Se connecterแม้จะไม่ได้สอดใส่กัน แต่ท่อนเอ็นของเขาก็ถูไถกลีบอูมของเธอไปมาตามจังหวะการเดินอยู่ดี ลูกพีชหน้าร้อนจัดจนแทบไหม้เมื่อตัวเองเสียวจนแทบเสร็จากการที่แค่เสียดสี
“พีช ก้มหน้ามุดไหล่กูทำไม เงยหน้าหน่อย”
“ไม่เอา” เพราะเธอรู้ว่าตัวเองคงหน้าแดงมาก
“ดื้ออีกแล้วนะ ไม่เคยจำเลยจริง ๆ”
“อ๊ะ วิน”
จู่ ๆ วินเนอร์ก็พลิกตัวเธอให้หันไปอีกทาง ลูกพีชตกใจกลัวจะตกจึงคว้าคอเขาไว้แน่น แต่ร่างสูงก็ยังบังคับให้เธอพลิกตัวไปด้านหน้าอยู่ดี เท่ากับว่าตอนนี้วินเนอร์อุ้มเธอจากข้างหลังอยู่ ขาเรียวแยกกว้างพาดไปบนท่อนแขนแกร่ง ท่อนล่างของเธอแยกออกจากกันเด่นชัดในกระจก
“วิน”
“สวยไหมล่ะ?”
“พูดบ้าอะไร ปล่อยนะ”
“มึงดูในกระจกก่อนสิ”
“เราบอกว่าไม่”
“ถ้ามึงไม่ลืมตากูจะโยนมึงลงพื้นนะ”
ลูกพีชตกใจเมื่อได้ยินคำขู่ ที่เธอรู้ดีว่าไอ้หมาบ้าประสาทแดกตัวนี้มันทำจริงแน่ ๆ ดวงตากลมดโตจึงจำใจลืมตามองภาพนั้นอีกครั้ง
ภาพที่ตัวเธอถูกเขาอุ้มกอดจากด้านหลัง ขาขาวแยกออกจากกันจนเผยให้เห็นกลีบกุหลาบสีช้ำ มีคราบเลือดติดอยู่ปะปลาย
เธอมั่นใจว่ามันเคยสีอ่อนสวย แต่ตอนนี้กลับช้ำยับเยินและแดงเถือก มีคราบเลือดติดอยู่บางจุด แต่ส่วนใหญ่ถูกน้ำหวานสีใสชะล้างไปแล้ว ร่องรอยทำรักมากมายบนผิวกายขาวกระจ่างดูราวกับมีดอกไม้ผลิบานบนหิมะ
เมื่อลากสายตาให้ต่ำลงไปอีกหน่อยก็เจอกับท่อนเอ็นที่ตอนนี้ยังผงาดเต็มที่ หัวปลายหยักบานแดงก่ำไม่ต่างจากกลีบนุ่มของคนมองเท่าไหร่ กะด้วยตาแล้วขนาดคงเกือบเท่าแขนเธอ มันผงกหงึกอวดโชว์เส้นเลือดสีน้ำเงินที่พันรอบลำควย ดูทั้งน่ากลัวและน่าหลงไหลไปในเวลาเดียวกันอย่างน่าเหลือเชื่อ
“วินเนอร์”
“สวยใช่ไหมพีช แดงฉ่ำ บวมนิดๆ”
“…”
“ใส่ถุงให้กูหน่อยสิ”
“…”
“เคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าทดสอบความอดทนของกู โกหกเก่งว่าผ่านมาหลายควยเอง ช่วยไม่ได้”
ลูกพีชมองซองฟอยล์สีเงินยี่ห้อดังที่ตั้งอยู่สองสามชิ้น เธอสบตาคมของคนตัวสูงผ่านกระจก เธอรู้ดีว่าตัวเองหนีไม่พ้นแล้ว และถ้าไม่ทำตามที่วินเนอร์บอก เขาคงกระแทกเข้ามาในตัวเธอแบบสด ๆ แน่นอน
มือเรียวหยิบมันขึ้นมาฉีกแล้วสวมทับลงบนมันอย่างเชื่องช้า ปลายเล็บที่กรีดลงบนเส้นเลือดปูดนูนยามรูดถุงยางลงทำให้คนตัวสูงครางต่ำในลำคอด้วยความพอใจ
"เราจะไม่ไหวแล้วนะ"
“เรียนรู้แล้วเหรอ ว่าต้องเชื่อฟัง”
“ถเาไม่เชื่อจะโดนเย็ดมากกว่านี้มั้ย”
"อยากรู้มากมั้ย กูจะจัดให้เดี๋ยวนี้เลย"
“กลัวจะไม่ถึงใจมาก” เธอพูดอย่างเยาะเย้ย
“หึถึงใจงั้นเหรอ งั้นมึงเตรียมแหกกว่าเดิมได้เลย!”
