LOGIN'กู๋ฟูฮวน'ที่ตอนนี้เป็น'หวังเจอเยียน'นอนพักรักษาตัวที่บ้านถังจนอาการดีขึ้น แต่ชายหนุ่งก็ยังไม่คิดที่จะไปจากที่นี้ส่วนหนึ่งเพราะเขารู้ว่าบ้านนี้มีแค่3พี่น้องที่เป็นสตรี จึงไม่กล้าจากไปแล้วปล่อยให้พวกนางอยู่กันเอง เขาอยู่ช่วยงานที่บ้านทุกอย่างทั้งหาฟืนผ่าฟืน ไปจนถึงล่าสัตว์ และอีกเหตุผลคือเขาไม่รู้จะไปไหน เขาข้ามมาอยู่ในภพที่ไม่รู้จัก ทุกอย่างแปลกไปหมดสำหรับเขา
"พี่เจอเยียนไม่ต้องทำทุกอย่างขนาดนั้นก็ได้เจ้าคะ ท่านไม่ใช่คนงานนะเจ้าคะ"ไป๋เฟิ่งอุ้มไป๋หย่างนำน้ำดื่มมาให้ชายหนุ่มดื่ม "งานแค่นี้เอง ตอนอยู่บ้านข้าก็ทำเป็นประจำ ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย"พูดแล้วก็ดื่มน้ำที่หญิงสาวยื่นมาให้ "เดี๋ยวข้าจะเข้าป่าไปดูที่วางกับดักเสียหน่อย เผื่อจะได้สัตว์เอาไปขายในเมือง" เขาเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้เกือบ2เดือนแล้ว จนชาวบ้านเริ่มพูดเรื่องที่มีบุรุษมาอาศัยอยู่บ้านพี่น้องถัง แรกๆก็อาจไม่มีอะไร แต่หลังๆเริ่มมีชาวบ้านมองบ้านถังแปลกๆ ไป๋เสวียงไม่คิดสนใจ การทีมีบุรุษเข้ามาอยู่ในบ้านทำให้บ้านพวกนางปลอดภัยในระดับหนึ่ง เมื่อผ่าฟืนเสร็จหวังเจอเยียนก็หยิบธนูคู่ใจที่ได้จากไป๋เสวียนเดินเข้าป่า นางให้เขาไว้ติดตัวเมื่อเห็นเขาเข้าป่าไปบ่อยครั้ง 'กู๋ฟูฮวน'ที่ตอนนี้เป็น'หวังเจอเยียน'ก็เตรียมตัวเข้าป่าไปดูกับดักสัตว์ที่เขาวางไว้ ใช้เวลาไม่นานเขาก็เข้ามาในป่าลึก ชายหนุ่มใช้ชีวิตปรับตัวได้ง่ายเพราะปกติก็ชอบเข้าป่าขึ้นเขาไปตั้งแคมป์ เพียงแต่เขาไม่เคยล่าสัตว์เท่านั้นเอง และเขายังได้รู้ความลับอีกอย่างคือ บ้านของเขาในภพก่อนเขาสามารถเข้าออกได้ แถมยังนำของออกมาได้อีกด้วย แต่พอลองเปิดออกไปนอกระเบียงกลับมีแค่หมอกมองอย่างอื่นไม่เห็น พอเปิดประตูออกนอกห้องก็เห็นแค่ทางเดินและหมอกเท่านั้น เลยสรุปได้ว่าเขาสามารถเข้าออกห้องตัวเองได้แต่ไม่สามารถไปที่อื่นได้ ในขนาดที่หวังเจอเยียนกำลังตรวจกับดักเขาก็ได้ยินเสียงสัตว์ป่าอยู่ไม่ไกล เขาจึงตั้งใจฟังเพื่อเตรียมรับมือ และเขาก็เห็นหมูป่าหนุ่มตัวเขื่องกำลังเดินวนไปวนมาเพื่อหาของกิน ชายหนุ่มไม่รอช้าหาที่หลบก่อนจะดูว่ามีตัวอื่นอีกมั้ย พอเห็นมีแค่หมูป่าหนุ่มตัวเดียวเลยง้างธนูเพื่อเตรียมยิง "ฟิ้วววว...