FAZER LOGINทัศกรดูมีความสุขมากกับงานที่จัดให้กับผู้เป็นย่า เขาเมาเพราะถูกเพื่อนๆ ชวนชนแก้วบ่อยๆ โดยมีแขนภาคอยอยู่เคียงข้างตลอด อาจเพราะเธออยากประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเธอคือคนพิเศษของเขา
คืนนี้แขนภาแต่งตัวสวยและคิดว่าตัวเองสวยที่สุดในงาน ถ้าไม่นับรวมกานพลูที่วันนี้ดูแปลกตาไปนัก ไม่ได้จืดชืดหรือเชยเหมือนอย่างที่แล้วๆ มา นั่นทำให้หลายคนสนใจกานพลูมากกว่าเธอเสียอีก คุณหญิงช่อทิพย์มักให้กานพลูประคองเดินเหินไปโน่นมานี่ หรือนั่งอยู่ใกล้ๆ คอยรับใช้ ชุดของกานพลูไม่ได้โดดเด่นที่ความโป๊เปลือยหรือเซ็กซี่เหมือนอย่างแขนภา แต่เรียบหรูดูดี ซึ่งเป็นชุดที่คุณหญิงช่อทิพย์เลือกให้เองกับมือ เด็กสาวในอุปการะไม่ได้คัดค้าน เพราะถือว่าเป็นพระคุณที่ท่านซื้อชุดสวยๆ ให้ใส่ในงานเลี้ยงแบบนี้
“คุณแขครับ มีคนฝากโน้ตนี้มาให้คุณครับ” ชายหนุ่มที่เดินมาสะกิดเป็นคนงานในไร่ที่คอยช่วยงาน แขนภาสะดุ้ง อ่านโน้ตนั้นก่อนจะกำแน่นเพราะกลัวใครเห็น เธอมองซ้ายมองขวา ก่อนรีบเดินออกมาจากงาน เมื่อเห็นว่าทัศกรกำลังคุยกับกลุ่มเพื่อนๆ อย่างออกรส เขาสนใจกับน้ำเมามากกว่าเธอในเวลานี้
“ว้าย! วิน ฉันตกใจหมดเลย” วิน หรือภวินเป็นคนงานในไร่ของทัศกร
“คิดถึงจังเลยครับ” ภวินตรงเข้ากอดจูบลูบไล้เรือนร่างอวบอัดของแขนภาอย่างหลงใหล
“เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า ไม่เอาน่า” แขนภาว่าให้ แกล้งทำทีเป็นสะดีดสะดิ้งแต่พองาม แต่ในใจก็นึกอยากปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาอันร้อนแรงของตนเองเช่นกัน แล้วคืนนี้ค่อยไปต่อกับทัศกรจนถึงรุ่งสางก็ยังไหว
“ไม่มีใครเห็นหรอกครับ เขากำลังยุ่งกันอยู่ในงาน เราใช้โอกาสนี้มาหาความสุขกันดีกว่า”
“ฉันให้เวลาไม่นานนะ เดี๋ยวภูเขาจะสงสัยว่าฉันหายมานาน”
“คุณภูเขากำลังดื่มอย่างออกรสขนาดนั้น คงติดลมละครับ ไม่ต้องห่วงหรอก คุณมาสนุกกับผมสักชั่วโมงเขายังไม่รู้เลย เราอย่ามัวพูดเรื่องคนอื่นกันอยู่เลย” ภวินดึงร่างอวบอัดของอีกฝ่ายไปที่บ้านพักคนงาน แขนภายอมเดินตามไปอย่างง่ายดาย เธอแอบกลืนน้ำลายด้วยความกระหายในรสรัก เพราะช่วงนี้อดอยากปากแห้งเหลือเกิน ก่อนที่จะเผด็จศึกทัศกรคืนนี้ ก็ขอสนุกสุดเหวี่ยงกับภวินหน่อยแล้วกัน
“แหม... นายนี่รู้ใจฉันจริงๆ ฉันได้เป็นนายหญิงของไร่นี้เมื่อไหร่ รับรองว่านายจะสบายไปทั้งชาติแน่นอน”
“ผมรอพึ่งบารมีคุณแขนี่แหละครับ ไม่ว่าคุณแขจะให้ผมทำอะไร ผมจะทำถวายหัวเลยครับ”
“นายต้องได้ทำงานแน่ๆ ฉันรับรองได้” เธอคิดว่าในอนาคตต้องเรียกใช้ภวินอย่างแน่นอน คนอย่างเธอ คงไม่ได้มาไกลถึงขนาดนี้ถ้าไม่เก่งจริง แต่เธอก็ไม่ประมาท ทำอะไรรอบคอบเสมอ
ภวินกอดจูบลูบไล้หญิงสาวอย่างกระหาย เขาขยำขยี้เธอไปทั่วสรรพางค์กาย แขนภาร้องซี๊ดด้วยความเสียวซ่านระคนชอบอกชอบใจในบทรักร้อนแรงของเขา
“นายน่ะชอบทำแรงๆ เจ็บนะ ซี๊ด...” ร้องซี๊ดซ๊าดปัดป้อง
“คุณชอบ ผมรู้”