วินเนอร์แค่นขำเมื่อได้ยิน เขาก้มลงกัดลาดไหล่สวยก่อนจะแทรกกายเข้าร่องนิ่มไปอีกครั้ง ลูกพีชเชิดใบหน้าขึ้นเมื่อสุดจะกลั้น บทเรียนรักที่ได้รับมันทำให้เธอแทบลืมทุกอย่าง ปากทางนุ่มช้ำและแสบ แต่เมื่อเทียบกับความเสียวที่ได้รับก็ถือว่าเล็กน้อย
“วิน อ๊ะ เราเสียว อื้อ”
“เสียวแค่ไหนพีช?”
“เสียวมาก อ๊าาา อื้อ วิน อื้อออ”
“กูก็เสียวพีช รูมึงดีมาก แน่นมากรัดควยกูแทบขาด”
ปึก ปึก ปึก!
“กรี้ดดดดด ฉีกหมดแล้ว อ๊าาาาส์ ”
“อย่าเพิ่งสลบล่ะ”
วินเนอร์กดหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ก่อนจะกระแทกควยเสยขึ้นไปให้ลึกขึ้น มือหนาดึงลงเพื่อให้เธอกลืนตัวตนเขาไปจนสุด จังหวะที่ปลายหัวหยักชนด้านในที่ลึกที่สุดจนดัง กึก เบา ๆ ในความรู้สึก ลูกพีชก็จิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งที่อุ้มเธอไว้จนเลือดซึม น้ำสีเหลืองใสกลิ่นฉุนอ่อน ๆ พุ่งกระทบกระจก เธอเสียความสามารถในการควบคุมตัวเองไปโดยสิ้นเชิง
และแม้วินเนอร์จะเห็นแบบนั้นเขาก็ยังไม่หยุดเอวเลยสักนาที กลับยิ่งตั้งหน้าตั้งตาสอดใส่อย่างเร็ว ดวงตาคมมองน้ำพุที่ฉีดออกมาตามจังหวะการกระแทกด้วยความปราถนา
“วินเนอร์ กรี๊ดดด”
“พีช ลูกพีช อ่าา อึ่ก”
“อื้ออ อ๊ะ”
ดวงตาสองคู่สบกันอีกครั้งผ่านกระจกที่เปรอะเปื้อน วินเนอร์กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสันคมกริบ เขาปลดปล่อยเข้าไปภายในที่ลึกที่สุดของเธอจนหมด ถ้าไม่มีแผ่นยางสังเคราะห์กั้นไว้ น้ำคาวกามสีขุ่นคงพุ่งพรวดเข้ามดลูกเธอทุกหยดแน่นอน และเมื่อเขามองเธออีกครั้ง ก็เห็นว่าคนสวยสลบคาอ้อมแขนไปเสียแล้ว
“พีช ลูกพีช”
“…”
“สลบแล้วเหรอ อ่า ทำไงดีวะ?”
