Masukหลี่เหมยเลือกที่จะเดินอ้อมมาอีกทางเพราะรู้ว่าตอนนี้เฟิ่งซินหนานกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะรับแขกกลางบ้านเป็นที่ประจำของเธอ และวันนี้เสี่ยวลี่ผู้หญิงที่ต้องการสามีของเธอคงมาที่นี่ ก่อนจะสู้รบปรบมือกับใครหลี่เหมยจึงขอเลือกที่จะเติมพลังเสียก่อน
ป้าหลินแม่ครัวทำงานอยู่ในบ้านเฟิ่งมาหลายปีเห็นหลี่เหมยเดินเข้ามาเธอถอนหายใจเบา ๆ มองด้วยความสงสารเวทนา
“คุณหลี่เหมยวันนี้คุณนายสั่งให้มาทำอาหารอีกแล้วสินะ ทำไมคุณไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายทั้ง ๆ ที่เป็นภรรยาของคุณเจี้ยนเฉินกัน คุณนายช่างใจร้ายกับคุณจริง ๆ ”
“ใครบอกละคะว่าวันนี้ฉันจะมาทำอาหาร ป้าหลินต่อจากนี้หน้าที่นั้นฉันจะไม่ทำมันอีกแล้ว ที่มาที่นี่เพราะฉันหิวค่ะมีอะไรให้กินบ้างคะ” ป้าหลินยิ้มบาง ๆ ดีใจที่หลี่เหมยรู้จักลุกขึ้นสู้ เธอหยิบชามมาตักข้าวใส่เต็มชามวางลงที่โต๊ะกินข้าวก่อนจะตักกับข้าวมาวางไว้ต่อหน้า
“วันนี้มีผัดผักกับน้ำแกงค่ะ” ป้าหลินพูดจบก็เดินไปทำงานของตัวเองต่อ หลี่เหมยไม่รอช้านั่งลงจับตะเกียบมาคีบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เวลาผ่านไปครู่ใหญ่หลี่เหมยกินอิ่มเก็บถ้วยชามไปล้าง ตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าได้ดังเข้ามาใกล้ ๆ หลี่เหมยคิดว่าแม่เฟิ่งจะเข้ามาหาอะไรกินเมื่อเธอหันหลังกลับมากลายเป็นเสี่ยวลี่แทน
“มาทำอะไรที่นี่!”
“ทำไมถึงพูดกับฉันแบบนั้นล่ะ พี่รู้มั้ยว่าคุณป้าเสียใจแค่ไหนที่พี่พูดจาไม่ดีกับคุณป้า "
“ไม่ต้องมาเสแสร้งหรอกนะเพียงแค่เธออ้าปากฉันก็เห็นลิ้นไก่ของเธอแล้วล่ะเสี่ยวลี่ เลิกทำเป็นคนดีอ่อนหวานเสียทีเห็นแล้วฉันจะอ้วก น่าสะอิดสะเอียด” หลี่เหมยวางจานลงในชั้นวางของ กำลังจะเดินหนีเสี่ยวลี่ที่ตอนนี้ร่างกายร้อนผ่าวด้วยความโมโห ยิ่งเห็นหลี่เหมยกำลังจะเดินหนีเธอจะไม่มีทางยอมให้คนบ้านนอกอย่างหลี่เหมยมาต่อว่าเธอฝ่ายเดียวแน่นอน เสี่ยวลี่คว้ามือไปจับแขนของหลี่เหมยให้หยุดเดิน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! คิดว่าต่อว่าฉันแล้วจะเดินหนีได้หรือไง ใช่ฉันไม่ผู้หญิงที่อ่อนหวานแต่ฉันก็เป็นผู้หญิงที่ป้าเฟิ่งซินหนานต้องการให้เข้ามาเป็นสะใภ้ ไม่เหมือนเธอ แม่สามีไม่ต้องการทำทุกอย่างเพื่อขับไล่ยังหน้าด้านไม่ยอมออกไป แต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะเธอมันมาจากบ้านนอกเห็นสมบัติเงินทองคงตาโตจนเนื้อตัวสั่นเพราะเกิดมาทั้งชีวิตคงไม่เห็นเงินมากมายขนาดนี้สินะที่บ้านของเธอเองก็คงไม่สั่งสอนหรือสอนแค่ให้จับสามีรวย ๆ ชีวิตจะได้สุขสบาย”
