Masukบทที่ 24 คนเลี้ยงม้าของท่านแม่ทัพ“ม้าไม่ยอมออกจากคอกหรือ”เสิ่นชิงหลัวถามโดยไม่เงยหน้าจากลูกม้าสีน้ำตาลอ่อนซึ่งกำลังพยายามยืนบนขาที่ยังสั่นเด็กชายผู้ช่วยคอกวัยสิบสามปีส่ายหน้า“ไม่ใช่ขอรับ ม้ายอมออก แต่คนจากกรมม้าบอกว่าต้องรอให้ท่านประทับตรารับรองก่อน จึงจะนำไปฝึกได้”“ให้เขารออีกครึ่งชั่วยาม”นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดเมือกตรงจมูกลูกม้า ก่อนลูบข้างลำคอเบา ๆ เพื่อกระตุ้นให้มันยกศีรษะ“แม่ม้าตัวนี้คลอดก่อนกำหนด ต้องดูว่าลูกจะกินนมได้เองหรือไม่”เด็กชายรับคำแล้วรีบวิ่งออกไปนอกคอก เสียงม้าร้องประสานกับเสียงฝีเท้าของคนงานและเด็กฝึกงานดังขึ้นเป็นระยะ พื้นที่ซึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนยังเป็นทุ่งร้างใกล้แนวชายแดน บัดนี้กลายเป็นโรงเพาะพันธุ์ม้าและสถานรักษาม้าศึกขนาดใหญ่ด้านตะวันออกเป็นคอกม้าพ่อพันธุ์กับแม่พันธุ์ด้านเหนือเป็นลานฝึกสำหรับม้าหนุ่มส่วนเรือนยาวด้านหลังใช้เป็นที่รักษาม้าบาดเจ็บจากกองทัพ ทั้งยังมีห้องพักสำหรับครอบครัวทหารกับเด็กกำพร้าซึ่งเข้ามาฝึกงานเสิ่นชิงหลัวไม่ต้องการให้คนเหล่านั้นเพียงได้รับอาหารเลี้ยงชีพ นางจึงให้พวกเขาเรียนรู้ตั้งแต่การเลือกหญ้า ทำความสะอาดกีบ เย็บอาน ไปจนถึงการอ่
บทที่ 23 ท่านแม่ทัพเริ่มเกี้ยวภรรยาของตนเช้าวันแรกหลังเซียวฉางเยี่ยนประกาศว่าจะเริ่มเกี้ยวนางใหม่ เสิ่นชิงหลัวพบช่อดอกเหมยสีขาววางอยู่ข้างหมอนกิ่งดอกไม้ถูกตัดแต่งอย่างเรียบร้อย ไม่มีหนามหรือปลายกิ่งคมซึ่งอาจเกี่ยวผ้า ใต้ช่อมีแผ่นกระดาษพับครึ่ง วางทับด้วยหยกชิ้นเล็กเพื่อไม่ให้ลมพัดตกนางหยิบขึ้นมาเปิดบนกระดาษมีตัวอักษรเพียงสองคำคิดถึงเสิ่นชิงหลัวมองไปยังประตูห้องด้านในเรือนของเซียวฉางเยี่ยนอยู่ห่างจากห้องนางเพียงสองเรือน หากเดินผ่านห้องหนังสือกับระเบียงเชื่อมก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งถ้วยชาเมื่อคืนเขายังนั่งกินอาหารเย็นร่วมกับนาง จนถูกหมอค่ายตามตัวไปเปลี่ยนแผล“คิดถึงสิ่งใดกัน”นางพึมพำอาหลานซึ่งกำลังยกน้ำล้างหน้าเข้ามาได้ยินพอดี จึงชะโงกดูข้อความแล้วหัวเราะ“คิดถึงคุณหนูอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“เพิ่งพบกันเมื่อคืน”“คนคิดถึงกันต้องกำหนดเวลาห่างกันด้วยหรือ”เสิ่นชิงหลัวหาคำตอบไม่ได้ จึงวางกระดาษลงข้างดอกไม้“เขาอาจกำลังทดลองวิธีเกี้ยวจากตำรา”อาหลานมองลายมือคมหนักบนกระดาษ“ท่านแม่ทัพอ่านตำราเกี้ยวสตรีด้วยหรือเจ้าคะ”“เขาทำศึกยังศึกษาตำราพิชัยสงคราม การเกี้ยวสตรีย่อมต้องศึกษาวิธีเช่นกัน”“เ
