Share

2

last update publish date: 2025-12-16 07:46:20

“ฉันน่ะเคยดูถูกคนอื่น มองคนแค่ภายนอก มองที่ทรัพย์สินเงินทอง และฐานะชาติตระกูล แต่ฉันตระหนักแล้วละว่าความดีของคนต่างหากเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เหมือนเธอไงแม่กานต์ เธอเป็นเด็กดี น่ารัก กตัญญู รู้คุณคน ต่อไปเธอจะต้องได้ดี มีสามีที่ดี มีลูกที่ดีแน่นอน คนดีจะดึงดูดคนดีเข้ามาหา เรียกว่าศีลเสมอกัน”

“หนูไม่อยากแต่งงานหรอกค่ะ อยากอยู่ดูแลคุณท่านมากกว่า”

“ขี้อ้อนเสียจริง แถมยังปากหวานอีกแน่ะ พอมีความรักขี้คร้านจะมาขอออกเรือน”

“ไม่นะคะ กานต์ไม่อยากออกเรือนหรอก”

“จ้ะ รอให้ถึงวันนั้นก่อน” ท่านพูดยิ้มๆ “เราไปกันเถอะ เดี๋ยวคนรถจะรอนาน” คุณหญิงช่อทิพย์ ลูบศีรษะของเด็กในอุปการะไปมาอย่างเอ็นดู

คุณหญิงช่อทิพย์ เดินทางมาถึงงานศพของลูกชายคนเดียวในเวลาเย็น ท่านลงจากรถแล้วขาสั่นระริก แต่พยายามเดินไปให้ถึงที่หมายด้วยฝีเท้ามั่นคง โดยมีกานพลู คอยช่วยประคองท่านเอาไว้ทุกการย่างก้าว

“ทศ ลูกแม่” ประโยคนั้นทำให้ทัศกรที่เดินมาต้อนรับแขกที่มาเคารพศพบิดาชะงัก เขามองหญิงชราแต่งตัวดีและเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“คุณท่านคะ” กานพลูเรียกผู้มีพระคุณอย่างเป็นห่วง อีกฝ่ายน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

“คุณเป็นใคร” น้ำเสียงของทัศกรทำให้หญิงต่างวัยทั้งสองหันไปมอง เขาได้มองใบหน้าของหญิงสูงวัยตรงหน้าและหญิงสาวข้างกายเต็มๆ ตา ดวงตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อย เพราะเค้าโครงหน้าที่ถอดแบบกันมาทุกอย่าง ทำให้เขารู้ในทันที

“ทัศกร หลานย่า” ท่านอ้าแขนอออกกว้าง ไม่ได้คิดหรอกว่าอีกฝ่ายจะให้กอดหรือไม่ แต่หน้าตาที่หล่อเหลาคมเข้ม เค้าโครงหน้าที่ผสมผสานระหว่างบิดามารดา ทำให้ท่านน้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุดหย่อน

“คุณหญิงย่า ใช่ไหมครับ” คำถามของหลานชายคนเดียว ทำให้คุณหญิงช่อทิพย์ พยักหน้าทั้งน้ำตา ทัศกรเดินไปก้มลงกราบท่านก่อนจะกอดท่านเอาไว้ คนเป็นย่าถึงกับร้องไห้ไม่หยุดหย่อน กานพลูเห็นแล้วน้ำตาซึมไปด้วย เพราะสิ่งที่ผู้มีพระคุณกังวลในคราแรก ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

“คุณพ่อเคยพูดถึงคุณย่าครับ” บิดาของเขาพูดถึงผู้เป็นย่าก่อนที่ท่านจะสิ้นไม่นาน แม้เขาจะสงสัยว่าเหตุใดท่านถึงไม่เคยเอ่ยถึงย่าเลย แต่ก็ไม่เคยไถ่ถามเพราะโตมาแบบไม่มีปู่ย่าตายาย บิดาบอกว่าเรื่องในอดีตให้มันจบๆ กันไป เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คือหลานของท่าน ทัศกรรักบิดาและเชื่อฟังท่านมาก เขาจึงไม่ได้ไถ่ถามเรื่องราวแต่หนหลังให้ท่านต้องทุกข์ร้อนใจ

