Masukปัง!
เสียงตรายางปั๊มหมึกสีแดงกระแทกลงบนกระดาษดังสนั่นจนรุ่นน้องในห้องสโมสรนักศึกษาพากันสะดุ้ง ตัวอักษรสีแดงเข้มขนาดใหญ่ที่ประทับหราอยู่บนหน้าปกแฟ้มเอกสารเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ไม่อนุมัติ’
“มุก เอาแฟ้มนรกนี่กลับไปคืนที่ตึกวิศวะที”
พาย เหรัญญิกองค์การนักศึกษาสาวจากคณะบัญชี ปี 3 ยื่นแฟ้มเอกสารสภาพยับเยินส่งให้รุ่นน้องด้วยใบหน้าเรียบตึง แว่นตากรอบใสที่สวมอยู่ไม่ได้ทำให้ดวงตาเฉียบคมของเธอดูซอฟต์ลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งขับให้เธอดูเป็นลุคสาวเจ้าระเบียบที่ใครหน้าไหนก็ไม่กล้าหือ
“เอ่อ… ตีกลับอีกแล้วเหรอคะพี่พาย นี่รอบที่สามแล้วนะคะ พวกพี่วิศวะเขาไม่วีนแตกเอาเหรอ” มุกรับแฟ้มมาถือไว้แบบกล้าๆ กลัวๆ
“จะวีนก็เรื่องของเขา สโมสรนักศึกษาไม่ได้มีหน้าที่มานั่งอนุมัติเศษกระดาษที่ทำลวกๆ แบบนี้” พายกอดอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยหน่าย “เธอเปิดดูข้างในสิ บิลเงินสดซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างเจ็ดพันบาท แต่ใช้ลายมือเขียนเอา ไม่มีแม้แต่ชื่อร้านค้า ไม่มีหัวบิล ไม่มีหมายเลขผู้เสียภาษี แล้วตรงส่วนของแผนงาน โครงการค่ายอาสาหลักแสน แต่เขียนหลักการ PDCA มาแค่บรรทัดเดียวว่า ‘ไปค่าย สร้างศาลา แล้วก็กลับ’ แบบนี้มันใช่ภาษาคนทำงานที่ไหนกัน”
“แต่ค่ายเขากำลังจะออกอาทิตย์หน้านี้แล้วนะคะพี่พาย ถ้าเงินงวดแรกไม่ออก พวกเขาไม่มีเงินไปซื้อปูนซื้อเหล็กแน่ๆ”
“นั่นมันปัญหาของคนทำเอกสารชุ่ย ไม่ใช่ปัญหาของฉัน” พายตอบเสียงเฉียบขาด “เอาไปคืนตามนั้นแหละ บอกให้เขาไปแก้มาให้เรียบร้อย บิลไหนไม่ถูกต้องก็ไปตามหามาให้ครบ ไม่งั้นก็ไม่ต้องเอาเงินงวดแรก”
รุ่นน้องพยักหน้ารับคำแล้วรีบหอบแฟ้มเดินออกจากห้องไป พายถอนหายใจยาวพลางนวดขมับตัวเอง เธอเกลียดการทำงานกับพวกวิศวะโยธาที่สุด พวกนี้ชอบคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ ทำงานหนักลงพื้นที่ตากแดดตากลมแล้วจะมีสิทธิพิเศษเหนือใคร จะข้ามขั้นตอนยังไงก็ได้ จะส่งเอกสารชุ่ยแค่ไหนก็ได้ เพราะคิดว่ายังไงสโมสรก็ต้องยอมหลับตาข้างหนึ่งอนุมัติให้
แต่ขอโทษที… กฎก็คือกฎ และพายคือคนคุมกฎเรื่องเงินทั้งหมดของที่นี่!
---
เวลาผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที
ปัง!!