ฉึก" "อู๊ดดดด"ธนูยิงโดนคอหมูป่าเต็มๆ แต่มันยังไม่ตาย หวังเจอเยียนจึงยิงไปอีกดอกตรงเข้าตาซ้ายมันเต็มๆจนมันล้มลงแล้วแนนิิ่งไป ชายหนุ่มทั้งตื่นเต้นและระทึงในเวลาเดียวกัน เย็นนี้ที่บ้านมีเนื้อสัตว์กินแล้ว นี้เป็นครั้งแรกที่เขาล่าสัตว์ใหญ่ได้ มันรู้สึกดีแปลกๆ ในยุคที่สามารถล่าสัตว์อะไรก็ได้ หวังเจอเยียนแบกหมูป่าตัวเขื่องออกมาจากป่า ชาวบ้านต่างเห็นว่าเขาแบกหมูป่าออกมาก็พากันมอง แต่เขาไม่คิดสนใจ "พี่เจอเยียนกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ"ไป๋เฟิ่งที่พาไป๋หย่างออกมาเดินเล่นเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับมาก็ยิ้มตอนรับ "ว้าวววว พี่ล่าหมูป่าได้ด้วย " "เย็นนี้บ้านเรามีเนื้อกินกันแล้วนะ"ปกติก็ได้กินบ้างแต่ส่วนใหญ่จะเป็นกระต่ายหรือไม่ก็ไก่ป่า แต่วันนี้พี่เจอเยียนล่าหมูป่ามา นางรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก "เดี๋ยวข้าจะชำแหละให้นะ แล้วพี่ไป๋เสวียนไปไหนละ" "พี่ใหญ่ไปเกี่ยวหญ้าให้สัตว์นะเจ้าคะ " "อ้ะๆ"ไป๋หย่างที่เห็นเจอเยียนก็โถมตัวจะให้ชายหนุ่มอุ้ม "หย่างเอ๋ออยากให้อุ้มหรือ?แต่ตัวข้ามีกลิ่นคาวจากเลือดหมูป่า ไว้ชำแหละเสร็จแล้วพี่ไปอาบน้ำแล้วมาเล่นกับเจ้านะ"ไป๋หย่างฟังไม่รู้เรื่องแต่พอชายหนุ่มมาใกล้ๆก็ได้กลิ่นคาวหนูน้อยจึงหันหน้าหนีไม่ให้อุ้ม "555..รังเกียจกันสะแล้ว" "นี้เจ้าล่าหมูป่าได้หรือ?"ไป๋เสวียนที่กลับมาจากตัดหญ้าให้สัตว์ก็เห็นหมูป่านอนอยู่กลางลานบ้าน "ข้าเห็นมันกำลังหาของกินอยู่เลยยิงมันกลับมานะขอรับ "ด้วยในภพนี้เขามีอายุแค่16หนาวซึ้งอายุน้อยกว่าสาวตรงหน้าจึงต้องเรีียกอีกฝ่ายว่าพี่ "เดี๋ยวข้าจะช่วยพี่เจอเยียนชำแหละหมูป่า พี่ใหญ่เลี้ยงหย่างเอ๋อให้หน่อยเจ้าคะ" "ได้ๆ..เดี๋ยวพี่เอารถม้ากับหญ้าไปเก็บก่อน รอเดี๋ยวนะ" ส่วนเจอเยียนก็เริ่มการชำแหละ ดีว่าร่างเดิมเคยผ่านการชำแหละเนื้อสัตว์มาก่อนเขาถึงสามารถทำได้ "เดี๋ยวหัวหมูต้มแล้วเลาะเอาแต่เนื้อเพื่อเอามาทอดแล้วใส่ไหไว้ ส่วนเครื่องในเดี๋ยวข้าจัดการเองเจ้าคะ ท่านชำแหละเนื้อกับซี่โครงได้เลย เครื่องปรุงเรามีพอมั้ยนะ "ไป๋เฟิ่งทำไปก็คำนวนไป เจอเยียนเห็นนางลงมือทำพร้อมแยกส่วนต่างๆไว้ ไป๋เฟิ่งทำอย่างชำนาน นางแยกเครื่องในไว้แล้วมาทำเนื้อหมูก่อน ตัดหมูสามชันเป็นเส้นหนาๆแล้วหมักเครื่องเทศไว้ เนื้อหมูกับซี่โครงก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ซี่โครงนางให้เจอเยียนสับเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วจึงหมักไวก่อน ส่วนเครื่องในนางก็เอาไปล้างทำความสะอาดจนหมดกลิ่นคาวแล้วถึงมาเตรียมเครื่องเทศใส่ลงไปในเครื่องใน เจอเยียนเห็นก็ทึ่งในความสามารถของสาวน้อยวัยเพิ่งปักปิ่น นางทำด้วยความชำนาญ เนื้อสัตว์นางก็ใช้เขาสับแล้วปรุงเครื่องเทศก่อนจะนำส่วนผสมมาใส่ในใส้หมูเพื่อทำเป็นใส้กรอกหมู ส่วนซี่โครงที่หมักก็เอามาค่อยๆใส่ในใส้หมูเช่นกัน เขาไม่เคยเห็นการถนอมอาหารแบบนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะสั่งกินเพราะอยู่ในเมืองใหญ่อาหารพื้นบ้านเช่นนี้เขาจึงไม่ค่อยรู้จัก ไป๋เสวียนที่เข้าไปกล่อมไป๋หย่างจนหลับก็ออกมาช่วยน้องสาวกับชายหนุ่ม แต่พอออกมาน้องสาวก็ทำเสร็จพอดี "เดี๋ยวพี่เจอเยียนไปหาใบสนมาให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะรมควันอาหารเจ้าคะ" หวังเจอเยียนเลยออกไปหาใบสนมาให้แม่ครัว ส่วนไป๋เฟิ่งก็จุดเตาเพื่อเตรียมทอดหมูไว้ใส่ไหเพื่อถนอมอาหาร "เจ้านี้เป็นงานครัวทุกอย่างเลยนะ ใครได้ไปเป็นภรรยาถือเป็นวาสนาโดยแท้ " "พี่ใหญ่ก็พูดไป เรื่องถนอมอาหารท่านเก่งกว่าข้าอีกเจ้าคะ "นางก็เรียนรู้มาจากพี่ใหญ่และมารดาทั้งนั้น ไป๋เสวียนไม่เถียงเพราะไม่รู้ว่าร่างเดิมเก่งอะไรบ้าง แต่ไม่ใช้นาง นางเป็นถึงคุณหนูในจวนใหญ่ไหนเลยจะต้องมาทำงานพวกนี้ด้วย ไป๋เฟิ่งทอดหมูและขาหมูเสร็จก็เอาใส่ไว้ในไห เพื่อรอให้เย็นลงตัวไขมันจะทำหน้าที่ถนอมอาหารให้เอง ส่วนพวกหมูสามชั่นและใส้กรอกก็เอาไปตากไว้รอใบสนมาสุมอีกที "เรามีพี่เจอเยียนมาอยู่ด้วยก็ดีไปอีกแบบนะเจ้าคะ"ไป๋เฟิ่งพูดไปมือก็ทำไป ไป๋เสวียนรู้สึกว่าน้องสาวนางจะยิ้มมากเป็นพิเศษก็เริ่มคิด นางสาวนางโตเป็นสาวแล้ว อาจถึงเวลาต้องแต่งงาน หวังเจอเยีนนเท่าที่อยู่กันมานางเห็นชายหนุ่มผู้นี้มีความรับผิดชอบ การงานก็ช่วยดี แถมยังไม่มีปัญหาเรื่องแม่สามีอีกด้วย