คุณหญิงช่อทิพย์ได้ยินดังนั้น ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า ท่านสำนึกว่าตัวเองผิดเมื่อสายไปแล้ว ท่านมีทิฐิแรงกล้า แต่ลูกชายกับสะใภ้กลับไม่เคยเป็นดั่งที่ท่านคิดเลย แถมยังสั่งเสียลูกชาย และพูดแต่ในสิ่งที่ดี ไม่ให้ทัศกรเกลียดท่านอีก แบบนี้จะไม่ให้ท่านร้องไห้ได้อย่างไรกัน ยี่สิบกว่าปีที่จากกันไม่เคยได้พูดคุยกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จะสิ้นใจก็ไม่ได้สั่งเสียดูใจ มันเป็นสิ่งที่ท่านเสียใจมากที่สุด ท่านเป็นคนไล่ทศพลออกจากบ้านเอง ถ้าเวลานั้น ท่านไปตามทศพลกลับมาก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่จะโทษชาลินีก็ไม่ได้ อีกฝ่ายก็คงเป็นแค่คนส่งข่าว จริงๆ ท่านต่างหากต้องคุยกับลูกชายด้วยตนเอง

“คุณหญิงย่าอย่าร้องเลยครับ คุณพ่อเคยพูดกับผมว่า เรื่องที่มันแล้วไปแล้ว ก็ให้มันแล้วไปเถอะครับ...”

“ย่าผิดเอง ตั้งแต่แรก” คุณหญิงช่อทิพย์พูดเสียงเศร้า

ลูกชายไม่ได้ไปมาหาสู่ ก็เพราะคำไล่ของท่าน การตัดขาดและบอกว่าอย่ามาเหยียบบ้านหลังนี้อีก เพราะความโกรธเกลียดของท่านแท้ๆ จึงทำให้สูญเสียคนที่รักไป โดยไม่มีช่วงเวลาดีๆ อยู่ด้วยกัน ต่อจากนี้ไป ท่านจะทำทุกอย่าง ไม่ให้สูญเสียช่วงเวลาดีๆ นี้ไปอีกแล้ว

“คุณพ่อกับคุณแม่คงไม่ได้ถือโทษโกรธคุณหญิงย่าหรอกครับ”

“จริงๆ มันเป็นความผิดของย่าเอง” คุณหญิงช่อทิพย์ ยอมรับผิดทุกอย่าง เพราะทิฐิของท่านแท้ๆ

“เรื่องในอดีตช่างมันเถอะครับ” ทัศกรพูดซ้ำคำเดิม ให้ย่าของเขาเลิกคิดเรื่องในอดีตเสียที เขาเองก็ไม่อยากรื้อฟื้นเพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ 

“ต่อจากนี้ไป ย่าจะไม่ทำผิดซ้ำซากอีก” คุณหญิงช่อทิพย์ช่วยหลานชายจัดการงานศพของทศพลจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้น ทัศกรยังพาย่าของเขาไปเที่ยวทั่วไร่ ยิ่งเห็นความกว้างขวางและฐานะของหลานชาย ยิ่งทำให้ท่านสำนึกว่าอย่าดูถูกคนอื่น เพราะคนที่ดูต่ำต้อยด้อยค่าในสายตาคนอื่น วันหนึ่งอาจจะพลิกฟื้นชีวิตขึ้นมามีฐานะร่ำรวยได้ แต่สิ่งที่ท่านตระหนักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือ ความดีงาม ไม่ว่าจะยากดีมีจน ความดีงามเป็นสิ่งที่ติดตัวคนคนนั้นไปตลอด ความดีของคนเรามันวัดกันที่ทรัพย์สินเงินทองไม่ได้จริงๆ

ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของคุณหญิงช่อทิพย์ดูวุ่นวายอยู่มากเมื่อท่านสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวต้อนรับหลานชายคนเดียว กานพลูเป็นคนจัดการอาหารมากมาย โดยมีสาวใช้คนอื่นๆ เป็นลูกมือ หลายคนทำความสะอาดบ้าน จัดบ้านเสียใหม่ ถึงกับเปลี่ยนผ้าม่าน ตกแต่งสนามหญ้า ตัดต้นไม้ ดูเอิกเหริกไปเสียหมด แต่กานพลูเข้าใจดีว่าผู้มีพระคุณมีความสุขแค่ไหนที่จะได้ต้อนรับหลานชายคนเดียวของท่าน

“แม่กานต์ ฉันใส่ชุดนี้ดูดีหรือยัง” คุณหญิงช่อทิพย์เอ่ยถามเด็กสาวในอุปการะ หลังจากที่เธอจัดการเตรียมอาหารเรียบร้อย ก็ขึ้นมาดูแลผู้มีพระคุณบนห้อง

“คุณท่านใส่อะไรก็สวยค่ะ”

“แน่ะ! ปากหวานจริงเชียว ฉันเวอร์ไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตื่นเต้นนักแหละที่ภูเขาจะมาเยี่ยม แถมยังจะมาค้างที่นี่ด้วย”

“ไม่หรอกค่ะ หนูรู้ว่าคุณท่านอยากต้อนรับคุณภูเขาให้ดีที่สุด” ทัศกรหรือภูเขาซึ่งเป็นชื่อเล่นนั้น เป็นหลานชายคนเดียวที่ไม่ได้เจอกันเลยยี่สิบกว่าปี คุณหญิงช่อทิพย์จึงตื่นเต้นเป็นพิเศษ ยิ่งตอนที่อยู่ด้วยกันในงานศพของลูกชาย หลานชายคนนี้ดูแลท่านดีมาก ท่านยิ่งปลาบปลื้ม แม้จะเสียใจที่เสียลูกชายคนเดียวไป แต่อย่างน้อยก็ได้หลานชายกลับมาให้ชื่นใจ แถมยังเป็นหนุ่มหล่อ เฉลียวฉลาด และเก่งกาจไปเสียทุกเรื่อง

“ฉันกลัวใครเขาจะว่าทำตัวเวอร์ แต่ฉันอยากต้อนรับภูเขาให้ดีที่สุด ต่อไปที่นี่ก็ต้องเป็นของเขา ฉันอยากให้เขาได้รู้จักกับผู้หญิงดีๆ คู่ควรกับเขา”

“คุณท่านก็มีเพื่อนมากมายนี่คะ”

“พูดแบบนี้จะให้ฉันแนะนำหลานๆ ของเพื่อนฉันให้ตาภูเขารู้จักน่ะสิ”

“ใช่ค่ะ”

“ไม่หรอก” คุณหญิงช่อทิพย์ส่ายหน้าไปมา

“ทำไมรึคะ” กานพลูเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอคิดเสมอว่าคนรวยก็อยากแต่งงานกับคนรวย มีฐานะชาติตระกูล มีการศึกษา ทรัพย์สินเสมอกัน จะได้ช่วยกันทำมาหากิน เธอเจียมเนื้อเจียมตัวเสมอ ว่าสิ่งไหนเกินอาจเอื้อม การได้แค่มองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับคนฐานะเช่นเธอ ทัศกรเป็นผู้ชายที่อยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง แม้แรกพบสบตาเธอจะรู้สึกต้องใจเขามากเพียงใด แต่เพราะเป็นหญิง และฐานะต่ำต้อย เธอจึงไม่กล้าอาจเอื้อม