“…”
“แม่ง กูยังไม่หนำใจเลยพีช”
วินเนอร์วางเธอลงให้ท่อนบนพาดเคาเตอร์อ่างล้างมือ เขาถอนกายออกแล้วกดเข้าไปใหม่ ทำแบบนั้นช้า ๆ ซ้ำ ๆ จนถุงยางที่ใส่อยู่หลุดติดอยู่ภายในรูรักคับแคบ นิ้วเรียวสอดเข้าไปดึงมันออกมา
ดวงตาคมมองซองสีเงินที่เหลืออีกสองอันก่อนจะแสยะยิ้ม คว้ามันมาถือไว้ ก่อนจะเอาท่อนลำที่อ่อนตัวลงของตัวเองถูร่องเล็กระหว่างแก้มก้นนิ่มไปมาจนมันเริ่มจะแข็งตัวอีกครั้ง เขาแกะซองฟอยลืด้วยปากก่อนจะรอบมันลง แล้วกดกายเข้าไปสัมผัสความนิ่มลื่นอบอุ่นภายในอีกครั้งในคืนนี้
“กูบอกมึงแล้ว ว่าต่อให้มึงสลบคาxxx กูก็จะไม่หยุดกระแทก”
ร่างสูงหยุดนิ่งกิจกรรมทุกอย่างที่กำลังเลยเถิด ใบหน้าคมมีธารอารมณ์มากมายไหลผ่าน อารมณ์ที่คุกรุ่นคล้ายเบาลงยามรับรู้ความจริงที่ว่าร่างขาวเนียนตรงหน้าไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนและเพิ่งจะมอบครั้งแรกของตัวเองให้เขา ลูกพีชดูจะเจ็บมาก แต่ถ้าให้เขาหยุดทำตอนนี้คงจะมากเกินไป เขาจึงทำได้แค่หยุดนิ่ง และโอบกอดเธอไว้
เขาอาจจะเมาด้วยก็ได้ ไม่ใช่แค่เหล้า แต่เมาความหอมหวานจากตัวเธอ เพราะตอนนี้เขาห้ามตัวเองที่ทำตัวราวกับตายอดตายอยากมานานไม่ได้เลย
ลูกพีชยับเยินคามือเขาตลอดทั้งคืน เราหลับลงพร้อมกันบนเตียงนุ่ม แต่พอตื่นขึ้นมาอีกทีใบหน้าหล่อเหลาก็พลันมืดครึ้มลง พื้นที่ข้างกายไร้ไออุ่นอย่างที่หวัง
ในห้องกว้างเงียบสงบจนน่าใจหาย มือแกร่งควานหาโทรศัพท์มากดหาคนที่อยู่กับเขาเมื่อคืน แต่จวบจนเสียงรอสายจบลง ลูกพีชก็ไม่รับสักที วินเนอร์โทรไปราวสิบสาย แชตไปจนข้อความหนักซ้าย
“แม่งเอ๊ย ทำไมไม่รับสายวะ” เขาติดต่อเธอไม่ได้ สายก็ไม่รับแชตก็ไม่ตอบ “หายไปไหนของมึงวะลูกพีช”
วินเนอร์ปวดหัวจัด เขาทรุดนั่งบนเตียง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วตัดสินใจปล่อยเธอไป ที่หงุดหงิดเพราะยังไม่ได้ถ่ายรูปไว้เฉย ๆ หรอกวะ ไม่ได้เป็นห่วงว่ายัยนั่นจะเจ็บเลยสักนิด…
“อืม คลื่นมันแน่นจัง ขยับหน่อยได้ไหม ห หายใจไม่ออก ” เสียงหวานหูดังออกมา ชวนให้คลื่นสมุทรได้ทำตามใจเธอ แต่เหมือนชายหนุ่มจะยังอยากแกล้งคนตัวเล็ก ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เขาปวดหนึบไปทั้งลำรักคลื่นสมุทรจับให้ใบหน้างามหันกลับมาหาตัวเอง ก่อนเขาจะจูบลงบนริมฝีปากของขนมผิง และทันทีที่เขาสัมผัสลง หญิงสาวก็ตอบสนองกลับในทันที การจูบแลกลิ้นที่เกิดได้เพียงไม่ถึงนาที เรียกให้สะโพกหนาได้สอบสะโพกเข้าออกโพรงรักของหญิงสาวในทันทีแม้ว่าภายในจะคับแน่นแค่ไหน