LOGINดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ยินมาเนินนานกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาที่หน้าบ้าน หลี่เหมยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด คนที่มาที่นี่จะเป็นใครไม่ได้นอกจากท่านนายพลเฟิ่งเจี้ยนเฉิน
ตึก ตึก หัวใจของเธอเต้นแรงระรัว ร่างเล็กใช้มือทาบลงบนอกพร้อมพูดเตือนสติตนเองก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้อง
“ตั้งสติหน่อยสิหลี่เหมย จำไม่ได้หรือไงว่าผู้ชายคนนี้เขาไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิด ทั้งระแวงและเชื่อคำพูดของแม่ไม่ยอมตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นถึงท่านนายพลเสียเปล่า ถ้าเธอใจอ่อนให้กับคนเช่นนี้ชะตาชีวิตของเธออาจจะเป็นเหมือนเดิม และสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องอีกแน่ ๆ เอาล่ะไปจบเรื่องนี้กันเถอะ” หลี่เหมยก้าวเท้าออกไปด้วยความแน่วแน่ พร้อมถือกระเป๋าใบน้อยของเธอออกไปด้วย
ฝั่งด้านเฟิ่งเจี้ยนเฉินเขากลับบ้านมาครั้งนี้ด้วยความคิดถึงภรรยาสุดหัวใจ เขามอบหัวใจที่มีให้เธอเพียงคนเดียวและจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่จงรักภักดีตอบแทนที่เธอช่วยเหลือเขา เธอจึงเป็นเจ้าของชีวิตของเขา ในมือใหญ่ถือกำไรข้อมือที่เขาซื้อมาเป็นของฝากใบหน้ายิ้มแย้มมาตลอดทางเมื่อนึกภาพที่เธอเห็นกำไรข้อมือนี้จะดีใจแค่ไหน
“ท่านนายพลครับตอนนี้ถึงบ้านของท่านแล้วครับ พวกผมจะคอยเฝ้าดูแลความปลอดภัยอยู่ด้านนอกท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” หม่าถงลูกน้อยคนสนิทของเขาเอ่ยขึ้นเมื่อรถดับเครื่องยนต์มีหทารเดินทางมาคุ้มครองเขาที่บ้านมากกว่าสิบคน เพราะกลัวจะถูกศัตรูหรือคนที่ปองร้ายดักลอบทำร้ายอีก
“สลับเปลี่ยนเวรให้เฝ้าเพียงแค่หน้าประตูพอเพราะบ้านของฉันไม่มีประตูหลังบ้าน ส่วนทหารที่เฝ้าตอนกลางคืนก็ไปพักผ่อนก่อนฉันจะให้ป้าหลินจัดที่นอนให้ที่เรือนแยก”
“ได้ครับท่าน” หม่าถงรับคำสั่งเดินลงมาจากรถเพื่อเปิดประตูให้เจ้านายได้เดินลงมา เวลานี้เฟิ่งซินหนานไม่อยู่ไปตลาดด้วยตนเองเพื่อทำอาหารเย็นรอลูกชาย เสี่ยวลี่จึงอาสาไปด้วยเพราะเธออยากเจอหน้าเฟิ่งเจี้ยนเฉิน มีหรือที่เฟิ่งซินหนานจะไม่เห็นด้วย วันนี้เธอจะใส่ร้ายและให้หนูเสี่ยวลี่เอาอกเอาใจลูกชายของเธอแทน เฟิ่งเจี้ยนเฉินเดินเข้ามาในบ้านด้วยความตื่นเต้นเห็นป้าหลินยืนรอต้อนรับเพียงลำพังคิ้วของเขาเริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
“คุณเจี้ยนเฉินกลับมาแล้วหรือคะ ป้าช่วยยกของขึ้นไปเก็บที่ห้องให้นะคะ”
“ไม่ต้องเดี๋ยวกระเป๋ามันหนักเพราะครั้งนี้ฉันจะกลับมาอยู่ที่บ้านนานกว่าทุกรอบ ป้าหลินช่วยจัดการเก็บกวาดห้องรับรองเรือนแยกให้ฉันที ว่าแต่นี่ทุกคนไปไหนกันหมดทำไมบ้านถึงเงียบแบบนี้”
