Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-02 15:35:53

ขณะที่กำลังคิดอย่างปวดเศียรเวียนเกล้านั้น ซือกงกงวิ่งกระหืดกระหอบมา พร้อมกับนำพระราชโองการมาด้วย นางที่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เมื่อครู่ บัดนี้ต้องรีบมารับราชโองการ

“พระสนมเสิ่นเสียนเฟย กิริยามารยาทงดงาม เพียบพร้อมด้วยกุลสตรี รับสั่งให้รับใช้ใกล้ชิดในห้องทรงพระอักษร จบราชโองการ”

‘ฮะ!! งามพร้อม’ เสียงอุทานในใจของเสิ่นลี่เซียนดังขึ้น แต่ต้องรีบรับราชโองการก่อนจึงกล่าวได้เพียง

“ขอบพระทัยเพคะ”

นางค่อนข้างตกใจกับคำสรรเสริญนั้นเหลือเกิน ‘กิริยามารยาทเรียบร้อย’ นี่สาบานว่าหมายถึงนาง เมื่อคืนจำได้ว่าท่วงท่าปลดเปลื้องความสุข สตรีนางใดในวังหลังไม่มีใครริทำกันยกเว้นนางผู้เดียว เอาสิ่งใดมาเรียบร้อยได้อีกหรือ

นี่เพิ่งรับเทียบเชิญจากฮองเฮามาไว้ หากรู้ว่านางทำให้จักรพรรดิมัวเมาลุ่มหลง นางยังจะมีหัวให้พอตัดหรือไม่

‘หาเรื่องให้ข้าโดนเพ่งเล็งโดยแท้’ นางหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ให้เลือกระหว่างสตรีสองคนกับฮ่องเต้ นางเลือกฮ่องเต้ก็แล้วกัน แม้เมื่อก่อนอยากจะเข้าไปประจบฮองเฮาเสียเต็มประดา แต่นางคิดผิด พิษรักแรงหึงไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะเมียหลวงคงไม่ดีใจนัก หากคนที่ใช้สามีร่วมกันนั่งเผชิญหน้าอยู่ น้ำชาที่เชิญไปดื่มคงใส่ยาพิษเป็นแน่

“พระสนมเตรียมตัวเถิด” ซือกงกงเห็นพระสนมยืนนิ่งไม่ไหวติง จึงเอ่ยเตือน

“ซือกงกง ข้ามีเรื่องลำบากใจ เทียบเชิญนี้ของฮองเฮากับกุ้ยเฟย เชิญข้าไปดื่มน้ำชา ท่านว่าข้าควรตอบรับเช่นไรดี”

ซือกงกงจากยิ้มร่าเปลี่ยนเป็นหุบยิ้มฉับพลัน จนนางก็คิดว่ากงกงเห็นด้วยกับนางว่า อสรพิษสองคนนี้ไม่น่าสมาคม นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วตัดสินใจไม่ไปตามคำเชิญแต่เลือกไปหาสามีดีกว่า อย่างน้อยกำแพงที่บดบังก็สูงใหญ่สักหน่อย

“พระสนมไม่ต้องกังวลใจไป เรื่องนี้ข้าจะนำความไปทูลฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ” ซือกงกงรวบเอาเทียบเชิญที่พระสนมกำลังอึดอัดใจไม่รู้จะไปทางใดดีขึ้นมาแล้วนำไปหารือกับฝ่าบาท

ส่วนนางก็คิดเสียว่าลอยตัวก็แล้วกัน รับใช้ฝ่าบาทย่อมเป็นหน้าที่ของนาง

“เจ้าว่าเช่นใดนะ” อี้ผินฮองเฮาฉุนเชียวยิ่งนัก ไม่คิดว่านางจะเลือกปฏิเสธเทียบเชิญของฮองเฮาอย่างไรไมตรีเช่นนี้ โอหังนัก เช่นนั้นก็คงเลือกข้างแล้วสินะ

‘ไม่ประจบแม่ของแผ่นดินเช่นนางจะประจบผู้ใดอีกเล่า’