“ฉันช้ำไปหมดแล้วนะ”
“ไม่หรอกคุณแข คุณเหมาะกับบทรักแบบนี้ต่างหากล่ะ” ภวินกดร่างของหล่อนลงบนเตียงไม่เบานัก แต่รู้ว่า รสนิยมของแขนภาชอบความแปลกใหม่ รสชาติจัดจ้านแล้วก็ร้อนแรง
“โอ๊ย! นายทำฉันเจ็บนะ อื้อ...” ถึงแม้จะร้องประท้วง แต่สะโพกผายหยัดขึ้นรับการกระแทกกระทั้นจากร่างแกร่งของภวินอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน
เธอร้องครางซี๊ดซ๊าดเมื่อเขาห่มสะโพกลงมาเสียงดังสนั่นไปทั่วห้อง เสียงเนื้อกายที่เสียดสีกระแทกกระทั้นกับเสียงหอบกระเส่า และเสียงครวญครางฟังแล้วได้อารมณ์เหลือเกิน
เสียงเตียงไม้เก่าๆ ลั่น เอี๊ยดๆ อ๊าดๆ ขาเตียงเสียดสีกับพื้นคอนกรีตเพราะแรงกระแทกของคนบนเตียง ขาเพรียวถูกยกขึ้นพาดบ่าทำให้สะโพกของหล่อนลอยสูงจากพื้นเตียง
“อื้อ... นายนี่มัน” เธอพูดไม่ออกเพราะเสียวซ่านมากเหลือเกิน
“ถึงใจคุณแขไหมครับ”
“ต้องแรงๆ กว่านี้หน่อย จะได้ถึงใจ”
“ได้สิครับ ผมยินดีทำถวายหัวเลยครับ” เขากระแทกแรงขึ้น เร็วขึ้นแทบนับจังหวะไม่ถูก คนใต้ร่างถึงกับครางไม่ขาดปาก พอเขาปลดขาลงจากบ่ากว้าง เธอก็เกี่ยวสะโพกของเขาเอาไว้ให้เขากระแทกลงมาหนักๆ สาสมใจ บทรักร้อนแรงของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ครั้งเดียว เขาเพิ่มรอบให้เธออีกจนกว่าเธอจะอิ่มหนำ
“อีกรอบไหมครับ” เขาเอ่ยถาม
“เอาสิ” แขนภาตอบรับอย่างหน้าชื่นตาบาน
“ผมจะทำให้คุณสนุกและมีความสุขจนลืมวันลืมคืนเลยล่ะ”
“ทำให้ได้อย่างปากพูดก็แล้วกัน” เธอลูบมือกับปลายคางของเขาอย่างยั่วยวน
“อย่าสบประมาทผมนะครับ เพราะคุณก็รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขางับมือของเธอเอาไว้ สายตาที่มองมานั้นยั่วยวนป่วนสวาทในตัวเขาให้ลุกโชน
“ฉันอยาก... พูดให้นายอย่าดีแต่ปากยังไงล่ะ” เธอรู้ว่าดี เขาโดนสบประมาทแล้วจะทำเช่นไรกับเธอ ดีเหมือนกัน เพราะเธอชอบอยู่แล้ว เขาเองรู้ว่าเธอพูดให้เขาอารมณ์ขึ้นทำไม เพราะผลที่เธอจะได้รับคือโดนเขาจัดการควบขี่ทั้งคืนแทบไม่ได้นอนนั่นเอง
แขนภาลืมเลือนเรื่องของทัศกรไปเสียสนิท เพราะเวลานี้เธอมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าเป็นไหนๆ การอยู่กับภวินทำให้เธอลืมวันลืมคืนได้จริงๆ ชายหนุ่มคนนี้แข็งแรง ดุดัน บทรักร้อนแรงถึงใจ ทั้งยังอึดทนเซ็กซ์จัดไม่ทำให้เธอต้องอารมณ์ค้างหรือไม่เคยอิ่มเลยสักครั้ง
นอกจากบทรักของภวินจะอิ่มเอมแล้ว เขายังช่างเอาอกเอาใจ เหมือนกับเธอคือเจ้าหญิงที่ต้องคอยปรนนิบัติรับใช้ แม้กระทั้งขัดรองเท้าเขาก็ทำได้ แบบนี้จะไม่ให้เธอหลงเขาได้อย่างไรกัน ในเมื่อเธอรู้สึกว่าถึงอย่างไร เขาต้องเป็นทาสและรับใช้เธอในทุกๆ เรื่อง
บทรักร้อนแรงรอบใหม่บังเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แขนภาเป็นคนควบขี่อยู่บนร่างเหมือนจ็อกกี้สาวร่านสวาท ภวินร้องครางอย่างชอบใจ เสียงของเขาแหบพร่า ประสานกับเสียงครวญครางอย่างเสียวซ่านของเธอเช่นกัน มือใหญ่หยาบกร้านเพราะการทำงานในไร่กุมสะโพกของหล่อนเอาไว้ ขยำและจับมั่นเพื่อให้เขากระแทกกายขึ้นไปหา เธอร้องครางเสียงหลงเมื่อไปถึงจุดหมายอย่างรุนแรง และฟุบหน้าลงบนอกกว้างของเขาอย่างมีความสุข
“ผมยังไม่อิ่มเลยครับ” เขากระซิบที่ริมหูของเธอ
“ก็ไม่ได้ห้ามสักหน่อยว่าไม่ให้กินต่อ” เธอพูดเสียงหอบๆ แต่แสนยั่วยวน
“คุณแขนี่น่ารักเหลือเกิน รู้ใจผมไปเสียทุกอย่าง” ภวินพลิกร่างเธอลงด้านล่าง ก่อนจะบรรเลงเพลงรักอย่างต่อเนื่อง แขนภาร้องครวญครางแทบขาดใจอยู่ใต้ร่างบึกบึน
ภวินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ เมื่อบทรักของเขาแทบทำให้เธอร้องขอชีวิต และเปิดขาออกว้างให้เขากระแทกเสียจนมิดเม้นและจับจูงกันไปสู่สวรรค์ได้เป็นผลสำเร็จ
กานพลูมองร่างที่เมามาย นอนหลับไม่ได้สติอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเป็นห่วง คุณหญิงช่อทิพย์ไหว้วานให้เธอช่วยจัดการดูแลหลานชายของท่าน
หญิงสาวไล่สายตามองเรือนร่างแข็งแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม วันนี้ทัศกรแต่งตัวตามสไลต์ของหนุ่มชาวไร่ เขาสวมหมวกปีกกว้าง เสื้อลายสก๊อต กางเกงยีนและรองเท้าหนังสีเข้ม เขาสูงสมาร์ท ขาเพรียวแข็งแรง เข็มขัดหนังสีเดียวกับรองเท้าและหมวก ตัดกันกับชุด ทำให้เธอสามารถมองเห็นหน้าท้องราบไร้ไขมันส่วนเกินได้อย่างชัดเจน เพราะเขายัดชายเสื้อลงในกางเกง
เธอชอบเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่เจียมเนื้อเจียมตัวว่าเป็นแค่เด็กที่คุณหญิงช่อทิพย์อุปการะเอาไว้เท่านั้น เขาเองมีคนรักเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว เธอจึงไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนมีเจ้าของแล้ว
“ในไร่มีน้ำตกและก็อากาศดี หรือเราจะไปทำอะไรๆ กันตรงนั้นดี”“ทำอะไรคะ” เธอย้อนถาม“ไปเล่นน้ำน่ะ” เขาตอบเลี่ยงอีก“นึกว่าจะให้ไปเก็บผลไม้เสียอีกค่ะ กานต์ทำได้นะคะ”“ใครจะใช้แรงงานเมียตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วก็เหมือนเข้าตัว เขากระแอมเสียดัง กานพลูยิ้มกว้างขวาง เขาก็แกล้งเธอเอาไว้เยอะแหละ แต่ก็แปลก ตอนเขาแกล้งก็มักมีคนมาช่วย คนงานเขาไง ลูกน้องเขาอีกทัศกรไม่ได้ปริปากบอกว่าที่เขาให้เธอเข้าไปทำงาน เพื่อให้ไปดูพฤติกรรมคนงาน ไม่มีใครสนใจกานพลู ทุกคนปกติดี เลยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ถ้าให้พงศ์พันหรือพงศ์ศูรย์ไปคุมงานทุกคนก็เอาการเอางาน แต่ถ้าส่งกานพลูไป ทุกคนก็คิดว่ากานพลูถูกใช้งานเพราะมีปัญหาอะไรกับทัศกร มันก็มีข่าวลือไปบ้าง ก็ไม่มีใครเกรงใจ เธอกลับจากทำงาน เขามักถามโน่นถามนี่นั่น แต่เธอไม่รู้ และเขาก็นำหลายๆ อย่างไปปรับกับคนงานในไร่“พายายหนูทัดไปเล่นน้ำด้วยไหมคะ”“อย่าเลย” เขารีบปฏิเสธ กว่าจะคิดแผนพาเมียออกจากบ้านไปได้แทบแย่ ขืนพาทัดดาวไปด้วย ก็จบกันพอดี“ทำไมล่ะคะ”“ยายหนูต้องเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ” ทัศกรจ้างครูสอนพิเศษมาสอนบุตรสาวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นการสอนภาษา เขาอยากให้ทัดดาวเก่งภาษา
