LOGINหลี่เหมยเดินออกจากบ้านตระกูลเฟิ่งสูดลมหายใจสายตามองไปด้านหน้า การเดินทางของเธอได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าไม่เคยจะไปที่ไหนตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็ไม่เคยกลัวว่าจะลำบาก สองเท้าเดินบนถนนด้วยความตั้งใจมือเรียวลูบที่หน้าท้องพูดกับลูกน้อยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ต่อจากนี้แม่จะเป็นแม่ที่ดีที่สุดและจะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีชีวิตที่สุขสบายไม่ให้พบคนตระกูลเฟิ่งอีก เธอเดินมาจนถึงป้ายรถประจำทางไม่นานรถประจำทางเที่ยวสุดท้ายของวันนี้ก็มาถึง
ซูหลี่เหมยเคยได้ยินมาจากป้าหลินว่าหมู่บ้านหลิงหลานอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่มีโรงงานมากมายที่เปิดรับสมัครคนงาน มีงานมากมายให้ผู้คนไปสมัครและเลือกทำ ซูหลี่เหมยจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปอยู่หมู่บ้านหลิงหลานหางานทำเพื่อดำรงชีวิตต่อจากนี้
มาถึงหมู่บ้านหลิงหลานท้องฟ้าก็มืดสลัว เธอถือกระเป๋าใบน้อยเดินหาที่พักสำหรับวันนี้เอาไว้รุ่งเช้าเธอจะหาที่พักรายเดือน ระหว่างที่หาที่พักอยู่นั้นท้องของเธอก็เกิดร้องประท้วงด้วยความหิวสายตาเหลือบไปเห็นร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างทางจึงเลือกที่จะเข้าไปกินข้าวเสียก่อน
“หิวแล้วสินะตั้งแต่มีตัวน้อยอยู่ในท้องทำให้หิวมากกว่าเดิมสินะ เอาล่ะไปหาอะไรกินกันเถอะ”
“เชิญด้านในเลยแม่หนู ที่ร้านของเรามีอาหารมากมายต้องการอะไรสั่งได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับอย่างเป็นมิตรใบหน้ายิ้มแย้ม
“ฉันขอเป็นข้าวและกับข้าวสองอย่างค่ะ ไม่เอาของที่มีเครื่องเทศกลิ่นแรงนะคะ”
“ได้เลย ๆ เข้ามานั่งก่อนนะ” ร่างเล็กตามหลังคุณป้าเข้าไปนั่งเก้าอี้ที่เธอผายมือให้เข้าไปนั่ง ไม่นานนักอาหารก็มาตั้งอยู่ต่อหน้า หลี่เหมยนั่งกินข้าวเย็นกวาดสายตาสังเกตบริเวณร้านและบริเวณใกล้เคียง
“แม่หนูจะเดินทางไปที่ไหนหรือ หรือว่ามาหางานทำคงมาจากชนบทสินะ ใบหน้างดงามไร้การแต่งเติมเพียงมองก็ดูออกช่างหายากจริง ๆ หญิงสาวที่งดงามธรรมชาติ” คุณป้าเจ้าของร้านเห็นกระเป๋าเสื้อผห้าของหลี่เหมยก็พอมองออกว่าเธอคงมาหางานทำ
