INICIAR SESIÓNรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ในร่างนางร้ายในนิยายน้ำเน่าที่ตัวเองเกลียด ตอนจบต้องถูกพระเอกสังหารอย่างน่าอนาถ เมื่อมาอยู่ในร่างตัวละครที่ตัวเองเกลียดและรู้จุดจบของตัวเอง ภารกิจเอาชีวิตรอดจึงเกิดขึ้น
Ver másขณะที่เดินกลับไปยังหอนอนหลินฉงหยูก็สังเกตไปยังรอบ ๆ บริเวณ ในใจอยากข้ามฉากไปโดยไม่ต้องเก็บรายละเอียดเหล่านี้ แต่ว่าอยากถามข้อมูลอื่น ๆ จากผินเยว่ไปในตัว“เรือนรับรองอยู่ทางด้านซ้ายเจ้าค่ะ ห้องใหญ่เป็นที่พำนักของคุณหนูโจวอยู่ส่วนหน้า ส่วนห้องเล็กตรงสุดทางเดินเป็นของท่าน” ผินเยว่กล่าวขณะที่เดินผ่านทางเดินไปยังเรือนรับรอง“เรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่ข้าทำไม่ดีกับเจ้า ข้าต้องขอโทษด้วย เป็นความผิดข้าเอง ช่วงนั้นข้าแค่กดดันและรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับ แต่กลับเอาไปลงกับเจ้าแทน” คำขอโทษที่ผินเยว่ไม่คิดว่าจะได้ยินทำให้นางรู้สึกประหลาดใจ“เจ้าค่ะ” สาวใช้วัยสิบหกไม่รู้จะตอบกลับเช่นไรจึงได้แต่ตอบรับไปสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สุภาพไม่มีนายที่ขอโทษบ่าว แต่นางยังไม่ใช่เจ้านายและไม่มีวันได้เป็นเจ้านาย ดังนั้นหากจะขอโทษเพื่อผูกมิตรก็คงไม่ผิดนักขณะที่กำลังเดินเข้าสู่ทางเดินที่จะไปเรือนรับรอง หลินฉงหยูก็เห็นว่าเสวี่ยเหวินเจิ้งเดินมากับโจวเยี่ยนหงโดยมีสาวใช้ของนางเดินตามมาห่าง ๆ ใบหน้าคุณหนูใหญ่โจวนั้นดูยิ้มแย้ม กิริยาอ่อนหวาน และแฝงไว้ด้วยความเขินอายเมื่อได้เดินเคียงข้างบุรุษในขณะที่เสวี่ยเหวินเจ
อาหารถูกจัดเป็นสำรับแยกของแต่ละคน อาหารของวันนี้มีแต่อาหารที่ฮูหยินผู้เฒ่าชอบ โดยเฉพาะปลาผัดเปรี้ยวหวานที่วันนี้สีของอาหารดูมีสีสันและหน้าตาต่างจากที่เคย“ปลาผัดเปรี้ยวหวานนี้ดูต่างจากที่เคย เปลี่ยนคนทำหรือ” หม่าหรูหรง เหล่าฮูหยินถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัย“ว่าไงอาช่วน อาหารจานนี้ใครเป็นผู้ทำ” อันเหม่ยจิงผู้เป็นลูกสะใภ้หันไปถามบ่าวคนสนิทของตน พร้อมกับยิ้มส่งสัญญาณให้แก่กัน“เรียนฮูหยิน ปลาผัดเปรี้ยวหวานนี้เป็นฝีมือของแม่นางหลินเจ้าค่ะ” ไป๋ช่วนรายงานด้วยน้ำเสียงที่สุภาพเสวี่ยเหวินเจิ้งอมยิ้มอย่างพอใจเมื่อรู้ว่าอาหารตรงหน้าเป็นฝีมือของหญิงที่ตนรักใคร่ โจวเยี่ยนหงสังเกตสีหน้าของชายคู่หมั้นก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้หญิงชราที่นั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุดของบ้านกินปลาเปรี้ยวหวานแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ“รสชาติดี หวานนำ เปรี้ยวตาม รสชาติกลมกล่อมไปอีกแบบ กินแล้วรู้สึกสดชื่นดี” คำกล่าวชมนั้นทำให้เสวี่ยเหวินเจิ้งอมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ปลาเปรี้ยวหวานจานนี้ถือว่าทำได้ดีจริง ๆ” เสวี่ยซิ่วหยุน เสนาบดีกรมยุติธรรม บิดาของเสวี่ยเหวินเจิ้งเองก็ชื่นชอบในรสชาตินี้ และกล่าวชมออกมาตามตรง จนภรรยาอย่างอันเหม่ยจิงสบตาก