“กุ้ยเฟยก็ไม่ได้ไปเช่นกันเพคะ” นางกำนัลที่ยังพูดไม่ทันจบผู้เป็นนายก็โวยวายขึ้นแล้ว แต่เมื่ออีกคำของนางกำนัลหลุดออกจากปาก ทำให้แววเนตรลึกล้ำดวงหน้าอ่านไม่ออกว่าคิดเช่นไรอยู่กันแน่

“แล้วนางไปที่ใด”

“พระราชโองการจากฝ่าบาทให้ไปรับใช้ในห้องทรงอักษรเพคะ” สิ้นเสียงนางกำนัลของฮองเฮา กาชาก็ปลิวลงพื้นอีกอย่าง ทั้งขันทีรับใช้และเหล่านางกำนัลหลับตาปี๋กลัวจะโดนลูกหลงอันใดอีก

‘สนมเสียนเฟยผู้นี้เป็นดวงซวยโดยแท้ กล่าวถึงเมื่อใด ฮองเฮากริ้วเมื่อนั้น จึงทำให้เหล่านางกำนัลในตำหนักกระซิบกระซาบกันว่าห้ามเอ่ยถึงสตรีผู้นี้อีก’

“ฝ่าบาทนะฝ่าบาท ข้ารักภักดีเยี่ยงนี้ไม่เคยชายตามอง พระราชโองการเรียกหาหรือก็น้อยครั้ง ส่วนใหญ่จะบ่ายเบี่ยงอ้างราชกิจ วันนี้มีราชกิจมากก็ยังเรียกนางเข้าไปปรนนิบัติ นี่มันอะไรกัน” ตั้งแต่แต่งตั้งเสิ่นเสียนเฟยข้ามหัวฮองเฮาอย่างนางไป ต่อไปใครยังจะก้มหัวในนางอีกเล่า

ห้องทรงพระอักษร

“ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท” เสิ่นลี่เซียนย่อตัวถวายพระพรองค์จักรพรรดิ แต่ทว่าเขากลับปรี่เข้าหาแล้วพยุงนางไว้ นางชายตามองเขาแล้วสลับไปด้านหลังที่ฎีกากองท่วมเท่าภูเขาก็เข้าใจทันที

“สนมรักไม่ต้องมากพิธี เรากำลังรอเจ้าอยู่” เขาพยุงนางเดินไปยังตั่งที่ประทับของตน แล้วให้นางนั่งเคียงข้างเขา

“ฝ่าบาททรงอยากให้หม่อมฉันรับใช้สิ่งใดเพคะ” นางคิดสยองในใจ ให้อ่านฎีกาพวกนี้นางขอเป็นลมดีกว่า รู้เช่นนี้ตอบรับคำเชิญฮองเฮาไปก็ดี อย่างน้อยก็แค่ปั้นหน้า

“นั่งเป็นกำลังใจให้เราก็พอ วันนี้คงไม่ได้นอนกับเจ้า ข้าจึงให้เจ้ามาหาแทน” นั่นปะไร นางนึกไว้แล้วว่าเขาต้องมีราชกิจมากเสียจนเรียกนางเข้ามาปรนนิบัติในห้องทรงอักษร แต่ห้องนี้มันไม่เหมาะนัก ให้นางนวด ๆ ก็พอกระมัง

“ฝ่าบาทคงจะเมื่อยแล้ว เช่นนั้นให้หม่อมฉันนวดให้ดีกว่าเพคะ” มือเล็กของนางกดลงที่หัวไหล่ พบว่ามันตึงไปหมด เช่นนี้ต้องนวดน้ำมันแล้วกระมัง แต่ว่ากันว่าคนเป็นฮ่องเต้แบกใต้หล้าไว้บนบ่า ทั้งยังต้องจัดการเรื่องวังหลังอีก แค่คิดก็อยากแต่งกับคนธรรมดาแล้ว ต้นตระกูลนางไม่น่าเป็นพระสนมเลย ให้ตายสิ

“อื้อ...เจ้านวดดีนัก อยากให้มานวดทุกวันได้หรือไม่สนมรัก” นั่นไง หาเรื่องให้นางถูกอิจฉาอีกแล้ว เขาช่างเป็นคนที่ไม่น่าคบจริง ๆ