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้หวังอะไรในความรักครั้งนี้ ไม่เคยคิดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่เขารักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ เธอได้พิสูจน์ให้เขาได้เห็นในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่เธอเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา อาจจะดูโง่ในสายตาใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอแล้ว มันคุ้มเหลือเกิน เมื่อได้ช่วยคนที่เรารักให้อยู่รอดปลอดภัย เธอไม่ได้คิดหวังสักนิดว่าการเอาชีวิตเข้าแลกจะทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ ในเวลานั้นเธอแค่รู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา... ก็แค่นั้นความเสียใจจริงๆ ของเธอคือการที่เธอทำให้อีกชีวิตหนึ่งต้องตาย กานพลูรู้สึกเจ็บแปลบจนน้ำตาไหลทุกครั้ง ยากที่จะทำใจจริงๆ แม้จะมีใครปลอบโยนสักร้อยสักพันคน ก็ทดแทนความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจของเธอไม่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไป แต่มันเหนื่อยล้าเหลือเกิน แค่หายใจยังเหนื่อย เธอพยายามทำให้ทุกคนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเลือกได้ เธออยากจากโลกนี้ไปเสียเอง และปล่อยให้คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยกานพลูรีบปาดน้ำตาทิ้งเมื่อหันไปเห็นสามีอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องพักฟื้น ป้าทับทิมเลี่ย
“พิมพ์”“คะแม่” เธอปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมารดา“มีอะไรปิดบังแม่อยู่หรือเปล่า”“ไม่นี่คะ”“แล้วเรื่องคุณเชาวน์ล่ะ”“แม่รู้ด้วยเหรอคะ”“เขาใช้หนี้ให้บ้านของเรา” ทิพย์สุคนพูดขึ้น ก่อนที่ทัศกรจะจัดการให้เธอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตามประสา“คะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ หนี้สินตั้งมากมาย“หนูคงต้องหาเงินไปคืนเขาค่ะ” พิมพ์ประภารู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อนึกถึงเขา มันแปลบเจ็บอย่างบอกไม่ถูก“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่น่ะเอาที่ดินผืนสุดท้ายใช้หนี้เขาไปแล้วล่ะ”“ที่ดินผืนสุดท้าย” พิมพ์ประภาทวนคำมารดา“แม่ผิดเองพิมพ์ แม่โกหกหนู จริงๆ ที่ดินผืนสุดท้ายมันยังไม่ได้เอาไปจำนองที่ไหน ก็บ้านหลังนี้ไง มรดกเก่าแก่ของคุณพ่อ แม่ยกให้คุณเชาวน์ไปแล้ว”“เขาก็รับมันไปเหรอคะ” เธอหลงดีใจว่าเขาจะอยากช่วยจริงๆ สุดท้ายเขาก็หวังผล แต่ก็นะ คนเราใครๆ ก็ต้องหวังผลกันทั้งนั้น ที่ดินที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ มีผลหมากรากไม้มากมาย เพราะบิดาเป็นคนรักต้นไม้เลยจ้างให้คนปลูกเอาไว้ เธอเข้าใจว่ามารดาติดหนี้ ที่ดินผืนนี้ก็คงถูกจำนองไปแล้ว“ใช่จ้ะ เขาชอบที่นี่มาก เราคงต้องย้ายออกจากที่นี่แล้วนะ” พิมพ์ประภาน้ำตาตกใน เชาวน์ไม่ได้มีใจ
