เข้าสู่ระบบการถูกรักมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีเสมอไป เพราะที่เขารักเป็นเพราะเขาพลาดตกหลุมพลางของตัวเอง เขารักเธอเพราะความเกลียดแต่เธอเกลียดเพราะความรัก!! "ฉันเกลียดเธอได้ยินไหม...ฉันเกลียดที่เธอเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉัน จนฉันต้องเสียผู้หญิงที่ฉันรักอย่างคุณเพลงไป!!!" เธอเกลียดเขา!!!.....เพราะเขาทำให้เธอ รักเขาจนยอมที่จะเจ็บเอง~~~~ "คุณคิดจะเหยียบย่ำหัวใจของหนูไปจนถึงเมื่อไหร่ หนูเองก็รักเป็น และหนูเองก็เจ็บเป็นเหมือนกัน...ถ้าคุณแค่อยากเอาชนะ งั้นวันนี้หนูให้คุณชนะแล้วค่ะ หนูยอมแพ้แล้ว"
ดูเพิ่มเติม"ฉันเกลียดเธอได้ยินไหม...ฉันเกลียดที่เธอเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉัน จนฉันต้องเสียผู้หญิงที่ฉันรักอย่างคุณเพลงไป!!!"
ตฤณ
ผู้ชายที่รักและมั่นคงกับผู้หญิงที่เขาได้เจอในวัย 32 ปี ผู้หญิงที่ทำให้หัวใจของเขากลับมาหวั่นไหวอีกครั้งหลังจากที่จำศีลมานานหลายปี หากแต่ว่าเขาและเธอไม่สามารถจะสานสัมพันธ์ต่อไปได้ เพราะเธอแต่งงานและมีสามีแล้ว!!! แต่เขาเองก็ไม่คิดย่อท้อเพราะรู้ว่าการแต่งงาน มันคือการแต่งงานหลอกๆ เขาพยายามเข้าหาคีตีกา (เรื่องดวงใจของศิลา) อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดันมีมารผจญมาคอยขัดขวาง และกีดกันเขาให้อยู่ห่างจากพี่สะใภ้ของเธอ!!
เพราะความอยากเอาชนะ ทำให้เขาและเธอเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น จากนั้นมาก็มีเรื่องทำให้เขาและเธอต้องได้เจอกันบ่อยคร้ัง และทุกครั้งที่เจอก็มักจะเป็นในที่..ลับตาคน
ลูกศร
หญิงสาวผู้มากความสามารถ เธอกระโดดโลดเต้นอยู่บนเวที Idol หญิงสาวผู้มียิ้มใสๆ ใครเห็นต่างก็ตกหลุมรัก ยกเว้นเขา!!
เขาเป็นคนแรกและคนเดียวที่เธอจะขอสัญญากับตัวเองว่าจะขอเกลียดเขาไปจนชั่วชีวิต เพราะความใสซื่อทำให้เธอกระโดดเข้ามาในขุมนรกที่เขาต้ังใจมอบให้เธอ เธอเกลียดเขาที่คอยคิดแย่งชิงผู้หญิงของพี่ชายเธอ เธอเกลียดเขาที่เขาคอยเอาแต่ดูถูกและคุกคามเธอด้วยคำพูดและการกระทำตลอดเวลา
เธอเกลียดเขา!!!.....เพราะเขาทำให้เธอ รักเขาจนยอมที่จะเจ็บเอง~~~~
"คุณคิดจะเหยียบย่ำหัวใจของหนูไปจนถึงเมื่อไหร่ หนูเองก็รักเป็น และหนูเองก็เจ็บเป็นเหมือนกัน...ถ้าคุณแค่อยากเอาชนะ งั้นวันนี้หนูให้คุณชนะแล้วค่ะ
หนูยอมแพ้แล้ว"
--------------------------------------------------------------------
แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาไม่ได้ทำให้จิตใจผู้หญิงคนหนึ่งหายเศร้าหมองได้เลย เธอนั่งมองวิวรอบๆที่พักจากมุมสูง สถานที่ที่เธอเลือกจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอต้องการเพียงแค่ความสงบไม่ต้องพบเจอใคร ไม่ต้องมีใครรู้จัก ยิ่งได้อยู่ในที่ที่คนน้อยๆนั่นยิ่งเป็นสิ่งที่เธอต้องการ
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอได้เติบโตขึ้นจากเขาคนนั้น ที่ได้สอนให้เธอกล้าออกจากเซฟโซนของตัวเอง เธอตัดโลกโซเชียลของเธอออกไปจนหมด ไม่ติดต่อใคร แม้กระทั่งพี่สะใภ้ที่เธอสนิทมากที่สุด คีตีกาคอยดูแลเธอดีตลอดที่อยู่ไทย คีตีกาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องของเธอทั้งหมด จากการบอกเล่าของเธอเอง แม้ว่าการที่เธอหนีมาอยู่ที่นี่ คีตีกาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็ยอมเพราะเธอยืนยันว่าต้องการหนีออกมาจากชีวิตคนคนนั้นให้ไกลที่สุด
“คุณสวยและน่ารักมาก คุณชื่ออะไร?” พ่อค้าที่เห็นเธอกำลังเลือกซื้อของเอ่ยถามออกมาอย่างเป็นมิตร
“ขอบคุณค่ะ ฉันชื่อลูกศรค่ะ” หญิงสาวตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษ เพราะประเทศที่เธอหนีมาอยู่นั้นคือ สวิตเซอร์แลนด์
ผู้คนที่นี่น่ารักมาก ใจดีและมีน้ำใจกับเธอแทบจะทุกคน อาจจะเป็นเพราะว่าสิ่งแวดล้อมที่นี่ได้หลอมจิตใจให้ผู้คนในถิ่นอาศัยได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมทั้งบำบัดสภาพจิตใจให้กลายเป็นคนใจเย็นและมีสติตลอดเวลา
ลูกศรเลือกมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 6 เดือนกว่า ไม่มีใครสามารถติดต่อเธอได้เลย สิ่งเดียวที่จะทำให้ทุกคนสบายใจได้ก็คือได้รับจดหมายจากเธอที่เขียนส่งไปนานๆครั้งเท่านั้น หากแต่ในจดหมายเธอก็เลือกที่จะเขียนเป็นโปสการ์ดและไม่ใส่ที่อยู่ของเธอไปด้วย
ลูกศรกลับจากไปจ่ายตลาดในช่วงเช้า การใช้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ เธอเริ่มทำอาหารด้วยตัวเอง เริ่มจากเมนูง่ายๆอย่างแซนด์วิช น้ำผลไม้คั้นสดในมื้อเช้า ตอนบ่ายถ้าหิวก็จะเลือกเป็นไส้กรอกทอด สลัด ข้าวสวยร้อนๆ กินอย่างนี้สลับๆกันไปในแต่ละวัน
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าได้รับเมลที่ดิฉันส่งไปให้หรือยังคะ”
(....)
“ค่ะได้ค่ะ ถ้าหากว่าทราบผลอย่างไรรบกวนแจ้งกลับมาทางอีเมลเดิมได้เลยนะคะ”
ลูกศรวางโทรศัพท์ลงข้างๆ ก่อนจะหันไปเริ่มพิมพ์งานในโน้ตบุ๊กต่อ อาชีพที่เธอทำอยู่ที่นี่คืองานรับรีวิวสถานที่และรีวิวสินค้าในโลกออนไลน์ เพียงแค่โพสต์ลงหน้าเว็บไซต์ที่เธอสร้างขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีตามสื่อโซเชียลทั่วไปที่ฮิตกันในไทย รายได้ที่ได้รับก็ถือว่าพอเลี้ยงปากท้องตัวเองได้ แค่ไม่ต้องลำบากและต้องรอให้ที่บ้านเธอส่งมาให้ อีกอย่างเธอก็ยังมีหุ้นอยู่ในบริษัทของที่บ้าน หญิงสาวเลยคิดแค่ว่างานที่ทำอยู่ตอนนี้เพื่อแก้เหงาก็เท่านั้น
ประเทศไทย
หมอหนุ่มนั่งสัปหงกอยู่กลางคลับของศิลา เขาเข้ามานั่งพร้อมกับระบายความในใจให้กับศิลาฟังตั้งแต่เมื่อคืน จนตอนนี้ทั้งสองก็เมาจนหลับคาโต๊ะกันไปทั้งคู่
Rrrr….
