LOGIN“แล้วในส่วนของค่าพาหนะล่ะครับ” ซันแกล้งตั้งคำถามเพื่อดึงความสนใจของทุกคนในห้องให้จดจ่อที่เขา ขณะที่เท้าใต้โต๊ะก็ยังคงทำหน้าที่ก่อกวนไม่หยุดหย่อน “สโมสรมีข้อสงสัยอะไรเรื่องค่าน้ำมันรถสิบล้ออีกไหม”
พายกัดริมฝีปากด้านในอย่างแรงเพื่อเรียกสติ มือทั้งสองข้างที่เคยวางอยู่บนโต๊ะถูกลดลงมาวางบนตัก เธอพยายามใช้มือผลักข้อเท้าของคนฉวยโอกาสออก แต่ซันกลับออกแรงต้าน แถมยังจงใจเลื่อนฝ่าเท้าสูงขึ้นไปจนเกือบถึงข้อพับเข่า
ความทรงจำเร่าร้อนเมื่อคืนหวนกลับมาโจมตีพายอีกครั้ง สัมผัสหยาบโลนที่กำลังลูบไล้ขาของเธออยู่ในตอนนี้ แทบไม่ต่างอะไรกับฝ่ามือร้อนผ่าวที่เคยเคล้นคลึงร่างกายเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ท้องน้อยของหญิงสาวหดเกร็ง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาจนพวงแก้มขาวเนียนเริ่มขึ้นสีระเรื่อ
“คะ… ค่าน้ำมัน” พายพยายามเค้นเสียงออกมาให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “ถ้าเทียบกับระยะทางจากมหา’ลัยฯ ไปไซต์ก่อสร้าง… ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ… อ๊ะ!”
เสียงอุทานแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากบาง เมื่อปลายนิ้วเท้าของคนใต้โต๊ะจงใจเกี่ยวเข้ากับรอยช้ำจางๆ ที่ต้นขาด้านใน ซึ่งเป็นรอยที่เขาฝากเอาไว้เมื่อคืน
“มีอะไรหรือเปล่าพาย” ประธานองค์การนักศึกษาที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาถามด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นหน้าเหรัญญิกคนเก่งแดงก่ำผิดปกติ “แอร์เย็นไปเหรอ หน้าแดงเชียว”
“ม… ไม่มีอะไรค่ะ พอดีรู้สึกเจ็บคอนิดหน่อย” พายรีบโกหกคำโต มือเล็กกำกระโปรงบนตักของตัวเองแน่นจนข้อขาว นัยน์ตาสีเข้มตวัดขวับไปมองไอ้ตัวการที่นั่งยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะอยู่ฝั่งตรงข้าม
ซันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับจะถามว่า ‘เก่งนักไม่ใช่เหรอ เอาสิ ด่าฉันต่อสิ’ การได้เห็นท่าทีลุกลนและแววตาสั่นระริกของแม่สาวบัญชีจอมหยิ่ง ทำให้เขารู้สึกสะใจจนแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เขาชอบความรู้สึกของการได้เป็นผู้ควบคุมอารมณ์ของเธอ ชอบที่ได้เห็นกำแพงความเยือกเย็นของเธอค่อยๆ พังทลายลงเพราะสัมผัสของเขา
แต่ซันประเมินความดื้อรั้นของพายต่ำเกินไป
คิดว่าแค่แกล้งลูบขาใต้โต๊ะแล้วเธอจะยอมสติแตก ร้องไห้วิ่งหนีออกจากห้องประชุมไปเหมือนนางเอกในละครหลังข่าวหรือไง? ฝันไปเถอะ!
พายสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงดุจนางพญาคุมกฎอีกครั้ง เธอเลื่อนมือกลับขึ้นมาวางบนโต๊ะ พิมพ์ข้อสรุปลงในแล็ปท็อปด้วยความรวดเร็ว
“สรุปนะคะ” พายกวาดสายตามองทุกคนในห้องด้วยความเด็ดขาด “เอกสารการเบิกจ่ายงบประมาณค่ายอาสาวิศวกรรมศาสตร์รอบนี้ มีการแก้ไขรายละเอียดครบถ้วนตามระเบียบการเบิกจ่ายทุกประการ ดิฉันในฐานะเหรัญญิก ไม่มีข้อท้วงติงเพิ่มเติมค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น ถือว่าที่ประชุมมีมติเอกฉันท์อนุมัติงบก้อนนี้นะครับ” ประธานสโมฯ รีบสรุปด้วยความโล่งอก “พาย เซ็นอนุมัติในใบปะหน้าได้เลย”
ซันยิ้มกริ่มอย่างพอใจ ในที่สุดเขาก็ชนะ ยัยเด็กบัญชียอมเซ็นให้เขาจนได้ ชายหนุ่มเตรียมจะชักเท้ากลับเพื่อยุติสงครามประสาทใต้โต๊ะ
แต่ทว่า…
ในจังหวะที่พายเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาจรดลงบนหน้ากระดาษ หญิงสาวกลับขยับตัวเล็กน้อย เธอเล็งตำแหน่งอย่างแม่นยำ ก่อนจะยกเท้าที่สวมรองเท้าคัตชูหนังหัวแหลมปรี๊ดของตัวเองขึ้น แล้ว…
ปึ้ก!!
“โอ๊ยยยยยยยยยยย!!”
เสียงร้องโหยหวนของจ่าฝูงวิศวะดังลั่นห้องประชุมจนทุกคนสะดุ้งสุดตัว ซันผุดลุกขึ้นยืนพรวด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดขั้นสุด สองมือตะปบลงบนโต๊ะเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น เขาเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด เจ็บเหมือนกระดูกหลังเท้าถูกสว่านเจาะทะลุ
“ไอ้ซัน มึงเป็นอะไรวะ!” ตัวแทนจากคณะอื่นร้องถามด้วยความตกใจ
“กู… มดกัด มดแม่งกัดตีนกู” ซันกัดฟันตอบเสียงสั่น พยายามเก็บอาการไม่ให้ใครรู้ว่าถูกผู้หญิงเหยียบเท้าใต้โต๊ะ แต่ความเจ็บปวดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาสมองทำเอาเขาแทบยืนไม่อยู่
พายจรดปลายปากกาตวัดลายเซ็นลงบนเอกสารอย่างใจเย็น สวยงาม ก่อนจะปิดแฟ้มเสียงดังปั๊บ เธอเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความสะใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน
“แฟ้มอนุมัติเรียบร้อยแล้วค่ะ เอาไปยื่นเบิกที่กองคลังได้เลย” พายดันแฟ้มไปตรงกลางโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดการเก็บแล็ปท็อปและสมุดโน้ตลงกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ
เธอเดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ซันที่กำลังยืนตัวสั่นเพราะความเจ็บปวด พายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันแค่สองคน
“คราวหลัง… ถ้าอยากจะ ‘ทำทาน’ ให้ใคร ก็ช่วยเก็บหางกับเท้าของตัวเองให้เรียบร้อยด้วยนะคะ ระวังจะโดนเหยียบกระดูกแตกไม่รู้ตัว”
พูดจบ พายก็หมุนตัวเดินเชิดหน้าออกจากห้องประชุมไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้จ่าฝูงวิศวะโยธายืนกัดฟันกรอด ขาข้างหนึ่งสั่นพั่บๆ อยู่กลางห้อง ท่ามกลางสายตางุนงงของประธานสโมสรและตัวแทนคณะอื่นๆ
“ฝากไว้ก่อนเถอะยัยแม่มด!” ซันสบถในใจอย่างมาดร้าย อาการปวดระบมที่หลังเท้ายังคงเต้นตุบๆ ตอกย้ำความพ่ายแพ้ในยกนี้อย่างเจ็บแสบ
เขาประเมินยัยเด็กบัญชีคนนี้ต่ำไปจริงๆ ผู้หญิงอะไรวะ ทั้งดื้อ ทั้งหยิ่ง ทั้งมือหนัก แถมยังตีนหนักอีกต่างหาก แต่ถึงจะเจ็บใจแค่ไหน ลึกๆ แล้วซันกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รอยยิ้มเยือกเย็นที่เธอส่งมาให้เมื่อครู่ มันโคตรจะเร้าใจเลย ให้ตายเถอะ!