แต่คนตัวโตกลับยังคงสอบสะโพกของตัวเองอย่างหนักหน่วง เน้นกระแทกสะโพกเข้าหาร่องสวาทของหญิงสาวเหมือนเดิมมือหนาของคลื่นสมุทรได้ส่งไปบีบเคล้นที่อกของหญิงสาวอย่างเมามัน แต่กลับทำให้ขนมผิงขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะความเจ็บ เธอเชื่อว่าถ้าเป็นซิลิโคนคงได้แหลกคามือของคลื่นสมุทร“ชอบไหมครับ” คลื่นสมุทรเอ่ยถามหลังปล่อยให้ริมฝีปากของหญิงสาวได้เป็นอิสระ แต่เขากลับขบเม้มที่ใบหูของเธอแทน การกระทำของคลื่นสมุทรที่เล่นสัมผัสไปทุกซอกมุมของขนมผิง มันทำให้คนตัวเล็กแทบคลั่งเพราะรสสัมผัสของเขาอีกทั้งการสอบสะโพกแต่ละครั้งของเขา นั้นเน้นการกระแทกสะโพกเข้า จนทำให้เกิดเสียงเนื้อที่ดังกระท
เพี้ยะ“นี่คุณ” ขนมผิงจิปากใส่อีกฝ่ายอย่างไม่พอใจเมื่ออยู่ ๆ คลื่นสมุทรก็ตีลงบนแก้มก้นของเธอ และมันแรงจนขึ้นเป็นรอยห้านิ้วซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจว่าเธอจะพอใจในสิ่งที่เขาทำหรือไหม เพราะคลื่นสมุทรได้จับแท่นร้อนที่พร้อมใช้งานของตัวเอง ถูไปมาร่องสวาทของหญิงสาวอีกครั้ง ราวกับต้องการเรียกน้ำหวานของเธอ และเมื่อเห็นว่าเริ่มมีน้ำรักไหลออกมาให้เห็นคลื่นสมุทรจับตัวตนที่มีขนาดใหญ่พอตัวดันเข้าไปด้านใน แม้ว่าก่อนหน้านี้ชายหนุ่มจะเคยเข้าไปสัมผัสภายในแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งยังฝากน้ำรักเอาไว้ในตัวเธอด้วยก็ตามแต่ภายในตัวของขนมผิงยังคงคับแน่นเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย และในจังหวะที่คลื่นสมุทรส่งปลายหยักหัวบานของตัวเองเข้าไปด้านในแล้ว เขาได้สอบสะโพกดันแท่งร้อนของตัวเองเข้าไปในรูรักของอีกฝ่าย อย่างที่ไม่ได้คิดจะให้หญิงสาวได้ตั้งตัวแท่งรักที่มีขนาดใหญ่และแข็งขึงของชายหนุ่มได้ถูกดันเข้าไปภายในโพรงสวาทของขนมผิงในครั้งเดียวจนสุดทาง ทำให้คนที่ได้รับการกระทำของเขาทั้งเสียวทั้งจุกในเวลาเดียวกัน ใบหน้าสวยแนบลงไปกับเตียงน้อยอย่างต้องการระบายความทรมานที่เกิดขึ้น“ตอดแน่นไปนะครับ เสียวเหรอ หื้ม” คลื
“พร้อมนะครับ” คลื่นสมุทรเอ่ยถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ เพราะเขาจับแท่งร้อนของตัวเองดันเข้าไปภายในโพรงรัก การขยับสะโพกสอบเกิดขึ้นในทันที แม้ว่าตอนนี้การขยับสะโพกจะเป็นไปอย่างลำบากไม่น้อย เพราะความคับแน่นและแรงตอดรัดที่ต่อเนื่องรุนแรงริมฝีปากเรียวบางเม้มเข้าหากันแน่น ราวกับต้องการเก็บอารมณ์ความต้องการ ทั้ง ๆ ที่ความเสียวซ่านกำลังวิ่งเข้าเล่นงานเข้าอย่างต่อเนื่อง“คลื่นอย่าแรงมาก จะ จุก” เสียงครางกระเส่าไม่เป็นศัพท์ดังออกมา เมื่อสะโพกหนาของคลื่นสมุทรสอบเข้าและออกเป็นจังหวะที่เร็วและแรงมากพอตัว“จุกยังไงคะ คนดี”ปึก!