LOGIN“รู้ได้ไงว่าใจดี”
“หนูได้ยินลูกน้องของคุณภูเขาพูดน่ะค่ะ เอ่ยชมหลายเรื่อง คุณภูเขา ช่วยคนงานเอาไว้ ลูกหลานคนงานก็ส่งเสียให้เรียนด้วยค่ะ จะหาเจ้านายดีๆ แบบนี้ยากนะคะ”
“จ้ะ เขาเป็นคนดี”
“ค่ะ” กานพลูยิ้มให้ผู้มีพระคุณ
“กานพลู”
“คะ คุณท่าน”
“ชอบหลานชายฉันไหม”
“คะ เอ่อ... คุณท่านถามว่าอะไรนะคะ”
“เอาเถอะๆ ฉันอยากจะบอกว่าเธอเป็นคนดีมีน้ำใจ เรียบร้อยและน่ารัก ฉันอยากให้ภูเขามีภรรยาน่ารักแบบเธอ ก็แค่นั้นแหละ ฉันคงจะพูดมากไปแล้ว ภูเขาจะมีภรรยาแบบไหน สุดแต่เขาแล้วกัน เธอเองยังเด็ก อายุเพียง 19 ควรจะตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่าคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ฉันแก่แล้ว เมื่อก่อนเขาแต่งงานกันเร็ว ผู้ใหญ่หาให้” ท่านถอนใจและไม่พูดอะไรอีก กานพลูว่าท่านพูดแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้เอ่ยถามอะไรเลย
ทัศกรแนะนำให้คนเป็นย่าได้รู้จักกับแฟนสาวที่คบหาดูใจกันอยู่ แขนภาไหว้คุณหญิงย่าของแฟนหนุ่มอย่างอ่อนช้อย ตอนเดินเข้ามาเธอเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ก็นึกดีใจที่ทัศกรจะได้มรดกอีกมากมายนอกจากไร่กลีบเมฆ ที่เขาดูแลอยู่ เรียกว่าเขาคงกลายเป็นเศรษฐีที่รวยมาก และอายุน้อยที่สุดในประเทศกระมัง
“แฟนของภูเขาหน้าตาน่ารักเชียว”
“แขนภา... เขาคบกับผมตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับคุณหญิงย่า เราคิดว่าจะแต่งงานกันในอนาคตอันใกล้”
“ดีสิ แต่งงานเสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้มีเหลนให้ย่าอุ้มตอนแก่ๆ ได้เห็นเด็กตัวเล็กๆ รู้สึกดีเหลือเกิน” คุณหญิงช่อทิพย์ไม่ได้นึกรังเกียจว่าที่หลานสะใภ้ จะเป็นใครมาจากไหน ขอแค่ให้หลานชายรักก็เพียงพอแล้ว เพราะยังไงเขาสองคนก็อยู่ด้วยกัน ไม่ได้อยู่กับท่านเสียหน่อย คิดว่า... ทัศกรคงจะตาแหลมเหมือนพ่อของเขา เลือกผู้หญิงที่ดีมาเป็นคู่ครอง
“แหม... คุณหญิงย่าคะ เรื่องแบบนี้คงต้องให้ฝ่ายชายเขาเอ่ยนะคะ” แขนภาพูดแล้วทำท่าเอียงอาย
“อะแฮ่ม วันนี้คุณหญิงย่าทำอาหารต้อนรับผมเสียเยอะแยะไปหมดเลยครับ น่ากินทั้งนั้นเลย” ทัศกรเปลี่ยนเรื่อง เขายังไม่พร้อมจะมีครอบครัวในตอนนี้ ถึงจะคบกับแขนภาในฐานะคนรัก แต่เขายังไม่ได้มั่นใจอะไรหลายอย่าง อยากจะดูกันไปเรื่อยๆ เรื่องนี้เขาเคยคุยกับแขนภาแล้ว ตั้งแต่คบกันครั้งแรกๆ แต่อย่างไรเขายกให้เธอเป็นที่หนึ่ง เพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ คบใครก็คบทีละคน ไม่คบซ้อนหลายคน ถ้าไปกันไม่ได้ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่จะไม่ทำให้ผู้หญิงเสียใจเรื่องที่เขาไปมีคนอื่น หรือเจ้าชู้ไปทั่วอย่างแน่นอน