คราวนี้ไม่ใช่เสียงตรายาง แต่เป็นเสียงประตูไม้บานหนาของห้องสโมสรนักศึกษาที่ถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง ทุกคนในห้องถึงกับชะงัก หันไปมองที่ประตูเป็นตาเดียว
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวยาวๆ อย่างมาดมั่น เข้ามาในห้องด้วยอารมณ์ที่พุ่งทะลุปรอท เขาสวมเสื้อช็อปสีแดงเข้มที่ปลดกระดุมออกจนหมด เผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวข้างในที่ชื้นเหงื่อ กางเกงยีนส์สีซีดขาดเข่า และรองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นดิน รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับเตาเผาที่กำลังลุกโชน
‘ซัน’ นักศึกษาปี 3 จากวิศวกรรมโยธา จ่าฝูงที่ใครๆ ในมหา’ลัยต่างก็รู้จักกิตติศัพท์ความห่ามและอารมณ์ร้อนของเขาดี
“ใครชื่อพาย!” เสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นห้องสโมฯ
สมาชิกสโมสรคนอื่นๆ พาหดคอหนี ไม่มีใครกล้าสบตาซันแม้แต่คนเดียว ยกเว้นเป้าหมายที่ถูกเรียกชื่อ พายค่อยๆ วางปากกาในมือลงบนโต๊ะ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะตัวเล็กกว่าไอ้หมียักษ์หน้าประตูนั่นเกือบฟุตครึ่ง แต่สายตาที่เธอมองกลับไปนั้นแข็งกร้าวและไม่ยอมคน
“ฉันเอง มีปัญหาอะไรไม่ทราบ” พายตอบเสียงเรียบ
ซันสาวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะฟาดแฟ้มเอกสารที่มุกเพิ่งเอาไปคืนลงบนโต๊ะทำงานของพายอย่างแรงจนแฟ้มพลาสติกแตก เสียงกระแทกทำให้คนในห้องสะดุ้งอีกรอบ
“เธอมีปัญหาอะไรกับงบค่ายวิศวะวะ!” ซันพยายามสกัดคำหยาบเอาไว้เมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิง “ตีกลับสามรอบ ตีกลับหาพระแสงอะไรนักหนา ค่ายกูจะออกอาทิตย์หน้าอยู่แล้ว รถสิบล้อรอขนของอยู่หน้าคณะ แต่เงินมัดจำค่าเหล็กค่าปูนยังเบิกไม่ได้เพราะเหรัญญิกสโมฯ มัวแต่นั่งจับผิดฟอนต์ตัวหนังสือเนี่ยนะ!”
“หนึ่ง… กรุณาใช้คำพูดให้สุภาพ นี่ห้องทำงานสโมสรนักศึกษา ไม่ใช่ลานเกียร์ของคุณ” พายจ้องหน้าเขาเขม็ง ไม่แสดงอาการหวาดกลัวต่อท่าทีคุกคามนั้น “และสอง… ฉันไม่ได้จับผิดฟอนต์ตัวหนังสือ แต่ฉันจับผิดความมักง่ายของคุณต่างหาก”
พายหยิบแฟ้มที่ซันเพิ่งฟาดลงมาเปิดออก แล้วดึงกระดาษใบเสร็จที่มีปัญหาสะบัดใส่หน้าเขา
“บิลเงินสดซื้อตะปูกับลวดเจ็ดพันบาท แต่เขียนใส่เศษกระดาษสมุดฉีก ลายเซ็นคนรับเงินก็ไม่มี ตราปั๊มร้านก็ไม่มี! คุณเรียนวิศวะหรือเรียนอนุบาล ถึงไม่รู้ว่าเอกสารแบบนี้มันใช้เบิกเงินไม่ได้!” พายสวนกลับฉอดๆ “แล้วดูตรงนี้ แผนงานโครงการหลักแสนของคุณ PDCA… Plan ไปค่าย Do สร้างศาลา Check สร้างเสร็จ Action กลับมอ คุณซันคะ คุณคิดว่านี่มันคือเรื่องตลกงั้นเหรอ”
ณ คอนโดมิเนียมของซันปัง!ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุม พายเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาอย่างแรง หญิงสาวยืนกอดอกหันหลังให้เขา ไหล่เล็กสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ข้างในมันคือความรู้สึก ‘หึง’ อย่างรุนแรงที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน…“เมียจ๋า... เค้าอธิบายได้นะ” ซันเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนอย่างออดอ้อน “เค้าไม่ได้เล่นด้วยเลยนะตัว เค้าพยายามปฏิเสธแล้ว ยัยนั่นเดินเข้ามาเอง เค้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ”“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ!” พายสะบัดตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยแดงระเรื่อ “ตัวรู้ตัวไหมว่าตัวเองหล่อขึ้นแค่ไหน แล้วทำไมต้องใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมโชว์แผงอกไปนั่งให้ผู้หญิงคนอื่นมองด้วย เค้าหวงรู้ไหม! หวงจนอยากจะเดินเข้าไปหยุมหัวผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”ซันชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม ความกลัวตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความดีใจจนแทบเนื้อเต้น“นี่ตัว... หึงเค้าเหรอ?” ซันถามเ