“ใช่ค่ะ ฉันยังไม่เคยมาที่นี่ยังไม่รู้ว่าต้องหาที่พักที่ไหนคุณป้าพอรู้จักบ้านพักมั้ยคะ”“หนูมาถูกที่แล้วล่ะ ห่างจากที่นี่ไปไม่เกินห้าร้อยเมตรจะพบอพาร์ทเม้นท์ใกล้ ๆ ราคาไม่แพงมากนักแต่น่าอยู่มาก ๆ สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงานใหม่ ลองไปดูนะส่วนงานลองสมัครดูว่าหนูชอบงานแบบไหน”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” หลี่เหมยสบายใจขึ้นมาไม่น้อยเพราะคิดว่าคืนนี้ตัวเองจะได้นอนข้างถนนเสียแล้ว หลังจากกินอิ่มคุณป้าใจดีพาเธอไปที่อพาร์ทเม้นท์ที่พูดถึงเมื่อครู่
“อาจาง อาจางฉันพาลูกค้ามาให้อยู่หรือเปล่า” คุณป้าตะโกนเรียกอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์พักใหญ่ ชายร่างสูงโปร่งเดินออกมาขานรับทันที
“อยู่ครับ ผมอยู่นี่คุณป้าใจร้อนยิ่งกว่าวัยรุ่นเสียอีกนะครับ” น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยออกมาพลางยิ้มกริ่มเพราะเขากับคุณป้าสนิทสนมกันและเขาก็เป็นคนที่อัธยาศัยดีกับทุกคนในพื้นที่ต่างก็ชื่นชอบ สายตาของเขาหันมาสบตาผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คุณป้าครานั้นราวกับว่าทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวแม้กระทั่งตัวของเขาที่ชะงักหยุดนิ่งจ้องมอง หลี่เหมยสายตาแทบไม่กระพริบ
“ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดไปทั่วแล้ว จะไม่ให้ใจร้อนได้อย่างไรแม่หนูคนนี้ต้องการห้องพักพอจะมีห้องว่างหรือเปล่า อ้าว! จ้องมองตาไม่กระพริบเลยนะ แม่หนูคนนี้ก็สวยจริง ๆ ขนาดฉันยังชอบเลย ฮึ ฮึ”
“คุณป้าเลิกล้อผมได้แล้วครับ ตอนนี้เหลือห้องว่างอยู่ห้องหนึ่งพอดี ต้องการเข้าไปดูก่อนมั้ยครับ” จางจิ้นฟงเขินอายเมื่อถูกคุณป้าจับได้รีบเก็บอาการของตัวเองและทำหน้าที่เจ้าของห้องพักอย่างมืออาชีพ
“ค่ะ แต่ว่าฉันขอห้องว่างไม่ต้องใหญ่มากนะคะ ไม่ต้องมีของใช้ในห้องก็ได้ ขอเป็นราคาที่ถูกที่สุด”
“มาเถอะครับ ห้องพักของผมถูกที่สุดในย่านนี้แล้ว คุณป้าขอบคุณนะครับที่พาลูกค้ามาให้ผม” หลี่เหมยรู้สึกระแวงชายแปลกหน้าคนนี้และไม่่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่นักแต่ตอนนี้เมื่อมองออกไปก็ยากที่จะหาที่พักเธออยากจะนอนพักแล้วแค่คืนเดียวคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น จิ้นฟงพาหลี่เหมยเดินมาจนถึงห้องพักห้องสุดท้ายริมสุดของห้องพักของเขา เขาเปิดประตูให้หลี่เหมยเข้าไปด้านใน ส่วนเขาเว้นระยะห่างเพราะสังเกตเห็นสีหน้าของเธอที่ไม่สบายใจและระแวงในตัวเขา เขาไม่อยากให้เธอกลัวและอยากให้เธอพักอยู่ที่นี่เขายอมรับเลยว่าเขาถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เข้าแล้ว