“แม่กานต์เค้าเป็นคนจัดการทุกอย่าง อาหารน่ากินก็ต้องกินเยอะๆ นะ ทั้งสองคนเลยจ้ะ”
“แม่กานต์อะไรนี่ แม่ครัวเหรอคะคุณหญิงย่า”
“ไม่ใช่จ้ะ แม่กานต์น่ะเด็กในบ้านของย่าเอง พูดถึงก็มาเลย” คุณหญิงช่อทิพย์บุ้ยใบ้ไปทางเด็กสาวในอุปการะที่เดินมาหาด้วยกิริยาเรียบร้อย แขนภาเห็นเข้าก็นึกไม่ชอบนัก เพราะอีกฝ่ายทั้งสวยทั้งน่ารัก หน้าตาจิ้มลิ้ม เห็นทัศกรหันไปยิ้มด้วยก็ยิ่งขวางหูขวางตาเสียนัก
“คุณท่านขาดเหลืออะไร หรือต้องการอะไรอีกไหมคะ หนูจะได้จัดการให้”
“ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว เราน่ะเหนื่อยมาทั้งวัน เตรียมโน่นเตรียมนี่ มานั่งกินข้าวด้วยกันดีกว่า” คุณหญิงช่อทิพย์เอ่ยชวนเด็กสาวในอุปการะ เพราะเห็นว่าอาหารเยอะแยะ กินกันแค่สามคน คงไม่หมด ปกติท่านก็กินข้าวกับกานพลูอยู่แล้ว เพราะนั่งทานคนเดียวมันเหงา ก็มีกานพลูนี่แหละที่คอยเป็นเพื่อนคลายเหงาให้ท่าน
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูไปทานในครัวกับคนอื่นๆ ดีกว่า ขอแค่ยืนรับใช้อยู่แถวๆ นี้เผื่อทุกคนต้องการอะไร”
“รอไปทานในครัวก็หิวแย่ อาหารเยอะแยะ” คุณหญิงช่อทิพย์รู้ดีว่ากานพลูปฏิเสธเพราะเห็นว่ามีแขก เพราะหากมีแขก เด็กสาวมักจะเลี่ยง แต่จะคอยรับใช้แทน
“จริงด้วยครับคุณย่า อาหารเยอะแยะ มากินด้วยกันดีกว่า” ทัศกรเห็นด้วย
“ย่าเองแหละ สั่งให้ทำหลายอย่าง ไม่รู้ภูเขาชอบอะไรบ้าง กลัวจะไม่ถูกปาก”
“ถูกปากทุกอย่างเลยครับ เด็กของคุณหญิงย่าทำอาหารอร่อยเชียว”
“แหม... ที่นี่ดีจังเลยนะคะ ให้คนรับใช้หรือเด็กในบ้านร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วย” แขนภาพูดขึ้นบ้าง ไม่ค่อยถูกชะตากับกานพลูสักเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็เอาแต่ชวน ยายเด็กนั่นก็เอาแต่เล่นตัว เห็นแล้วขัดลูกหูลูกตาชะมัด
“แม่กานต์เขาไม่ใช่คนใช้ และย่าก็เอ็นดูเขาเหมือนลูกหลานจ้ะแม่แข” คุณหญิงช่อทิพย์เริ่มไม่ค่อยชอบการพูดการจาของแขนภาสักเท่าไหร่ พูดจาเหยียดคนอื่น พูดกับท่านก็พยายามเอาอกเอาใจจนเกินเหตุ ดูเหมือนปรุงแต่งมากกว่าจะเป็นนิสัยที่แท้จริง ท่านนึกไปถึงมณีนิล ลูกสะใภ้ที่ท่านไม่ชอบแต่แรก ตอนทศพลพามณีนิลมากราบ อีกฝ่ายสุภาพเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ พูดจาอ่อนโยนแต่ดูจริงใจ ไม่เหมือนกับแขนภา ที่ดูชอบกลเสียเหลือเกิน แต่เพราะเวลานั้น ท่านไม่ชอบคนไร้สกุลรุนชาติ และคิดว่าชาลินีเหมาะสมคู่ควรกับบุตรชายที่สุด จึงตั้งแต่แง่รังเกียจ
