LOGINเที่ยงวันศุกร์ โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยเนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาจากหลากหลายคณะ เสียงพูดคุยจอแจผสมกับเสียงตะหลิวเคาะกระทะจากร้านอาหารตามสั่งดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ อากาศที่ร้อนอบอ้าวแม้จะมีพัดลมเพดานตัวใหญ่หมุนวนอยู่เหนือหัว ก็ไม่อาจทำให้ความพลุกพล่านของที่นี่ลดลงได้
พายที่เพิ่งเรียนจบคลาสเช้า นั่งอยู่โต๊ะมุมสุดของโรงอาหาร ซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัวกว่าโซนอื่น บนโต๊ะมีจานข้าวที่พร่องไปเพียงครึ่งเดียว วางคู่กับแท็บเล็ตที่กำลังเปิดหน้าจอแสดงกราฟดัชนีหุ้นและตัวเลขเศรษฐกิจ หญิงสาวยกแก้วน้ำขึ้นจิบ สายตายังคงจดจ่ออยู่กับตัวเลขบนหน้าจอด้วยความสนใจ
แม้จะอยู่ในเวลาพักเที่ยง แต่มาดของเหรัญญิกสโมสรฯ ก็ยังคงเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว เสื้อนักศึกษาเรียบร้อยเข้ารูป ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าตึง ดูเป็นสาวมั่นใจ ดีกรีแซ่บ และแว่นตากรอบใสที่เธอใส่ตอนมองตัวเลขก็ยิ่งขับให้เธอดูฉลาดขึ้นเป็นกอง การเรียนบวกกับการทำงานในสโมสรฯ ทำให้เธอแทบจะไม่มีเวลาพบปะใครหรือทำอย่างอื่นเลย เพื่อนในคณะหรือต่างคณะเธอก็มีบ้าง แต่ก็ยอมรับว่าไม่ได้สนิทกันมากมายเท่าไร
“ดูรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของไตรมาสนี้อยู่เหรอครับ”
เสียงทุ้มสุภาพดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม พายเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบกับชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดนักศึกษาที่รีดเรียบกริบ เนกไทถูกผูกอย่างประณีต นาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูสะท้อนแสงไฟ รอยยิ้มอบอุ่นของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสว่างไสวขึ้นมาทันที
“ภู…” พายเรียกชื่ออีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง “ใช่ พอดีอาจารย์เพิ่งสั่งงานวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคมาน่ะ ภูมาหาข้าวทานเหรอ นั่งด้วยกันไหม”
‘ภู’ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะเศรษฐศาสตร์ หนุ่มฮอตสายวิชาการที่ได้ชื่อว่าเป็นสเปกในฝันของสาวๆ หลายคน เขาพยักหน้าพร้อมกับวางจานข้าวลงบนโต๊ะฝั่งตรงข้ามพาย
“เราขอรบกวนหน่อยนะ พอดีโต๊ะอื่นเต็มหมดเลย” ภูส่งยิ้มให้ ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองหน้าจอแท็บเล็ตของพาย “กราฟตัวนั้น ถ้าพายลองดึงข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคมาเทียบด้วย น่าจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นนะ เราเพิ่งทำเปเปอร์เรื่องนี้ส่งไปพอดี เดี๋ยวเราส่งไฟล์อ้างอิงให้เอาไหม”
“จริงเหรอ ดีเลย ขอบใจมากนะภู ช่วยได้เยอะเลย” พายยิ้มกว้างขึ้น นัยน์ตาสีเข้มทอประกายความสนใจเมื่อได้พูดคุยในภาษาเดียวกัน ภาษาของตัวเลข สถิติ และการวิเคราะห์ที่คนทั่วไปมักจะส่ายหน้าหนี แต่สำหรับพวกเธอ มันคือเรื่องสนุก
การสนทนาระหว่างหนุ่มเศรษฐศาสตร์กับสาวบัญชีดำเนินไปอย่างลื่นไหลและถูกคอ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ ของพายทำให้คนที่ลอบมองอยู่ห่างๆ ถึงกับเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
---
ห่างออกไปสามโต๊ะ โซนกลางโรงอาหาร
