登入“ปล่อยมุกไปเถอะค่ะ อยู่กันไปก็เท่านั้น เราสองคนไม่เคยมีใจให้กันเลย” มุกตาภาเว้าวอนด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาเจิ่งนองดวงหน้าหวาน “จำใส่หัวเธอไว้นะมุกตาภา เธอเป็นสมบัติของฉันตั้งแต่วันที่เราแต่งงานกันแล้ว... เป็นผู้หญิงของฉัน และจะไปจากฉันได้ก็ต่อเมื่อฉันเบื่อหรือเฉดหัวทิ้งไปเท่านั้น...” อิศม์เดชคำรามอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เพราะรักเป็นพิษจากภรรยาเก่า...อิศม์เดช ธรรมภิบาล... หนุ่มอ่อนโยนขี้เล่นจึงผันตัวไปเป็นนายเหมืองที่ทั้ง โหด ทั้งเถื่อน ทั้งเย็นชา และไร้รักในหัวใจ... เพราะผิดหวังช้ำรักจากคนรักเก่า...มุกตาภา ดิถีภิรมณ์... สาวสวยจิตใจดี จึงไม่คิดมีใจให้ชายใดได้อีก รวมทั้งผู้ชายที่เธอตกลงแต่งงานด้วย เพื่อหนีวงจรรักสามเส้าของตัวเองไปไกลถึงเหมืองหินปูนทางภาคใต้ เมื่อคนชอกช้ำรักสองคนต้องมาแต่งงานโดยปราศจากรักไม่พอ เจ้าบ่าวที่เข้าใจว่าเจ้าสาวตัวเองเป็น ‘เมียน้อย’ ยังตั้งท่ารังเกียจและไม่คิดจะแตะต้องกายสาวแสนสกปรกและเต็มไปด้วยราคีของเธออีกด้วย ทว่ายิ่งอยู่ใกล้... เขากลับโดนไฟเสน่หาของเธอแผดเผาเสียจนต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง...
查看更多“จะได้เมียอยู่อีกวันสองวัน อย่าทำหน้าอย่างกับคนแบกโลกไว้ทั้งโลกอย่างนั้นสินายเหมือง” น้ำเสียงทุ้มของอาจารย์อติวิชญ์เย้าน้องชายของตน ที่นั่งทำหน้าอย่างที่กล่าวเอาไว้อย่างแท้จริง
แก้วน้ำสีอำพันในมือของอิศม์เดชธรรมภิบาลถูกยกขึ้นดื่มพรวดเดียวหมด โดยไม่สนใจกับรสชาติฝาดที่บาดลำคอเขา หนุ่มหล่อมาดคมเข้มตามแบบฉบับนายเหมืองหินปูนวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างไม่เบามือนัก มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าคมคล้ามหันมามองพี่ชายก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่
“พี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้เต็มใจ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ติดขัดอกขัดใจ นิ้วแกร่งเคาะเบาๆ ลงบนแก้วดวงตาคมกราดมองไปทั่วๆ ผับอย่างเลื่อนลอยมองไปรอบๆ ผับที่ทั้งคู่มานั่งฉลองลาความโสดด้วยกัน
การแต่งงานที่เขาไม่ได้เต็มใจแต่ไม่อยากขัดใจผู้เป็นมารดากำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถ้าเพียงเขาไม่เคยทำให้มารดาต้องเสียใจจากการกระทำในอดีต เขาก็คงไม่คิดจะตกลงแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารู้จักเพียงแค่ชื่อเท่านั้นเป็นแน่
เพราะความผิดหวังจากการแต่งงานกับอดีตสาวคนรัก ทำให้อิศม์เดชกลายเป็นคนไร้รักไร้หัวใจและไม่คิดรักใคร หัวใจของเขาเหลือเพียงหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายเท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อรักหญิงคนใดได้อีกแล้ว และเขามั่นใจว่าจะไม่มีความรักครั้งใหม่เกิดขึ้นจากการแต่งงานแบบคลุมถุงชนครั้งนี้เป็นแน่...