“แหม... ก็เค้าไม่อยากจะนั่งร่วมโต๊ะกับเรานี่คะคุณหญิงย่า”
“มาสิ ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ไม่ดีนะ” ทัศกรหันไปพูดกับกานพลูคล้ายดุ และเหมือนจะตัดปัญหาการโต้เถียงเล็กๆ นั้นด้วย หญิงสาวจึงเดินไปทรุดนั่งข้างๆ ทัศกร เพราะเขานั่งตรงข้ามกับแขนภา และคุณหญิงช่อทิพย์นั่งตรงหัวโต๊ะ ประมุขใหญ่ของบ้านอมยิ้ม ก่อนจะเรียกให้เด็กเอาจานมาเพิ่ม
กานพลูรู้สึกว่าใจของเธอเต้นแรงอย่างประหลาดเมื่อได้นั่งใกล้ๆ กับทัศกร กลิ่นกายของเขาแตะจมูกเธอ หญิงสาวรู้สึกว่ามือไม้แข้งขาจับอะไรไม่ถูกไปเสียหมด
นี่นะเหรอ การแอบชอบใครสักคน...
“อาหารถูกปากไหมภูเขา” คุณหญิงช่อทิพย์เอ่ยถามหลานชายอย่างใส่ใจ
“อาหารอร่อยมากๆ เลยครับคุณหญิงย่า เด็กของคุณหญิงย่าเก่งนะครับ ทำอาหารมากมายขนาดนี้” เขานึกทึ่งฝีมือการทำอาหารของกานพลู หน้าตาอาหารน่าทาน ทั้งยังอร่อย กลิ่นหอมนั้นไม่ต้องพูดถึง มีกลิ่นเฉพาะบ่งบอกถึงวัตถุดิบที่ใช้ว่าล้วนเป็นวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี
“เด็กคนนี้ย่าเลี้ยงมากับมือ แม่กานต์น่ะเค้าชอบทำอาหาร แล้วแม่แขล่ะ ชอบทำอาหารหรือเปล่า” คุณหญิงช่อทิพย์หันไปถามว่าที่หลานสะใภ้
“แหม... แขไม่ค่อยมีเวลาหรอกค่ะ ต้องทำงานนอกบ้าน กานพลูเขาไม่ได้ทำงานทำการอะไร ก็ว่างทำงานก้นครัวหรือกวาดบ้านถูบ้านอยู่แล้วแหละค่ะ”
“ใครบอกกันจ๊ะ แม่กานต์น่ะเขาเป็นเลขาของย่าด้วยนะ เขาช่วยทำงานที่บริษัท เรื่องอาหารน่ะเขาชอบเป็นพิเศษก็เลยทำให้ย่ากิน ไม่ใช่เขาเอาแต่หมกอยู่แต่ก้นครัวเหมือนแม่แขว่าเสียหน่อย” คุณช่อทิพย์พูดยิ้มๆ แต่สายตานั้นประเมินว่าที่หลานสะใภ้อยู่ในใจ
“อ้อ... เหรอคะ” แขนภาหน้าเหวอ ไม่คิดว่าหน้าตาจืดๆ ชืดๆ ไร้รสนิยมแบบนี้จะทำงานนอกบ้านกับเค้าด้วย
“แต่ย่าก็เข้าใจนะ ผู้หญิงสมัยนี้เก่งกาจไม่แพ้ผู้ชาย ทำงานนอกบ้านยิ่งกว่าผู้ชายก็มี ไม่มีเวลาทำอาหารก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แค่มีเงินอยากจะซื้ออะไรอร่อยๆ ทานก็สั่งได้เลยเหมือนใจนึก” คุณหญิงช่อทิพย์พูดเหน็บว่าที่หลานสะใภ้ แต่แขนภาคิดว่าเป็นการเอ่ยชม จึงรีบพูดสนับสนุนคำพูดนั้น
“จริงค่ะคุณหญิงย่า เดี๋ยวนี้ร้านอาหารดังๆ ในประเทศไทยมีหลายร้าน ไม่เห็นต้องมานั่งทำให้เหนื่อยเลยค่ะ ซื้อกินเอาสะดวกกว่า เอาเวลาไปทำงานหรือดูแลธุรกิจดีกว่า”
“ย่าก็ว่าอย่างนั้น สมัยย่าน่ะเสน่ห์ปลายจวักสำคัญมากสำหรับผู้หญิง สามีรักสามีหลง แต่เมื่อก่อนผู้หญิงไม่ค่อยทำงานนอกบ้านกัน เดี๋ยวนี้ทำงานนอกบ้านไม่มีเวลาให้กันก็มีปัญหามากมาย แต่คนเขาก็ไม่ค่อยคิดกันหรอกนะ ให้เหตุผลว่าเข้ากันไม่ได้ เลิกกันก็จบ ทางใครทางมันเสียมากมาย เมื่อก่อนจะจีบกันสักทีต้องเขียนจดหมายถึงกัน มีความพยายามกันเหลือเกิน เดี๋ยวนี้จะจีบกัน คุยกันครั้งสองครั้งก็นัดเจอกัน ไปกันไม่รอดก็เลิก เลิกกันง่ายเหลือเกิน”
“ในไร่มีน้ำตกและก็อากาศดี หรือเราจะไปทำอะไรๆ กันตรงนั้นดี”“ทำอะไรคะ” เธอย้อนถาม“ไปเล่นน้ำน่ะ” เขาตอบเลี่ยงอีก“นึกว่าจะให้ไปเก็บผลไม้เสียอีกค่ะ กานต์ทำได้นะคะ”“ใครจะใช้แรงงานเมียตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วก็เหมือนเข้าตัว เขากระแอมเสียดัง กานพลูยิ้มกว้างขวาง เขาก็แกล้งเธอเอาไว้เยอะแหละ แต่ก็แปลก ตอนเขาแกล้งก็มักมีคนมาช่วย คนงานเขาไง ลูกน้องเขาอีกทัศกรไม่ได้ปริปากบอกว่าที่เขาให้เธอเข้าไปทำงาน เพื่อให้ไปดูพฤติกรรมคนงาน ไม่มีใครสนใจกานพลู ทุกคนปกติดี เลยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ถ้าให้พงศ์พันหรือพงศ์ศูรย์ไปคุมงานทุกคนก็เอาการเอางาน แต่ถ้าส่งกานพลูไป ทุกคนก็คิดว่ากานพลูถูกใช้งานเพราะมีปัญหาอะไรกับทัศกร มันก็มีข่าวลือไปบ้าง ก็ไม่มีใครเกรงใจ เธอกลับจากทำงาน เขามักถามโน่นถามนี่นั่น แต่เธอไม่รู้ และเขาก็นำหลายๆ อย่างไปปรับกับคนงานในไร่“พายายหนูทัดไปเล่นน้ำด้วยไหมคะ”“อย่าเลย” เขารีบปฏิเสธ กว่าจะคิดแผนพาเมียออกจากบ้านไปได้แทบแย่ ขืนพาทัดดาวไปด้วย ก็จบกันพอดี“ทำไมล่ะคะ”“ยายหนูต้องเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ” ทัศกรจ้างครูสอนพิเศษมาสอนบุตรสาวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นการสอนภาษา เขาอยากให้ทัดดาวเก่งภาษา
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้หวังอะไรในความรักครั้งนี้ ไม่เคยคิดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่เขารักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ เธอได้พิสูจน์ให้เขาได้เห็นในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่เธอเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา อาจจะดูโง่ในสายตาใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอแล้ว มันคุ้มเหลือเกิน เมื่อได้ช่วยคนที่เรารักให้อยู่รอดปลอดภัย เธอไม่ได้คิดหวังสักนิดว่าการเอาชีวิตเข้าแลกจะทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ ในเวลานั้นเธอแค่รู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา... ก็แค่นั้นความเสียใจจริงๆ ของเธอคือการที่เธอทำให้อีกชีวิตหนึ่งต้องตาย กานพลูรู้สึกเจ็บแปลบจนน้ำตาไหลทุกครั้ง ยากที่จะทำใจจริงๆ แม้จะมีใครปลอบโยนสักร้อยสักพันคน