ศิลาคลำหาโทรศัพท์ทั้งๆที่เปลือกตายังคงปิดสนิท ชายหนุ่มหยิบเครื่องสี่เหลี่ยมขึ้นมากดรับสายแล้วก็วางไว้บนหูอย่างไม่ได้สนใจว่าใครที่โทรเข้ามา
“ฮัลโหล” เสียงงัวเงีย
(ศิลานายอยู่ไหน หายไปไหนทั้งคืน) ศิลาลืมตาขึ้นมามองหน้าจอมือถือแบบตาหยี เมื่อคุ้นว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร
“เพลงเหรออยู่ที่เดิม เมื่อคืนกลับไม่ไหว”
(นอกจากฉันยังมีคนอื่นที่โทรหานายแบบนี้ด้วยเหรอศิลา นายคิดจะนอกใจฉันอีกแล้วใช่ไหม นี่ฉันท้องอยู่นะ)
“เดี๋ยวๆ ใจเย็น เธอนี่ก็ชอบยัดเยียดให้ฉันมีเมียน้อยอยู่เรื่อย เมียยิ่งท้องยิ่งสวยขนาดนี้จะให้ไปหลงใครได้อีกล่ะครับ” ชายหนุ่มเริ่มกลับมามีสติแล้ว พร้อมกับเริ่มตื่นแบบเต็มตัว เขาชันตัวลุกขึ้นมาก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ คนที่เขากินเหล้าด้วยเมื่อคืนไม่ใช่เคนหรือไฟ แต่กลับเป็นตฤณ สัตวแพทย์หนุ่มที่เคยคิดจะจีบเมียเขาเอง
(กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ฉันให้เวลานายหนึ่งชั่วโมง ถ้ายังไม่กลับมาก็ไม่ต้องกลับมาอีกแล้ว)
ศิลาถอนหายใจมองโทรศัพท์มือถือที่วางสายไปแล้ว ตั้งแต่คีตีกาท้องอารมณ์เธอก็ขึ้นๆลงๆ เวลาเธอหงุดหงิดหรือเขาทำอะไรให้ไม่ถูกใจ เวลานั้นเป็นเวลาที่เหมือนซ้อมตกนรกได้ดีที่สุด
ปลั๊ก!!
“อื้มมมม อย่าพึ่งปลุกพี่ลูกศร” ชายหนุ่มที่ได้ยินชื่อน้องสาวตัวเองถึงกลับหันไปมองคนที่เอ่ยออกมาตาขวาง
“กูพี่ลูกศร...”
ตฤณได้ยินเสียงศิลาจึงยอมเงยหน้าขึ้นมาดูก่อนจะต้องรีบลุกขึ้นอย่างตกใจเมื่อนึกได้ว่าเมื่อกี้พูดชื่อคนคนหนึ่งออกไป สองหนุ่มที่เคยมีคดีมองหน้ากันนิ่ง และก็เป็นศิลาเองที่ต้องเป็นฝ่ายออกจากความนิ่งงันเพราะเมียรักโทรเข้ามาตามอีกครั้ง
หมอตฤณถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นศิลาเดินพ้นประตูไป เขากลับมานั่งกับตัวเองพลางยกมือขึ้นปิดใบหน้าเพราะความอ่อนแอที่เขากำลังเป็นในตอนนี้ มันกำลังเอ่อล้น
“พี่ขอโทษ เธอจะหนีพี่ไปจริงๆเหรอ” ตฤณพรรณนาถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาสำนึกตัวได้ช้าไป และความผิดในครั้งนี้เธอไม่ให้โอกาสเขาได้แก้ตัวเลยสักครั้ง
บ้านศิลาและเพลง
ศิลากับเพลงกำลังช่วยกันเลือกสีห้องของลูกสาวตัวน้อยในท้อง ชายหนุ่มไม่ขัดใจเมียรักเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะความผิดที่เขาไม่กลับบ้าน วันที่ตื่นมาเจอกับหมอตฤณวันนั้น ทำให้เขาต้องก้มหน้ารับคำด่าจากเมียอย่างจำนน