“คุณนายออกไปซื้อของมาทำอาหารต้อนรับคุณชายด้วยตัวเอง ส่วนคุณหลี่เหมยน่าจะอยู่ข้างในห้องค่ะ”
“ฉันอยู่นี่และมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณพอดี” หลี่เหมยวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ตอบกลับเฟิ่งเจี้ยนเฉินเมื่อได้ยินเขาถามหาเธอ เขาดีใจที่เห็นใบหน้าของภรรยาสุดที่รีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามาสวมกอดเธอด้วยความคิดถึง
“หลี่เหมยฉันคิดถึงเธอจังเลย รู้มั้ยในแต่ละคืนกว่าฉันจะผ่านพ้นไปได้ฉันต้องอดทนต่อความคิดถึงที่มีต่อเธอมากแค่ไหน”
“ปล่อยฉันก่อนเถอะ เพราะฉันก็คิดถึงคุณทุกวินาทีเช่นเดียวกัน” หลี่เหมยใจเต้นตึกตักหวั่นไหวต่ออ้อมแขนที่อบอุ่นของเขา ก่อนที่เธอจะคิดถึงใบหน้าของเขาที่ไม่เชื่อใจผิดหวังแถมยังรังเกียจเธอเมื่อครั้งก่อนเธอรีบผละเขาออกจากร่างกายทันที โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงเขาด้วยความคิดเช่นเดียวกันกับตนเอง
“จริงสิฉันมีของฝากมาให้ด้วย ฉันว่ามันน่าจะเหมาะกับเธอมากเลยนะหลี่เหมย เธอชอบมันมั้ย”
“เราหย่ากันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป” ไม่ทันที่เจี้ยนเฉินจะพูดจบหลี่เหมยพูดแทรกขึ้นมาทำให้ร่างใหญ่ถือกำไรข้อมือชะงัดกลางอากาศใบหน้ายิ้มแย้มกลายเป็นตกใจ
“เธอพูดเรื่องอะไร คิดจะล้อฉันเล่นใช่มั้ย ไม่เอาน่ารู้มั้ยว่าคำนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเลย หรือว่าเธอน้อยใจที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ พาเธอมาอยู่มณฑลนี้แล้วทิ้งเธอเอาไว้กับคุณแม่ ”
“ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นฉันพูดความจริงฉันต้องการหย่าและออกไปจากที่นี่ ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว”
“ไม่เอาสิ เลิกพูดเรื่องนี้สักทีหลี่เหมยเธอต้องการอะไรบอกฉันมาสิ ฉันจะทำให้เธอทุกอย่างอย่างที่เธอต้องการ ไม่ว่าเธออยากได้อะไรฉันจะหามาให้เธอเอง หรือไม่ว่าเธออยากทำอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขฉันเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง”
“หย่า !! นั่นคือความสุขของฉัน”
“เธอไม่รักฉันแล้วเหรอซูหลี่เหมย เราสองคนรักกันมากเคยผ่านเวลาทุกข์ยากมาด้วยกัน ทำไมเธอยังยืนยันว่าจะหย่ากับฉัน” เจี้ยนเฉินเห็นท่าทางจริงจังของหลี่เหมยเขารู้ทันทีว่าเธอไม่ได้ล้อเล่นอีกต่อไป แต่เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าทำอะไรให้เธอไม่พอใจจนเธอขอหย่าอย่างนี้