เพี้ยะ!!! เสียงนิ้วมือกระทบลงบนเนื้อบริเวณใบหน้าของเสี่ยวลี่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวและคิดไม่ถึงว่าหลี่เหมยจะกล้าลงมือตบเธอเช่นนี้ ทำให้ใบหน้าของเธอสะบัดตามแรงมือ รอยแดงเริ่มเป็นริ้ว ๆ ร้อนชาไปทั้งหน้า ร่างเล็กสั่วเทาด้วยความโมโหมากกว่าเดิม
“แก ..แกกล้าเอามือสกปรกมาตบฉันเหรอ? คิดว่าตัวเองเป็นใครกันห่ะวันนี้ฉันจะสั่งสอนแกเอง คอยดูว่าป้าเฟิ่งจะเชื่อใครมากกว่ากันอีกอย่างแกเป็นฝ่ายลงมือก่อนอย่ามากล่าวหาว่าฉันรังแกก็แล้วกัน” น้ำเสียงสั่นเทาง้างมือขึ้นหวังจะตบที่ใบหน้าของหลี่เหมยเพื่อเอาคืนทว่าอีกฝ่ายกลับหลบทัน จนร่างเล็กเซถลาล้มลงกับพื้น
“กรี๊ด! แก แกหลบทำไม”
“แล้วใครจะโง่ยืนให้โดนตบกันล่ะ เธอต่างหากกล้าดียังไงมาดูถูกคนอื่นคิดว่าฉันจะเป็นเหมือนเธอรึไง แม้ฉันจะมาจากชนบทแต่ฉันไม่เคยคิดจะแย่งสามีคนอื่น ไม่ยุ่งกับผู้ชายที่มีเจ้าของหรอกนะ นี่นะหรือผู้หญิงที่อยู่ในที่เจริญแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ขอเป็นผู้หญิงชนบทจะดีกว่า” หลี่เหมยเหลือบสายตามองเพียงปลายหางตาราวกับเหยียดหยามก่อนจะก้าวเท้าข้ามขาของเธออย่างตั้งใจ ทำให้ร่างเล็กที่นั่งอยู่กับพื้นกรี๊ดร้องเสียงดังลั่นบ้าน ป้าหลินรีบวิ่งเข้ามาดูพร้อมกับแม่เฟิ่ง
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมหนูเสี่ยวลี่ถึงได้นั่งอยู่กับพื้นแบบนั้น”
“จะเป็นอะไรได้ล่ะคะคุณแม่ เสี่ยวลี่นะสิไม่รู้จักระวังตัวลื่นล้มไม่เป็นท่า กระโดกกระเดกไม่มีมารยาทจริง ๆ ” หลี่เหมยหยุดเดินหันกลับมาตอบแม่เฟิ่งก่อนจะเดินจากไป
“ไม่จริงค่ะคุณป้า พี่หลี่เหมยรังแกฉัน คุณป้าดูนี่สิคะรอยนิ้วมือที่พี่หลี่เหมยลงมือทำร้ายฉัน เพียงแค่ฉันมาบอกให้พี่หลี่เหมยพูดจากับคุณป้าดี ๆ เท่านั้นไม่คิดเลยว่าพี่หลี่เหมยจะโมโหร้ายลงไม้ลงมือทำร้ายกันได้ลงคอ อึก อึก” เสี่ยวลี่รีบบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสงสารจากเฟิ่งซินหนานและมันก็ได้ผล
“ไม่ได้การฉันจะต้องจัดการให้นังหลี่เหมยให้มันรู้บ้างว่าไม่สมควรมาทำนิสัยเลวทรามต่ำช้าแบบนี้ใส่คนอื่น ป้าหลินพาหนูเสี่ยวลี่ไปใส่ยาที่ห้องรับแขกฉันจะไปจัดการกับนังตัวดีนั่นเสียหน่อย”