“เพลงอยากให้ห้องของลูกดูไม่หวานไป แล้วก็ไม่ต้องมีสีสันมากเกินไป อยากได้เรียบๆ เขาโตขึ้นจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองทำห้องใหม่ ศิว่าดีไหม”
“ดีครับ เพลงอยากได้แบบไหนศิตามใจเพลงอยู่แล้ว” คีตีกาช้อนสายตามองหน้าสามีที่นั่งยิ้มตาหยีข้างๆ หญิงสาวทำตาค้อนใส่คนเจ้าเล่ห์ก่อนจะหันไปคุยกับสถาปนิกต่อ
“งั้นเอาเป็นว่าตามนี้แล้วกันค่ะ เพลงเหลือเวลาอีกประมาณสามเดือน ยัยหนูในท้องก็จะออกมา เวลาแค่นี้พอไหมคะ เพลงอยากให้เสร็จทัน”
“น่าจะทันครับคุณเพลง เดี๋ยวยังไงผมจะเร่งทางช่างให้เข้ามาทำให้ไวที่สุด” สถาปนิกหนุ่มพูดพร้อมกับส่งสายตาหวานให้กับลูกค้าสาว ทำเอาสามีขี้หึงอย่างศิลารู้สึกไม่พอใจ
“ถ้าเสร็จแล้วก็ออกไปได้”
สถาปนิกหนุ่มรีบเก็บข้าวของอย่างลวกๆ เมื่อเห็นสายตาของประธานบริษัทสื่อโฆษณามองเหมือนกับสามารถฆ่าเขาได้ในตอนนี้ทันที เพลงช้อนสายตามองสามีก่อนจะส่ายหัวยอมที่ขนาดเธอท้องโตขนาดนี้เขายังจะมาหึง
“ศิได้คุยกับลูกศรบ้างไหม น้องไม่ยอมติดต่อเพลงมาเลย ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงบ้าง” คีตีกาเดินขึ้นมานอนอยู่บนเตียงข้างๆเขา ก่อนจะทำหน้าเศร้าเพราะเป็นห่วงเด็กสาวที่หนีหายไปเลย
“ไม่อ่ะ มันโตแล้วมันดูแลตัวเองได้เพลง ไม่ต้องห่วงมันหรอก”
“น้องเป็นผู้หญิงนะ อีกอย่างน้องเคยมีแต่คนคอยจัดการให้ทุกอย่าง ตอนนี้หนีไปอยู่คนเดียวอะไรก็ไม่ทิ้งไว้ให้ติดต่อเลย จะไม่ให้เพลงห่วงได้ยังไง”
“ขนาดเวลามันมีอะไรก็บอกเพลงตลอด แต่เรื่องนี้มันกลับไม่อยากให้ใครรู้เลยเหรอ อืม แปลก” พี่ชายเริ่มรู้สึกเป็นห่วงน้องสาวขึ้นมา เขาเองก็คิดว่าภรรยาน่าจะรู้และคุยกับน้องสาวของเขาอยู่แล้ว เลยไม่คิดเป็นห่วงมากนัก แต่ถ้าเมียเขายังไม่รู้แสดงว่าน้องสาวของเขาคงกำลังหนีอะไรที่ไม่อยากเจออยู่แน่ๆ
ศิลานึกย้อนกลับไปยังวันที่สลบอยู่ที่คลับ วันนั้นเขามั่นใจว่าหมอตฤณพูดชื่อลูกศรออกมาจริงๆ และเหมือนกับว่าเขาแค่ทำเหมือนกับความเคยชินตอนที่มีคนมาปลุก
“ถ้าน้องติดต่อมาศิบอกเพลงด้วยแล้วกันนะ เพลงง่วงแล้วเพลงนอนก่อ….” ศิลาหันไปมองหน้าภรรยาสาวที่หลับสนิทไปแล้วทั้งๆที่ยังพูดไม่จบเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มขยับตัวนอนลงหันตะแคงข้างไปหาแม่ของลูกพร้อมกับขยับเข้าไปกอดร่างบางที่ตอนนี้พุงยื่นออกมาเยอะจนเขาไม่สามารถเข้าไปชิดเธอได้เหมือนเดิม ศิลาปิดเปลือกตาลงใช้เวลาเพียงไม่นานก็หลับลึกตามอีกคนไป