“อ๊าส์!”แต่เหมือนคำพูดของขนมผิงจะไม่ได้ทำให้คลื่นสมุทรคิดจะเบาการกระทำของตัวเอง เพราะเขาสอบสะโพกของตัวเองเร็วและแรงมากขึ้น อีกครั้งยังส่งมือทั้งสองข้างไปจับลงที่อกของหญิงสาวราวกับกำลังระบายอารมณ์ความต้องการภายในตัว“อ๊ะ! เบา หน่อย เสียว” ขนมผิงส่งเสียงครางหวานแข่งกับเสียงเนื้อที่ดังกระทบกันออกมาอย่างไม่ขาดสายลมหายใจที่ถี่หอบของคลื่นสมุทรได้เป่ารดลงที่ซอกคอของหญิงสาวยิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านมากกว่าเดิม มือหนาออกแรงในการบีบเคล้นอกเต่งตูมทั้งสองครางราวกับต้องการเรียกอารมณ์ให้ก
หลังจากงานแต่งงานได้จบลง คู่บ่าวสาวได้ถูกส่งตัวเข้ามาภายในบ้านพักตากอากาศที่คลื่นสมุทรลงทุนซื้อเพื่อให้เป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับภรรยาและลูกสาว ซึ่งตอนนี้วาวาก็ยังคงอยู่กับปัทมา ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากให้พ่อและแม่ของเธอได้อยู่ด้วยกัน“วาวาล่ะคะ” ขนมผิงเอ่ยถามสามีอย่างเป็นทางการของตนเอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาภายในบ้าน แต่กลับไม่เหตุลูกสาว“แม่พาไปเที่ยว แล้วผิงกำลังทำอะไรอยู่ครับ” คลื่นสมุทรเดินเข้าไปสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง ใบหน้าคมเกยที่ไหล่ของขนมผิง ซึ่งหญิงสาวไม่ได้ผลักไสให้อีกฝ่ายออกห่างจากตัวเองแต่อย่างไร“ทำอาหาร”“วันนี้แต่งงานเป็นวันแรก ทำไมต้องทำอาหารเองด้วยครับ” คลื่นสมุทรเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่เขากำลังสูดดมความหอมจากเจ้าของร่างบาง“ที่นี่มีแต่อาหารทะเลทั้งนั้นคุณทานมากไปมันจะไม่ดี”“เป็นห่วงผมเหรอ” คลื่นสมุทรเอ่ยถามออกมา มือของเขาลูบไล้สัมผัสไปตามเนื้อตัวของขนมผิงอย่างหลงใหล“หยุดเลยนะคะ ผิงทำอาหารอยู่ไม่เห็นเหรอ” ขนมผิงเอ่ยอย่างไม่พอใจที่อยู่ ๆ ก็ถูกคลื่นสมุทรลวนลาม“ก็เห็น แต่อยากกินอย่างอื่นมากกว่า” คลื่นสมุทรเอื้อมมือไปปิดเตาแก๊สก่อนจับให้หญิงสาวหันกลับมามองตนเอง คลื่นสมุท