หวังเจอเยียนมาอยู่จนชาวบ้านเริ่มพูดกันไปต่างๆนาๆ นางไม่คิดสนใจ แต่น้องสาวนางนี้สิ อาจเสียหายได้ แต่ยังไงก็ต้องถามเจอเยียนก่อน นางไม่อยากให้น้องสาวเจอชะตากรรมเดียวกับนางในชาติก่อน เจอเยียนนำใบสนมาสุมให้ไป๋เฟิ่งก่อนจะจุดเพื่อให้เกิดควัน เขาค่อยเฝ้าไฟตลอดไม่ให้ลุกไหม้มากเกินไปซึ้งใช้เวลากว่า3ชัวยามไป๋เฟิ่งจึงนำข้าวใส่ถ้วยพร้อมกับมาให้ชายหนุ่ม แล้วคอยช่วยกันดูไฟ ไป๋เสวียนที่ดูทั้งคู่คุยกันก็มองอยู่ห่างๆพร้อมเลี้ยงไป๋หย่างไปด้วย เด็กน้อยวัยกำลังเริ่มคลานเมื่อจับนางนอนลงที่เตียงนางก็พลิกคว่ำแล้วทำท่าจะคลานไปคลานมาจับตุ๊กตาผ้าที่ไป๋เฟิ่งเย็บให้ทั่วเตียงอย่างมีความสุข ไป๋เสวียนเลี้ยงนางอย่างไม่รู้เบื่อ ตกกลางคืนทั้ง3พี่น้องจะนอนอยู่ด้วยกันเพราะอากาศที่ยังมีความเย็นในตอนกลางคืนเลยนอนเตียงเตาอุ่นด้วยกันแถมยังช่วยกันเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ไป๋หย่างที่ถ่ายเบาช่วงกลางดึึง ส่วนหวังเจอเยียนยังคงนอนที่ห้องบิดามารดา ส่วนเสื้อผ้าก็ใส่ของบิดาที่มีเก็บไว้ในตู้ ตั้งแต่ที่เจอเยียนมาอยู่ด้วย หน้าที่หาบน้ำผ่าฟืนหรืองานอะไรที่หนักๆจะเป็นหน้าที่ชายหนุ่มหมด ชายหนุ่มทำด้วยความเต็มใจเพราะถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว อย่างตอนนี้ที่ค่ำแล้วแต่ชายหนุ่มก็ช่วยไป๋เฟิ่งเฝ้าอาหารที่สุมไฟไว้ "ได้ที่แล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวเราเอาเข้าไปเก็บในห้องเสบียงกันดีกว่าเจ้าคะพี่เจอเยียน" "จริงๆเราปีเดียวกัน ทำไมเจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่เจอเยียนด้วย" "ใครบอกละเจ้าคะ ข้า15หนาวกับอีก7เดือนส่วนท่านถึงจะอายุ16แต่ชอบทำตัวเป็นตาแก่"พอได้ยินเด็กสาวพูดเช่นนั้นเขาเลยพูดไม่ออก ในชาติเดิมเขาอายุ25แต่ชาตินี้ต้องมาอายุ16มันก็แปลกๆอยู่นะ เมื่อนำอาหารที่รมควันมาเก็บจนหมด ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน "มีคนช่วยก็ดีไปอีกแบบนะ ถ้ามีแค่ข้ากับเจ้า ไหนจะหย่างเอ๋ออีก"ไป๋เสวียนเอ่ยขึ้นเมื่อน้องสาวเข้ามาในห้อง "ถ้ามีแค่พวกเราไหนเลยจะมีหมูป่าเจ้าคะ อิอิ" "ก็จริง555" "ไหนคนเก่งของพี่ซนหรือไม่น่า" "อ่ะ.."