ตอนพิเศษ 5 “ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้พี่ตฤณ หนูไม่อยากอยู่กับคนใจร้ายแบบพี่แล้ว พี่เลือกที่จะทิ้งหนูไว้เกือบเดือน พอวันนี้พี่กลับมา แค่พูดว่าขอโทษงั้นเหรอ” พูดขณะที่ใบหน้ายังซุกอยู่ที่อก คราบน้ำตาเลอะเต็มเสื้อเชิ้ตสีขาวที่อีกคนใส่มาจนเป็นทางยาว “ลูกศรอยากให้พี่ทำอะไร พี่จะทำให้ลูกศรทุกอย่างเลย ขอแค่อย่าไล่พี่ไปไหนเลยนะ ถ้าพี่ไม่มีลูกศรกับลูก ชีวิตพี่มันก็คงไม่มีความหมาย” “พี่ก็ทำพูดดีแบบนี้ทุกครั้ง” “เชื่อใจพี่อีกครั้งได้ไหม พี่ได้คุยกับคุณไฟแล้วนะ” ร่างบางค่อยๆขยับ วงแขนของตฤณคลายออกช้าๆ ดวงตากลมโตช้อนแววตามองประสานกับคนสูงกว่า ตาหวานที่ยังคงมีน้ำใสๆคลออยู่รอบๆ เธอจ้องเขาอยู่อย่างนั้นอย่างไม่คิดจะหลบ ริมฝีปากล่างขบเม้มเข้าไปให้ฟันบนกัดเบาๆด้านใน “เขามาบอกกับพี่ว่า ลูกศรรักพี่มากๆ ลูกศรไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมนอนคอยนั่งเฝ้าประตูทุกวัน คอยคิดถึงแต่พี่ ร้องไห้หาพี่ตลอดเวลา” “ไม่จริงอ่ะ พี่ไฟเขาไม่มีทางพูดแบบนั้นแน่ พี่ตฤณโกหก” คนอย่างไฟเนี่ยนะ ให้ตายก็ไม่มีทางเชื่อ มีแต่เขานั่นแหละที่แต่งเติมมาเอง “ก็แล
ตอนพิเศษ 4 ไฟและตฤณย้ายเข้ามานั่งด้านใน ภายในห้องรับแขกมีโซฟาหนังยาวสองฝั่ง ชายหนุ่มทั้งสองคนนั่งจ้องหน้ากัน เลือกที่นั่งตรงข้ามกันเพื่อที่จะได้เห็นหน้ากันได้ชัดเจน “ผมมาอธิบาย” “หึ! ออกตัวแทนกันขนาดนี้ ไม่ลากมานั่งคุยด้วยกันเลยล่ะ” สัตวแพทย์หนุ่มแค่นเสียงหัวเราะ กระตุกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยกรอกตาไปมา “ผมขอโทษถ้าต้นเหตุมันมาจากผม ผมยอมรับว่าผมคิดน้อยไป และผมก็ยอมรับ…ว่าผมยังรู้สึกกับลูกศรเหมือนเดิม” คำพูดนี้ทำเอาคนได้ยินหูผึ่ง กัดฟันกรอดอยากจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าสักที “ แต่ผมยอมถอยแล้ว ผมไม่อยากทำร้ายคนที่ผมรัก เธอเลือกคุณแล้วคุณตฤณ” ไฟรู้เรื่องหลังจากที่ได้เจอกับศิลาไปเพียงไม่กี่วัน ศิลาเดินเข้ามาที่คลับ พร้อมกับขอให้คนของไฟช่วยออกตามหาสามีของน้องสาว ชายหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุไม่รอช้า ได้เข้าไปคุยกับน้องสาวเพื่อน พอเห็นสภาพเหนื่อยๆของลูกศร เขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ วันรุ่งขึ้นเขาสั่งให้คนออกตามหาสัตวแพทย์หนุ่มทุกๆพื้นที่ จนได้มาเจอว่าเขามาหลบอยู่ที่วิลล่าส่วนตัวแห่งหนึ่งในหัวหิน “หรือว่าที่คุณหนีเธอออกมาแบบนี้ เพราะ