“ในอดีตฉันบังคับตาทศเสียจนเขาต้องหนีไป สุดท้ายผู้หญิงที่ฉันรังเกียจก็กลับรักตาทศจริงๆ ถึงแม้ตาทศจะมีแต่ตัว ฉันไม่ได้ยกทรัพย์สมบัติอะไรให้เขาเลย เขาดิ้นรนกันเอง จนสร้างเนื้อสร้างตัวได้ขนาดนี้ถือว่าเก่ง ฉันนะไม่อยากมองคนแค่ภายนอกอีกต่อไปแล้ว” กานพลูยิ้มกับประโยคบอกเล่าเชิงเปรียบเทียบสั่งสอนของท่าน

“เธอน่ะ คิดว่าหลานชายของฉันเป็นยังไงคะ”

“เอ่อ... เป็นยังไงคะ” กานพลูหน้าแดง คุณหญิงช่อทิพย์อมยิ้มกับอาการของเด็กสาวในอุปการะ

“ฉันหมายถึงจากสายตาของเธอ ภูเขาเป็นคนยังไงบ้าง หลานชายของฉันคนนี้น่ะ”

“คุณภูเขาก็ดูเป็นคนดีนะคะ ดูเป็นผู้นำ ตัดสินใจเฉียบขาด และใจดีด้วยค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกสรดอกรัก   74

    “ในไร่มีน้ำตกและก็อากาศดี หรือเราจะไปทำอะไรๆ กันตรงนั้นดี”“ทำอะไรคะ” เธอย้อนถาม“ไปเล่นน้ำน่ะ” เขาตอบเลี่ยงอีก“นึกว่าจะให้ไปเก็บผลไม้เสียอีกค่ะ กานต์ทำได้นะคะ”“ใครจะใช้แรงงานเมียตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วก็เหมือนเข้าตัว เขากระแอมเสียดัง กานพลูยิ้มกว้างขวาง เขาก็แกล้งเธอเอาไว้เยอะแหละ แต่ก็แปลก ตอนเขาแกล้งก็มักมีคนมาช่วย คนงานเขาไง ลูกน้องเขาอีกทัศกรไม่ได้ปริปากบอกว่าที่เขาให้เธอเข้าไปทำงาน เพื่อให้ไปดูพฤติกรรมคนงาน ไม่มีใครสนใจกานพลู ทุกคนปกติดี เลยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ถ้าให้พงศ์พันหรือพงศ์ศูรย์ไปคุมงานทุกคนก็เอาการเอางาน แต่ถ้าส่งกานพลูไป ทุกคนก็คิดว่ากานพลูถูกใช้งานเพราะมีปัญหาอะไรกับทัศกร มันก็มีข่าวลือไปบ้าง ก็ไม่มีใครเกรงใจ เธอกลับจากทำงาน เขามักถามโน่นถามนี่นั่น แต่เธอไม่รู้ และเขาก็นำหลายๆ อย่างไปปรับกับคนงานในไร่“พายายหนูทัดไปเล่นน้ำด้วยไหมคะ”“อย่าเลย” เขารีบปฏิเสธ กว่าจะคิดแผนพาเมียออกจากบ้านไปได้แทบแย่ ขืนพาทัดดาวไปด้วย ก็จบกันพอดี“ทำไมล่ะคะ”“ยายหนูต้องเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ” ทัศกรจ้างครูสอนพิเศษมาสอนบุตรสาวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นการสอนภาษา เขาอยากให้ทัดดาวเก่งภาษา