ณ คอนโดมิเนียมของซันปัง!ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุม พายเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาอย่างแรง หญิงสาวยืนกอดอกหันหลังให้เขา ไหล่เล็กสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ข้างในมันคือความรู้สึก ‘หึง’ อย่างรุนแรงที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน…“เมียจ๋า... เค้าอธิบายได้นะ” ซันเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนอย่างออดอ้อน “เค้าไม่ได้เล่นด้วยเลยนะตัว เค้าพยายามปฏิเสธแล้ว ยัยนั่นเดินเข้ามาเอง เค้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ”“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ!” พายสะบัดตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยแดงระเรื่อ “ตัวรู้ตัวไหมว่าตัวเองหล่อขึ้นแค่ไหน แล้วทำไมต้องใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมโชว์แผงอกไปนั่งให้ผู้หญิงคนอื่นมองด้วย เค้าหวงรู้ไหม! หวงจนอยากจะเดินเข้าไปหยุมหัวผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”ซันชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม ความกลัวตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความดีใจจนแทบเนื้อเต้น“นี่ตัว... หึงเค้าเหรอ?” ซันถามเ
บรรยากาศยามค่ำคืน ณ ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเดิม เสียงดนตรีสดจังหวะสนุกสนานผสมผสานกับเสียงพูดคุยเฮฮา โซนวีไอพีชั้นสองมุมสุดซึ่งเป็นทำเลทอง ถูกจับจองโดยกลุ่มแก๊ง ‘7’Days’ ที่มากันครบทีม ทั้งฝั่งหนุ่มๆ อย่าง มาร์ส ฟราย เธิร์ส และฝั่งสามสาวสายลุย มันเดย์ เวนส์ แซทเทิล แน่นอนว่าตรงกลางวงมีร่างสูงใหญ่ของ ‘ซัน’ จ่าฝูงไร้พ่ายนั่งอยู่ด้วยตั้งแต่ซันเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนคุ้นเคยที่อยู่ใน ‘สมุดบัญชีรัก’ ของเหรัญญิกสาวคณะบัญชีอย่าง ‘พาย’ ออร่าความหล่อและความสะอาดสะอ้านของเขาก็พุ่งทะลุปรอท จากที่เคยใส่เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ ตอนนี้พายจัดการจับเขาแต่งตัวใหม่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักที่ท่อนแขน บวกกับทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดี ทำให้จ่าฝูงวิศวะที่เคยดูเถื่อนๆ กลายเป็นหนุ่มหล่อแบดบอยที่ดูแพงขึ้นมาทันตาเห็นและนั่น... คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย“ไอ้ซัน มึงรู้ตัวป่ะว่าตั้งแต่เมียมึงจับแต่งตัวใหม่ สาวๆ โต๊ะข้างล่างมองมึงตาเป็นมันเลยว่ะ” ฟรา
พูดจบ ซันก็ฝังใบหน้าลงไปตวัดปลายลิ้นสากไล้เลียติ่งเนื้อเกสรสีสดอย่างแม่นยำ“อ๊าาา!! ซัน! อื้ออ... เค้าเสียว ไม่ไหวแล้ว!”พายกรีดร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจู่โจมด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด ซันใช้ริมฝีปากและเรียวลิ้นปรนเปรอเธออย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ เขาดูดดึงความนุ่มหยุ่นนั้นราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำหวานที่อร่อยที่สุดในโลก สลับกับการใช้ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปภายในช่องทางรักที่คับแคบ ขยับเข้าออกเป็นจังหวะเพื่อเบิกทาง“อืมม... แฉะหมดแล้วเมียจ๋า” ซันเงยหน้าขึ้นมามองผลงานของตัวเอง น้ำหวานใสเปรอะเปื้อนอยู่ที่มุมปากหยักของเขา ยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่จนพายแทบจะบ้าตายพายหอบหายใจแฮ่ก ร่างกายบิดเร่าไปมา สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมด “ตัว... เข้ามาเถอะ... เค้าต้องการตัวแล้ว อ๊า!”คำเชิญชวนที่แสนยั่วยวนทำเอาเส้นความอดทนของซันแทบขาดผึง แต่จ่าฝูงจอมเจ้าเล่ห์กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งแล้วจัดการขยับพลิกตัว เปลี่ยนทิศทางสลับฝั่งกับคนใต้ร่าง“ใจเย็นสิครับเมียจ๋า เค้าเพิ่งจะชิมกำไรไปนิดเดียวเอง ตัวไม่อยากชิม ‘ต้นทุน’ ของเค้าบ้างเหรอ”