ตอนพิเศษ 3 ตฤณคว้าเอากุญแจรถแล้วขับออกไปโดยไม่สนใจอะไร แม้ฝนจะตกแรงขนาดไหน เท้าที่เหยียบคันเร่งไม่เคยคิดที่จะผ่อนลง รถสปอร์ตหรูสีแดงวิ่งไปบนทางด่วนที่เปิดโล่ง ไม่มีรถขวางเลยทำให้ตฤณยิ่งเหยียบมัน ความเร็วของรถแข่งกับอารมณ์ที่ร้อนดั่งไฟ สายฝนที่โปรยลงมาไม่ได้ช่วยดับชโลมจิตใจให้ตฤณใจเย็นลงได้เลย ตั้งแต่ที่สามีออกจากบ้านไปเมื่อคืน หญิงสาวก็ไม่ได้นอนเพราะเอาแต่นั่งมองประตูรอร่างสูงกลับมา แต่รอจนแล้วจนเล่าก็ไม่มีวี่แววของตฤณโผล่มาให้เห็น ลูกศรรู้สึกร้อนใจอยู่ไม่น้อย นึกเป็นห่วงสามีไม่รู้ว่าป่านนี้จะไปอยู่ที่ไหน จะเกิดอันตรายอะไรกับเขาอีกครั้งหรือเปล่า เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าหากเป็นเหมือนอย่างตอนนั้นอีก ชายหนุ่มอาจจะไม่มีโอกาสกลับมาเป็นรอบที่สองแล้วก็ได้ “คุณแม่ วันนี้ยังไม่ไปทำงานเหรอคะ” ลูกศรยกหลังมือเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า หมุนตัวหันกลับไปทำสีหน้าปกติ พร้อมส่งรอยยิ้มให้ลูกสาวที่กำลังเตรียมตัวจะไปโรงเรียน “วันนี้คุณแม่ไม่มีงานเช้าค่ะ ลูกหว้าเตรียมตัวไปโรงเรียนเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ” แม้ใจจะเห็นหน้าลูกแล้วนึกถึงหน้าคนรักมากแค่ไหน
ตอนพิเศษ 2 คีตีกานั่งมองลูกๆของเธอเล่นกันที่สวนหลังบ้านอย่างสนุกสนาน ในมือยังคงจับดินสอสเก็ตซ์ภาพ วาดภาพตรงหน้าลงไปในกระดาษสีขาวขุ่น แต่นั่งวาดไปได้ไม่นาน ภาพที่เธอเห็นบ่อยจนชินก็เกิดขึ้นอีกครั้ง “ฮือออ คุณแม่ขาภาคินผลักหนู” พี่สาววัยแปดขวบวิ่งโล่เข้ามาฟ้องผู้เป็นแม่ หลังจากที่โดนน้องชายตัวแสบผลักจนหน้าทิ่ม “อีกแล้วนะภาคิน แม่บอกว่าห้ามเล่นแรงไงคะ วันนี้ภาคินต้องโดนแม่ทำโทษนะ” คีตีกาและศิลามีลูกด้วยกันสองคน คนแรกเป็นลูกสาววัยเทียบเท่าลูกหว้า ลูกสาวของลูกศรและตฤณ ส่วนอีกคนเป็นลูกชายอายุหกขวบ เธอตั้งใจตั้งชื่อให้คล้ายๆกัน ภาริน กับ ภาคิน ศิลาเองก็ไม่เคยขัด เมียอยากทำอะไรอยากได้อะไร เขามีหน้าที่แค่ตามใจ “คินไม่ได้ผลักแรงเลย พี่รินแหละเวอร์ ล้มไปเอง” ภาคินเองก็ไม่น้อยหน้า เถียงกลับทันควันเมื่อแม่บอกว่าจะทำโทษ ความวุ่นวายของลูกสาวและลูกชายของเธอนั้น เล่นเอาเธอปวดหัวได้ทุกวัน เรื่องทะเลาะกระท่อนกระแท่นกันนี่ เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไรดี “ไม่จริง! คินนั่นแหละผลักพี่แรงจนพี่ล้ม” “ไม่! พี่รินโกหก