  • เกสรดอกรัก   73

    จริงๆ แล้วเธอไม่ได้หวังอะไรในความรักครั้งนี้ ไม่เคยคิดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่เขารักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ เธอได้พิสูจน์ให้เขาได้เห็นในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่เธอเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา อาจจะดูโง่ในสายตาใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอแล้ว มันคุ้มเหลือเกิน เมื่อได้ช่วยคนที่เรารักให้อยู่รอดปลอดภัย เธอไม่ได้คิดหวังสักนิดว่าการเอาชีวิตเข้าแลกจะทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ ในเวลานั้นเธอแค่รู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา... ก็แค่นั้นความเสียใจจริงๆ ของเธอคือการที่เธอทำให้อีกชีวิตหนึ่งต้องตาย กานพลูรู้สึกเจ็บแปลบจนน้ำตาไหลทุกครั้ง ยากที่จะทำใจจริงๆ แม้จะมีใครปลอบโยนสักร้อยสักพันคน ก็ทดแทนความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจของเธอไม่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไป แต่มันเหนื่อยล้าเหลือเกิน แค่หายใจยังเหนื่อย เธอพยายามทำให้ทุกคนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเลือกได้ เธออยากจากโลกนี้ไปเสียเอง และปล่อยให้คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยกานพลูรีบปาดน้ำตาทิ้งเมื่อหันไปเห็นสามีอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องพักฟื้น ป้าทับทิมเลี่ย

  • เกสรดอกรัก   72

    “พิมพ์”“คะแม่” เธอปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมารดา“มีอะไรปิดบังแม่อยู่หรือเปล่า”“ไม่นี่คะ”“แล้วเรื่องคุณเชาวน์ล่ะ”“แม่รู้ด้วยเหรอคะ”“เขาใช้หนี้ให้บ้านของเรา” ทิพย์สุคนพูดขึ้น ก่อนที่ทัศกรจะจัดการให้เธอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตามประสา“คะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ หนี้สินตั้งมากมาย“หนูคงต้องหาเงินไปคืนเขาค่ะ” พิมพ์ประภารู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อนึกถึงเขา มันแปลบเจ็บอย่างบอกไม่ถูก“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่น่ะเอาที่ดินผืนสุดท้ายใช้หนี้เขาไปแล้วล่ะ”“ที่ดินผืนสุดท้าย” พิมพ์ประภาทวนคำมารดา“แม่ผิดเองพิมพ์ แม่โกหกหนู จริงๆ ที่ดินผืนสุดท้ายมันยังไม่ได้เอาไปจำนองที่ไหน ก็บ้านหลังนี้ไง มรดกเก่าแก่ของคุณพ่อ แม่ยกให้คุณเชาวน์ไปแล้ว”“เขาก็รับมันไปเหรอคะ” เธอหลงดีใจว่าเขาจะอยากช่วยจริงๆ สุดท้ายเขาก็หวังผล แต่ก็นะ คนเราใครๆ ก็ต้องหวังผลกันทั้งนั้น ที่ดินที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ มีผลหมากรากไม้มากมาย เพราะบิดาเป็นคนรักต้นไม้เลยจ้างให้คนปลูกเอาไว้ เธอเข้าใจว่ามารดาติดหนี้ ที่ดินผืนนี้ก็คงถูกจำนองไปแล้ว“ใช่จ้ะ เขาชอบที่นี่มาก เราคงต้องย้ายออกจากที่นี่แล้วนะ” พิมพ์ประภาน้ำตาตกใน เชาวน์ไม่ได้มีใจ

  • เกสรดอกรัก   71

    “คุณแม่มอบตัวเถอะครับ คุณแม่ยังไม่ได้ฆ่าใคร โทษไม่หนักหรอกครับ ผมจะช่วยเอง” เชาวน์ไม่อยากให้มารดาทำผิดอีก แม้เรื่องของทศพลกับมณีนิลเป็นเรื่องเลวร้ายที่เขาได้รับรู้ว่ามารดาทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันก็เป็นแผนการที่ไร้การเอาผิดจากกฎหมายได้“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะเป็นของเชาวน์นะลูก”“ผมอยากมีทรัพย์สมบัติแต่ด้วยความสามารถของผมเองครับคุณแม่ ของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปอยากได้ของเขาเลย เท่าที่คุณหญิงย่าให้เรามาก็มากมายแล้วนะครับ เรื่องคดีไม่ต้องห่วง คุณแม่ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” ถึงอย่างไรเขาก็รักมารดาของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เขาถูกจับขังเอาไว้ แต่ก็พยายามหนีออกมาจนได้ มันก็ดีอย่างที่ประไพคอยช่วยเหลือทุกคนอยู่ที่นี่และคอยส่งข่าวให้ใครๆ มาช่วย และรู้ว่าอยู่ตรงไหน มารดาของเขาอาจจะคิดว่าซื้อตัวประไพได้ แต่สุดท้ายประไพก็เลือกเหมือนเขา เลือกที่จะทำความดีตำรวจและทัศกรเข้าไปช่วยเหลือสองสาวกานพลูและพิมพ์ประภาเอาไว้ กานพลูโผเข้ากอดสามีอย่างดีใจ เธอคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังปรานีเธอประไพอุ้มทัดดาวมาให้สองสามีภรรยา กาน