“ฝ่าบาทไม่ทรงไปสำราญที่ตำหนักอื่นบ้างหรือเพคะ” นี่คล้ายผลักไสน้อย ๆ เพราะนางก็อยากพักผ่อนนอนเหมือนคนอื่นสักคืนเหมือนกัน

“ได้ข่าวว่าเทียบเชิญจากตำหนักฉิน กับ ตำหนักเสวียเหมยส่งถึงเจ้า ข้าอยากฟังความคิดเจ้าว่าตัดสินใจอย่างไร” สตรีผู้นี้เรื่องราวบนเตียงเก่งกาจ แต่ไม่รู้เรื่องการเอาตัวรอดในวังจะเก่งหรือไม่ เขากังวลใจนัก ไม่ใช่เรื่องพวกนี้ไม่เกิดมาก่อน มันเกิดอยู่ตลอดเวลา เพราะอำนาจก็หอมหวานและเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ดังนั้นหากนางมีอำนาจขึ้นมาย่อมมีคนที่ไม่ชอบใจ

“หม่อมฉันจะเลือกใครได้เพคะ นอกจากฝ่าบาท” แน่นอนว่านางรู้จักคำว่าประจบ แล้วรางวัลที่เขาให้นางก็เป็นจูบที่ดูดดื่ม แต่นางก็ตอบสนองเขาอย่างดีเช่นกัน

“เจ้าเลือกถูกต้องแล้ว” เสียงหัวเราะร่าของผู้เป็นใหญ่ทำให้นางยิ้มตาม แต่เป็นยิ้มแกน ๆ นะ นางมั่นใจว่าทั้งฮองเฮาและกุ้ยเฟยหาทางกำจัดนางอยู่แน่นอน ในเมื่อเป็นคนโปรดแล้วก็โปรดให้สุดไปเลยก็แล้วกัน

นางทั้งนวดทั้งคีบอาหารป้อนถึงโอษฐ์สร้างความสำราญให้องค์จักรพรรดิเป็นอย่างยิ่ง แต่คืนนี้อย่างไรเขาก็ต้องเสด็จตำหนักอื่นบ้าง เพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจ และเป็นกำแพงให้เจ้าสนมตัวเล็กตัวน้อยของเขา

“จุดโคมตำหนักฉิน” ยามห้ายแล้วซือกงกงคิดว่าฝ่าบาทคงจะไม่เสด็จตำหนักใด จึงไม่ได้ส่งคนไปแจ้งก่อน เมื่อฝ่าบาทโปรดเสด็จตำหนักฮองเฮาฉุกละหุกเช่นนี้ ทำเอานางกำนัลขันทีจัดการให้วุ่นวาย

อี้ผินฮองเฮายังไม่บรรทมก็จริง แต่กำลังหาวิธีจัดการเสียนเฟยที่ริเลื่อนขั้นข้ามหน้าข้ามตา ขณะที่กำลังสั่งให้คนไปสืบเรื่องราวของบ้านเดิมที่ส่งนางเข้าวังเป็นมาอย่างไร ขันทีหน้าตำหนักก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบมารายงาน

“ฝ่าบาทเสด็จพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทเสด็จ” นางยกมือไล่คนของตัวเองออกไปแล้วหันมาสนใจว่าเหตุใดฝ่าบาทเสด็จกะทันหันไม่บอกไม่กล่าว

“รีบแต่งตัวให้ข้าเร็วเข้า” นางเปลี่ยนเป็นชุดเตรียมเข้านอนแล้ว ไม่นึกว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาเช่นนี้ เหล่านางกำนัลช่วยแต่งตัวเพียงพริบตาก็เรียบร้อย เพียงแต่ไม่ได้ใส่เครื่องหัวให้รกรุงรังเท่านั้น

“ฮองเฮา เจ้าสบายดีหรือไม่ ไม่ได้มาพบเจ้านาน วันนี้ข้าคิดถึงหลังจากออกจากห้องทรงอักษร เพียงใบหน้าเจ้าโผล่ขึ้นมาก็เร่งมาทีเดียว” ถ้อยคำหวานหูเปล่งออกมาทำเอาฮองเฮาหน้าม้านไปทีเดียว ไม่คิดว่าฝ่าบาทจะทรงคิดถึงนางมากมายเพียงนี้