“คุณแม่มอบตัวเถอะครับ คุณแม่ยังไม่ได้ฆ่าใคร โทษไม่หนักหรอกครับ ผมจะช่วยเอง” เชาวน์ไม่อยากให้มารดาทำผิดอีก แม้เรื่องของทศพลกับมณีนิลเป็นเรื่องเลวร้ายที่เขาได้รับรู้ว่ามารดาทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันก็เป็นแผนการที่ไร้การเอาผิดจากกฎหมายได้“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะเป็นของเชาวน์นะลูก”“ผมอยากมีทรัพย์สมบัติแต่ด้วยความสามารถของผมเองครับคุณแม่ ของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปอยากได้ของเขาเลย เท่าที่คุณหญิงย่าให้เรามาก็มากมายแล้วนะครับ เรื่องคดีไม่ต้องห่วง คุณแม่ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” ถึงอย่างไรเขาก็รักมารดาของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เขาถูกจับขังเอาไว้ แต่ก็พยายามหนีออกมาจนได้ มันก็ดีอย่างที่ประไพคอยช่วยเหลือทุกคนอยู่ที่นี่และคอยส่งข่าวให้ใครๆ มาช่วย และรู้ว่าอยู่ตรงไหน มารดาของเขาอาจจะคิดว่าซื้อตัวประไพได้ แต่สุดท้ายประไพก็เลือกเหมือนเขา เลือกที่จะทำความดีตำรวจและทัศกรเข้าไปช่วยเหลือสองสาวกานพลูและพิมพ์ประภาเอาไว้ กานพลูโผเข้ากอดสามีอย่างดีใจ เธอคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังปรานีเธอประไพอุ้มทัดดาวมาให้สองสามีภรรยา กาน
“ทายาทโดยชอบธรรมอย่างนั้นเหรอ” ชาลินีเงยหน้าขึ้นหัวเราะ กานพลูไม่เคยเห็นท่าทางน่ากลัวแบบนี้ของชาลินีมาก่อน ปกติท่านไปเยี่ยมคุณหญิงช่อทิพย์ก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตนและแลดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีเสมอ“นี่มันเรื่องอะไรกัน” พิมพ์ประภายอมรับว่างงจริงๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเธอยังไม่รู้เลย แล้วประไพนั่นอีก ทำไมถึงจับตัวทัดดาวมาล่ะ ก็เห็นว่าเป็นคนดี ทำไมกลายเป็นคนชั่วไปได้“เธอนะเหรอผู้หญิงที่มาเกาะลูกชายฉัน”“เกาะลูกชาย” พิมพ์ประภาทวนคำก่อนเบิกตากว้าง“ฉันเป็นแม่ของเชาวน์ หรือผู้ชายที่เธอคิดจะจับยังไงล่ะ ที่บ้านเป็นหนี้เป็นสินใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วสินะ” ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นทำให้พิมพ์ประภาคอแข็ง ถึงจะจริงแต่เธอก็เกลียดการถูกดูถูกเป็นที่สุด และเธอก็ไม่อยากทำเช่นนี้ด้วย แต่มันต้องเอาตัวรอด“คุณเชาวน์ไม่เห็นบอกว่าแม่ของเขาแลดูใจร้ายแบบนี้”“นี่หล่อน ปากดีนักนะ ตบสั่งสอนมันหน่อย”เพี้ยะ!!! พิมพ์ประภาไม่ทันตั้งตัวก็โดนตบจนหน้าหัน เลือดไหลซึมมุมปาก“ว่าทำไมไม่พาไปแนะนำ แม่เป็นปีศาจนี่เอง” เธอยังปากเก่ง“ตบมันอีก”เพี้ยะ!!! เสียงตบรอบนี้เป็นใบหน้าอีกด้าน พิมพ์ประภารู้สึกชาไปหมด ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งแก้ม“พี่พิมพ์เ
