เข้าสู่ระบบกลุ่มโจรเห็นเป็นเพียงสตรีก็หมายจะจับนางไว้ แต่ไป๋เสวียนกลับใช้อาวุธลับดีดใส่กลุ่มโจร อาวุธลับที่นางทำขึ้นคือไม้ไผ่ที่เหลาให้เป็นขนาดเล็กเหมือนไม้จิ้มฟัน แต่แหลมกว่า ในอดีตนางใส่เป็นเข็มเงินแต่ด้วยฐานะตอนนี้ใช้ไม้ไผ่นะเหมาะแล้วประหยัดอีกด้วย และผลลับที่ได้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจเพราะเมื่อดีดด้วยกำลังนิ้วที่แรง มันก็เป็นอาวุธที่น่ากลัวได้
"โอ้ยยย..ตาข้า"โจรที่ถูกอาวุธลับดีดใส่ก็ร้องออกมาเพราะฉะนั้นเพราะโดนอาวุธลับดีดใส่ตาทำให้คนผู้นั้นจับตาตนเอง "รอบนี้เป็นแค่เข็มธรรมดาแต่เข็มต่อไปมันจะเป็นเข็มพิษ หรือพวกเจ้าอยากลองพิษที่ข้าสกัดเองก็ไม่ขัดนะ ข้ากำลังหาหนูลองยาอยู่พอดี"นางขู่ออกไปทั้งๆความจริงแล้วนางไม่มีเข็มพิษแต่อย่างใด พอพวกโจรได้ยินว่ามีเข็มพิษก็เริ่มถอยหลัง "พวกเจ้าอยากได้หน้าไม้หรือเข็มพิษเลือกมาได้เลย ข้าให้พวกเจ้าเลือก" นางพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งพร้อมเตรียมยิงหน้าไม้ "ถึงบ้านข้าจะมีแต่สตรี แต่ก็ไม่ใช้ลูกพลับนิ่มรอให้ใครมารังแกได้ "และก่อนที่พวกโจรจะพูดอะไร นางก็ดีดอาวุธลับใส่เหมือนใช้คนพวกนี้เป็นเปาฝึก พวกโจรก็ร้องเอะอะโวยวายปีนกำแพงหนีไป ไป๋เฟิ่งที่ได้ยินเสียงดังก็ตื่นพร้อมวิ่งออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น "พี่ใหญ่..เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ" "ไม่มีอะไรแล้ว เมื่อกี่มีโจรจะมาปล้นที่บ้านเรานะ แต่พี่ไล่พวกมันไปหมดแล้ว" "อะไรนะเจ้าคะ! มีโจร!" "ใช้..แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ดูทำหน้าเข้า เสียดายไม่ได้ออกแรงหรือยังไงกันเจ้า อิอิ" "พี่ใหญ่สู้โจรได้เช่นไรกันเจ้าคะ" "ก็ที่ข้าฝึกอยู่ทุกวันอย่างที่เจ้าเห็นยังไงละ เห็นมั้ย..มันช่วยชีวิตพวกเราได้ เพราะฉะนั้นเจ้าต้องฝึก รู้มั้ย" ไป๋เฟิ่งพูดไม่ออก พี่สาวนางมีวิชาต่อสู้ได้เช่นไรกัน หลังจากที่พี่ใหญ่ฟื้นขึ้นมาก็แปลกไปมากจนเหมือนไม่ใช้พี่สาวคนเดิมของนาง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าคิดจะมาเอาเปรียบพวกนางพี่น้องเพราะคืนที่เกิดเรื่องพวกโจรวิ่งร้อยเอะอะโวยวายจนคนในหมู่บ้้านตื่นมาเห็น จนร่ำลือกันถึงความเก่งของพี่น้องถัง "สมแล้วที่เป็นลูกนายพราน ถึงตัวจะบอบบางแต่กลับมีฝีมือจนไล่พวกโจรไปได้ "ป้าตูที่อยู่ท้ายหมู่บ้านเหมือนกันพูดขึ้น "แต่แบบนี้จะมีใครกล้าไปสู่ขอกัน "ยายเหมิงเอ่ยขัดขึ้นมา "นั้นสิ ตนเองเป็นสตรีแท้ๆแต่กลับห้าวหาญต่อสู้กับบุรุษ แบบนี้ใครที่ไหนจะมาแต่งเป็นภรรยา"ป้าจูพูดขึ้น หลังจากที่นางไปพูดคุยวันนั้นแล้วก็ยังมีคนมาให้นางไปช่วยพูดอีก แต่ไป๋เสวียนก็ตอบปฏิเสธทุกครั้ง ไป๋เสวียงไม่รู้ว่าคนในหมู่บ้านพูดถึงตนเอง นางคอยให้ไป๋เฟิ่งฝึกการใช้อาวุธอยู่ทุกวัน บ้างวันก็ชวนกันเข้าป่าไปหาของป่าและล่าสัตว์ ไป๋เฟิ่งจากตอนแรกใช้อาวุธไม่เป็นแต่ตอนนี้นางใช้กระบี่คู่ได้คล่องแคล่ว "เอะ...