“อย่าเลยค่ะคุณป้า เพียงแค่นี้พี่หลี่เหมยก็เกลียดฉันมากพอแล้ว หากคุณป้าไปต่อว่าพี่หลี่เหมยคงไม่อยากจะมองหน้าฉันอีกต่อไป” เสี่ยวลี่รีบจับมือของป้าเฟิ่งเอาไว้แสดงให้เห็นว่าเธอจิตใจเมตตายอมให้อภัยคนที่ทำร้ายตัวเองอย่างนี้ป้าเฟิ่งจะเห็นว่าเธอเป็นคนดีมากขนาดไหน
“เฮ้อ …หนูเสี่ยวลี่ทำไมต้องยอมผู้หญิงคนนั้นด้วยคอยดูเถอะเมื่อไหร่ที่เฟิ่งเจี้ยนเฉินกลับมาฉันจะบอกความชั่วช้าทั้งหมดของหลี่เหมยให้เฟิ่งเจี้ยนเฉินได้รับรู้ว่าธาตุแท้ของผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างไร” เฟิ่งซินหนานยอมทำตามคำขอของเสี่ยวลี่พาเธอไปทายาที่ห้องรับแขก นั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับนิสัยของหลี่เหมย ป้าหลินยืนเงียบ ๆ ไม่ได้ออกความคิดเห็นเรื่องนี้เพราะรู้ดีว่าใครกันแน่ที่ร้ายมากกว่ากัน หนำซ้ำยังสะใจที่หลี่เหมยกล้าลงมือตอบโต้เสี่ยวลี่อีกด้วย
ฝั่งด้านหลี่เหมย
หลังจากเดินกลับมาจากห้องครัวเธอมาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบเล็กเพื่อเตรียมตัวออกไปจากบ้านหลังนี้ทันทีที่เฟิ่งเจี้ยนเฉินกลับมา ไม่ว่าเขาจะยอมหย่าหรือไม่เธอก็จะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป เมื่อเก็บกระเป๋าเสร็จไม่ลืมที่จะเก็บสินเดิมของตนเองไปด้วยและเงินที่เฟิ่งเจี้ยนเฉินมอบให้เธอเอาไว้ใช้
“เพียงอีกไม่นานเฟิ่งเจี้ยนเฉินจะกลับมาแล้วสินะ รีบมาเถอะฉันจะได้ออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ เมื่อคราวก่อนเป็นเขาที่ขับไล่ไม่สนใจว่าร่างกายของฉันเป็นอย่างไรรอบนี้ฉันจะไม่รอให้เขาทำร้ายจิตใจของฉันอีก แต่จะเป็นฉันเองที่เลือกจะเดินจากไป” หลี่เหมยกอดอกจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างเฝ้ารอเวลาที่สามีของเธอจะกลับมาถึงบ้าน
ตอนที่ 26 ตะวันขึ้นใหม่ในทุก ๆ เช้าบ้านตระกูลเฟิ่ง หลังจากหย่ากับหลี่เหมยสามวัน เขาก็ได้เขาพิธีแต่งงานกับเสี่ยวลี่อย่างเรียบง่าย ตอนนี้เสี่ยวลี่เผยธาตุแท้ให้ทุกคนในบ้านได้เห็น จนแม่เฟิ่งเอือมระอาสาวใช้พากันลาออกกันทีละคน จนตอนนี้ในบ้านเปลี่ยนสาวใช้หลายสิบคนภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ในแต่ละวันมีแต่เรื่องวุ่นวายทำให้แม่เฟิ่งแทบไม่มีความสุขไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเมื่อก่อน ทุกข์ระทมจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ เจี้ยนเฉินลาออกจากตำแหน่งนายพลวัน ๆ เอาแต่คลุกตัวอยู่ในห้อง ดื่มเหล้าจนกลายเป็นคนติดเหล้าและพร่ำเพ้อคิดถึงแต่หลี่เหมยทุก