“ฉันเคยรักและรักมากด้วย แต่ต่อจากนี้ฉันขอรักตัวเองจะดีกว่า การที่คุณบอกรักฉันแต่ปิดบังตัวเองว่าเป็นใคร พาฉันมาอยู่ที่นี่ทั้งที่คุณแม่ไม่ได้ต้อนรับ ต่อหน้าแม่ของคุณดีทุกอย่างแต่ลับหลังคุณไม่รู้หรอกว่าฉันพบเจออะไรบ้าง เมื่อครู่คุณบอกยอมทำทุกอย่างที่เป็นความสุขของฉัน หย่าให้ฉันซ่ะท่านนายพล” หลี่เหมยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนคิดว่าตนเองจะไม่รู้สึกอะไรและมีแต่ความแค้น แต่ในใจของเธอกลับวูบไหวไปหมด ร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าทำอะไรไม่ถูกทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแทบไม่มีเรี่ยวแรง กอดขาของเธอเอาไว้แน่นเพราะใจของเขามีแต่เธอเพียงคนเดียว
“เธอเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับฉันตอนนี้ก็เป็นคนผลักไสฉันเหรอหลี่เหมยเธอใจร้ายกับฉันเกินไปแล้ว ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันต้องปิดบังตัวเองเพื่อความปลอดภัยไม่ได้มีเจตนาโกหกเธอเลยสักนิด”
“พูดมาตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ ยังไงฉันก็ไม่เปลี่ยนใจพรุ่งนี้เช้าเจอกันที่อำเภอ” หลี่เหมยแกะมือของเขาออกจากขาของตนเองก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อออกจากบ้านตระกูลเฟิ่ง ตอนนั้นเองเฟิ่งซินหนานกลับมาเห็นสภาพของลูกชายตัวเองเธอร้องออกมาเสียงหลง
“เจี้ยนเฉินลุกขึ้นเดี๋ยวนี้จะไปยอมก้มให้ผู้หญิงคนนี้ทำไมกัน หย่าไปก็ดีเหมือนกัน แค่ผู้หญิงชนบทเพียงคนเดียวไม่มีค่าให้เสียดายสักนิด รีบออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะนังหลี่เหมย กลัวลูกชายของฉันรู้ธาตุแท้ของแกสินะถึงได้ชิงขอหย่าก่อน ร้ายจริง ๆ เจี้ยนเฉินลุกขึ้น”
“ฮึ ฮึ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูด ฉันไม่เคยเสียดายเลยที่จะหย่ากับเฟิ่งเจี้ยนเฉิน และต้องเดินออกจากบ้านตระกูลเฟิ่งที่โหดเหี้ยมแบบนี้ อยู่ไปก็มีแต่ความตายรออยู่พรุ่งนี้ฉันจะหย่ากับเฟิ่งเจี้ยนเฉินวันถัดไปก็จัดงานแต่งให้เขากับสะใภ้ที่คุณแม่เลือกเอาไว้เลยฉันจะเฝ้ามองความพังพินาศของตระกูลเฟิ่ง” หลี่เหมยเดินออกจากบ้านโดยไม่หันหลังไปมองแม้แต่ตาเดียวส่วนเจี้ยนเฉินตกใจตกอยู่ในห้วงความคิดว่าตนเองทำสิ่งใดผิด และเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่ที่นี่ ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้ก็เห็นหญิงสาวที่รักกำลังจะเดินออกไป เขารีบลุกขึ้นจะวิ่งตามไปคว้าตัวของเธอเอาไว้ ทว่าตอนนั้นเองซินหหนานทำท่าเหมือนจะเป็นลมเพื่อเรียกร้องความสนใจจากลูกชายไม่ให้ตามไปง้อซูหลี่เหมย
“โอ๊ย!! ทำไมรู้สึกหน้ามืดบ้านหมุนแบบนี้ เจี้ยนเฉินอย่าไปจากแม่เลยนะ”
“คุณป้า เป็นอะไรคะพี่เจี้ยนเฉินรีบพาคุณป้าไปที่เก้าอี้ก่อนเถอะค่ะ อากาศข้างนอกค่อนข้างร้อนกลับมาเจอเรื่องสะเทือนใจแบบนี้เลยทำให้คุณป้าเป็นลมแน่ ๆ” เสี่ยวลี่รีบวางของเข้าไปประคองตัวซินหนานพูดยื้อเขาให้สนใจคุณแม่ และก็เป็นอย่างที่ซินหนานต้องการเพราะเธอรู้ว่าลูกชายรักเธอมากแค่ไหน