“ไม่เต็มใจก็ไม่ต้องแต่งสิ” คนเป็นพี่ให้กำลังใจ ยกมือขึ้นตบไหล่แข็งแรงของน้องชายเบาๆ
“อยู่ที่โน่นก็มีสาวๆ ที่แกเล็งๆ ไว้บ้างแล้วไม่ใช่หรือ พอมีหลานเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาอวดคุณแม่ ขี้คร้านจะยกเลิกงานแต่งให้โดยไม่ถามไถ่ต่อรองอะไรอีกต่อไป”
ผู้เป็นพี่พูดไปตามที่รู้มาบ้างว่าน้องชายก็มีผู้หญิงนอนร่วมเตียงเดียวกันอยู่ที่เหมืองของเขา รวมทั้งแนะนำไปตามประสบการณ์ตรงในฐานะคนเคยโดนคุณหญิงอรวรายัดเยียดว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ให้มาก่อน แต่หากในเวลานั้น เขาได้ปลูกต้นรักอันแสนมั่นคงกับภรรยาวัยละอ่อนของเขาไว้อยู่ก่อนแล้ว และความรักของเขากับนลินทินีก็ผลิบานและออกผลผลิตเป็นลูกน้อยถึงสองคน ครอบครัวเล็กๆ ที่เขาสร้างร่วมกับเธอจึงแข็งแกร่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยรักของพวกเขาทั้งคู่...จวบจนวันนี้ความรักของพวกเขาก็ยังมั่นคงและหวานล้ำซาบซ่านไม่เคยเปลี่ยน
“ไม่ว่าสาวคนไหน ผมก็ไม่อยากจะแต่งด้วยทั้งนั้นล่ะครับ แต่ที่ยอมเพราะไม่อยากจะขัดคำขอของคุณแม่...อีกครั้ง”
คนเคยทำผิดเพราะขัดคำสั่งสอนของมารดามาเมื่อในอดีตทำเอาคุณหญิงอรวราโกรธเคืองขู่ถึงขั้นตัดแม่ตัดลูกกัน แต่ทางเขาก็ไม่สนใจกับคำขู่ อิศม์เดชจึงตัดสินใจแต่งงานอยู่กินกับภรรยาต่างชาติของเขาตั้งแต่สมัยเดินทางไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและครองรักกันหลายปี...
ทว่ารักแท้ของเขาก็ทำพิษ....อิศม์เดชต้องระหกระเหเร่ร่อนกลับมาอยู่เมืองไทยแบบไม่บอกไม่กล่าวญาติพี่น้องบุพการี ไม่พอ ยังหันเหตัวเองไปทำเหมืองหินปูนอยู่ที่อำเภอทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วยังยึดถือเป็นอาชีพหลักและอาชีพที่เขารักจนถึงทุกวันนี้...
“ยังไม่ลืมอีกหรือ” อติวิชญ์ถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบ ไม่งั้นน้องชายของเขาคงไม่กลายเป็นผู้ชายเย็นชาไร้รักเยี่ยงนี้เป็นแน่ บาดแผลในใจของอิศม์เดชนั้นร้าวลึกเพียงใด คงมีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ และเขาก็หวังว่าจะมีใครสักคนเข้ามาเป็นแสงสว่างให้กับชีวิตรักครั้งใหม่ด้วย
ทว่าอติวิชญ์ก็แทบหวังอะไรกับการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เลย เพราะมันไม่ต่างกับคลุมถุงชนเลยสักนิด...
“พอดีผมเป็นคนช่างจำเสียด้วยสิครับพี่อาร์ท”
“มันตั้ง 5 ปีแล้วนะ พี่ว่าเอิร์ธน่าจะเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว...แล้วก็เริ่มด้วยผู้หญิงที่แกแต่งงานด้วยไง”
อิศม์เดชกระตุกยิ้มมุมปากในเชิงเยาะ ทว่าเยาะให้กับตนเอง...ก่อนตอบเสียงเรียบ
“ผมคงรักใครไม่ได้อีกแล้วครับ”
ในอีกมุมหนึ่งของผับเดียวกัน มุกตาภา ดิถีภิรมณ์ สาวหน้าหวาน หากนัยน์ตากลมโตของเธอนั้นแสนเศร้าสร้อยก็กำลังดื่มอำลาให้กับชีวิตโสดของตัวเองอยู่อย่างเดียวดาย แต่เพียงไม่นานนัก แขกที่ไม่ได้รับเชิญและก็เป็นคนเดียวกับคนที่เธอต้องการจะลืมมากที่สุดก็เดินมาหาถึงที่โต๊ะ พร้อมกับถือวิสาสะนั่งลงยังฝั่งตรงข้ามทั้งๆ ที่เธอไม่ได้เอ่ยปากอนุญาตสักคำ...