“ตอนนี้พี่ไพอยู่ไหนคะ” กานพลูเอ่ยถาม“พี่ยังอยู่ที่ไร่จ้ะ แต่โทร.บอกคุณภูเขาแล้วนะ เห็นว่าจะตามไปเจอกับแขนภาตามที่นัดหมายเอาไว้”“พี่ไพบอกคุณภูเขาไปแล้วเหรอคะ” กานพลูขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นกังวลขึ้นมาในทันที“ใช่จ้ะ น้องกานต์รีบกลับบ้านมาเลยนะจ๊ะ เรื่องนี้ให้คุณภูเขาจัดการเองดีกว่า ยังไงก็ต้องเอาตัวหนูทัดดาวกลับมาได้แน่นอน”“กานต์ไม่กลับค่ะ จะไปตามยายหนู ฝากที่บ้านกับพี่ไพด้วยนะคะ”“น้องกานต์อย่าไปเลยอันตราย ให้คุณภูเขาจัดการดีกว่า”“แค่นี้นะคะพี่ไพ” กานพลูตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที“พี่สองคะ...” กานพลูตัดสินใจที่จะไปยังสถานที่ที่แขนภานัดหมายเอาไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นอีก ครั้ง หญิงสาวกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของพิมพ์ประภา“พี่พิมพ์มีอะไรคะ”“พี่จะไปหาน้องกานต์นะจ๊ะ”“พี่พิมพ์คะ กานต์กำลังยุ่งนิดหน่อย มีเรื่องต้องจัดการค่ะ พี่ยังไม่ต้องมานะคะ”“มีเรื่องอะไรจ๊ะ”“ไม่มีอะไรค่ะ มีธุระนิดหน่อย”“พี่ขับรถจะถึงไร่อยู่แล้ว ว๊าย!” เสียงอุทานของพิมพ์ประภาก่อนสายจะตัดไป ทำให้กานพลูยิ่งร้อนใจ“พี่พิมพ์เป็นอะไรไม่รู้พี่สอง จู่ๆ ก็ร้องแล้วสายโทรศัพท์ก็ตัดไป”“นายหญิงจะเอาไงครับ”“ขับรถไปก
“อย่าเลยค่ะ เขาไม่ฟังหรอก ภูเขาน่ะเขาเชื่ออย่างไหนเขาก็ไม่เปลี่ยนความคิดหรอกจ้ะ”“เหรอคะ” กานพลูอยากเถียงว่าทัศกรมีเหตุผลมากพอ ขนาดเธอโดนเขาเข้าใจผิด เขายังยอมรับและเปลี่ยนความคิดเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องไห้ฟูมฟาย เลยพูดชักชวนให้แขนภามาเล่นกับทัดดาว
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะป้า” พิมพ์ประภาหยิบปืนออกมาจากรถยนต์“ว๊าย! อกอีแป้นจะแตก คุณพิมพ์ระวังตัวด้วยนะคะ” กานพลูทำท่าจะตามพิมพ์ประภาลงไป แต่ป้าทับทิมรีบดึงเสื้อเอาไว้“อย่าไปเลยค่ะคุณกานต์ คุณพิมพ์น่ะมีปืนไม่เป็นไรหรอกค่ะ”“แต่เราจะปล่อยให้พี่พิมพ์ลงไปคนเดียวเหรอคะ” กานพลูพูดยังไม่ทันจบประโยค พิมพ์ประ
“อื้อ...” เธอทำเสียงรำคาญเมื่อมีสิ่งมารบกวนการนอนของเธอทัศกรแหย่อีก เขาลากมือไปกับสันคางของเธอ กานพลูเบี่ยงหน้าหนี แถมยังปัดมือเขาออกอีก ตอนแรกคิดว่าจะลักหลับ แต่ตอนนี้เขาอยากจะให้เธอตื่นขึ้นมาจริงๆ ลักหลับอาจจะดูตื่นเต้น แต่เธอตื่นมาเห็นเขาทำอะไรต่อมิอะไร แถมสบตากันอีกเวลาทำ น่าจะตื่นเต้นมากกว่า
“หนูกานต์เมารถเหรอจ๊ะ” ประไพนั้นเป็นคนช่างสังเกต เธอเอ่ยถามอย่างห่วงใย กานพลูพยักหน้า“จอดรถก่อนไหม เดี๋ยวพี่บอกคนขับรถให้ หนูกานต์จะได้สูดอากาศหรือแวะปั๊มก็ได้ เผื่อถ้าอ้วกจะได้ล้างหน้าล้างตา หายาแก้เมารถกินเสีย”“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเปล่าๆ” กานพลูโบกไม้โบกมือปฏิเสธ เธอรู้สึกคลื