ตอนที่ 26 ตะวันขึ้นใหม่ในทุก ๆ เช้าบ้านตระกูลเฟิ่ง หลังจากหย่ากับหลี่เหมยสามวัน เขาก็ได้เขาพิธีแต่งงานกับเสี่ยวลี่อย่างเรียบง่าย ตอนนี้เสี่ยวลี่เผยธาตุแท้ให้ทุกคนในบ้านได้เห็น จนแม่เฟิ่งเอือมระอาสาวใช้พากันลาออกกันทีละคน จนตอนนี้ในบ้านเปลี่ยนสาวใช้หลายสิบคนภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ในแต่ละวันมีแต่เรื่องวุ่นวายทำให้แม่เฟิ่งแทบไม่มีความสุขไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเมื่อก่อน ทุกข์ระทมจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ เจี้ยนเฉินลาออกจากตำแหน่งนายพลวัน ๆ เอาแต่คลุกตัวอยู่ในห้อง ดื่มเหล้าจนกลายเป็นคนติดเหล้าและพร่ำเพ้อคิดถึงแต่หลี่เหมยทุก ๆ วัน“นี่คงเป็นเวรกรรมที่ฉันได้ทำกับหลี่เหมยสินะ บ้านตระกูลเฟิ่งที่เคยร่ำรวยรุ่งเรือง กลายเป็นบ้านที่มีเรื่องวุ่นวายไม่มีความสุข มีเงินมากเท่าไหร่ก็ถูกเสี่ยวลี่ผลาญไปจนเกือบจะหมด เป็นเพราะฉันแท้ ๆ คำพูดของหลี่เหมยที่บอกฉันไม่มีสิ่งไหนเลยที่เธอพูดผิด ตอนนี้ฉันสำนึกแล้ว ฉันไม่น่าเลย ไม่น่าละทิ้งเพชรเพื่อคว้าก้อนกรวดเข้าบ้านเลย”“บ่นอะไรอยู่คนเดียวคะ คุณแม่ฉันสั่งโต๊ะกินข้าวมาใหม่ไม่นานคงเข้ามาส่ง คุณแม่จัดการจ่ายให้ด้วยนะคะ ตัวเก่ามันโบราณเกินไปไม่เข้ายุคสมัย ฉันเอาออ
ตอนที่ 25 ชีวิตใหม่หัวใจของหลี่เหมยเต้นแรงระรัว สองเท้าก้าวเข้ามาในศาลกว้างใหญ่ พร้อมกับทนายคนเมื่อวานวันนี้มีป้าหลินมาคอยยืนเคียงข้างเธอเพื่อเป็นพยานฟ้องหย่าในครั้งนี้ด้วย ไม่นานคนตระกูลเฟิ่งก็เดินเข้ามาด้านใน หลี่เหมยไม่มองแม้เพียงหางตา เมื่อทุกฝ่ายมาครบผู้พิพากษาก็เดินเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ เอ่ยคำเปิดศาลและฟังทนายของแต่ละฝั่ง โดยให้ฝ่ายหลี่เหมยเป็นคนร้องทุกข์ก่อน และให้ฝ่ายของเจี้ยนเฉินแย้งคำพูดของทนายทว่าฝ่ายของเจี้ยนเฉินน้อมรับทุกคำขอของหลี่เหมยทุกอย่างไม่ว่าเธอต้องการเรียกร้องอะไร จนกระทั่งทนายเอ่ยฟ้องชู้ของสามี เสี่ยวลี่ร้อนรนด้วยความตกใจ เพราะไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ ที่หลี่เหมยเป็นคนเรียกร้อง“ศาลที่เคารพฉันขอแย้งค่ะ เรื่องการฟ้องหย่าใช่ว่าฉันจะเต็มใจเรื่องที่ฉันนอนกับเฟิ่งเจี้ยนเฉินและเราพึ่งจะพลาดนอนด้วยกันเพียงแค่ครั้งเดียว ทำไมถึงได้เรียกร้องมากมายขนาดนี้ อีกอย่างฉันเองก็เป็นผู้ถูกกระทำ เพราะเฟิ่งเจี้ยนเฉินนะคะ”“เสี่ยวลี่เธอพูดเรื่องอะไร ต้องการอับอายไปถึงเมื่อไหร่แค่นี้ยังอายไม่พอหรือไง” แม่เฟิ่งกุมขมับปวดหัวกับสิ่งที่เสี่ยวลี่พูดออกไปต่อหน้าทุกคนอย่างไม่อายปากแม้