  • เกสรดอกรัก   70

    “ทายาทโดยชอบธรรมอย่างนั้นเหรอ” ชาลินีเงยหน้าขึ้นหัวเราะ กานพลูไม่เคยเห็นท่าทางน่ากลัวแบบนี้ของชาลินีมาก่อน ปกติท่านไปเยี่ยมคุณหญิงช่อทิพย์ก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตนและแลดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีเสมอ“นี่มันเรื่องอะไรกัน” พิมพ์ประภายอมรับว่างงจริงๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเธอยังไม่รู้เลย แล้วประไพนั่นอีก ทำไมถึงจับตัวทัดดาวมาล่ะ ก็เห็นว่าเป็นคนดี ทำไมกลายเป็นคนชั่วไปได้“เธอนะเหรอผู้หญิงที่มาเกาะลูกชายฉัน”“เกาะลูกชาย” พิมพ์ประภาทวนคำก่อนเบิกตากว้าง“ฉันเป็นแม่ของเชาวน์ หรือผู้ชายที่เธอคิดจะจับยังไงล่ะ ที่บ้านเป็นหนี้เป็นสินใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วสินะ” ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นทำให้พิมพ์ประภาคอแข็ง ถึงจะจริงแต่เธอก็เกลียดการถูกดูถูกเป็นที่สุด และเธอก็ไม่อยากทำเช่นนี้ด้วย แต่มันต้องเอาตัวรอด“คุณเชาวน์ไม่เห็นบอกว่าแม่ของเขาแลดูใจร้ายแบบนี้”“นี่หล่อน ปากดีนักนะ ตบสั่งสอนมันหน่อย”เพี้ยะ!!! พิมพ์ประภาไม่ทันตั้งตัวก็โดนตบจนหน้าหัน เลือดไหลซึมมุมปาก“ว่าทำไมไม่พาไปแนะนำ แม่เป็นปีศาจนี่เอง” เธอยังปากเก่ง“ตบมันอีก”เพี้ยะ!!! เสียงตบรอบนี้เป็นใบหน้าอีกด้าน พิมพ์ประภารู้สึกชาไปหมด ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งแก้ม“พี่พิมพ์เ