ๆ วัน“นี่คงเป็นเวรกรรมที่ฉันได้ทำกับหลี่เหมยสินะ บ้านตระกูลเฟิ่งที่เคยร่ำรวยรุ่งเรือง กลายเป็นบ้านที่มีเรื่องวุ่นวายไม่มีความสุข มีเงินมากเท่าไหร่ก็ถูกเสี่ยวลี่ผลาญไปจนเกือบจะหมด เป็นเพราะฉันแท้ ๆ คำพูดของหลี่เหมยที่บอกฉันไม่มีสิ่งไหนเลยที่เธอพูดผิด ตอนนี้ฉันสำนึกแล้ว ฉันไม่น่าเลย ไม่น่าละทิ้งเพชรเพื่อคว้าก้อนกรวดเข้าบ้านเลย”“บ่นอะไรอยู่คนเดียวคะ คุณแม่ฉันสั่งโต๊ะกินข้าวมาใหม่ไม่นานคงเข้ามาส่ง คุณแม่จัดการจ่ายให้ด้วยนะคะ ตัวเก่ามันโบราณเกินไปไม่เข้ายุคสมัย ฉันเอาออ
ตอนที่ 25 ชีวิตใหม่หัวใจของหลี่เหมยเต้นแรงระรัว สองเท้าก้าวเข้ามาในศาลกว้างใหญ่ พร้อมกับทนายคนเมื่อวานวันนี้มีป้าหลินมาคอยยืนเคียงข้างเธอเพื่อเป็นพยานฟ้องหย่าในครั้งนี้ด้วย ไม่นานคนตระกูลเฟิ่งก็เดินเข้ามาด้านใน หลี่เหมยไม่มองแม้เพียงหางตา เมื่อทุกฝ่ายมาครบผู้พิพากษาก็เดินเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ เอ่ยคำเปิดศาลและฟังทนายของแต่ละฝั่ง โดยให้ฝ่ายหลี่เหมยเป็นคนร้องทุกข์ก่อน และให้ฝ่ายของเจี้ยนเฉินแย้งคำพูดของทนายทว่าฝ่ายของเจี้ยนเฉินน้อมรับทุกคำขอของหลี่เหมยทุกอย่างไม่ว่าเธอต้องการเรียกร้องอะไร จนกระทั่งทนายเอ่ยฟ้องชู้ของสามี เสี่ยวลี่ร้อนรนด้วยความตกใจ เพราะไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ ที่หลี่เหมยเป็นคนเรียกร้อง“ศาลที่เคารพฉันขอแย้งค่ะ เรื่องการฟ้องหย่าใช่ว่าฉันจะเต็มใจเรื่องที่ฉันนอนกับเฟิ่งเจี้ยนเฉินและเราพึ่งจะพลาดนอนด้วยกันเพียงแค่ครั้งเดียว ทำไมถึงได้เรียกร้องมากมายขนาดนี้ อีกอย่างฉันเองก็เป็นผู้ถูกกระทำ เพราะเฟิ่งเจี้ยนเฉินนะคะ”“เสี่ยวลี่เธอพูดเรื่องอะไร ต้องการอับอายไปถึงเมื่อไหร่แค่นี้ยังอายไม่พอหรือไง” แม่เฟิ่งกุมขมับปวดหัวกับสิ่งที่เสี่ยวลี่พูดออกไปต่อหน้าทุกคนอย่างไม่อายปากแม้
ตอนที่ 24 ฟ้องหย่า บ้านตระกูลเฟิ่ง ตั้งแต่เกิดเรื่องแม่เฟิ่งก็เปลี่ยนไปจากเดิม เธอไปหาหลี่เหมยที่โรงพยาบาลแต่ไม่กล้าเข้าไปเยี่ยมเพียงแค่ถามอาการจากพยาบาลเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเธอจัดการจ่ายให้หลี่เหมยทั้งหมดและฝากให้พยาบาลดูแลเธอเป็นอย่างดี ใบหน้าของแม่เฟิ่งหม่นหมองจนเห็นได้ชัด เธอกำลังกลับบ้านหลังจากจ่ายเงินค่ารักษาตัวของหลี่เหมย เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังต้องหยุดเท้าชะงักหันไปมอง“คุณนายมาทำอะไรที่นี่คะ หรือว่ามาเยี่ยมคุณหลี่เหมย”ป้าหลินกำลังเดินกลับจากซื้อของใช้ให้หลี่เหมยเห็นด้านหลังคุ้นๆ เหมือนคุณผู้หญิงคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงรีบสาวเท้าเดินเร็วกว่าเดิมจึงได้รู้ว่าเป็นคุณนายจริง ๆ “ฉันไม่ได้มาเยี่ยมหลี่เหมยหรอก จะเอาหน้าที่ไหนเข้าไปหาเธอกันแล้วนี่เธอก็มาเยี่ยมหลี่เหมยสินะ”“ใช่ค่ะ อย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ” ป้าหลินไม่ได้ถามอะไรต่อเห็นใบหน้าซูมโทรมของนายหญิงเธอคงมีเรื่องให้คิดมากมาย แต่อย่างไรก็ไม่มากเท่าคุณหลี่เหมยที่พบเจอตอนนี้แน่นอน เธอไม่มีความสงสัยและเห็นใจสักนิดเพราะทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของตัวคุณนายเอง แอ้ด ! เสียงประตูเปิดเข้ามาด้านใน หมี่เหมยเปลี่ยน
ตอนที่ 23 ไม่อาจรักษาไว้เวลาผ่านไปพักใหญ่ในห้องฉุกเฉินวุ่นวายพยาบาลเดินไปเดินมา ใจของเจี้ยนเฉินเองไม่สงบสุขกระวนกระวายเป็นห่วงหลี่เหมยจับใจ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเข้ารีบเข้าไปถามทันที“คุณหมอครับภรรยาของผมเป็นอย่างไรบ้าง ลูกของผมยังปลอดภัยดีใช่มั้ยครับ”“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ทางเราไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้ เพราะร่างกายได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงอีกทั้งจิตใจของคุณหลี่เหมยก็ได้รับการกระทบกระเทือน เราทำเต็มที่แล้วตอนนี้คุณหลี่เหมยพ้นขีดอันตรายต้องนอนให้เลือดและดูอาการอีกสักระยะครับ” สิ้นคำพูดของหมอเหมือนแสงสว่างที่เคยเจิดจ้ามืดสนิท หูของเจี้ยนเฉินอื้ออึงไปหมด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนหม่าถงยืนอยู่ใกล้ ๆ ต้องมาประคองให้นั่งลงที่เก้าอี้“หม่าถงฉันได้ยินผิดไปใช่มั้ย? บอกฉันทีว่าฉันได้ยินผิดไป หรือว่านี่คือความฝัน มันเป็นฝันร้ายช่วยปลุกฉันให้ตื่นเสียที”“ผมเสียใจด้วยนะครับ” หม่าถงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาย้ำให้เจี้ยนเฉินรู้สิ่งที่เขาได้ยินมันคือความจริงมิใช่ฝันร้าย ป้าหลินเดินทางมาที่โรงพยาบาลรู้อาการของหลี่เหมยตอนนี้จึงอาสาที่จะอยู่เฝ้าหลี่เหมยเอง อย่างไรต้องมีคนคอยดูแลยิ่