ประตูห้องของหลินฉงหยูถูกเปิดขึ้นในตอนเช้า ทำให้เจ้าของห้องที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจกับเสียงปลุกนั้น“หลินฉงหยู ฮูหยินใหญ่ให้มาตามเจ้าไปช่วยงานที่ครัว ไม่รู้เลยหรือว่าพรุ่งนี้มีงานสำคัญ” เสียงดุดันของไป๋ช่วน บ่าวรับใช้ข้างกายอันเหม่ยจิงมารดาของเสวี่ยเหวินเจิ้ง กำลังปลุกนางขึ้นมาเพื่อให้ไปช่วยงานในครัวร่างอรชรลุกขึ้นนั่งมองคนที่เข้ามาปลุก พลางคิดว่าสมัยนี้จะเข้าห้องใครก็ได้ไม่ต้องเคาะขออนุญาตกันเลยหรือ แล้วงานฉลองก็พรุ่งนี้เช้าแต่กลับมาปลุกให้ไปเตรียมของในห้องครัวตั้งแต่วันนี้แต่เช้ามืด เนื้อสัตว์จะไม่มีกลิ่น ผักจะไม่เหี่ยวหรอกหรือ แบบนี้จงใจกลั่นแกล้งนางชัด ๆ“เดี๋ยวข้าตามออกไป” น้ำเสียงนั้นรับปากอย่างเสียไม่ได้“ให้มันเร็ว ๆ เข้าล่ะ” สาวใช้รุ่นใหญ่กล่าวก่อนจะเดินนำสาวใช้อีกสองคนออกไป มาปลุกแค่นี้ก็มากันตั้งสามคน ตั้งใจจะข่มขวัญให้นางกลัวหรืออย่างไรกันหลินฉงหยูเดินไปหลังฉากกั้น คิดได้ว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องการแต่งกายไม่ต้องกล่าวถึงให้มาก เพียงหลับตาแล้วจินตนาการถึงฉากต่อไปที่ตนแต่งตัวเสร็จแล้ว พอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแล้วล
“แม่นางหลิน อาหารว่างเจ้าคะ” เสียงสาวใช้ที่ยกถาดอาหารว่างและน้ำชามาให้ดังขึ้นมาจากหน้าห้อง พร้อมกับเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาหากจำไม่ผิดหลินฉงหยูเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน เสวี่ยเหวินเจิ้งเคยจะมอบสาวใช้ให้นาง แต่ฮูหยินเสวี่ยผู้เป็นมารดากลับไม่ยินยอม ให้นางอยู่ในฐานะแขกแต่ไม่ให้มีสาวใช้ปรนนิบัติเป็นการส่วนตัว เสวี่ยเหวินเจิ้งจึงให้สาวใช้มาปรนนิบัตินางเฉพาะเรื่องทั่วไปเท่านั้น“ขอบใจเจ้ามาก”เมื่อได้ยินคำขอบคุณ สาวใช้ที่เคยถูกข่มเหงก็ต้องประหลาดใจ ครั้งก่อนนางยกอาหารมา หลินฉงหยูตำหนิว่าอาหารเย็นชืดแล้วปัดถ้วยชามหล่นลงพื้น พอคุณชายใหญ่เสวี่ยมาถึงก็ฟ้องว่าถูกกลั่นแกล้ง ตนเกือบจะโดยสั่งโบย ดีที่พ่อบ้านไปรายงานเสวี่ยฮูหยินตนจึงไม่ถูกลงโทษ“จะให้ข้านำผ้าไปซักเลยหรือไม่” ผินเยว่ถามเสียงเบา“อืม เอาไปสิ” หลินฉงหยูพยักหน้ารับ ให้นางซักเองก็คงไม่รู้หรอกว่าซักยังไงแล้วซักที่ไหน ให้เป็นหน้าที่ของสาวใช้น่ะดีแล้ว“เจ้าชื่ออะไร” ยังไม่ทันได้ก้าวไปหยิบเสื้อผ้าที่อยู่หลังฉากกั้นก็ถูกถามขึ้นมา ผินเยว่ตัวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความกังวลก่อนจะบอกชื่อตัวเองไป“ผินเยว่เจ้าค่ะ”“อาเยว่ ซักผ้าเสร็จแล้วเจ้าเข้ามาห