ไป๋หย่างที่นอนเอาตุ๊กตาเข้าปากก็เอ่ยทักพี่สาว "เดี๋ยวกินนมอีกรอบก็ให้นางนอนได้แล้ว พี่เตรียมไว้แล้ว แต่ให้นางเล่นให้พอใจก่อน" ไป๋เฟิ่งจึงเดินไปหยิบถ้วยนมแพะเตรียมมาป้อนน้องสาว ตอนนี้ไป๋หย่างตัวกลมจากเดิมมากเพราะนางกินนมเก่งมากนางยังนั้งได้แล้วอีกด้วย ตอนนี้นางได้9เดือนแล้วเวลาผ่านไปไวจริง ด้านเจอเยียนเมื่อเข้ามาภายในห้อง ชายหนุ่มก็เข้าไปในคอนโดเมื่ออาบน้ำสระผมแล้วเป่าจนผมแห้งก่อนจะออกมานอนด้านนอก พรุ่งนี้ชายหนุ่มคิดว่าจะลองเข้าเมืองไปร้านฝากเงินเพื่อนำเงินมาเก็็็บคอนโดแทน เขารู้สึกว่าในคอนโดจะปลอดภัยกว่าแถมจะเอาออกมาใช้ก็ง่ายกว่าด้วย แต่ปัญหาคือเขาไม่เคยไปเมืองเจอเจี๋ยมาก่อน หรือเขาจะชวนพี่น้องถังไปด้วยกันดี จะว่าไปทุกครั้งที่นำสัตว์ป่าไปขายก็จะเป็นหน้าที่ของไป๋เสวียนตลอด นางจะบังคับรถม้าไปเองตลอด ส่วนไป๋เฟิ่งจะอยู่ดูแลไป๋หย่าง ส่วนเขาก็คอยทำงานตลอด มีเวลาเขาก็ฝึกยิงธนูเพื่อให้เกิดความชำนาน เขาไม่เคยคิดเข้าไปในเมือง เห็นทีพรุ่งนี้เขาก็ลองชวนพวกนางท่านปู่ของนางเป็นคนเถรตรงและซื่อสัตย์สุจริต แต่กลับเป็นคนโง่งมเรื่องครอบครัว มิดา มารดานางถูกฮูหยินเล็กแอบวางยาจนตายก็ไม่เคยรู้ และพอตนเองจะต้องไปอยู่ชายแดน ก็ยกนางให้ท่านย่าดูแล ท่านย่าก็ยกนางให้ฮูหยินเล็กรับช่วงต่ออีกทีแล้วฮูหยินเล็กก็วางแผนให้มีหมอดูมาทำนายว่าหญิงสาวมีดาวอัปมงคลอาจส่งผลให้แม่ทัพใหญ่เกิดอันตราย ต้องให้นางไปอยู่ไกลๆเพื่อแก้เคล็ด สุดท้ายนางจึงถูกส่งไปอยู่บ้านเดิมของมารดา โดยที่ท่านปู่ไม่เคยรู้ ทุกครั้งที่แม่ทัพเหลินกลับมาฮูหยินผู้เฒ่าก็จะโกหกว่าหลินเหม่ยเย่ไปถือศิลที่อาราม แล้วแม่ทัพเหลินก็ไม่คิดสงสัย เขาไว้ใจภรรยามากเชื่อมั่นในตัวนางตลอดเหลินเหม่ยเย่ได้แต่กลอกตามองบน เมื่อทำพิธีคารวะผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจบ นางก็ดินออกมาขึ้นเกี้ยวที่สร้างอย่างสวยงาม นางขึ้นนั้งบนเกี้ยว ตลอดทางจากจวนตระกูลเหลินถึงวังหลวง ชาวบ้านต่างยืนเต็มสองข้างทาง เพื่อรอชมมารดาของแผนดิน นางนั้งหลังตรงยิ้มน้อยๆไปตลอดทางจนมาถึงวังหลวงก็ถึงพิธีหน้าประตูดีว่านางจำขั้นตอนได้หมดจึงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แล้วเกี้ยวเจ้าสาวก็ผ่านประตูวังเข้าไปพอถึงพิธีที่ฝาบาทต้องเดินมารับเจ้าสาว หญิงสาวก็ใช้โอกาสนั้นแอบมองเ