ตอนที่ 24 ฟ้องหย่า บ้านตระกูลเฟิ่ง ตั้งแต่เกิดเรื่องแม่เฟิ่งก็เปลี่ยนไปจากเดิม เธอไปหาหลี่เหมยที่โรงพยาบาลแต่ไม่กล้าเข้าไปเยี่ยมเพียงแค่ถามอาการจากพยาบาลเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเธอจัดการจ่ายให้หลี่เหมยทั้งหมดและฝากให้พยาบาลดูแลเธอเป็นอย่างดี ใบหน้าของแม่เฟิ่งหม่นหมองจนเห็นได้ชัด เธอกำลังกลับบ้านหลังจากจ่ายเงินค่ารักษาตัวของหลี่เหมย เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังต้องหยุดเท้าชะงักหันไปมอง“คุณนายมาทำอะไรที่นี่คะ หรือว่ามาเยี่ยมคุณหลี่เหมย”ป้าหลินกำลังเดินกลับจากซื้อของใช้ให้หลี่เหมยเห็นด้านหลังคุ้นๆ เหมือนคุณผู้หญิงคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงรีบสาวเท้าเดินเร็วกว่าเดิมจึงได้รู้ว่าเป็นคุณนายจริง ๆ “ฉันไม่ได้มาเยี่ยมหลี่เหมยหรอก จะเอาหน้าที่ไหนเข้าไปหาเธอกันแล้วนี่เธอก็มาเยี่ยมหลี่เหมยสินะ”“ใช่ค่ะ อย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ” ป้าหลินไม่ได้ถามอะไรต่อเห็นใบหน้าซูมโทรมของนายหญิงเธอคงมีเรื่องให้คิดมากมาย แต่อย่างไรก็ไม่มากเท่าคุณหลี่เหมยที่พบเจอตอนนี้แน่นอน เธอไม่มีความสงสัยและเห็นใจสักนิดเพราะทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของตัวคุณนายเอง แอ้ด ! เสียงประตูเปิดเข้ามาด้านใน หมี่เหมยเปลี่ยน
ตอนที่ 23 ไม่อาจรักษาไว้เวลาผ่านไปพักใหญ่ในห้องฉุกเฉินวุ่นวายพยาบาลเดินไปเดินมา ใจของเจี้ยนเฉินเองไม่สงบสุขกระวนกระวายเป็นห่วงหลี่เหมยจับใจ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเข้ารีบเข้าไปถามทันที“คุณหมอครับภรรยาของผมเป็นอย่างไรบ้าง ลูกของผมยังปลอดภัยดีใช่มั้ยครับ”“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ทางเราไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้ เพราะร่างกายได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงอีกทั้งจิตใจของคุณหลี่เหมยก็ได้รับการกระทบกระเทือน เราทำเต็มที่แล้วตอนนี้คุณหลี่เหมยพ้นขีดอันตรายต้องนอนให้เลือดและดูอาการอีกสักระยะครับ” สิ้นคำพูดของหมอเหมือนแสงสว่างที่เคยเจิดจ้ามืดสนิท หูของเจี้ยนเฉินอื้ออึงไปหมด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนหม่าถงยืนอยู่ใกล้ ๆ ต้องมาประคองให้นั่งลงที่เก้าอี้“หม่าถงฉันได้ยินผิดไปใช่มั้ย? บอกฉันทีว่าฉันได้ยินผิดไป หรือว่านี่คือความฝัน มันเป็นฝันร้ายช่วยปลุกฉันให้ตื่นเสียที”“ผมเสียใจด้วยนะครับ” หม่าถงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาย้ำให้เจี้ยนเฉินรู้สิ่งที่เขาได้ยินมันคือความจริงมิใช่ฝันร้าย ป้าหลินเดินทางมาที่โรงพยาบาลรู้อาการของหลี่เหมยตอนนี้จึงอาสาที่จะอยู่เฝ้าหลี่เหมยเอง อย่างไรต้องมีคนคอยดูแลยิ่