“เชิญเข้าไปเดินดูในห้องก่อนนะครับพอจะอยู่ได้มั้ย ราคาห้องพักที่นี่อยู่ที่ย่อมเยาราคาเพียงแค่ 300 หยวนต่อเดือนแต่ว่าตอนนี้มีส่วนลดถ้าคุณอยากพักที่นี่เราลดให้เหลือเพียง 200 หยวนต่อเดือน” หลี่เหมยเริ่มคำนวณเงินที่อยู่ในกระเป๋าตอนนี้เธอได้เงินออกมาจากบ้านเฟิ่งไม่ถึง 2000 หยวนกว่าจะหางานได้และกว่าจะได้รับเงินเดือนเธอจะต้องประหยัด ห้องนี่ก็ไม่ได้แย่มีของใช้ครบครันแถมยังใหญ่มากกว่าที่จะอยู่คนเดียวถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป อีกอย่างที่นี่อยู่ใกล้โรงงานหลายแห่ง เธอจึงตัดสินใจจะเช่าที่นี่
“ตกลงค่ะ ฉันจะเช่าที่นี่”
“ไม่ต้องห่วงความปลอดภัยนะครับ ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับผมจะได้ทำสัญญาเช่าให้ไว้ถือคนละฉบับ ส่วนผมชื่อว่าจางจิ้นฟง เรียกจิ้นฟงก็นะครับ”
“ฉันชื่อซูหลี่เหมยค่ะ”
“ครับอย่างนั้นขอให้คุณพักผ่อนในค่ำคืนที่เหน็ดเหนื่อยอย่างสบายนะครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะมาหาคุณที่หน้าห้องพร้อมเอกสารการเช่าที่นี่ คุณซูหลี่เหมยนี่ครับกุญแจห้อง” จิ้นฟงยิ้มระรื่นอย่างดีใจที่เธอตัดสินใจอยู่ที่นี่เขาไม่ได้มีส่วนลดให้คนอื่นเพียงแต่เขาอยากให้เธออยู่ที่นี่จึงลดราคาให้เป็นพิเศษ หลี่เหมยยิ้มบาง ๆ ต้อนรับยื่นมือไปรับกุญแจจากเขาท่าทางยังคงหวาดกลัวและไม่เชื่อใจเขา เมื่อได้รับกุญแจจิ้นฟงเดินจากไปเธอจึงเดินเข้าห้องล็อคประตูลงกลอนแน่นหนาวางกระเป๋าลงบนเตียงนอนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ตอนนี้เธอได้ออกมาจากบ้านตระกูลเฟิ่ง แต่ทว่าจู่ ๆ เธอกลับรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ
“หึ รักฉันแต่ไม่แม้จะเดินตามออกมาง้อสักนิด ดีแล้วล่ะหลี่เหมยที่เธอตัดสินใจหย่ากับเขาได้ ไม่มีเขาฉันสามารถเลี้ยงลูกด้วยตัวของฉันเองแม้จะทุกข์ยากแค่ไหนฉันจะไม่ไปขอร้องอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากเขาแน่นอน ป่านนี้คงดีใจจนเนื้อตัวสั่นที่จะได้ครองรักกับภรรยาใหม่ที่แม่หาไว้ให้ ตอนนี้ถึงเวลาตัดใจเสียทีและเริ่มต้นชีวิตใหม่” หลี่เหมยจิตใจเริ่มเข้มแข็งชีวิตต่อจากนี้ของเธอมีเพียงแต่เธอกับลูกในท้องเท่านั้นไม่ไปคิดถึงผู้ชายอย่างเฟิ่งเจี้ยนเฉินอีกเด็ดขาด
ตอนที่ 26 ตะวันขึ้นใหม่ในทุก ๆ เช้าบ้านตระกูลเฟิ่ง หลังจากหย่ากับหลี่เหมยสามวัน เขาก็ได้เขาพิธีแต่งงานกับเสี่ยวลี่อย่างเรียบง่าย ตอนนี้เสี่ยวลี่เผยธาตุแท้ให้ทุกคนในบ้านได้เห็น จนแม่เฟิ่งเอือมระอาสาวใช้พากันลาออกกันทีละคน จนตอนนี้ในบ้านเปลี่ยนสาวใช้หลายสิบคนภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ในแต่ละวันมีแต่เรื่องวุ่นวายทำให้แม่เฟิ่งแทบไม่มีความสุขไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเมื่อก่อน