"จับองค์รัชทายาทแต่งงานด้วยไงละ อุ๊ยย...ท่านอย่าบอกใครนะ ไม่เช่นนั้นหัวข้าคงยากจะรักษาให้คงอยู่บนบ่าได้""หึหึ..แล้วเจ้ามั่นใจได้เช่นไรว่าพระองค์จะแต่งให้เจ้า"สตรีผู้นี้แปลกดี พระองค์ไม่เคยเจอคนที่กล้าพูดแบบนี้คำพูดของบุรุษตรงหน้าเหมือนมีน้ำเย็นที่สาดใส่หน้านางทำให้นางได้สติ ใช้สิ นางเป็นใคร ทำไมถึงคิดว่าบุรุษสูงส่งขนาดนั้นจะลดตัวลงมาแต่งงานให้นาง ตอนที่พระองค์รับปากหมอพเนจรก็เพราะบุญคุณ แต่นางไม่มีวิชาแพทย์แล้วจะช่วยเขาได้เช่นไรกัน คงไม่ได้แล้วละ แบบนั้นนางก็ต้องเปลี่ยนแผนใหม่"ท่านพูดก็มีเหตุผล ข้ามันคิดน้อยไปหน่อย เช่นนั้นข้าคงต้องหาทางอื่น""เจ้าเลิกคิดจะแต่งงานกับองค์รัชทายาทแล้วหรือ""อื่อ..คนอย่างข้าต่ำเตียเลี้ยดินเช่นนี้จะเอาความกล้าอะไรไปคิดอยากกินเนื้อหงส์ แต่งไปก็สร้างแต่ความอับอายให้พระองค์""แล้วเจ้าจะยอมแต่งงานแทนผู้อื่น" "ไม่" หญิงสาวตอบอย่างไม่คิด ชาติที่แล้วนางตายเพราะถูกบ้านสามีรังแกจนเสียชีวิต "ให้เราช่วยมั้ย"เหลินเหม่ยเย่มองบุรุษตรงหน้าก่อนจะพูดออกมาตามตรง"ข้าบอกตามตรง นายท่านดูเช่นไรก็เป็นคนมั่งมี แต่ตัวข้านั้นแม้ปิ่นปักผมยังต้องใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นปิ่น แต่งไปท่
เมื่อจัดการเรียบร้อยองค์รัชทายาทก็ขึ้นครองราชย์ และจัดพระศพให้ฮองเต้องค์ก่อนและเหล่าสนมร่วมทั้งองค์ชายองค์หญิงให้สมพระเกียรติองค์หญิงเยี่ยนฟางเสด็จกลับเข้าวังเพื่อมาถวายพระพรศพของพระบิดาและมารดา องค์หญิงพอมาเห็นพระศพของทั้งสองพระองค์ก็ร้องไห้จนตาบวม ตลอดชีวิตขององค์หญิงเยี่ยนฟางมีแค่เสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เคยคิดถึงวันที่ไม่มีทั้งสองพระองค์อยู่ข้างตัว ตอนนี้องค์หญิงเหมือนเรือที่ไร้จุดหมาย ไม่มีคนคอยพายพานางไปตามทางตอนแรกการแต่งงานจะถูกเลื่อนเพราะองค์หญิงต้องไว้ทุกข์ให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ แต่เหมือนอดีตฮองเต้เกาจงจะเดาอนาคตออก พระองค์เขียนในราชโองการว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นงานแต่งต้องจัดตามกำหนด