พี่ใหญ่ ที่ริมแม่น้ำเหมือนมีคนนอนอยู่เจ้าค่ะ "ไป๋เสวียนที่กำลังวางกับดักสัตว์ก็หันไปมองตามที่น้องสาวบอก พอเห็นมีคนนอนอยู่ก็รีบเดินเข้าไปดู ไป๋เสวียนเข้าไปตรวจดูว่าคนผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่มั้ย "ยังมีชิวิต แต่เขาบาดเจ็บไม่ใช้น้อย " "เป็นบุรุษด้วย แล้วเราจะช่วยเขาอย่างไรดีเจ้าคะ"บุรุษผู้นี้ถึงจะถือว่าตัวสูง แต่นางสองพี่น้องเป็นเพียงสตรีตัวเล็ก จะแบงเขาได้เช่นไรกัน "นั่นสิ...จะปล่อยทิ้งไว้แบบนีก็ดูจะแล้งน้ำใจเกินไป "ไป๋เฟิ่งหันมองรอบๆเพื่อหาอะไรมารองคนเจ็บ "ลองหาไม้ไผ่มาทำเป็นแผ่นลากเขาไปได้มั้ยเจ้าคะ"ไป๋เฟิ่งที่ผูกไป๋หย่างไว้ข้างหลังก็ลองเดินหาไม้ไผ่แถวนั้นมาตัดทำเป็นแพให้คนเจ็บ ไป๋เสวียงที่นึกอะไรได้ก็ลองเอามือแตะที่ตัวคนเจ็บ แล้วชายผู้นั้นก็หายว๊าบทันที "พี่ใหญ่..ข้าได้ไม้ไผ่มาแล้วเจ้าคะ"ไป๋เฟิ่งที่เดินมาหาพี่สาวก็งงว่าคนเจ็บหายไปไหน "คนเจ็บละเจ้าคะ" "พี่เก็บเขาเข้าห้องลับนะ แค่ลองดูไม่คิดว่าจะเก็บคนได้ " "เช่นนั้นเรากลับกันเถอะเจ้าคะ " เมื่อทั้ง3พี่น้องกลับมาถึงบ้าน ไป๋เสวียนก็ไปที่ห้องของบิดามารดาเพื่อนำคนเจ็บออกมา นางตรวตดูก็เห็นมีบาดแผลจากการโดนโขดหินในแม่น้ำทำให้บาดเจ็บและรอยจากอาวุธตรงไหล่ขวา ส่วนอื่นๆไม่มีบาดแผลอะไร ไป๋เสวียนและไป๋เฟิ่งช่วยกันจับคนเจ็บเปลี่ยนชุด ไป๋เสวียนที่ตอนเป็นเยียหลินผ่านการมีสามีมาแล้วนางจึงไม่คิดอาย ผิดกับน้องสาวที่ไม่เคยผ่านการมีครอบครัวมาก่อน นางหน้าแดงจนช่วยพี่สาวเปลี่ยนชุดให้คนเจ็บเรียบร้อย "ร่างกายเขาเย็นมาก เดี๋ยวพี่จุดไฟที่เตียงเตาให้เขาก่อน "ด้วยตอนนี้เป็นเดือน3อากาศยังเย็นอยู่ ไป๋เสวียนเดินไปที่ห้องเก็บของเพื่อเอาถ่านมาจุดในเตียงเตาให้มีความอบอุุ่น ส่วนไป๋เฟิ่งก็เอาไป๋หย่างลงจากหลังเพราะน้องสาวฉี่ใส่หลังนางจนเปียก "พี่ใหญ่ ข้าขอพาหย่างเอ๋อไปเปลี่ยนชุดก่อนนะเจ้าคะ นางถ่ายเบาใส่หลังข้าจนเปียกไปหมด" พอไป๋เฟิ่งเปลี่ยนชุดทั้งของตนเองและน้องสาวเสร็จไป๋หย่างก็ร้องงอแง ไป๋เฟิ่งดูแล้วนางน่าจะง่วงเลยพากินนมแพะที่ต้มไว้ตอนเช้ามาป้อนนางแล้วกกให้นอน ไป๋เสวียนที่อยู่ดูแลคนเจ็บก็คอยดูเตียงเตาและห่มผ้าหลังทำแผลให้ พอเห็นว่าร่างกายคนเจ็บเริ่มมีความอุ่นไม่เย็นแบบตอนที่เจอนางก็เลยปล่อยให้เขาพักผ่อนไป ส่วนตนเองก็เดินออกมาเอาของในตะกร้าที่สะพายหลังออกมา วันนี้นางกับน้องสาวได้ผักป่ามาหลายชนิดเลย แถมยังได้กระต่ายมาอีก3ตัวจากที่นางยิงหน้าไม้ เย็นนี้นางจะทำน้ำแกงกระต่ายและผัดผักป่า แล้วอุ่นนมแพะให้ไป๋หย่าง ด้านคนเจ็บก็นอนไม่รู้สึกตัวถึง2วัน ก่อนจะลืมตามองไปรอบๆ 'กู๋ฟูฮวน'ตำรวจหน่วยรบพิเศษจำได้ตนเองกำลังปฏิบัติการล้อมแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้าย แล้วเขาก็ถูกกับดักระเบิดจนตาย แล้วตอนนี้เขามาอยู่ที่ไหนกัน? ที่นี้ไม่ใช้โรงพยาบาล ก่อนชายหนุ่มจะคิดอะไรไปมากกว่านี้เขาก็รู้สึกปวดหัวแล้วความทรงจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัวร่างนี้มีนามว่าหวังเจอเยียนอายุ16หนาวที่กำลังล่องเรือกับครอบครัวมาจากหัวเป่ยเพื่อไปเยี่ยมญาติที่หลงเจียง แต่ระหว่างทางกลับเจอโจรปล้นเรือและสังหารคนบนเรือจนหมดบิดามารดาเขาคือหนึ่งในนั้น ส่วนร่างนี้เมื่อเห็นบุพการีถูกสังหารก็จะเข้าไปแก้แค้นแต่กลับโดนฟัดแล้วถีบตกเรือ ชายหนุ่มคงตายตามไปอยู่บิดามารดาแล้ว และอยู่ๆกู๋ฟูฮวนตำรวจรบพิเศษก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน เสียงประตูห้องเปิดพร้อมเด็กสาวที่เดินเข้ามา เขามองก็รู้สึกเหมือนต้องมนต์ เด็กสาวน่าตาน่ารักเดินเข้ามาใกล้เขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงน่าฟัง "ท่านตื่นแล้วหรือ!..เป็นเช่นไรบ้าง? ยังปวดแผลอยู่มั้ย?"ไป๋เฟิ่งเดินเข้ามาเพื่อจะดูอาการคนเจ็บก็เห็นเขานอนลืมตามองมาที่ตนเลยเดินเข้าไปถามอาการ "ข้ารู้สึกเวียนหัวนะ ไม่ทราบว่าที่นี้ที่ไหนหรือ?" "ที่นี้หมู่บ้านซานหยาแห่งเมืองเจอเจี๋ยเจ้าคะ ข้ากับพี่สาวเจอท่านนอนหมดสติอยู่ที่ริมแม่น้ำเลยช่วยกันนำท่านมารักษาที่บ้านเจ้าคะ" "ขอบคุณแม่นางมากที่ช่วยเหลือข้า บุญคุณยิ่งใหญ่ยากจะตอบแทน"ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณ แต่ในใจกลับคิดว่าเขามาอยู่ที่ยุคนี้ได้เช่นไรกัน ดีว่ามีความทรงจำของเจ้าของเดิมทำให้เขาตีเนียนไปกับเหตุการณ์ได้ "แล้วท่านไปนอนที่ริมแม่น้ำได้เช่นไรหรือเจ้าคะ..อ่ะ..ข้าลืมไป ท่านหิวมั้ยเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปต้มโจ๊กให้"พูดจบก็รีบเดินออกไปเพื่อต้มโจ๊กให้คนเจ็บ หวังเจอเยียนเห็นก็ให้นึกเอ็นดู แต่พอนึกถึงเรื่องราวของตนเองก็รู้สึกสับสน อยู่ๆตายแล้วแทนที่จะไปยมโลกแต่กลับมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แถมแม่นางน้อยหน้าตาน่ารักยังช่วยชีวิตเขาด้วย