“พะ...พี่รุจน์มาได้ยังไงคะ” เธอถามอย่างตื่นๆ ดวงตาโตสอดส่ายหาคู่กรณีที่คอยตามราวีไม่เลิก ไม่ต่างกับคนตรงหน้า
“พะ...พี่มากับวะ...” ตั้งใจจะเอ่ยชื่อผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องสูญเสียผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างมุกตาภาไปแต่ก็ยั้งปากไว้ทัน ร่างใหญ่เขยิบเข้าไปนั่งเคียงข้างร่างเล็ก ใกล้เสียจนเจ้าของโต๊ะต้องเขยิบตัวหนีอย่างรังเกียจ
“มากับคุณวิภาดาใช่ไหมคะ” มุกตาภาย้อนถามเสียงขื่นขม กัดริมฝีปากแน่นสะกดกลั้นอารมณ์หลายหลากเอาไว้เต็มที่ “พี่รุจน์ไปเสียเถอะค่ะ มุกไม่อยากมีเรื่องให้อายคน ทุกวันนี้มุกก็ไม่รู้จะเอาหน้าตัวเองไปไว้ที่ไหนแล้ว”
เธอไล่แบบไม่เกรงใจ สะบัดใบหน้างามหนี พร้อมกับกรีดไล่น้ำตาแห่งความอาดูรที่มันสมควรหมดไปจากตัวเธอได้แล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องน่าละอายนั้นขึ้น...
“พี่ขอโทษ...มุกอย่าแต่งงานเลยนะครับ พี่กำลังเคลียร์ตัวเองจากวิได้แล้ว” นิรุจน์เว้าวอน มือใหญ่ก็ยื้อยุดให้ร่างเล็กหันมาเผชิญหน้ากับตน ผู้หญิงที่เขารักหมดใจกำลังจะตกเป็นของชายอื่น จะให้เขาทนได้อย่างไร ถ้าคนรักที่เขาพร้อมจะสลัดทิ้งอย่างวิภาดาไม่เกาะติดเขาแน่นถึงเพียงนี้ เขาก็คงสมหวังกับมุกตาภาไปแล้ว ก็ในเมื่อ...
“หึ พี่รุจน์เอาอะไรมาพูด” เสียงหวานสั่นเย้ยหยัน ใบหน้างามเชิดขึ้น เขามีวิภาดาตามติดเป็นเงาตามตัวเพราะฉะนั้นเรื่องจะสลัดหล่อนทิ้งไม่มีวันเป็นไปได้
“...และต่อให้พี่รุจน์เลิกราหย่าขาดกับผู้หญิงของพี่ แล้วนึกว่ามุกจะยอมกลับไปคืนดีกับผู้ชายที่ฉวยโอกาสเอากับมุกได้หรือคะ” คนเคยช้ำตะคอกถามแข่งกับเสียงดนตรีในผับ พลางสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุมของผู้ชายมากรักและช่างฉวยโอกาสอย่างไม่น่าอภัย
“ปล่อยให้มุกได้ไปตามทางของมุกเถอะค่ะ และไม่ว่ายังไงมุกก็ต้องแต่งงานกับเขาค่ะ” เธอวิงวอนเสียงเครือ
เพราะต้องการหลบหนีไปจากวงจร ‘เราสามคน’ ให้พ้น และเพราะตอบตกลงกับผู้ใหญ่ไปแล้ว เธอก็คงหนีไม่พ้นต้องกลายเป็นเจ้าสาวของผู้ชายที่เธอรู้จักเพียงแค่ชื่อเท่านั้น
“แต่มุกไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น” นิรุจน์ไม่ละความพยายาม
“มุกคงรักใครไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ตั้งแต่โดนพี่รุจน์ทำลายความรักและความไว้ใจของเราสองคนไป” มุกตาภาประชดต่อว่า ถลึงตามองคนเห็นแก่ตัวอย่างแค้นเคือง
มุกตาภาเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าบ่าวด้วยความตื่นตะลึงตกใจ แวบแรกที่เห็นใบหน้าคมแสนหล่อเหลาของเขา เข่าของเธอก็แทบทรุด ถึงจะได้ยินคำชมในเชิงเย้าหยอกจากอรวรรญาถึงพี่ชายบ่อยครั้ง แต่มุกตาภาก็ไม่คิดว่านายเหมืองหนุ่มจะมีรูปลักษณ์คมสันรูปหล่อไม่ต่างกับดาราหนังเลยสักนิด แต่เป็นพระเอกแบบฉบับพันธุ์โหดและเธอต้องบังคับตัวเองเป็นอย่างมากให้เดินด้วยท่วงจังหวะปกติเพื่อมานั่งอย่างสงบเสงี่ยมตรงหน้าเขา ก่อนจะก้มหน้างุดอย่างเขินอายต่อสายตาร้อนแรงที่จ้องมายังเธอไม่วางตาจนเมื่อเธอได้ยินเสียงฟันขบกันจึงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าบ่าวของตนก็พบว่านัยน์ตาคมที่เคยร้อนระอุตอนนี้ มันลุกขึ้นเป็นเพลิงไฟ ดวงตากลมโตที่ถูกตกแต่งไว้อย่างดีจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพเบิกโพลงขึ้นอย่างฉงนใจ ก็ในเมื่อเขายังมองเธออย่างชื่นชมอยู่ก่อนหน้า แล้วทำไมตอนนี้ถึงจ้องเธอไม่ต่างกับโกรธเกลียดแค้นใจกันมากว่าสิบชาติหลังจากทำใจมานาน...ในที่สุดมุกตาภาก็ทำใจยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ได้ และหวังว่ามันจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มีสิ่งดีๆ รอเธออยู่ข้างหน้าแต่ดูท่าแล้ว...คงไม่ใช่ในความขัดข้องขุ่นใจระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาวพิธีหมั้นก็ถูกดำเนินไปตามฤกษ์ยามที่กำห
“จำไว้นะนังมุกตาภา อย่าสะเออะมาแย่งผัวฉันอีก” คนหวงผู้ชายของตัวเองอาฆาตทิ้งท้าย ผลักร่างเล็กจนโซเซไปซบนายเหมืองหนุ่มที่ยืนผิดที่ผิดทางอยู่อีกครั้ง ก่อนหันไปฉะนิรุจน์ที่ยืนแน่นิ่งตกตะลึงถึงขั้นทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าวิภาดาจะมาเห็นเขากับมุกตาภาตำตาอีกครั้ง“รุจน์ก็เหมือนกัน อย่าให้วิรู้นะว่ารุจน์ยังติดต่อกับแม่นี่อีก แล้วจะหาว่าวิไม่เตือนไม่ได้” หล่อนประกาศกร้าวแววตาถลึงออกมาจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า จากนั้นก็กระชากร่างนิรุจน์ออกไปจากผับทันที...มุกตาภาสะอื้นไห้อย่างคนสูญสิ้นกำลังใจในการดำเนินชีวิตอยู่บนอกแกร่งของผู้ชายแปลกหน้าซึ่งอ้อมแขนของเขาช่วยรองรับเธอไว้ถึงสองครั้งสองครา แล้วมันก็ให้ความอบอุ่นในแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน คนที่กำลังอ่อนแอจึงร้องไห้อยู่บนอกของชายหนุ่มอยู่เป็นนานในใจของอิศม์เดชนั้นทั้งสงสารทั้งเกลียดชัง ทว่านิสัยน่ารังเกียจเช่นนี้มันมีอิทธิพลต่อจิตใจที่เคยช้ำมากกว่า มือหนาที่ยกขึ้นตั้งใจจะลูบหลังปลอบประโลมร่างเล็กสั่นสะท้านก็เปลี่ยนเป็นบีบแน่นลงบนต้นแขนเรียว จนมุกตาภารู้สึกตัวว่าซุกซบอยู่บนอกกว้างของชายแปลกหน้านานเกินไปแล้ว“ขะ...ขอบคุณค่ะ” คนตัวเล็กเงยหน้ามาพูดก
