกันมาทำงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากเธอก่อนเวลาทำงานของบริษัทถึง 30 นาที ทันใดนั้นเลขาของท่านประธานก็เดินเข้ามาหาเธอ“สวัสดีคับ คุณณัฐรธิดา วรรณรัตน์ ใช่มั้ยคับ”“สวัสดีคะ ใช่คะคุณคือ...” เธอตอบคำถาพร้อมกับยกมือไว้นิลทัศน์“ผมนิลทัศน์ เลขาประจำตัวท่านประทานคับ”“อ่อคะๆ” เธอตอบพร้อมกับเดินตามเขาไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะเลขาหน้าห้องประธาน“เอ่ออ ขอโทษนะคะนี่โต๊ะทำงานของดิฉันไม่ได้อยู่ในแผนกเหรอคะ” เธอถามด้วยความสงสัยพร้อมที่เธออ่านโครงสร้างของบริษัท ฝ่ายออกแบบจะอยู่อีกแผนกหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นล่างของห้องประธาน“พอดีว่างานที่คุณต้องทำคืออกการออกแบบรถที่ต่างจากรถธรรมดาโดยทั่วไปที่ต่างไปเพราะต้องออกแบบตามเจ้าของที่มาจ้างให้ออกแบบเท่านั้น ซึ่งแบบจะต้องไม่เหมือนใครในโลกแล้วให้บริษัทเราผลิตตามที่ได้ร่างแบบไว้ และแน่นอนบุคคลเหล่านั้นต้องเป็นแขกวีไอวีของบริษัทเรา”“ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าจะทำได้” เธอตอบอย่างลังเลและประหม่ากลัวจะทำงานออกมาไม่ดีพอ“ไม่ต้องกลัวคับ ผม
หลังจากวันฉลองรับปริญบัตรญาบัตร ต้นข้าวได้ไปสมัครงานไว้ตามบริษัทต่างๆมากมาย ตามสาขาวิชาที่จบมานั่นก็คือการออกแบบ เธอรักในการออกแบบอุตสาหกรรม วาดรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ หรือแม้แต่สิ่งๆเล็กน้อยๆต่างๆรอบๆตัว เธอมีจินตนาการที่เป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์เธอจึงชอบทำงานในที่เงียบๆ เพราะทำให้เธอเขียนงานออกมาอย่างละเอียด สวยงาม และรอบครอบจนเป็นที่ชื่นชอบของอาจารย์หลายๆ คน เธอจะชอบออกแบบรถยนต์เป็นที่สุด เธอต้องการให้รถที่เธอออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงานให้ได้ผลิตขึ้นใช้จริงปัจจุบัน ดังนั้นบริษัทหลักที่เธอส่งใบสมัครไปส่วนมากจะเป็น บริษัทรถยนต์ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ กลาง และเล็ก ตามลำดับ ซึ่งเธอก็รอลุ้นอยู่ทุกวันว่าจะมีบริษัทไหนตอบรับเธอบ้าง แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์จะรู้สิ่งที่เธอหวังทันใดนั้นก็มีจดหมายจากบริษัทผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ ส่งออกรถทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยังมีสาขาย่อยที่ต่างประเทศอีกมากมายทั่วโลก เธอดีใจเป็นอย่างมากที่ทางบริษัทให้โอกาสเธอไปสัมภาษณ์ในเช้าของวันพรุ่งนี้ต้นข้าวรีบตื่นแต่เช้าภายในบ้านหลังเล็กๆที่ฟ้าสดใส ภายในตกแต่งอย่างน่ารักๆตามสไตส์เจ้าของบ้าน ตามผนังบ้านจะถูกแขวนด้วยแบบ
ณ ผับ Aเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม พร้อมกับแสงไฟวิบวับทำให้สาวน้อยหน้าหวานผู้ไม่ชอบการท่องราตรีเป็นที่สุดถึงกับเวียนหัว ตาลาย อยากหนีกลับบ้านเต็มทนแต่ก็กลับไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันฉลองจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ หลังรับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถูกเพื่อนๆของเธอทั้งสาวแท้ และสาวเทียมลากมาด้วย แม้จะไม่อยากมาแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอมาสถานที่แบบนี้นับครั้งได้ และยังคิดว่าเป็นการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เธอทำงานส่งเสียตัวเองจนเรียนจากการทำงานพาร์ทไทม์และสอบชิงทุนการศึกษาของทางมหาลัยได้ในทุกปีและจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเธอจึงใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ“พริกหวาน ข้าวไม่ผสมเหล้าเยอะนะเดี๋ยวเมา”“แหม่ๆ นานที่น่ายัยข้าว เมาเดี๋ยวพวกฉันแบกแกกลับเอง จริงมั้ยพวกหล่อนนนน”“จริงแท้แน่นอนค่า”เหล่าเพื่อนๆของเธอตอบพร้อมกันและพากันส่ายสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลงที่ชวนให้เวียนหัว ยกเว้นต้นข้าวที่นั่งถอนหายใจพร้อมกับเครื่องดื่มเบาๆอยู่ที่โต๊ะเพื่อรอเวลากลับบ้านด้านชั้นสองของผับเป็นโซน VIP ซึ่งเป็นของเหล่าสี่หนุ่มที่ใครๆต่างรู้จักเป็นอย่างดี เพราะที่นี่คือผับประจำของพวกเขา เขาจึงเข้าออกที่นี่ได้โ