แต่ก็อดที่จะคิดถึงเรื่องในชาติก่อนไม่ได้ พอนึกถึงบ้านชายหนุ่มก็เห็นอพาร์ทเมนของตนเอง เขารู้สึกงงแต่พอลองเอามือไปจับของต่างๆเขาก็สัมผัสได้เลยลองเดินไปในห้องเก็บอาวุธที่เขาเก็บสะสมไว้ 'ของอยู่ครบ' แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าร่างนี้มีป้ายของร้านฝากเงินอยู่เลยมองหา พอเห็นของอยู่ครบก็เบาใจ ตอนนี้ร่างนี้ไม่เหลือใครแล้ว บิดามารดาจากไปแล้ว ญาติที่จะไปหาเขาเองก็ไม่ได้รู้จัก ตอนนี้เขาถือว่าเป็นคนไร้ญาติขาดมิตรจะไปอยู่ไหนดี จะกลับไปที่บ้านก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร ชายหนุ่มนอนคิดอะไรเพลินๆหญิงสาวที่เข้ามาก่อนหน้านั้นก็เดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวอีกคนที่อุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมแขน "ท่านรู้สึกตัวแล้ว...ลุกมาทานโจ๊กก่อน น้องสาวข้าต้มมากำลังร้อนๆ"ไป๋เสวียนที่อุ้มไป๋หย่างเห็นชายหนุ่มที่อายุน่าจะรุ่นเดียวกับนาง แต่ใบหน้าเศร้าหมอง "ขอบคุณพวกท่านมาก"หวังเจอเยียนลุกนั้งเพื่อจะรับถ้วยโจ๊กมากิน แต่แผลที่ไหล่ขวายังเจ็บก็จึงนิ่วหน้า ไป๋เฟิ่งเห็นดั่งนั้นจึงคิดป้อนคนเจ็บ "ท่านยังเจ็บอยู่ เช่นนั้นข้าป้อนท่านเอง"ชายหนุ่มจึงต้องให้หญิงสาวป้อนโจ๊กที่รสชาติกลมกล่อม "ไปทราบว่าคุณชายมีชื่อแซ่อะไร ข้ากับน้องสาวแซ่ถัง ข้าพี่สาวคนโตชื่อถังไป๋เสวียน ส่วนคนที่ป้อนโจ๊ท่านชื่อถังไป๋เฟิ่ง ส่วนที่อยู่ในอ้อมแขนข้าคือน้องเล็กชื่อถังไป๋หย่าง " "ข้าแซ่หวังมีนามว่าเจอเยียนอายุ16หนาว ข้ากับครอบครัวอาศัยอยู่ที่หัวเป่ยกำลังโดยสารเรือเพื่อจะไปเยี่ยมญาติของมารดาที่หลงเจียงแต่ระหว่างทางเกิดการปล้นเรือขึ้นพวกโจรมันสังหาคนบนเรือทั้งหมด ข้าถูกพวกมันฟัดแล้วถีบตกจากเรือจนพวกท่านมาเจอแล้วช่วยชีวิตข้า "ชายหนุ่มเลือกที่จะบอกตามตรง "แล้วท่านจะทำยังไงต่อไปละ หรือจะไปขอความช่วยเหลือจากญาติหลงเจียง"ไป๋เฟิ่งฟังก็รู้สึกเห็นใจในโชคชะตาของชายหนุ่ม "ข้าไม่เคยเห็นหน้าญาติของมารดา ที่ไปเยี่ยมเพราะมีจดหมายมาบอกว่าท่านยายกำลังป่วยอยากเห็นหน้าท่านแม่เป็นครั้งสุดท้าย "เขาจำได้ว่ามารดาของร่างนี้เคยเล่าไว้ว่าในอดีตมีเรื่องมากมาย " จริงๆแล้วท่านยายโกรธท่านแม่เรื่องที่ยอมแต่งงานกับบิดาข้าที่เป็นแค่ชาวไร่ธรรมดาไม่ยอมแต่ให้คนที่ท่านยายหาให้ ท่านยายจึงตัดขาดท่านแม่ ข้าเลยไม่รู้จักญาติทางฝั่งมารดา ส่วนบิดาก็มีญาติห่างๆกันไม่ได้สนิทกันมาก พวกเรา3แม่ลูกเลยอยู่กันเอง ทำไร่ทำนาไปวันๆ ส่วนข้าก็พอหาของป่าล่าสัตว์ได้บ้างเลยอยู่กันอย่างไม่ลำบากมาก" "เป็นเช่นนั้นเองหรือ..