บทที่ 22 I ชัยชนะที่ไม่ต้องแลกด้วยชีวิต---------------------------------------------เสียงกีบม้าศัตรูดังสะเทือนพื้นดินเมื่อขบวนหน้าเคลื่อนผ่านประตูตะวันตกเสิ่นชิงหลัวยืนอยู่หลังช่องหน้าต่างบนหอบัญชาการ มองแสงคบไฟจำนวนมากเลื่อนเข้ามาในเมืองอย่างช้า ๆ เงาของม้ากับทหารทอดยาวทับกันจนแยกไม่ออกว่ามีกำลังมากเพียงใดประตูเมืองยังเปิดกว้างคนของหลี่กั๋วชางซึ่งแฝงตัวอยู่ในเวรยามต่างคิดว่าแผนสำเร็จ บางคนรีบโบกคบไฟเป็นสัญญาณให้กองทัพด้านนอกเร่งเคลื่อนพลแต่ทหารของเซียวฉางเยี่ยนซึ่งซ่อนอยู่ตามแนวกำแพงยังคงนิ่งไม่มีเสียงกลองรบไม่มีลูกธนูตกลงไปความเงียบทำให้ศัตรูยิ่งมั่นใจว่ากองทัพในเมืองอ่อนแอเกินกว่าจะตอบโต้เสิ่นชิงหลัวจับขอบหน้าต่างแน่นขึ้นกองหน้าผ่านเข้ามาแล้วเกือบหนึ่งพันนาย แต่ขบวนหลังยังอยู่นอกประตู หากสั่งปิดเร็วเกินไป คนส่วนใหญ่จะถอยออกทัน หากช้าเกินไป กำลังศัตรูอาจทะลุแนวช่องเขาเข้าสู่พื้นที่กว้างภายในเมืองนางรอจนเห็นธงสีเทาของกองกลางผ่านสะพานไม้“จุดสมุนไพร”คำสั่งถูกส่งต่อด้วยธงมือทหารซึ่งซ่อนอยู่ใต้แนวหินจุดฟางชื้นที่ห่อเมล็ดฉุนป่า รากหูหมาป่า และเปลือกสนไว้ควันบางจนแทบมองไม่เ
บทที่ 21 แผนสุดท้ายของหญิงเลี้ยงม้า----------------------------------------“คืนพระจันทร์ดับเหลืออีกสองคืน”เสิ่นชิงหลัวกล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบในกระโจมบัญชาการชายผู้ลอบวางยานางถูกลากออกไปสอบสวนต่อแล้ว เหลือเพียงกาน้ำยาพิษ เข็มสั้น และกระดาษที่มีสัญลักษณ์ของหลี่กั๋วชางวางอยู่บนโต๊ะนายทหารระดับสูงทุกคนถูกเรียกมารวมตัวภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามเฉินอี้ยืนอยู่หน้าแผนที่เมืองชายแดน สีหน้าเคร่งเครียด ส่วนเซียวฉางเยี่ยนนั่งข้างเตียงพักของเสิ่นชิงหลัว เพราะยังไม่ยอมให้นางลุกเดินไกลหลังถูกธนูยิงแม้หมอจะยืนยันว่าแผลไม่กระทบกระดูก แต่นางยังขยับแขนข้างที่บาดเจ็บได้ไม่เต็มที่ ทุกครั้งที่ยกมือสูงเกินไป ความเจ็บจะแล่นลงสีข้างจนต้องหยุดทว่าเวลานี้ไม่มีผู้ใดสนใจให้นางพักข่าวว่าหลี่กั๋วชางเตรียมเปิดประตูเมืองให้ศัตรู เท่ากับยืนยันว่าการทุจริตม้าศึกไม่เคยมีเป้าหมายเพียงยักยอกเงินม้าดีถูกนำออกไปม้าป่วยถูกส่งเข้ามาแทนอาหารม้าถูกขโมยโกดังเสบียงถูกเผาทุกสิ่งทำเพื่อให้กองทัพชายแดนสูญเสียกำลังเคลื่อนที่ในคืนเดียว“เราควรจับคนเฝ้าประตูทุกคนทันที” นายกองผู้หนึ่งเสนอ “เปลี่ยนเวรทั้งหมด และปิดประต