ทุกข์ระทมจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ เจี้ยนเฉินลาออกจากตำแหน่งนายพลวัน ๆ เอาแต่คลุกตัวอยู่ในห้อง ดื่มเหล้าจนกลายเป็นคนติดเหล้าและพร่ำเพ้อคิดถึงแต่หลี่เหมยทุก ๆ วัน“นี่คงเป็นเวรกรรมที่ฉันได้ทำกับหลี่เหมยสินะ บ้านตระกูลเฟิ่งที่เคยร่ำรวยรุ่งเรือง กลายเป็นบ้านที่มีเรื่องวุ่นวายไม่มีความสุข มีเงินมากเท่าไหร่ก็ถูกเสี่ยวลี่ผลาญไปจนเกือบจะหมด เป็นเพราะฉันแท้ ๆ คำพูดของหลี่เหมยที่บอกฉันไม่มีสิ่งไหนเลยที่เธอพูดผิด ตอนนี้ฉันสำนึกแล้ว ฉันไม่น่าเลย ไม่น่าละทิ้งเพชรเพื่อคว้าก้อนกรวดเข้าบ้านเลย”“บ่นอะไรอยู่คนเดียวคะ คุณแม่ฉันสั่งโต๊ะกินข้าวมาใหม่ไม่นานคงเข้ามาส่ง คุณแม่จัดการจ่ายให้ด้วยนะคะ ตัวเก่ามันโบราณเกินไปไม่เข้ายุคสมัย ฉันเอาออ
ตอนที่ 25 ชีวิตใหม่หัวใจของหลี่เหมยเต้นแรงระรัว สองเท้าก้าวเข้ามาในศาลกว้างใหญ่ พร้อมกับทนายคนเมื่อวานวันนี้มีป้าหลินมาคอยยืนเคียงข้างเธอเพื่อเป็นพยานฟ้องหย่าในครั้งนี้ด้วย ไม่นานคนตระกูลเฟิ่งก็เดินเข้ามาด้านใน หลี่เหมยไม่มองแม้เพียงหางตา เมื่อทุกฝ่ายมาครบผู้พิพากษาก็เดินเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ เอ่ยคำเปิดศาลและฟังทนายของแต่ละฝั่ง โดยให้ฝ่ายหลี่เหมยเป็นคนร้องทุกข์ก่อน และให้ฝ่ายของเจี้ยนเฉินแย้งคำพูดของทนายทว่าฝ่ายของเจี้ยนเฉินน้อมรับทุกคำขอของหลี่เหมยทุกอย่างไม่ว่าเธอต้องการเรียกร้องอะไร จนกระทั่งทนายเอ่ยฟ้องชู้ของสามี เสี่ยวลี่ร้อนรนด้วยความตกใจ เพราะไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ ที่หลี่เหมยเป็นคนเรียกร้อง“ศาลที่เคารพฉันขอแย้งค่ะ เรื่องการฟ้องหย่าใช่ว่าฉันจะเต็มใจเรื่องที่ฉันนอนกับเฟิ่งเจี้ยนเฉินและเราพึ่งจะพลาดนอนด้วยกันเพียงแค่ครั้งเดียว ทำไมถึงได้เรียกร้องมากมายขนาดนี้ อีกอย่างฉันเองก็เป็นผู้ถูกกระทำ เพราะเฟิ่งเจี้ยนเฉินนะคะ”“เสี่ยวลี่เธอพูดเรื่องอะไร ต้องการอับอายไปถึงเมื่อไหร่แค่นี้ยังอายไม่พอหรือไง” แม่เฟิ่งกุมขมับปวดหัวกับสิ่งที่เสี่ยวลี่พูดออกไปต่อหน้าทุกคนอย่างไม่อายปากแม้
ตอนที่ 24 ฟ้องหย่า บ้านตระกูลเฟิ่ง ตั้งแต่เกิดเรื่องแม่เฟิ่งก็เปลี่ยนไปจากเดิม เธอไปหาหลี่เหมยที่โรงพยาบาลแต่ไม่กล้าเข้าไปเยี่ยมเพียงแค่ถามอาการจากพยาบาลเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเธอจัดการจ่ายให้หลี่เหมยทั้งหมดและฝากให้พยาบาลดูแลเธอเป็นอย่างดี ใบหน้าของแม่เฟิ่งหม่นหมองจนเห็นได้ชัด เธอกำลังกลับบ้านหลังจากจ่ายเงินค่ารักษาตัวของหลี่เหมย เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังต้องหยุดเท้าชะงักหันไปมอง“คุณนายมาทำอะไรที่นี่คะ หรือว่ามาเยี่ยมคุณหลี่เหมย”ป้าหลินกำลังเดินกลับจากซื้อของใช้ให้หลี่เหมยเห็นด้านหลังคุ้นๆ เหมือนคุณผู้หญิงคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงรีบสาวเท้าเดินเร็วกว่าเดิมจึงได้รู้ว่าเป็นคุณนายจริง ๆ “ฉันไม่ได้มาเยี่ยมหลี่เหมยหรอก จะเอาหน้าที่ไหนเข้าไปหาเธอกันแล้วนี่เธอก็มาเยี่ยมหลี่เหมยสินะ”“ใช่ค่ะ อย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ” ป้าหลินไม่ได้ถามอะไรต่อเห็นใบหน้าซูมโทรมของนายหญิงเธอคงมีเรื่องให้คิดมากมาย แต่อย่างไรก็ไม่มากเท่าคุณหลี่เหมยที่พบเจอตอนนี้แน่นอน เธอไม่มีความสงสัยและเห็นใจสักนิดเพราะทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของตัวคุณนายเอง แอ้ด ! เสียงประตูเปิดเข้ามาด้านใน หมี่เหมยเปลี่ยน
ตอนที่ 23 ไม่อาจรักษาไว้เวลาผ่านไปพักใหญ่ในห้องฉุกเฉินวุ่นวายพยาบาลเดินไปเดินมา ใจของเจี้ยนเฉินเองไม่สงบสุขกระวนกระวายเป็นห่วงหลี่เหมยจับใจ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเข้ารีบเข้าไปถามทันที“คุณหมอครับภรรยาของผมเป็นอย่างไรบ้าง ลูกของผมยังปลอดภัยดีใช่มั้ยครับ”“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ทางเราไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้ เพราะร่างกายได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงอีกทั้งจิตใจของคุณหลี่เหมยก็ได้รับการกระทบกระเทือน เราทำเต็มที่แล้วตอนนี้คุณหลี่เหมยพ้นขีดอันตรายต้องนอนให้เลือดและดูอาการอีกสักระยะครับ” สิ้นคำพูดของหมอเหมือนแสงสว่างที่เคยเจิดจ้ามืดสนิท หูของเจี้ยนเฉินอื้ออึงไปหมด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนหม่าถงยืนอยู่ใกล้ ๆ ต้องมาประคองให้นั่งลงที่เก้าอี้“หม่าถงฉันได้ยินผิดไปใช่มั้ย? บอกฉันทีว่าฉันได้ยินผิดไป หรือว่านี่คือความฝัน มันเป็นฝันร้ายช่วยปลุกฉันให้ตื่นเสียที”“ผมเสียใจด้วยนะครับ” หม่าถงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาย้ำให้เจี้ยนเฉินรู้สิ่งที่เขาได้ยินมันคือความจริงมิใช่ฝันร้าย ป้าหลินเดินทางมาที่โรงพยาบาลรู้อาการของหลี่เหมยตอนนี้จึงอาสาที่จะอยู่เฝ้าหลี่เหมยเอง อย่างไรต้องมีคนคอยดูแลยิ่