แก๊ง 7’Days แห่งวิศวะกำลังนั่งสุมหัวกันกินข้าวกลางวันอย่างออกรส ‘มาร์ส’ กำลังวิจารณ์แมตช์ฟุตบอลเมื่อคืนอย่างเมามัน ‘ฟราย’ นั่งไถโทรศัพท์เช็กเรตติ้งสาวๆ ในอินสตาแกรม ส่วน ‘เธิร์ส’ กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านชีตสรุปเตรียมควิซบ่ายนี้ และสามสาว ‘มันเดย์’ จากวิศวะสิ่งแวดล้อม ‘เวนส์’ วิศวะคอมพิวเตอร์ และ ‘แซทเทิล’ วิศวะการไฟฟ้า ที่กำลังเม้าท์มอยกันอย่างออกรสออกชาติ
มีเพียง ‘ซัน’ คนเดียวที่ไม่ได้สนใจทั้งข้าวในจานและบทสนทนาของเพื่อนร่วมโต๊ะ
ดวงตาคมกริบดุดันของจ่าฝูงวิศวะโยธาจ้องเขม็งทะลุฝูงชนไปยังโต๊ะมุมสุดของโรงอาหาร มือหนาที่ถือช้อนส้อมกำแน่นจนข้อขาว กรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของยัยเด็กบัญชีจอมเนี้ยบ
รอยยิ้มแบบนั้น... ทำไมมันถึงไปอยู่บนหน้ายัยนั่นได้วะ
ตั้งแต่รู้จักกันมา ซันไม่เคยเห็นพายยิ้มกว้างขนาดนั้นมาก่อน สิ่งที่เขาได้รับมีแต่สายตาเย็นชา น้ำเสียงดุดัน การตอกกลับที่เจ็บแสบ และใบหน้าที่เรียบตึงราวกับฉีดโบท็อกซ์มาสิบเข็ม แต่พออยู่กับไอ้หน้าจืดใส่เนกไทนั่น ยัยแม่มดกลับหัวเราะร่วน แววตาเป็นประกาย ท่าทางดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัส
“ไอ้ซัน มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย ข้าวไม่แดก นั่งกัดฟันกรอดๆ จนกูนึกว่ามึงปวดขี้” มาร์สทักขึ้นเมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเพื่อนสนิท
ซันไม่ตอบ เขายังคงจ้องมองไปที่โต๊ะเป้าหมาย ภาพที่ภูขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้พายเพื่อชี้ให้ดูอะไรบางอย่างในแท็บเล็ต ไหล่ของทั้งคู่แทบจะชนกัน ทำให้ระดับความเดือดในอกของซันพุ่งทะลุปรอท
กร๊อบ!
ขวดน้ำพลาสติกในมือซันถูกบีบขยี้จนบี้แบน น้ำเปล่าบางส่วนล้นทะลักออกมาหกเลอะเทอะบนโต๊ะ เสียงกระแทกทำให้เพื่อนทั้งหกคนหยุดชะงักและหันมามองเขาเป็นตาเดียว
“เชี่ยซัน มึงบีบขวดน้ำทำไมวะ เปียกชีตกูหมด!” เธิร์สโวยวาย รีบดึงชีตสรุปหนีน้ำที่เจิ่งนอง
ซันไม่ได้สนใจเสียงด่าของเพื่อน เขาวางขวดน้ำที่บี้แบนลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“กูอิ่มแล้ว” ซันกดเสียงต่ำ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เดินดุ่มๆ ตรงดิ่งไปยังโต๊ะมุมสุดของโรงอาหารทันที ทิ้งให้เพื่อนสามคนนั่งมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“มันเป็นอะไรของมันวะ” ฟรายขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังกว้างของเพื่อนไป “อ้าว นั่นมันเดินไปโต๊ะยัยเหรัญญิกสโมฯ นี่หว่า… ชิบหายละ อย่าบอกนะว่ามันจะไปพังโต๊ะเขากลางโรงอาหารอะ”
ณ คอนโดมิเนียมของซันปัง!ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุม พายเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาอย่างแรง หญิงสาวยืนกอดอกหันหลังให้เขา ไหล่เล็กสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ข้างในมันคือความรู้สึก ‘หึง’ อย่างรุนแรงที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน…“เมียจ๋า... เค้าอธิบายได้นะ” ซันเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนอย่างออดอ้อน “เค้าไม่ได้เล่นด้วยเลยนะตัว เค้าพยายามปฏิเสธแล้ว ยัยนั่นเดินเข้ามาเอง เค้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ”“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ!” พายสะบัดตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยแดงระเรื่อ “ตัวรู้ตัวไหมว่าตัวเองหล่อขึ้นแค่ไหน แล้วทำไมต้องใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมโชว์แผงอกไปนั่งให้ผู้หญิงคนอื่นมองด้วย เค้าหวงรู้ไหม! หวงจนอยากจะเดินเข้าไปหยุมหัวผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”ซันชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม ความกลัวตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความดีใจจนแทบเนื้อเต้น“นี่ตัว... หึงเค้าเหรอ?” ซันถามเ