บรรยากาศยามค่ำคืน ณ ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเดิม เสียงดนตรีสดจังหวะสนุกสนานผสมผสานกับเสียงพูดคุยเฮฮา โซนวีไอพีชั้นสองมุมสุดซึ่งเป็นทำเลทอง ถูกจับจองโดยกลุ่มแก๊ง ‘7’Days’ ที่มากันครบทีม ทั้งฝั่งหนุ่มๆ อย่าง มาร์ส ฟราย เธิร์ส และฝั่งสามสาวสายลุย มันเดย์ เวนส์ แซทเทิล แน่นอนว่าตรงกลางวงมีร่างสูงใหญ่ของ ‘ซัน’ จ่าฝูงไร้พ่ายนั่งอยู่ด้วยตั้งแต่ซันเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนคุ้นเคยที่อยู่ใน ‘สมุดบัญชีรัก’ ของเหรัญญิกสาวคณะบัญชีอย่าง ‘พาย’ ออร่าความหล่อและความสะอาดสะอ้านของเขาก็พุ่งทะลุปรอท จากที่เคยใส่เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ ตอนนี้พายจัดการจับเขาแต่งตัวใหม่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักที่ท่อนแขน บวกกับทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดี ทำให้จ่าฝูงวิศวะที่เคยดูเถื่อนๆ กลายเป็นหนุ่มหล่อแบดบอยที่ดูแพงขึ้นมาทันตาเห็นและนั่น... คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย“ไอ้ซัน มึงรู้ตัวป่ะว่าตั้งแต่เมียมึงจับแต่งตัวใหม่ สาวๆ โต๊ะข้างล่างมองมึงตาเป็นมันเลยว่ะ” ฟรา
พูดจบ ซันก็ฝังใบหน้าลงไปตวัดปลายลิ้นสากไล้เลียติ่งเนื้อเกสรสีสดอย่างแม่นยำ“อ๊าาา!! ซัน! อื้ออ... เค้าเสียว ไม่ไหวแล้ว!”พายกรีดร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจู่โจมด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด ซันใช้ริมฝีปากและเรียวลิ้นปรนเปรอเธออย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ เขาดูดดึงความนุ่มหยุ่นนั้นราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำหวานที่อร่อยที่สุดในโลก สลับกับการใช้ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปภายในช่องทางรักที่คับแคบ ขยับเข้าออกเป็นจังหวะเพื่อเบิกทาง“อืมม... แฉะหมดแล้วเมียจ๋า” ซันเงยหน้าขึ้นมามองผลงานของตัวเอง น้ำหวานใสเปรอะเปื้อนอยู่ที่มุมปากหยักของเขา ยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่จนพายแทบจะบ้าตายพายหอบหายใจแฮ่ก ร่างกายบิดเร่าไปมา สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมด “ตัว... เข้ามาเถอะ... เค้าต้องการตัวแล้ว อ๊า!”คำเชิญชวนที่แสนยั่วยวนทำเอาเส้นความอดทนของซันแทบขาดผึง แต่จ่าฝูงจอมเจ้าเล่ห์กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งแล้วจัดการขยับพลิกตัว เปลี่ยนทิศทางสลับฝั่งกับคนใต้ร่าง“ใจเย็นสิครับเมียจ๋า เค้าเพิ่งจะชิมกำไรไปนิดเดียวเอง ตัวไม่อยากชิม ‘ต้นทุน’ ของเค้าบ้างเหรอ”