เหตุนี้งานต้องขององค์หญิงเยี่ยนฟางกับคุณชายฮวนซีซวนก็ได้จัดขึ้นในอีกหนึ่่งเดือนเลื่อนจากกำหนดเดิมมาครึ่งเดือนเพราะเหตุองค์ชายใหญ่ก่อกบฏนางกำนัลทั้งสามและขันทีเสี่ยวจือก็ได้ติดตามองค์หญิงไปสกุลฮวน ในวันแต่งเจ้าสาวไม่มีแม้รอยยิ้ม นางยังทำใจไม่ได้เรื่องเสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เข้าใจทำไมเสด็จพ่อถึงได้เขียนกำชับเรื่องแต่งงานด้วยแต่ถ้าไม่แต่งงาน นางก็ไม่มีที่อยู่ จะให้อยู่ในวังตอนนี้มันก็ไม่ใช่ที่ขอ
เมื่อองค์รัชทายาทเห็นตรามังกร พระองค์ก็พอจะเดาชะตากรรมของเสด็จลุงออก หวังว่าองค์ใหญ่ใหญ่จะไม่อำมหิตอย่างที่ตนหวั่นใจ "สั่งการไป ให้เก็บของ เราจะกลับเมืองหลวง""พะยะคะ""ให้ฝ่ายเสบียงตามไปที่หลังแล้วให้ทหาร1500นายตามเราล้วงหน้าไปก่อน ทุกคนเตรียมอาวุธให้พร้อม" พระองค์มั่นใจว่าระหว่างทางคงมีมือสังหารรอตอนรับอยู่เป็นแนเมื่อทหารพร้อมก็ออกเดินทางโดยมีเสี่ยวจือเดินทางกลับด้วย ที่จวนสกุลฮวน องค์หญิงที่กำลังเป็นห่วงพระบิดาและเสด็จแม่ของตนเอง ได้แต่นั้งให้เสี่ยวฟางแต่งตัวให้"ทรงยิ้มหน่อยสิเพคะองค์หญิง ทำหน้าเช่นนี้ไม่เหมาะกับพระองค์เลยเพคะ"จิ้วเย่วสงสารองค์หญิงน้อยยิ่งนัก "หญิงคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่ เมื่อไรหญิงจะกลับวังได้" นางกำนัลทั้งสามไม่กล้าบอกว่าทั้งสองพระองค์สิ้นพระชนไปแล้วแล้วอยู่ๆเจ้าเสี่ยวฝูก็หูตั้งแล้วกระดิกหาง ฮวนซีซวนเดินเข้ามาพร้อมดอกบัวในสระที่กำลังออกดอกสวยพร้อมส่งกลิ่นหมออ่อนๆออกมา"พี่ซีซวน""กระหม่อมมีดอกบัวมาฝากองค์หญิงพะยะคะ"พร้อมยื่นดอกบัวสีสวยให้คู่หมั่น องค์หญิงพอเห็นคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มเต็มใบหน้า"พาหญิงกลับวังได้มั้ย หญิงคิดถึงเสด็จแม่" ซีซวนมองคู่หมั่นของตนก่อน
เมื่อห่าธนูหยุด คนขององค์ชายใหญ่ก็เข้าไปดู เข้าไปในตำหนักก็เห็นเหล่าองครักษ์ใช้ตัวบังองค์เหนือหัวแลัะพระสนม ก่อนจะออกไปรายงานองค์ชาย "ทูลท่านอ๋อง เหลือฝาบาทและพระสนมพะยะคะ"อ๋องจวิ้นเดินเข้าไปในตำหนักก็เห็นองครักษ์เงาทั้ง15คนและโจกงกงยืนบังรับลูกธนูฮองเต้และสนมเกาจนพรุนไปทั้งตัวส่วนฮองเต้เกาจงกับสนมเกาที่โดนลูกธนูปักตามตัวต่างหายใจรวยริน"เสด็จพ่อ เอาตรามังกรออกมาให้ลูกเถอะพะยะคะ""เ..