ก็ทดแทนความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจของเธอไม่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไป แต่มันเหนื่อยล้าเหลือเกิน แค่หายใจยังเหนื่อย เธอพยายามทำให้ทุกคนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเลือกได้ เธออยากจากโลกนี้ไปเสียเอง และปล่อยให้คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยกานพลูรีบปาดน้ำตาทิ้งเมื่อหันไปเห็นสามีอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องพักฟื้น ป้าทับทิมเลี่ย
“พิมพ์”“คะแม่” เธอปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมารดา“มีอะไรปิดบังแม่อยู่หรือเปล่า”“ไม่นี่คะ”“แล้วเรื่องคุณเชาวน์ล่ะ”“แม่รู้ด้วยเหรอคะ”“เขาใช้หนี้ให้บ้านของเรา” ทิพย์สุคนพูดขึ้น ก่อนที่ทัศกรจะจัดการให้เธอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตามประสา“คะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ หนี้สินตั้งมากมาย“หนูคงต้องหาเงินไปคืนเขาค่ะ” พิมพ์ประภารู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อนึกถึงเขา มันแปลบเจ็บอย่างบอกไม่ถูก“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่น่ะเอาที่ดินผืนสุดท้ายใช้หนี้เขาไปแล้วล่ะ”“ที่ดินผืนสุดท้าย” พิมพ์ประภาทวนคำมารดา“แม่ผิดเองพิมพ์ แม่โกหกหนู จริงๆ ที่ดินผืนสุดท้ายมันยังไม่ได้เอาไปจำนองที่ไหน ก็บ้านหลังนี้ไง มรดกเก่าแก่ของคุณพ่อ แม่ยกให้คุณเชาวน์ไปแล้ว”“เขาก็รับมันไปเหรอคะ” เธอหลงดีใจว่าเขาจะอยากช่วยจริงๆ สุดท้ายเขาก็หวังผล แต่ก็นะ คนเราใครๆ ก็ต้องหวังผลกันทั้งนั้น ที่ดินที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ มีผลหมากรากไม้มากมาย เพราะบิดาเป็นคนรักต้นไม้เลยจ้างให้คนปลูกเอาไว้ เธอเข้าใจว่ามารดาติดหนี้ ที่ดินผืนนี้ก็คงถูกจำนองไปแล้ว“ใช่จ้ะ เขาชอบที่นี่มาก เราคงต้องย้ายออกจากที่นี่แล้วนะ” พิมพ์ประภาน้ำตาตกใน เชาวน์ไม่ได้มีใจ
“คุณแม่มอบตัวเถอะครับ คุณแม่ยังไม่ได้ฆ่าใคร โทษไม่หนักหรอกครับ ผมจะช่วยเอง” เชาวน์ไม่อยากให้มารดาทำผิดอีก แม้เรื่องของทศพลกับมณีนิลเป็นเรื่องเลวร้ายที่เขาได้รับรู้ว่ามารดาทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันก็เป็นแผนการที่ไร้การเอาผิดจากกฎหมายได้“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะเป็นของเชาวน์นะลูก”“ผมอยากมีทรัพย์สมบัติแต่ด้วยความสามารถของผมเองครับคุณแม่ ของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปอยากได้ของเขาเลย เท่าที่คุณหญิงย่าให้เรามาก็มากมายแล้วนะครับ เรื่องคดีไม่ต้องห่วง คุณแม่ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” ถึงอย่างไรเขาก็รักมารดาของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เขาถูกจับขังเอาไว้ แต่ก็พยายามหนีออกมาจนได้ มันก็ดีอย่างที่ประไพคอยช่วยเหลือทุกคนอยู่ที่นี่และคอยส่งข่าวให้ใครๆ มาช่วย และรู้ว่าอยู่ตรงไหน มารดาของเขาอาจจะคิดว่าซื้อตัวประไพได้ แต่สุดท้ายประไพก็เลือกเหมือนเขา เลือกที่จะทำความดีตำรวจและทัศกรเข้าไปช่วยเหลือสองสาวกานพลูและพิมพ์ประภาเอาไว้ กานพลูโผเข้ากอดสามีอย่างดีใจ เธอคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังปรานีเธอประไพอุ้มทัดดาวมาให้สองสามีภรรยา กาน
“ทายาทโดยชอบธรรมอย่างนั้นเหรอ” ชาลินีเงยหน้าขึ้นหัวเราะ กานพลูไม่เคยเห็นท่าทางน่ากลัวแบบนี้ของชาลินีมาก่อน ปกติท่านไปเยี่ยมคุณหญิงช่อทิพย์ก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตนและแลดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีเสมอ“นี่มันเรื่องอะไรกัน” พิมพ์ประภายอมรับว่างงจริงๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเธอยังไม่รู้เลย แล้วประไพนั่นอีก ทำไมถึงจับตัวทัดดาวมาล่ะ ก็เห็นว่าเป็นคนดี ทำไมกลายเป็นคนชั่วไปได้“เธอนะเหรอผู้หญิงที่มาเกาะลูกชายฉัน”“เกาะลูกชาย” พิมพ์ประภาทวนคำก่อนเบิกตากว้าง“ฉันเป็นแม่ของเชาวน์ หรือผู้ชายที่เธอคิดจะจับยังไงล่ะ ที่บ้านเป็นหนี้เป็นสินใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วสินะ” ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นทำให้พิมพ์ประภาคอแข็ง ถึงจะจริงแต่เธอก็เกลียดการถูกดูถูกเป็นที่สุด และเธอก็ไม่อยากทำเช่นนี้ด้วย แต่มันต้องเอาตัวรอด“คุณเชาวน์ไม่เห็นบอกว่าแม่ของเขาแลดูใจร้ายแบบนี้”“นี่หล่อน ปากดีนักนะ ตบสั่งสอนมันหน่อย”เพี้ยะ!!! พิมพ์ประภาไม่ทันตั้งตัวก็โดนตบจนหน้าหัน เลือดไหลซึมมุมปาก“ว่าทำไมไม่พาไปแนะนำ แม่เป็นปีศาจนี่เอง” เธอยังปากเก่ง“ตบมันอีก”เพี้ยะ!!! เสียงตบรอบนี้เป็นใบหน้าอีกด้าน พิมพ์ประภารู้สึกชาไปหมด ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งแก้ม“พี่พิมพ์เ
“ตอนนี้พี่ไพอยู่ไหนคะ” กานพลูเอ่ยถาม“พี่ยังอยู่ที่ไร่จ้ะ แต่โทร.