ท่านพักให้บาดแผลหายก่อนค่อยคิดว่าจะทำเช่นไรต่อแล้วกัน "ไป๋เสวียนฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจ ที่บ้านนางตอนนี้มีแต่สตรี ถ้ามีบุรุษเพิ่มขึ้นมาอาจทำให้ชาวบ้านนินทาได้ แต่เอาไว้ตอนนั้นค่อยคิด ตอนนี้รักษาคนสำคัญกว่าท่านปู่ของนางเป็นคนเถรตรงและซื่อสัตย์สุจริต แต่กลับเป็นคนโง่งมเรื่องครอบครัว มิดา มารดานางถูกฮูหยินเล็กแอบวางยาจนตายก็ไม่เคยรู้ และพอตนเองจะต้องไปอยู่ชายแดน ก็ยกนางให้ท่านย่าดูแล ท่านย่าก็ยกนางให้ฮูหยินเล็กรับช่วงต่ออีกทีแล้วฮูหยินเล็กก็วางแผนให้มีหมอดูมาทำนายว่าหญิงสาวมีดาวอัปมงคลอาจส่งผลให้แม่ทัพใหญ่เกิดอันตราย ต้องให้นางไปอยู่ไกลๆเพื่อแก้เคล็ด สุดท้ายนางจึงถูกส่งไปอยู่บ้านเดิมของมารดา โดยที่ท่านปู่ไม่เคยรู้ ทุกครั้งที่แม่ทัพเหลินกลับมาฮูหยินผู้เฒ่าก็จะโกหกว่าหลินเหม่ยเย่ไปถือศิลที่อาราม แล้วแม่ทัพเหลินก็ไม่คิดสงสัย เขาไว้ใจภรรยามากเชื่อมั่นในตัวนางตลอดเหลินเหม่ยเย่ได้แต่กลอกตามองบน เมื่อทำพิธีคารวะผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจบ นางก็ดินออกมาขึ้นเกี้ยวที่สร้างอย่างสวยงาม นางขึ้นนั้งบนเกี้ยว ตลอดทางจากจวนตระกูลเหลินถึงวังหลวง ชาวบ้านต่างยืนเต็มสองข้างทาง เพื่อรอชมมารดาของแผนดิน นางนั้งหลังตรงยิ้มน้อยๆไปตลอดทางจนมาถึงวังหลวงก็ถึงพิธีหน้าประตูดีว่านางจำขั้นตอนได้หมดจึงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แล้วเกี้ยวเจ้าสาวก็ผ่านประตูวังเข้าไปพอถึงพิธีที่ฝาบาทต้องเดินมารับเจ้าสาว หญิงสาวก็ใช้โอกาสนั้นแอบมองเ
"จับองค์รัชทายาทแต่งงานด้วยไงละ อุ๊ยย...ท่านอย่าบอกใครนะ ไม่เช่นนั้นหัวข้าคงยากจะรักษาให้คงอยู่บนบ่าได้""หึหึ..แล้วเจ้ามั่นใจได้เช่นไรว่าพระองค์จะแต่งให้เจ้า"สตรีผู้นี้แปลกดี พระองค์ไม่เคยเจอคนที่กล้าพูดแบบนี้คำพูดของบุรุษตรงหน้าเหมือนมีน้ำเย็นที่สาดใส่หน้านางทำให้นางได้สติ ใช้สิ นางเป็นใคร ทำไมถึงคิดว่าบุรุษสูงส่งขนาดนั้นจะลดตัวลงมาแต่งงานให้นาง ตอนที่พระองค์รับปากหมอพเนจรก็เพราะบุญคุณ แต่นางไม่มีวิชาแพทย์แล้วจะช่วยเขาได้เช่นไรกัน คงไม่ได้แล้วละ แบบนั้นนางก็ต้องเปลี่ยนแผนใหม่"ท่านพูดก็มีเหตุผล ข้ามันคิดน้อยไปหน่อย เช่นนั้นข้าคงต้องหาทางอื่น""เจ้าเลิกคิดจะแต่งงานกับองค์รัชทายาทแล้วหรือ""อื่อ..คนอย่างข้าต่ำเตียเลี้ยดินเช่นนี้จะเอาความกล้าอะไรไปคิดอยากกินเนื้อหงส์ แต่งไปก็สร้างแต่ความอับอายให้พระองค์""แล้วเจ้าจะยอมแต่งงานแทนผู้อื่น" "ไม่" หญิงสาวตอบอย่างไม่คิด ชาติที่แล้วนางตายเพราะถูกบ้านสามีรังแกจนเสียชีวิต "ให้เราช่วยมั้ย"เหลินเหม่ยเย่มองบุรุษตรงหน้าก่อนจะพูดออกมาตามตรง"ข้าบอกตามตรง นายท่านดูเช่นไรก็เป็นคนมั่งมี แต่ตัวข้านั้นแม้ปิ่นปักผมยังต้องใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นปิ่น แต่งไปท่