สมุดบัญชีปกดำที่เต็มไปด้วยความทรงจำร่วงหล่นลงบนเบาะโซฟาหนังอย่างเงียบเชียบ ทว่าไม่มีใครในห้องนี้สนใจมันอีกต่อไป เมื่อความสนใจทั้งหมดถูกหลอมรวมอยู่ในอ้อมกอดและริมฝีปากที่กำลังแนบชิดกันอย่างดูดดื่มจูบที่เริ่มต้นด้วยความหวานละมุนเพื่อถ่ายทอดความรัก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ซันบดเบียดกลีบปากหยักลงบนริมฝีปากนุ่มของพายอย่างโหยหา เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างช่ำชอง เขาไม่ได้ตะกรุมตะกรามหรือบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต แต่เป็นการชักนำที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความเว้าวอนจนพายแทบจะหลอมละลายคาอกกว้าง“อืมม... ซัน...” พายครางเครือในลำคอ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น สอดปลายนิ้วเข้าขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความหวามไหวซันค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองใครต่อใครด้วยความแข็งเกล้า บัดนี้ทอประกายหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกรั้นของคนบนตักเบาๆ“เมียจ๋า...” ซันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “เค้าสัญญาแล้วนะว
ทว่าเมื่อเปิดหน้าแรกออก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงภายในสมุดบัญชีเล่มนั้น ไม่ได้มีตารางรายรับรายจ่าย ไม่ได้มีตัวเลขน่าปวดหัว แต่มันคือ ‘สมุด Scrapbook’ ที่ถูกตกแต่งด้วยความพยายามอย่างถึงที่สุดของลูกผู้ชายสายเถื่อนหน้าแรกถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินลายมือขยุกขยิกของซันว่า ‘หมวดหมู่: ต้นทุนหัวใจ’ ด้านล่างของข้อความนั้น มี ‘โพสต์อิทสีเหลืองแผ่นแรก’ ที่เขาเคยเขียนฝากข้าวกล่องหมูทอดทงคัตสึมาให้เธอ แปะเอาไว้อย่างทะนุถนอมพายมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดหน้าถัดไป...หน้าสองเขียนว่า ‘หมวดหมู่: ค่าเสื่อมราคา (ที่ยอมจ่าย)’ สิ่งที่แปะอยู่คือ ‘ตั๋วหนังสองใบ’ จากการเดตอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา ที่วันนั้นซันยอมแต่งตัวเนี้ยบใส่เสื้อเชิ้ตไปดูหนังรักโรแมนติกที่เขาเกลียดแสนเกลียดจนหลับคาโรงหนัง แต่ก็ยังเก็บตั๋วหนังเอาไว้หน้าต่อๆ ไปเต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... มีทั้ง ‘กระดาษทิชชูร้านกาแฟ’ ที่พายเคยเผลอวาดรูปล้อเลียนหน้าซันตอนเขากำลังเผลอ ‘พลาสเตอร์ยา’ ลายกา
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ ‘จ่าฝูงวิศวะ’ อย่างซัน ก้าวเข้ามาประกาศสถานะความเป็นเจ้าของเหรัญญิกสาวสุดเนี้ยบกลางร้านเหล้า ฤดูกาลของมหาวิทยาลัยผลัดเปลี่ยนจากช่วงเวลาแห่งการสอบที่เคร่งเครียด เข้าสู่ช่วงปลายภาคเรียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ซัน’ และ ‘พาย’ ไม่ได้เป็นความลับหรือสิ่งทึมเทาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘วิน-วิน’ อีกต่อไป ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักที่โด่งดังที่สุดในมหาวิทยาลัย การจับคู่กันระหว่างความดิบเถื่อนสายบวกของวิศวะโยธา และความเจ้าระเบียบเย็นชาของคณะบัญชี ดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมที่ขัดแย้ง แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาดใจแน่นอนว่าการคบกันของคนที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรก พวกเขายังคงมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘วิธีการ’ ในการแก้ปัญหาซันเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ร้อนดั่งไฟของตัวเอง เมื่อใดที่รู้สึกว่าความโกรธกำลังจะปะทุ เขาจะเลือกเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ แทนที่จะสาดคำพูดทำร้ายจิตใจใส่เธอเหมือนในอดีต เขากลายเป็นผู้ชายที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และรู้จักที่จะเอ