จ้าจัะม่าย..มีวันได้มั..."องค์เหนือหัวหมดแรงที่จะตรัสออกมา พระองค์จับมือกับสนมเกาที่ตอนนี้นางได้สิ้นใจจากไปแล้วเพราะถูกลูกธนูพุ่งใส่ถึงสองดอก ส่วนฮองเต้เกาจงถูกลูกธนูปักหนึ่งดอก แต่ก็ถูกตำแหน่งสำคัญ พระองค์รู้ตัวว่าคงเหลือเวลาไม่มากแล้ว"ท่านมันลำเอียง บัลลังก์มันครวเป็นของลูก เสด็จพ่อบังคับให้ลูกต้องอำมหิต"องค์ชายใหญ่ตะโกนออกมาอย่างอัดอั้นฮองเต้เกาจงได้แต่มองพระโอรสของตนเองแล้วใจสะท้อน ก่อนจะค่อยๆหลับตาแล้วจากไปในที่สุด"เสด็จพ่อ ท่านบอกมาว่าเอาตรามังกรไว้มั้ย บอกมาเดี๋ยวนี้"องค์ชายใหญ่เาไปเขย่าตัวพระบิดาแล้วตะโกนถามอย่างคนเสียสติ"องค์ชายใหญ่พะยะคะ เย็นพระทัยก่อนพะยะคะ"แต่องค์ชายใหญ่เต๋อหลงตอนนี้เ
เมื่อคุณหนูถังเดินหนีไป แต่ฮวนซีซวนก็ยังไม่พาองค์หญิงน้อยลงจากต้นไม้"หญิงอยากลงแล้ว"นางรู้สึกกลัวที่ต้องนั้งที่สูงๆเช่นนี้ "มีข้าอยู่นี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะตก"ชายหนุ่มให้ความมั่นใจองค์หญิงน้อยมองหน้าคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มออกมา"ท่านรับปากแล้วนะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางรู้มาตลอดว่าตนเองมีคู่หมั่น แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน วันนี้ได้เห็นตัวจริง ช่างเป็นชายหนุ่มที่องอาจ หน้าตาก็งาม "เจ้านี้ถือว่าเป็นของขวัญแรกพบหน้าของเรา "ชายหนุ่มพูดพร้อมหันมามององค์หญิงน้อยหน้าตาจิ้มริ้ม "ขอบคุณพี่ซีซวน"องค์หญิงน้อยกอดเจ้าลูกสุนัขด้วยความเอ็นดู"แต่ต้องรอมันหย่านม่อนนะ เมื่อมันหย่านมแล้วข้าจะให้พระชายานำมันไปส่งให้ในวัง"ทั้งสองนั้งคุยกันจนเจ้าลูกสุนัขร้องเพราะหิวนม ชายหนุ่มถึงพาคู่หมั่นลงจากต้นไม้ หลังจากนั้นเขาก็มักจะมีของมาฝากนางตลอด แต่นี้เงียบไปเลย องค์หญิงนั้งหน้าเศร้า จนได้ยินเสียงที่คุ้นเคย"องค์หญิงเหมาะกับใบหน้าที่สดใสมากกว่านะพะยะคะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางยิ้มด้วยความดีใจ"พี่ซีซวน""ดึกแล้ว ทำไมถึงยังไม่นอน""ท่านแอบเข้าวังมาอีกแล้ว"คู่หมั่นนางมักจะแอบเข้ามาในวังหานาง ถึงจะไม่บ่อย แต่นางก็กลัวว่าว่าคู่หมั