บรรยากาศยามค่ำคืน ณ ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเดิม เสียงดนตรีสดจังหวะสนุกสนานผสมผสานกับเสียงพูดคุยเฮฮา โซนวีไอพีชั้นสองมุมสุดซึ่งเป็นทำเลทอง ถูกจับจองโดยกลุ่มแก๊ง ‘7’Days’ ที่มากันครบทีม ทั้งฝั่งหนุ่มๆ อย่าง มาร์ส ฟราย เธิร์ส และฝั่งสามสาวสายลุย มันเดย์ เวนส์ แซทเทิล แน่นอนว่าตรงกลางวงมีร่างสูงใหญ่ของ ‘ซัน’ จ่าฝูงไร้พ่ายนั่งอยู่ด้วยตั้งแต่ซันเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนคุ้นเคยที่อยู่ใน ‘สมุดบัญชีรัก’ ของเหรัญญิกสาวคณะบัญชีอย่าง ‘พาย’ ออร่าความหล่อและความสะอาดสะอ้านของเขาก็พุ่งทะลุปรอท จากที่เคยใส่เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ ตอนนี้พายจัดการจับเขาแต่งตัวใหม่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักที่ท่อนแขน บวกกับทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดี ทำให้จ่าฝูงวิศวะที่เคยดูเถื่อนๆ กลายเป็นหนุ่มหล่อแบดบอยที่ดูแพงขึ้นมาทันตาเห็นและนั่น... คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย“ไอ้ซัน มึงรู้ตัวป่ะว่าตั้งแต่เมียมึงจับแต่งตัวใหม่ สาวๆ โต๊ะข้างล่างมองมึงตาเป็นมันเลยว่ะ” ฟรา
พูดจบ ซันก็ฝังใบหน้าลงไปตวัดปลายลิ้นสากไล้เลียติ่งเนื้อเกสรสีสดอย่างแม่นยำ“อ๊าาา!! ซัน! อื้ออ... เค้าเสียว ไม่ไหวแล้ว!”พายกรีดร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจู่โจมด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด ซันใช้ริมฝีปากและเรียวลิ้นปรนเปรอเธออย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ เขาดูดดึงความนุ่มหยุ่นนั้นราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำหวานที่อร่อยที่สุดในโลก สลับกับการใช้ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปภายในช่องทางรักที่คับแคบ ขยับเข้าออกเป็นจังหวะเพื่อเบิกทาง“อืมม... แฉะหมดแล้วเมียจ๋า” ซันเงยหน้าขึ้นมามองผลงานของตัวเอง น้ำหวานใสเปรอะเปื้อนอยู่ที่มุมปากหยักของเขา ยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่จนพายแทบจะบ้าตายพายหอบหายใจแฮ่ก ร่างกายบิดเร่าไปมา สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมด “ตัว... เข้ามาเถอะ... เค้าต้องการตัวแล้ว อ๊า!”คำเชิญชวนที่แสนยั่วยวนทำเอาเส้นความอดทนของซันแทบขาดผึง แต่จ่าฝูงจอมเจ้าเล่ห์กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งแล้วจัดการขยับพลิกตัว เปลี่ยนทิศทางสลับฝั่งกับคนใต้ร่าง“ใจเย็นสิครับเมียจ๋า เค้าเพิ่งจะชิมกำไรไปนิดเดียวเอง ตัวไม่อยากชิม ‘ต้นทุน’ ของเค้าบ้างเหรอ”
