เข้าสู่ระบบเหล่าลู่ที่คอยยืนดูอยู่ใกล้ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชิงหลานเป็นห่วงศิษย์พี่จึงคอยวนเวียนมาป้อนข้าวป้อนยาอยู่ไม่ขาดระยะ ทำเอาองค์ชายสิบห้ารู้สึกน้อยพระทัยที่พระชายาให้ความสำคัญกับศิษย์พี่มากจนลืมพระองค์เมื่อเห็นจั๋วเหรินหาวอาการดีขึ้นจึงได้ทรงเข้าไปนั่งเฝ้าใกล้ๆ “มือปราบจั๋ว! ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า!”
ชิงหลานชักกระบี่ทิวาราตรีออกมา เมื่อนางประสานกระบี่ขึ้นฟ้า ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาสามสายพร้อมกัน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! จางหยงหย่วนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นร่างของนางแยกออกเป็นสองร่าง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งที่สะพานปันเยว่เมื่อครั้งที่เขาใช้เล่ห์หวังลวงองค์ชายส
ทหารหนุ่มมองเห็นด้านที่พับขึ้นเขียนตัวเลขหนึ่งร้อยตำลึงเอาไว้เขาจึงโบกมือปล่อยให้นางกับคนเข็นรถพาร่างเน่าๆ นั้นผ่านชายแดนไปได้ ส่วนตัวเขารีบเข้าไปยังห้องที่ก่วนเสวียนหลินนั่งรออยู่ “รายนี้ให้สินบนหนึ่งร้อยตำลึงขอรับ!” “อืม...สองวันมานี้มีคนให้สินบนจนผิดปกติ เป็นไปอย่างที่องครักษ์กั
มือทั้งสองข้างของเขาเลื่อนไล้ไต่ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของนางไม่ยอมหยุดจนท้ายสุดนางก็ถูกไฟพิศวาสของเขาแผดเผาอีกรอบ“น้องหญิง พรุ่งนี้เราต้องข้ามเขาไปอีกไกล ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นจับโจรกับเจ้าอีกยามใด เจ้าตามใจข้าสักหน่อยก็แล้วกันนะ” ถ้อยกระซิบกระเส่าเว้าวอนทำเอาชิงหลานใจอ่อนอีกหน“ท่านพี่ก็เหลือเรี่ย
“บาดเจ็บพอสมควรขอรับ! เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีมือสังหารบุกไปที่เรือนของท่านลุงท่านป้า ข้ากับพรรคพวกไปพบเข้าพอดี ดีที่คนที่ข้าพาไปด้วยในวันนั้นเป็นจอมยุทธ์ฝีมือดี พวกเขาจับมือสังหารไว้ได้หนึ่งคน คนผู้นั้นพยายามจะฆ่าตัวตายแต่สหายของข้าป้องกันเอาไว้ได้ ซ้ำยังเค้นจนได้รู้ความจริงว่าพวกเขาเป็นคนของใต้เท้าจา
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเผยทราบข่าวว่าหลานสาววางแผนฆ่าพระชายาชิงหลานจนต้องถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสหนำซ้ำยังถูกขังคุกเพื่อรอการประหารก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ “ไม่น่าเลย! ไม่น่าเลยจริงๆ เพราะความอาฆาตแค้นแท้ๆ ทำให้นางต้องถูกประหาร”เผยลู่หลิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเพราะยอมนำเอาทรัพย์สินที่ได้มาจากพี่ส
ชิงหลานคุกเข่ายกน้ำชาคารวะอาจารย์จ้าวอีกครา ‘ชาติก่อนข้าเป็นศิษย์ที่ทำให้ท่านเหน็ดเหนื่อยนัก ท่านอาจารย์...ดีที่สวรรค์เมตตาให้ข้าได้กลับมาอีกหน ซ้ำยังมีวาสนาได้เป็นลูกศิษย์ท่านอีกครั้ง ชาตินี้ข้าจะทำให้ภูมิใจที่ได้สั่งสอนข้า’น้ำตาของนางรื้นออกทางหางตา ชาติที่แล้วของนางมิได้ตั้งใจจะกราบคนผู้นี้เป็น
“เจ้าอย่าเข้าใกล้มากนักเล่า พื้นที่กำลังก่อสร้างต่อเติมล้วนเต็มไปด้วยอันตราย ยืนดูห่างๆ อยู่ตรงนี้แม่จะไปสุขาสักครู่” จังฮูหยินชี้ไปยังอาคารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก “ท่านแม่ไปเถิด...ข้าจะยืนรออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนเจ้าคะ” “ดี..รอแม่ครู่เดียว” ชิงหลานนึกอยากเห็นภาพที่จิตรกรเล่านั
จังฮูหยินให้จังเสี่ยวลิ่งนำทางรถม้าของร้านเครื่องนอนขนของที่ซื้อกลับไปยังจวนก่อน ส่วนนางและบุตรสาวเดินต่อไปยังวัดพระโพธิสัตว์ “วัดลู่เซี่ยน” เด็กหญิงเงยหน้าอ่านเบาๆ “นับตั้งแต่องค์ชายสิบห้าเสด็จมาควบคุมการบูรณะที่นี่ตามพระดำรัสของฮ่องเต้ ก็ได้นำป้ายมงคลนามนี้มาด้วย เจ้าดูสินี่เป็นล
ชิงหลานก้มหน้าก้มตาวาดรูปตั้งแต่ยามเฉินไปจนถึงยามอู่ ส่วนจังฮูหยินกับจังเสี่ยวลิ่งก็อยู่ในห้องปักเย็บ กระทั่งสาวใช้รู้สึกว่าตนเองเริ่มหิวจึงเงยหน้าขึ้น “นายหญิงเจ้าคะ ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปอุ่นอาหารสักครู่” “เจ้าไปเถอะ ประเดี๋ยวข้าไปเรียกหลานเอ๋อร์เอง” ท