  • เกสรดอกรัก   69

    “ตอนนี้พี่ไพอยู่ไหนคะ” กานพลูเอ่ยถาม“พี่ยังอยู่ที่ไร่จ้ะ แต่โทร.บอกคุณภูเขาแล้วนะ เห็นว่าจะตามไปเจอกับแขนภาตามที่นัดหมายเอาไว้”“พี่ไพบอกคุณภูเขาไปแล้วเหรอคะ” กานพลูขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นกังวลขึ้นมาในทันที“ใช่จ้ะ น้องกานต์รีบกลับบ้านมาเลยนะจ๊ะ เรื่องนี้ให้คุณภูเขาจัดการเองดีกว่า ยังไงก็ต้องเอาตัวหนูทัดดาวกลับมาได้แน่นอน”“กานต์ไม่กลับค่ะ จะไปตามยายหนู ฝากที่บ้านกับพี่ไพด้วยนะคะ”“น้องกานต์อย่าไปเลยอันตราย ให้คุณภูเขาจัดการดีกว่า”“แค่นี้นะคะพี่ไพ” กานพลูตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที“พี่สองคะ...” กานพลูตัดสินใจที่จะไปยังสถานที่ที่แขนภานัดหมายเอาไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นอีก ครั้ง หญิงสาวกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของพิมพ์ประภา“พี่พิมพ์มีอะไรคะ”“พี่จะไปหาน้องกานต์นะจ๊ะ”“พี่พิมพ์คะ กานต์กำลังยุ่งนิดหน่อย มีเรื่องต้องจัดการค่ะ พี่ยังไม่ต้องมานะคะ”“มีเรื่องอะไรจ๊ะ”“ไม่มีอะไรค่ะ มีธุระนิดหน่อย”“พี่ขับรถจะถึงไร่อยู่แล้ว ว๊าย!” เสียงอุทานของพิมพ์ประภาก่อนสายจะตัดไป ทำให้กานพลูยิ่งร้อนใจ“พี่พิมพ์เป็นอะไรไม่รู้พี่สอง จู่ๆ ก็ร้องแล้วสายโทรศัพท์ก็ตัดไป”“นายหญิงจะเอาไงครับ”“ขับรถไปก

  • เกสรดอกรัก   68

    “อย่าเลยค่ะ เขาไม่ฟังหรอก ภูเขาน่ะเขาเชื่ออย่างไหนเขาก็ไม่เปลี่ยนความคิดหรอกจ้ะ”“เหรอคะ” กานพลูอยากเถียงว่าทัศกรมีเหตุผลมากพอ ขนาดเธอโดนเขาเข้าใจผิด เขายังยอมรับและเปลี่ยนความคิดเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องไห้ฟูมฟาย เลยพูดชักชวนให้แขนภามาเล่นกับทัดดาว

  • เกสรดอกรัก   67

    “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะป้า” พิมพ์ประภาหยิบปืนออกมาจากรถยนต์“ว๊าย! อกอีแป้นจะแตก คุณพิมพ์ระวังตัวด้วยนะคะ” กานพลูทำท่าจะตามพิมพ์ประภาลงไป แต่ป้าทับทิมรีบดึงเสื้อเอาไว้“อย่าไปเลยค่ะคุณกานต์ คุณพิมพ์น่ะมีปืนไม่เป็นไรหรอกค่ะ”“แต่เราจะปล่อยให้พี่พิมพ์ลงไปคนเดียวเหรอคะ” กานพลูพูดยังไม่ทันจบประโยค พิมพ์ประ

  • เกสรดอกรัก   40

    “อื้อ...” เธอทำเสียงรำคาญเมื่อมีสิ่งมารบกวนการนอนของเธอทัศกรแหย่อีก เขาลากมือไปกับสันคางของเธอ กานพลูเบี่ยงหน้าหนี แถมยังปัดมือเขาออกอีก ตอนแรกคิดว่าจะลักหลับ แต่ตอนนี้เขาอยากจะให้เธอตื่นขึ้นมาจริงๆ ลักหลับอาจจะดูตื่นเต้น แต่เธอตื่นมาเห็นเขาทำอะไรต่อมิอะไร แถมสบตากันอีกเวลาทำ น่าจะตื่นเต้นมากกว่า

  • เกสรดอกรัก   21

    “หนูกานต์เมารถเหรอจ๊ะ” ประไพนั้นเป็นคนช่างสังเกต เธอเอ่ยถามอย่างห่วงใย กานพลูพยักหน้า“จอดรถก่อนไหม เดี๋ยวพี่บอกคนขับรถให้ หนูกานต์จะได้สูดอากาศหรือแวะปั๊มก็ได้ เผื่อถ้าอ้วกจะได้ล้างหน้าล้างตา หายาแก้เมารถกินเสีย”“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเปล่าๆ” กานพลูโบกไม้โบกมือปฏิเสธ เธอรู้สึกคลื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status