บอกคุณภูเขาแล้วนะ เห็นว่าจะตามไปเจอกับแขนภาตามที่นัดหมายเอาไว้”“พี่ไพบอกคุณภูเขาไปแล้วเหรอคะ” กานพลูขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นกังวลขึ้นมาในทันที“ใช่จ้ะ น้องกานต์รีบกลับบ้านมาเลยนะจ๊ะ เรื่องนี้ให้คุณภูเขาจัดการเองดีกว่า ยังไงก็ต้องเอาตัวหนูทัดดาวกลับมาได้แน่นอน”“กานต์ไม่กลับค่ะ จะไปตามยายหนู ฝากที่บ้านกับพี่ไพด้วยนะคะ”“น้องกานต์อย่าไปเลยอันตราย ให้คุณภูเขาจัดการดีกว่า”“แค่นี้นะคะพี่ไพ” กานพลูตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที“พี่สองคะ...” กานพลูตัดสินใจที่จะไปยังสถานที่ที่แขนภานัดหมายเอาไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นอีก ครั้ง หญิงสาวกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของพิมพ์ประภา“พี่พิมพ์มีอะไรคะ”“พี่จะไปหาน้องกานต์นะจ๊ะ”“พี่พิมพ์คะ กานต์กำลังยุ่งนิดหน่อย มีเรื่องต้องจัดการค่ะ พี่ยังไม่ต้องมานะคะ”“มีเรื่องอะไรจ๊ะ”“ไม่มีอะไรค่ะ มีธุระนิดหน่อย”“พี่ขับรถจะถึงไร่อยู่แล้ว ว๊าย!” เสียงอุทานของพิมพ์ประภาก่อนสายจะตัดไป ทำให้กานพลูยิ่งร้อนใจ“พี่พิมพ์เป็นอะไรไม่รู้พี่สอง จู่ๆ ก็ร้องแล้วสายโทรศัพท์ก็ตัดไป”“นายหญิงจะเอาไงครับ”“ขับรถไปก
“ใช่” เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ นั่นคือสิ่งที่กานพลูคิดว่าดีแล้ว นี่เธอก็อายจะแย่ ยิ่งลูกสาวตัวน้อยได้ยินเสียงคุ้นเคยของบิดาก็เหลือบตามอง เหมือนจะเชิญชวนให้มากินนมด้วยกันเสียอย่างนั้น ทัศกรเองเหมือนจะรู้ ตอนแรกไม่ได้เดินเข้าไปหาลูกสาว แต่ตอนนี้เดินเข้าไปตามคำเชิญชวน“อร่อยเหรอลูก” เขาเอ่ยถาม เจ้าตัวเ
กานพลูเป่าลมออกจากปาก รู้สึกอึดอัดจากการเชื่อมประสานร่างกายกับเขา แต่เขาหยุดนิ่งเหมือนให้เธอคุ้นเคย ทัศกรครางเบาๆ เขาก้มลงเม้มติ่งหูเนียนนุ่มจนเธอรู้สึกเสียวซ่าน ร้องครางออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนล่างนั้นเขาค่อยๆ ขยับและขยับ เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้สุขอย่างที่ควรจะเป็น เขาใหญ่โตและเธอก็แคบเล็กเหลือกำลัง
“คุณภูเขาคะ ขยับไปนอนกลางเตียงสิคะ” เธอสะกิดบอกเขา แต่ชายหนุ่มไม่มีท่าทีว่าจะตื่น เธอเป่าลมหายใจออกจากปาก ก่อนจะออกแรงดึงเขาไปกลางเตียง ถึงกับหอบแฮ่กๆ เพราะเขาตัวหนักมากเธอเดินเข้าห้องน้ำจัดการนำอุปกรณ์มาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา จะได้นอนสบาย มือบางค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกจากตัว ปลดไปก็มือสั่
ทัศกรดูมีความสุขมากกับงานที่จัดให้กับผู้เป็นย่า เขาเมาเพราะถูกเพื่อนๆ ชวนชนแก้วบ่อยๆ โดยมีแขนภาคอยอยู่เคียงข้างตลอด อาจเพราะเธออยากประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเธอคือคนพิเศษของเขาคืนนี้แขนภาแต่งตัวสวยและคิดว่าตัวเองสวยที่สุดในงาน ถ้าไม่นับรวมกานพลูที่วันนี้ดูแปลกตาไปนัก ไม่ได้จืดชืดหรือเชยเหมือนอย่าง