ตอนที่ 22 จบสิ้นทุกอย่าง“เจี้ยนเฉินแม่ขอโทษ แม่ขอโทษ” แม่เฟิ่งทรุดตัวลงกับพื้นน้ำตาไหลอาบแก้ม เจี้ยนเฉินหันไปถามหลี่เหมยด้วยความเป็นห่วง“หลี่เหมยเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“ฉันไม่เจ็บนักหรอก ในเมื่อคุณมาแล้วก็ดีฉันจะออกไปอยู่ที่อื่น คุณจัดการเรื่องที่บ้านเสร็จแล้วอีก 2 วันมาพบกันที่อำเภอ” เจี้ยนเฉินไม่อยากเธอจากเขาไปทั้งแบบนี้ เขาทรุดตัวลงกับพื้นกอดขาของเธอเอาไว้แน่นอ้อนวอนเธอด้วยความรักที่เขามีต่อเธอทั้งหมด“หลี่เหมยขอร้องล่ะ อย่าไปจากฉันเลยนะ ฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ ฉันยอมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือหน้าตาทางสังคมขอเพียงแค่เธอยอมให้อภัยยกโทษให้ฉัน ฉันจะละทิ้งทุกอย่างไปใช้ชีวิตอย่างที่เราเคยคาดหวังเอาไว้ ได้โปรดคิดทบทวนอีกครั้งได้มั้ย” หลี่เหมยเคล้นหัวเราะออกมาอย่างขบขันนี่นะหรือเจี้ยนเฉินนายพลผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้กำลังอ้อนวอนขอให้เธอให้อภัย ไม่ต่างจากเธอชาติที่แล้วเธออ้อนวอนแทบก้มลงแนบเท้าของเขาให้เขาฟังเธออธิบายแต่เขาให้เธอเพียงความเย็นชาและคำพูดตัดขาดเยื่อใย ครั้งนี้เธอจะทำให้ได้เหมือนเขาบ้างแม้จะรักเขามากเพียงใด แต่ตอนนี้เธอขอรักตัวเองและลูกจะดีกว่า“หยุดเถอะ เอามือออกจากขาของฉั
ตอนที่ 21 ไม่สมควรเป็นแม่คนฝั่งด้านเจี้ยนเฉิน หลังจากที่หม่าถงพาตัวออกมาเขาก็นั่งดื่มเฝ้าคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในใจคิดว่ามันเป็นความผิดของเขาเองและเป็นความผิดของคุณแม่ เขาไม่อยากจะปล่อยมือจากหลี่เหมยไปเลย แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่ทีหนทางที่จะยื้อเธอเอาไว้ ความผิดครั้งนี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ “หม่าถงเอามาอีก ฉันอยากกินจนเมาหลับไปเลยไม่อยากจะคิดอะไรทั้งนั้น”“ท่านนายพลจะให้ผมตรวจสอบมั้ยครับว่าเกิดเรื่องนั้นขึ้นได้อย่างไร อาจจะพออธิบายกับคุณหลี่เหมยได้ ”“ไม่ ! ต่อให้ตรวจสอบและรู้ว่าเป็นแผนของคุณแม่กับเสี่ยวลี่ทุกอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพราะฉันนอนกับเสี่ยวลี่ไปแล้วจริง ๆ เอาเหล้ามาอีก เอามาจนกว่าฉันจะเมาจนสลบไป หากฉันไม่ตื่นมาเลยคงจะดีไม่น้อย ฉันไม่อยากจะเผชิญหน้ากับหลี่เหมยเลย กลัวกลัวว่าฉันจะไม่อยากปล่อยเธอไป กลัวจะดึงรั้นเธอเอาไว้ในอ้อมกอด หรือฉันจะพาเธอหนีไปอยู่ที่อื่นกักขังเธอเอาไว้ให้อยู่ข้างกายฉันตลอดไป ”“นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีครับ อย่าทำร้ายจิตใจคุณหลี่เหมยไปมากกว่านี้อีกเลย หากคุณรักเธอผมว่าปล่อยเธอไปอย่างที่เธอต้องการจะดีกว่า” พูดจบหม่าถงเดินออกไปจากบ้านพักที่ป้าห