‘ทรงสงสัยสิ่งใดหรือไม่กันนะ’

“เอ่อ...ฝ่าบาท...ขอบพระทัยเพคะ นึกว่าหลงสตรีอื่นจนลืมหน้าฮองเฮาอย่างหม่อมฉันเสียแล้ว” นางร้ายกาจก็จริง แต่ไม่เคยร้ายต่อหน้าฝ่าบาท ทุกรอยยิ้มของนางมักซ่อนด้วยคมมีด ดังนั้นถ้อยคำที่เปล่งออกมา กึ่งประชดประชัน กึ่งหึงหวงอยู่ในที แล้วมีหรือองค์จักรพรรดิผู้ฝึกตนมาเนิ่นนานเช่นเขาจะไม่รับรู้ถึงข้อนี้

“ตำหนักเจ้าไหน้ำส้มแตกงั้นหรือ กลิ่นถึงได้หึ่งเพียงนี้” ถ้อยคำหยอกเย้าระหว่างสามีภรรยาทำให้เหล่านางกำนัลอมยิ้ม

อี้ผินเมื่อรู้ว่าเอ่ยสิ่งที่ไม่บังควรออกไปแล้ว นางจึงก้มหน้าแล้วขอพระราชทานอภัย “อภัยให้คนโง่เขลาที่เอาแต่คิดถึงพระองค์ด้วยเพคะ”

แม้กระทั่งคำขอโทษ นางยังฉาบน้ำผึ้งมาด้วย เขาจึงรับไมตรีนางไว้ แล้วพานางเข้านอน เพียงนอนเคียงกันด้วยเพราะรู้สึกเหนื่อยไม่อยากขยับกาย เพราะขยับมาสองคืนติด เสียธารน้ำขาวขุ่นไปมากถือว่าวันนี้ได้พักผ่อนก็แล้วกัน

ห้าวันผ่านไปฝ่าบาทไม่เสด็จตำหนักเสียนเฟย แต่ผลัดไปนอนตำหนักโน้นตำหนักนี้ และนั่นก็ไม่มีความกำหนัดใด เพียงแต่อ้างว่าเหนื่อยอยากพักผ่อนแล้วก็หลับไป ทำเอาสนมที่คาดหวังมีคืนวสันต์กับฝ่าบาทผิดหวังตาม ๆ กัน

ส่วนคนที่วางแผนทำบางอย่างเช่นเสิ่นเสียนเฟยนั้น หาทางทำการค้าอยู่ เพราะนางได้ชื่อว่าฝ่าบาทเสด็จตำหนักสองคืนติดย่อมมีความน่าเชื่อถืออยู่ไม่น้อย

“ข้าจะทำน้ำหอมพรมกาย”

“อะไรนะเจ้าคะ” หลันผิงอยากจะเป็นลม นายตนคิดเรื่องพิลึกพิลั่นอีกแล้วแทนที่จะเอาเวลาไปคิดหาทนทางให้ฝ่าบาทกลับมาหาตน

“ไม่สู้เอาอกเอาใจฝ่าบาทดีกว่าหรือเจ้าคะนายหญิง” หลันผิงเอ่ยเตือนอย่างอิดออด

“ไม่มีอะไรมายืนยันได้หรอกว่า โปรดวันนี้วันหน้ายังจะโปรดอยู่ ไม่สู้สร้างความมั่งคั่งในตอนยังมีชีวิตอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ มีรักก็คู่กับหมดรักมันห่างกันเส้นบาง ๆ”

หลันผิงได้ฟังคำพูดที่ปลงราวกับว่าเรื่องที่ฝ่าบาทโปรดพระสนมเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ไม่มีจริงอย่างนั้น

แต่ก็จริงบางตำหนักไม่เคยเสด็จเยือน แม้ตอนแรกจะเสด็จบ่อย พระสนมทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพียงนี้ต่อไปคงไม่เสียใจใช่หรือไม่
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 39