สมุดบัญชีปกดำที่เต็มไปด้วยความทรงจำร่วงหล่นลงบนเบาะโซฟาหนังอย่างเงียบเชียบ ทว่าไม่มีใครในห้องนี้สนใจมันอีกต่อไป เมื่อความสนใจทั้งหมดถูกหลอมรวมอยู่ในอ้อมกอดและริมฝีปากที่กำลังแนบชิดกันอย่างดูดดื่มจูบที่เริ่มต้นด้วยความหวานละมุนเพื่อถ่ายทอดความรัก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ซันบดเบียดกลีบปากหยักลงบนริมฝีปากนุ่มของพายอย่างโหยหา เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างช่ำชอง เขาไม่ได้ตะกรุมตะกรามหรือบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต แต่เป็นการชักนำที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความเว้าวอนจนพายแทบจะหลอมละลายคาอกกว้าง“อืมม... ซัน...” พายครางเครือในลำคอ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น สอดปลายนิ้วเข้าขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความหวามไหวซันค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองใครต่อใครด้วยความแข็งเกล้า บัดนี้ทอประกายหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกรั้นของคนบนตักเบาๆ“เมียจ๋า...” ซันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “เค้าสัญญาแล้วนะว
ทว่าเมื่อเปิดหน้าแรกออก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงภายในสมุดบัญชีเล่มนั้น ไม่ได้มีตารางรายรับรายจ่าย ไม่ได้มีตัวเลขน่าปวดหัว แต่มันคือ ‘สมุด Scrapbook’ ที่ถูกตกแต่งด้วยความพยายามอย่างถึงที่สุดของลูกผู้ชายสายเถื่อนหน้าแรกถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินลายมือขยุกขยิกของซันว่า ‘หมวดหมู่: ต้นทุนหัวใจ’ ด้านล่างของข้อความนั้น มี ‘โพสต์อิทสีเหลืองแผ่นแรก’ ที่เขาเคยเขียนฝากข้าวกล่องหมูทอดทงคัตสึมาให้เธอ แปะเอาไว้อย่างทะนุถนอมพายมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดหน้าถัดไป...หน้าสองเขียนว่า ‘หมวดหมู่: ค่าเสื่อมราคา (ที่ยอมจ่าย)’ สิ่งที่แปะอยู่คือ ‘ตั๋วหนังสองใบ’ จากการเดตอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา ที่วันนั้นซันยอมแต่งตัวเนี้ยบใส่เสื้อเชิ้ตไปดูหนังรักโรแมนติกที่เขาเกลียดแสนเกลียดจนหลับคาโรงหนัง แต่ก็ยังเก็บตั๋วหนังเอาไว้หน้าต่อๆ ไปเต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... มีทั้ง ‘กระดาษทิชชูร้านกาแฟ’ ที่พายเคยเผลอวาดรูปล้อเลียนหน้าซันตอนเขากำลังเผลอ ‘พลาสเตอร์ยา’ ลายกา
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ ‘จ่าฝูงวิศวะ’ อย่างซัน ก้าวเข้ามาประกาศสถานะความเป็นเจ้าของเหรัญญิกสาวสุดเนี้ยบกลางร้านเหล้า ฤดูกาลของมหาวิทยาลัยผลัดเปลี่ยนจากช่วงเวลาแห่งการสอบที่เคร่งเครียด เข้าสู่ช่วงปลายภาคเรียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ซัน’ และ ‘พาย’ ไม่ได้เป็นความลับหรือสิ่งทึมเทาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘วิน-วิน’ อีกต่อไป ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักที่โด่งดังที่สุดในมหาวิทยาลัย การจับคู่กันระหว่างความดิบเถื่อนสายบวกของวิศวะโยธา และความเจ้าระเบียบเย็นชาของคณะบัญชี ดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมที่ขัดแย้ง แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาดใจแน่นอนว่าการคบกันของคนที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรก พวกเขายังคงมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘วิธีการ’ ในการแก้ปัญหาซันเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ร้อนดั่งไฟของตัวเอง เมื่อใดที่รู้สึกว่าความโกรธกำลังจะปะทุ เขาจะเลือกเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ แทนที่จะสาดคำพูดทำร้ายจิตใจใส่เธอเหมือนในอดีต เขากลายเป็นผู้ชายที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และรู้จักที่จะเอ







