เข้าสู่ระบบชาติก่อนเสิ่นกุ้ยเหรินนางเป็นสตรีโง่งม รักเพียงบุรุษไร้หัวใจผู้นั้นจนตรอมใจ ชาตินี้นางขอเกิดใหม่ใช้เรือนร่างยั่วเย้าให้ชายผู้นั้นลุ่มหลง เพื่อให้ได้ตำแหน่งสูงขึ้นเพื่อไม่ให้คนรังแกและจะอยู่เงียบ ๆ ท้ายวัง
ดูเพิ่มเติม“อร๊ายยยย ท่านพี่น่าอายนะเจ้าค่ะ” “ไม่ลองเราจะรู้ได้อย่างไร ข้าอยากมีลูกกับเจ้าหลายๆ คนเลยยิ่งดี ได้เห็นลูกๆ วิ่งเล่นมีความสุขนัก ข้าจะมีเจ้าเป็นเมียคนเดียว เช่นนั้นเจ้าต้องรับความต้องการของข้าให้ได้ รู้หรือไม่หลี่ม่านคนงาม” “จะ-เจ้าค่ะท่านพี่...ข้าจะพยายาม” หลี่ม่านเองก็ดีใจ
ฮุ่ยเหอมีประชุมเรื่องปรึกษาหารือกับฝ่าบาท เรื่องต้องส่งคนออกไปพัฒนาพื้นที่ชายแดน เนื่องจากประชาชนในแถบนั้นค่อนข้างลำบาก นอกจากถนนหนทางยังธุระกันดารแล้ว น้ำท่ายังขาดแคลน โดยเขาเสนอให้ท่านเจ้ากรมโยธา ให้สั่งการเรื่องการเดินทางให้สะดวกขึ้น รวมทั้งสร้างอ่างเก็บน้ำกักไว้สำหรับทำการเกษตร โดยเข
“อ๊ะ...อ่าห...ท่านพี่...อื้มมม...ข้าเสียวเหลือเกินท่านพี่” หลี่ม่านไม่กล้าลืมตามอง ได้แต่หลับตาพริ้มรอการปรนเปรอจากเขา “อื้อม...เจ้าหวานไปทั้งตัวเลยเมียรัก ข้าอยากกลืนกินเจ้าทุกเพลา” ฮุ่ยเหอไม่อาจจะละจากร่างนางได้เลย เขาแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง ยามมีนางอยู่ใกล้ ก็อยากจะกอดจูบไปเสียหมด เขาด
หลี่ม่านรู้สึกตัวก็ตึงๆ บริเวณกล้ามเนื้อสะโพก คงเพราะเกร็งมากไปหน่อย ตอนที่เล่นบทรักสอนเสียวของฮุ่ยเหอนั่นแหละ นางไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาใดแล้ว นางรู้แต่ว่าหลับไปนานมาก จนตะวันแจ้งแล้ว ทั้งที่ตอนแรกแค่จะพักเอาแรงแล้วจะลุกขึ้นมาทำกับข้าวให้เขาทาน แต่ทว่าเมื่อลุกขึ้นก็รู้สึกปวดบั้นเอวนัก ฮ
ยามอิ่น (ช่วงตีสาม) เวลาดึกสงัดเช่นนี้ใกล้เช้าตรู่เต็มทน สองร่างค่อย ๆ แอบย่องเบามาทางประตูตำหนัก ทหารยามที่เฝ้านั้นหลับไปด้วยฤทธิ์ยาสลบที่ซือกงกงนำมาให้ดื่มแล้ว นางจึงออกมาได้ง่าย เมื่อถึงประตูเฉียนชิง ซึ่งเป็นประตูกั้นระหว่างพระราชฐานชั้นในกับชั้นกลาง ซือกงกงกำลังรอพวกนางสองคนอยู่“ซือกงกง” หลันถิ
เจ็ดปีผ่านไป นางมีบุตรชายหญิงรวมกันถึงสี่คน ฝ่าบาทแทบไม่ให้นางพักเลยทีเดียว จนนี้มีองค์หญิงสุดท้องคือเฟิงหลิว ส่วนเฟิงหยางพี่ใหญ่สุด ก็ดูแลน้อง ๆ เฟิงผิง กับเฟิงอี้ แทนท่านแม่ที่กำลังให้นมน้องสาวของเขา เขามีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนที่ซุกซนนัก“เจ้าสามอย่าซุกซนเช่นนั้น” เฟิงอี้ที่ตีลังกาเอากระบ
การเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรทางเหนือเป็นอย่างช้า ๆ เพราะพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าบาททรงเอาใจใส่ดูแลยิ่งนัก แต่เมื่อไปถึงเมืองหม่าเฉิงเหล่าราษฎรของพระองค์ต่างออกมารับไม่เว้นกระทั่งเฟิงหู่และเสี่ยวชุ้นที่ภายหลังรู้ว่านางเป็นผู้ใดถึงกับคุกเข่า แต่นางก็ไม่ถือสาเพราะนางปลอมตัวมาหาได้มีใครรู้ไม่ว่านางเป็นใ
ขบวนรถม้าของจักรพรรดิหวังจื่อฮ่าวเสด็จออกเยี่ยมราษฎรที่ชายแดนระยะทางที่เร็วที่สุด จากเมืองหลวงถึงตอนเหนือของแคว้นเว่ยกินเวลาถึงเกือบสิบวัน แต่นั่นไม่ทำให้จักรพรรดิอ่อนเพลียเลยสักนิดแม้ว่าในรถม้าจะฉ่ำไปด้วยกลิ่นอายของรสสวาทที่ปรนเปรอหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่ออกเดินทางก็ว่าได้“ฝ่าบาทเพคะพอแล้วเพคะ” ขนาดในรถม

