“ตะ...แต่มุกเป็นของพี่แล้วนะ” แววตาคมของคนพูดสั่นหวิวไหวยามต้องเอ่ยคำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเช่นนี้ออกมาคนฟังสะอื้นในอกที่กลัดเป็นหนอง น้ำตาจากเบ้าตาไหวระริกไหลนองแก้มแดงก่ำราวกับเขื่อนพัง เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เธอยังโศกเศร้าคิดมากไม่จบไม่สิ้นสายตาแสนผิดหวังของมุกตาภาจ้องหน้าผู้ชายที่เธอเคยหลงรักหมดใจ และเคยคบหากันมาจนคิดว่าจะได้ร่วมหอลงโรงกับเขา แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปเธอพบว่าเขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว มุกตาภาเสียใจจนแทบเสียผู้เสียคนและตีตัวออกห่างเพราะไม่ต้องการเป็นมือที่สามของใครทว่านิรุจน์ไม่ยอม ตามตอแยเธอไม่เลิกไม่พอ ยังหลอกมอมเหล้ามอมยา พรากสิ่งสำคัญของชีวิตสาวของเธอไปด้วย จนเธอต้องหนีไปทำใจที่ประเทศอังกฤษถึงหนึ่งปีเต็มซึ่งยังไม่เพียงพอในการรักษาบาดแผลร้าวลึกในใจ ยิ่งเมื่อเธอกลับมาเมืองไทยเมื่อสามเดือนที่แล้ว นิรุจน์ก็ยังตามตื๊อขอคืนดีพร้อมกับทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเธออย่างไม่ลดละ รวมทั้งบอกว่าเลิกกับเมียไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วเขาโกหก...และเมื่อคุณหญิงอรวราติดต่อสู่ขอเธออีกครั้ง หลังจากที่เคยทาบทามมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเกือบห้าปีที่แล้ว แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะบุตรชายคนโตของคุณหญิงปฏ
“จะได้เมียอยู่อีกวันสองวัน อย่าทำหน้าอย่างกับคนแบกโลกไว้ทั้งโลกอย่างนั้นสินายเหมือง” น้ำเสียงทุ้มของอาจารย์อติวิชญ์เย้าน้องชายของตน ที่นั่งทำหน้าอย่างที่กล่าวเอาไว้อย่างแท้จริงแก้วน้ำสีอำพันในมือของอิศม์เดชธรรมภิบาลถูกยกขึ้นดื่มพรวดเดียวหมด โดยไม่สนใจกับรสชาติฝาดที่บาดลำคอเขา หนุ่มหล่อมาดคมเข้มตามแบบฉบับนายเหมืองหินปูนวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างไม่เบามือนัก มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าคมคล้ามหันมามองพี่ชายก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่“พี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้เต็มใจ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ติดขัดอกขัดใจ นิ้วแกร่งเคาะเบาๆ ลงบนแก้วดวงตาคมกราดมองไปทั่วๆ ผับอย่างเลื่อนลอยมองไปรอบๆ ผับที่ทั้งคู่มานั่งฉลองลาความโสดด้วยกันการแต่งงานที่เขาไม่ได้เต็มใจแต่ไม่อยากขัดใจผู้เป็นมารดากำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถ้าเพียงเขาไม่เคยทำให้มารดาต้องเสียใจจากการกระทำในอดีต เขาก็คงไม่คิดจะตกลงแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารู้จักเพียงแค่ชื่อเท่านั้นเป็นแน่เพราะความผิดหวังจากการแต่งงานกับอดีตสาวคนรัก ทำให้อิศม์เดชกลายเป็นคนไร้รักไร้หัวใจและไม่คิดรักใคร หัวใจของเขาเหลือเพียงหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายเท่านั้น