ตอนที่ 22 จบสิ้นทุกอย่าง“เจี้ยนเฉินแม่ขอโทษ แม่ขอโทษ” แม่เฟิ่งทรุดตัวลงกับพื้นน้ำตาไหลอาบแก้ม เจี้ยนเฉินหันไปถามหลี่เหมยด้วยความเป็นห่วง“หลี่เหมยเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“ฉันไม่เจ็บนักหรอก ในเมื่อคุณมาแล้วก็ดีฉันจะออกไปอยู่ที่อื่น คุณจัดการเรื่องที่บ้านเสร็จแล้วอีก 2 วันมาพบกันที่อำเภอ” เจี้ยนเฉินไม่อยากเธอจากเขาไปทั้งแบบนี้ เขาทรุดตัวลงกับพื้นกอดขาของเธอเอาไว้แน่นอ้อนวอนเธอด้วยความรักที่เขามีต่อเธอทั้งหมด“หลี่เหมยขอร้องล่ะ อย่าไปจากฉันเลยนะ ฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ ฉันยอมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือหน้าตาทางสังคมขอเพียงแค่เธอยอมให้อภัยยกโทษให้ฉัน ฉันจะละทิ้งทุกอย่างไปใช้ชีวิตอย่างที่เราเคยคาดหวังเอาไว้ ได้โปรดคิดทบทวนอีกครั้งได้มั้ย” หลี่เหมยเคล้นหัวเราะออกมาอย่างขบขันนี่นะหรือเจี้ยนเฉินนายพลผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้กำลังอ้อนวอนขอให้เธอให้อภัย ไม่ต่างจากเธอชาติที่แล้วเธออ้อนวอนแทบก้มลงแนบเท้าของเขาให้เขาฟังเธออธิบายแต่เขาให้เธอเพียงความเย็นชาและคำพูดตัดขาดเยื่อใย ครั้งนี้เธอจะทำให้ได้เหมือนเขาบ้างแม้จะรักเขามากเพียงใด แต่ตอนนี้เธอขอรักตัวเองและลูกจะดีกว่า“หยุดเถอะ เอามือออกจากขาของฉั
ตอนที่ 21 ไม่สมควรเป็นแม่คนฝั่งด้านเจี้ยนเฉิน หลังจากที่หม่าถงพาตัวออกมาเขาก็นั่งดื่มเฝ้าคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในใจคิดว่ามันเป็นความผิดของเขาเองและเป็นความผิดของคุณแม่ เขาไม่อยากจะปล่อยมือจากหลี่เหมยไปเลย แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่ทีหนทางที่จะยื้อเธอเอาไว้ ความผิดครั้งนี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ “หม่าถงเอามาอีก ฉันอยากกินจนเมาหลับไปเลยไม่อยากจะคิดอะไรทั้งนั้น”“ท่านนายพลจะให้ผมตรวจสอบมั้ยครับว่าเกิดเรื่องนั้นขึ้นได้อย่างไร อาจจะพออธิบายกับคุณหลี่เหมยได้ ”“ไม่ ! ต่อให้ตรวจสอบและรู้ว่าเป็นแผนของคุณแม่กับเสี่ยวลี่ทุกอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพราะฉันนอนกับเสี่ยวลี่ไปแล้วจริง ๆ เอาเหล้ามาอีก เอามาจนกว่าฉันจะเมาจนสลบไป หากฉันไม่ตื่นมาเลยคงจะดีไม่น้อย ฉันไม่อยากจะเผชิญหน้ากับหลี่เหมยเลย กลัวกลัวว่าฉันจะไม่อยากปล่อยเธอไป กลัวจะดึงรั้นเธอเอาไว้ในอ้อมกอด หรือฉันจะพาเธอหนีไปอยู่ที่อื่นกักขังเธอเอาไว้ให้อยู่ข้างกายฉันตลอดไป ”“นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีครับ อย่าทำร้ายจิตใจคุณหลี่เหมยไปมากกว่านี้อีกเลย หากคุณรักเธอผมว่าปล่อยเธอไปอย่างที่เธอต้องการจะดีกว่า” พูดจบหม่าถงเดินออกไปจากบ้านพักที่ป้าห