บทที่ 20 ครั้งนี้ข้าจะไปให้ทัน----------------------------------“เตรียมม้าสามสิบตัว”เสิ่นชิงหลัวกล่าวทันทีที่มองแผนที่จนเข้าใจเจตนาของเซียวฉางเยี่ยนเฉินอี้ซึ่งยืนอยู่ข้างโต๊ะเงยหน้าขึ้น“ท่านจะทำสิ่งใด”“ไปช่วยเขา”“ไม่ได้”คำปฏิเสธของรองแม่ทัพดังแทบจะพร้อมกับคำสั่งของนางเสิ่นชิงหลัวพับแผนที่เก็บเข้าแขนเสื้อ“เซียวฉางเยี่ยนทิ้งแผนนี้ไว้ให้ผู้ที่อ่านออก หากพวกเรารอให้เขากลับมาเอง เขาคงไม่ต้องเขียนเส้นทางซ่อนไว้”“ท่านแม่ทัพสั่งห้ามนำกำลังเข้าหุบผาหมาป่า”“ข้าก็ไม่ได้จะเข้าทางนั้น”นางชี้เส้นธารแห้งซึ่งปรากฏหลังอังความร้อน“เขาใช้ธารด้านเหนือเป็นทางอ้อม แต่ลูกศรหยุดอยู่ตรงหน้าผา เพราะเส้นทางหลังจากนั้นไม่ได้อยู่บนพื้นดิน”เฉินอี้ขมวดคิ้ว“หมายความว่าอย่างไร”“ใต้หน้าผามีทางน้ำเก่า”เสิ่นชิงหลัวดึงแผนที่อีกฉบับซึ่งใช้บันทึกแหล่งน้ำสำหรับม้าศึกออกมาวางเทียบ“ในฤดูฝน น้ำจากภูเขาจะไหลลงธารนี้ แต่ตอนนี้ธารแห้ง ทั้งที่ม้าป่าบริเวณนั้นยังไม่ย้ายฝูงหนีไปไกล แสดงว่าต้องมีน้ำอยู่ใต้ดินหรือมีโพรงซึ่งเก็บความชื้นไว้”นางแตะจุดหนึ่งใต้แนวหน้าผา“ม้าจะจำกลิ่นน้ำได้ดีกว่าคน หากศัตรูต้องซ่อนเชลยหร
บทที่ 19คนรักเก่าที่จำความผิดของตนได้-------------------------------------“ชิงหลัว ข้าเริ่มฝันเห็นชาติเดิมเช่นกัน”ถ้อยคำของจ้าวจิ่งหยวนทำให้ห้องรับรองเงียบลงทันทีเสิ่นเหวินจงซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างขมวดคิ้ว แม้ไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่รับรู้ได้ว่าบทสนทนานี้เกี่ยวข้องกับเรื่องซึ่งบุตรสาวไม่เคยเล่า ส่วนอาหลานยืนอยู่หลังเก้าอี้ของเสิ่นชิงหลัว มือทั้งสองประสานแน่นด้วยความระแวงเสิ่นชิงหลัวมององค์ชายสาม“พระองค์ฝันเห็นสิ่งใดเพคะ”จ้าวจิ่งหยวนวางถ้วยชาลง เสียงก้นถ้วยกระทบโต๊ะเบากว่าปกติ แต่ปลายนิ้วซึ่งจับขอบถ้วยกลับสั่นเล็กน้อย“ข้าเห็นลานประหาร”คำตอบสั้น ๆ ดึงความหนาวเย็นจากอดีตกลับมาในทันที“หิมะตกหนัก เจ้ายืนอยู่ด้านล่าง ส่วนข้าอยู่หลังม่าน” เขากล่าว “เจ้าขอให้ข้าช่วยบิดา ขอให้ข้าเชื่อว่าเอกสารเหล่านั้นถูกปลอม”เสิ่นชิงหลัวไม่ขยับจ้าวจิ่งหยวนหลับตาลงราวกับภาพในฝันยังติดอยู่ตรงหน้า“ข้าได้ยินทุกคำ แต่เลือกไม่ตอบ”ความทรงจำของนางซ้อนทับกับคำสารภาพม่านสีทองไหวตามแรงลมเงาของชายผู้หนึ่งยืนอยู่หลังม่านใกล้พอจะได้ยินเสียงร้องขอ แต่ไกลเกินกว่าจะยื่นมือออกมา“เหตุใดพระองค์จึงนิ่งเฉย” นาง