สมุดบัญชีปกดำที่เต็มไปด้วยความทรงจำร่วงหล่นลงบนเบาะโซฟาหนังอย่างเงียบเชียบ ทว่าไม่มีใครในห้องนี้สนใจมันอีกต่อไป เมื่อความสนใจทั้งหมดถูกหลอมรวมอยู่ในอ้อมกอดและริมฝีปากที่กำลังแนบชิดกันอย่างดูดดื่มจูบที่เริ่มต้นด้วยความหวานละมุนเพื่อถ่ายทอดความรัก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ซันบดเบียดกลีบปากหยักลงบนริมฝีปากนุ่มของพายอย่างโหยหา เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างช่ำชอง เขาไม่ได้ตะกรุมตะกรามหรือบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต แต่เป็นการชักนำที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความเว้าวอนจนพายแทบจะหลอมละลายคาอกกว้าง“อืมม... ซัน...” พายครางเครือในลำคอ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น สอดปลายนิ้วเข้าขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความหวามไหวซันค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองใครต่อใครด้วยความแข็งเกล้า บัดนี้ทอประกายหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกรั้นของคนบนตักเบาๆ“เมียจ๋า...” ซันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “เค้าสัญญาแล้วนะว
ทว่าเมื่อเปิดหน้าแรกออก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงภายในสมุดบัญชีเล่มนั้น ไม่ได้มีตารางรายรับรายจ่าย ไม่ได้มีตัวเลขน่าปวดหัว แต่มันคือ ‘สมุด Scrapbook’ ที่ถูกตกแต่งด้วยความพยายามอย่างถึงที่สุดของลูกผู้ชายสายเถื่อนหน้าแรกถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินลายมือขยุกขยิกของซันว่า ‘หมวดหมู่: ต้นทุนหัวใจ’ ด้านล่างของข้อความนั้น มี ‘โพสต์อิทสีเหลืองแผ่นแรก’ ที่เขาเคยเขียนฝากข้าวกล่องหมูทอดทงคัตสึมาให้เธอ แปะเอาไว้อย่างทะนุถนอมพายมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดหน้าถัดไป...หน้าสองเขียนว่า ‘หมวดหมู่: ค่าเสื่อมราคา (ที่ยอมจ่าย)’ สิ่งที่แปะอยู่คือ ‘ตั๋วหนังสองใบ’ จากการเดตอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา ที่วันนั้นซันยอมแต่งตัวเนี้ยบใส่เสื้อเชิ้ตไปดูหนังรักโรแมนติกที่เขาเกลียดแสนเกลียดจนหลับคาโรงหนัง แต่ก็ยังเก็บตั๋วหนังเอาไว้หน้าต่อๆ ไปเต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... มีทั้ง ‘กระดาษทิชชูร้านกาแฟ’ ที่พายเคยเผลอวาดรูปล้อเลียนหน้าซันตอนเขากำลังเผลอ ‘พลาสเตอร์ยา’ ลายกา
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ ‘จ่าฝูงวิศวะ’ อย่างซัน ก้าวเข้ามาประกาศสถานะความเป็นเจ้าของเหรัญญิกสาวสุดเนี้ยบกลางร้านเหล้า ฤดูกาลของมหาวิทยาลัยผลัดเปลี่ยนจากช่วงเวลาแห่งการสอบที่เคร่งเครียด เข้าสู่ช่วงปลายภาคเรียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ซัน’ และ ‘พาย’ ไม่ได้เป็นความลับหรือสิ่งทึมเทาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘วิน-วิน’ อีกต่อไป ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักที่โด่งดังที่สุดในมหาวิทยาลัย การจับคู่กันระหว่างความดิบเถื่อนสายบวกของวิศวะโยธา และความเจ้าระเบียบเย็นชาของคณะบัญชี ดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมที่ขัดแย้ง แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาดใจแน่นอนว่าการคบกันของคนที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรก พวกเขายังคงมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘วิธีการ’ ในการแก้ปัญหาซันเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ร้อนดั่งไฟของตัวเอง เมื่อใดที่รู้สึกว่าความโกรธกำลังจะปะทุ เขาจะเลือกเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ แทนที่จะสาดคำพูดทำร้ายจิตใจใส่เธอเหมือนในอดีต เขากลายเป็นผู้ชายที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และรู้จักที่จะเอ