    เจ็ดปีผ่านไป นางมีบุตรชายหญิงรวมกันถึงสี่คน ฝ่าบาทแทบไม่ให้นางพักเลยทีเดียว จนนี้มีองค์หญิงสุดท้องคือเฟิงหลิว ส่วนเฟิงหยางพี่ใหญ่สุด ก็ดูแลน้อง ๆ เฟิงผิง กับเฟิงอี้ แทนท่านแม่ที่กำลังให้นมน้องสาวของเขา เขามีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนที่ซุกซนนัก“เจ้าสามอย่าซุกซนเช่นนั้น” เฟิงอี้ที่ตีลังกาเอากระบ

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 38

    การเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรทางเหนือเป็นอย่างช้า ๆ เพราะพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าบาททรงเอาใจใส่ดูแลยิ่งนัก แต่เมื่อไปถึงเมืองหม่าเฉิงเหล่าราษฎรของพระองค์ต่างออกมารับไม่เว้นกระทั่งเฟิงหู่และเสี่ยวชุ้นที่ภายหลังรู้ว่านางเป็นผู้ใดถึงกับคุกเข่า แต่นางก็ไม่ถือสาเพราะนางปลอมตัวมาหาได้มีใครรู้ไม่ว่านางเป็นใ

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 37

    ขบวนรถม้าของจักรพรรดิหวังจื่อฮ่าวเสด็จออกเยี่ยมราษฎรที่ชายแดนระยะทางที่เร็วที่สุด จากเมืองหลวงถึงตอนเหนือของแคว้นเว่ยกินเวลาถึงเกือบสิบวัน แต่นั่นไม่ทำให้จักรพรรดิอ่อนเพลียเลยสักนิดแม้ว่าในรถม้าจะฉ่ำไปด้วยกลิ่นอายของรสสวาทที่ปรนเปรอหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่ออกเดินทางก็ว่าได้“ฝ่าบาทเพคะพอแล้วเพคะ” ขนาดในรถม

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 36

    เสิ่นลี่เซียนนอกจากทำเครื่องหอมแล้ว การเลี้ยงลูก ๆ ของนางก็สร้างความสุขได้อีกอย่างหนึ่งอย่างหนึ่ง สวามีทำงานนางอยู่ตำหนักเลี้ยงบุตรชายและองค์หญิงน้อยที่เดี๋ยวนี้ฮองเฮากลับมาอยู่วังหลังแล้ว ก็เอาแต่เที่ยวเล่นซุกซนมาอยู่ตำหนักมิ่งฮวาเช่นเดิม ส่วนเฟิงหยางก็เริ่มหัดเดินเตาะแตะได้แล้ว บางวันฮองเฮาก็โปรดใ

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 35

    หลายวันมานี้วังหลวงคึกคักมาก เพราะหวงกุ้ยเฟยเสด็จฝ่ายเครื่องหอมทรงคิดเครื่องหอมขึ้นมาเองและปรับใช้ในตำหนักของนาง ทำให้เหล่านางกำนัลต่างหายใจหายคอไม่สะดวก เพราะไม่รู้ว่าพระสนมสูงศักดิ์ผู้นี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร จะเข้มงวดมากเท่าฮองเฮาหรือไม่เมื่อได้สัมผัสอุปนิสัยใจคอจริง ๆ กลับพบว่าหวงกุ้ยเฟยผู้นี้เป

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 34

    เสียงสวดมนต์ไหว้พระดังขึ้นในอารามใหญ่ที่เป็นอารามหลวงหรือวัดหลวงของวังหลัง เนื้อที่ด้านหลังทอดยาวไปจุดสุดภูเขาด้านหลัง ภายในมีต้นไม้ร่มรื่น มีพระองค์ใหญ่ที่แกะสลักจากหินตั้งอยู่ในอาคาร กลิ่นควันธูปหอมลอยอวลไปทั่วบริเวณสร้างความน่าเสื่อมใสให้แก่อารามหลวงแห่งนี้ด้านล่างเป็นบันไดหินทอดตัวยาวขึ้นไปถึงด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status