ตอนที่ 22 จบสิ้นทุกอย่าง“เจี้ยนเฉินแม่ขอโทษ แม่ขอโทษ” แม่เฟิ่งทรุดตัวลงกับพื้นน้ำตาไหลอาบแก้ม เจี้ยนเฉินหันไปถามหลี่เหมยด้วยความเป็นห่วง“หลี่เหมยเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“ฉันไม่เจ็บนักหรอก ในเมื่อคุณมาแล้วก็ดีฉันจะออกไปอยู่ที่อื่น คุณจัดการเรื่องที่บ้านเสร็จแล้วอีก 2 วันมาพบกันที่อำเภอ” เจี้ยนเฉินไม่อยากเธอจากเขาไปทั้งแบบนี้ เขาทรุดตัวลงกับพื้นกอดขาของเธอเอาไว้แน่นอ้อนวอนเธอด้วยความรักที่เขามีต่อเธอทั้งหมด“หลี่เหมยขอร้องล่ะ อย่าไปจากฉันเลยนะ ฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ ฉันยอมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือหน้าตาทางสังคมขอเพียงแค่เธอยอมให้อภัยยกโทษให้ฉัน ฉันจะละทิ้งทุกอย่างไปใช้ชีวิตอย่างที่เราเคยคาดหวังเอาไว้ ได้โปรดคิดทบทวนอีกครั้งได้มั้ย” หลี่เหมยเคล้นหัวเราะออกมาอย่างขบขันนี่นะหรือเจี้ยนเฉินนายพลผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้กำลังอ้อนวอนขอให้เธอให้อภัย ไม่ต่างจากเธอชาติที่แล้วเธออ้อนวอนแทบก้มลงแนบเท้าของเขาให้เขาฟังเธออธิบายแต่เขาให้เธอเพียงความเย็นชาและคำพูดตัดขาดเยื่อใย ครั้งนี้เธอจะทำให้ได้เหมือนเขาบ้างแม้จะรักเขามากเพียงใด แต่ตอนนี้เธอขอรักตัวเองและลูกจะดีกว่า“หยุดเถอะ เอามือออกจากขาของฉั
ตอนที่ 21 ไม่สมควรเป็นแม่คนฝั่งด้านเจี้ยนเฉิน หลังจากที่หม่าถงพาตัวออกมาเขาก็นั่งดื่มเฝ้าคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในใจคิดว่ามันเป็นความผิดของเขาเองและเป็นความผิดของคุณแม่ เขาไม่อยากจะปล่อยมือจากหลี่เหมยไปเลย แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่ทีหนทางที่จะยื้อเธอเอาไว้ ความผิดครั้งนี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ “หม่าถงเอามาอีก ฉันอยากกินจนเมาหลับไปเลยไม่อยากจะคิดอะไรทั้งนั้น”“ท่านนายพลจะให้ผมตรวจสอบมั้ยครับว่าเกิดเรื่องนั้นขึ้นได้อย่างไร อาจจะพออธิบายกับคุณหลี่เหมยได้ ”“ไม่ ! ต่อให้ตรวจสอบและรู้ว่าเป็นแผนของคุณแม่กับเสี่ยวลี่ทุกอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพราะฉันนอนกับเสี่ยวลี่ไปแล้วจริง ๆ เอาเหล้ามาอีก เอามาจนกว่าฉันจะเมาจนสลบไป หากฉันไม่ตื่นมาเลยคงจะดีไม่น้อย ฉันไม่อยากจะเผชิญหน้ากับหลี่เหมยเลย กลัวกลัวว่าฉันจะไม่อยากปล่อยเธอไป กลัวจะดึงรั้นเธอเอาไว้ในอ้อมกอด หรือฉันจะพาเธอหนีไปอยู่ที่อื่นกักขังเธอเอาไว้ให้อยู่ข้างกายฉันตลอดไป ”“นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีครับ อย่าทำร้ายจิตใจคุณหลี่เหมยไปมากกว่านี้อีกเลย หากคุณรักเธอผมว่าปล่อยเธอไปอย่างที่เธอต้องการจะดีกว่า” พูดจบหม่าถงเดินออกไปจากบ้านพักที่ป้าห