หลังจากที่ขนมผิงตอบรับการแต่งงานของคลื่นสมุทร เขาก็ได้เริ่มจัดเตรียมงานทันที ทำให้ขนมผิงค่อนข้างที่จะตกใจ เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะรีบร้อนแต่งงานขนาดนี้ ซึ่งจากเดิมที่คลื่นสมุทรได้คุยเอาไว้คือสองอาทิตย์ แต่ขนมผิงกลับขอเป็นอีกหนึ่งเดือน ซึ่งกว่าจะตกลงกันได้ทั้งสองก็ใช้เวลาพูดคุยอยู่นานพอสมควรวันนี้เป็นงานแต่งของขนมผิงและคลื่นสมุทร ซึ่งถูกจัดที่ริมทะเล แม้ว่าจะเป็นการจัดนอกสถานที่แต่งานแต่งของทั้งสองกลับไม่ได้เล็กเลยสักนิด มีแขกมากหน้าหลายตาที่เป็นทั้งคู่ค้าทางธุรกิจ และบรรดาเพื่อนสนิท คนในครอบครัวของทั้งสองเดินทางมาแสงความยินดีกับทั้งสองด้วยบรรยากาศภายในงานยังคงถูกจัดตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นดอกกุหลาบ แม้ว่างานจะมีการจัดสถานที่แบบเรียบง่าย แต่ยังคงเต็มไปด้วยความโรแมนติกเหมือนที่สาว ๆ หลาย ๆ คนต่างต้องการวันนี้เฟื่องฟ้ามาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับขนมผิง และมีลูกสาวตัวแสบของเธออย่าวาวาเป็นเด็กถือตะกร้าแหวนให้กับเธอคลื่นสมุทรยืนอยู่บนเวทีกับนายพิธี โดยที่ตอนนี้เจ้าสาวยังไม่ได้เข้ามาภายในงาน แต่พอถึงฤกษ์ตามที่กำหนดเอาไว้ เสียงดนตรีวงออร์เคสตราก็ดังขึ้นมา พร้อมกับการปราก
สองพ่อลูกใช้เวลาร่วมกันในการดูภาพถ่ายและวิดีโอของขนมผิงวนอยู่หลายรอบ จนตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้วแต่ขนมผิงยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับบ้าน ทำให้ทั้งวาวาและคลื่นสมุทรรู้สึกเป็นห่วงเธอ“คุณแม่จะกลับมาตอนไหนคะเนี่ย”“นั่นสิ พ่อโทรไปก็ไม่รับ”“งั้นเดี๋ยวหนูลองโทรหาดูนะคะ” คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำลูกสาว เพราะเขาคิดว่าอย่างไรเสียขนมผิงอาจจะไม่ยอมรับสายเขา แต่เธอไม่มีทางปฏิเสธลูกสาวของเธอ“ไม่รับค่ะ เอายังไงดีคะ”“คุณแม่ไปกับน้าเพียงฟ้า ลองโทรไปหาน้าเพียงฟ้าดูก่อน” คลื่นสมุทรไม่เพียงแต่พูด ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ของเพียงฟ้า ก่อนจะโทรออกทันทีหลังจากเจอเบอร์ของอีกฝ่าย เขาถือสายรอเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดกลับ“คุณเพียงฟ้า ขนมผิงอยู่กับคุณไหม”(“อ่อ…อยู่ค่ะ”)“แล้วทำไมเธอไม่รับโทรศัพท์”(“ขนมผิงไม่ได้ตั้งเสียงค่ะ”) เพียงฟ้าโกหกด้วยความจำใจ เพราะเพื่อนสนิทของเธอได้สั่งให้เธอตอบไปแบบนั้น“น้าเพียงฟ้าถามคุณแม่ให้หน่อยสิคะ ว่าคุณแม่จะกลับตอนไหน” วาวาแย่งโทรศัพท์จากผู้เป็นพ่อมากดเปิดลำโพง ก่อนจะเอ่ยถามเพียงฟ้าออกมา(“คุณแม่บอกว่า ให้คุณพ่อมารับหน่อยได้ไหมคะ”)“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะออกไปรับเดี๋ยวนี้”...…