เมื่อจัดการเรียบร้อยองค์รัชทายาทก็ขึ้นครองราชย์ และจัดพระศพให้ฮองเต้องค์ก่อนและเหล่าสนมร่วมทั้งองค์ชายองค์หญิงให้สมพระเกียรติองค์หญิงเยี่ยนฟางเสด็จกลับเข้าวังเพื่อมาถวายพระพรศพของพระบิดาและมารดา องค์หญิงพอมาเห็นพระศพของทั้งสองพระองค์ก็ร้องไห้จนตาบวม ตลอดชีวิตขององค์หญิงเยี่ยนฟางมีแค่เสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เคยคิดถึงวันที่ไม่มีทั้งสองพระองค์อยู่ข้างตัว ตอนนี้องค์หญิงเหมือนเรือที่ไร้จุดหมาย ไม่มีคนคอยพายพานางไปตามทางตอนแรกการแต่งงานจะถูกเลื่อนเพราะองค์หญิงต้องไว้ทุกข์ให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ แต่เหมือนอดีตฮองเต้เกาจงจะเดาอนาคตออก พระองค์เขียนในราชโองการว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นงานแต่งต้องจัดตามกำหนด เหตุนี้งานต้องขององค์หญิงเยี่ยนฟางกับคุณชายฮวนซีซวนก็ได้จัดขึ้นในอีกหนึ่่งเดือนเลื่อนจากกำหนดเดิมมาครึ่งเดือนเพราะเหตุองค์ชายใหญ่ก่อกบฏนางกำนัลทั้งสามและขันทีเสี่ยวจือก็ได้ติดตามองค์หญิงไปสกุลฮวน ในวันแต่งเจ้าสาวไม่มีแม้รอยยิ้ม นางยังทำใจไม่ได้เรื่องเสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เข้าใจทำไมเสด็จพ่อถึงได้เขียนกำชับเรื่องแต่งงานด้วยแต่ถ้าไม่แต่งงาน นางก็ไม่มีที่อยู่ จะให้อยู่ในวังตอนนี้มันก็ไม่ใช่ที่ขอ
เมื่อองค์รัชทายาทเห็นตรามังกร พระองค์ก็พอจะเดาชะตากรรมของเสด็จลุงออก หวังว่าองค์ใหญ่ใหญ่จะไม่อำมหิตอย่างที่ตนหวั่นใจ "สั่งการไป ให้เก็บของ เราจะกลับเมืองหลวง""พะยะคะ""ให้ฝ่ายเสบียงตามไปที่หลังแล้วให้ทหาร1500นายตามเราล้วงหน้าไปก่อน ทุกคนเตรียมอาวุธให้พร้อม" พระองค์มั่นใจว่าระหว่างทางคงมีมือสังหารรอตอนรับอยู่เป็นแนเมื่อทหารพร้อมก็ออกเดินทางโดยมีเสี่ยวจือเดินทางกลับด้วย ที่จวนสกุลฮวน องค์หญิงที่กำลังเป็นห่วงพระบิดาและเสด็จแม่ของตนเอง ได้แต่นั้งให้เสี่ยวฟางแต่งตัวให้"ทรงยิ้มหน่อยสิเพคะองค์หญิง ทำหน้าเช่นนี้ไม่เหมาะกับพระองค์เลยเพคะ"จิ้วเย่วสงสารองค์หญิงน้อยยิ่งนัก "หญิงคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่ เมื่อไรหญิงจะกลับวังได้" นางกำนัลทั้งสามไม่กล้าบอกว่าทั้งสองพระองค์สิ้นพระชนไปแล้วแล้วอยู่ๆเจ้าเสี่ยวฝูก็หูตั้งแล้วกระดิกหาง ฮวนซีซวนเดินเข้ามาพร้อมดอกบัวในสระที่กำลังออกดอกสวยพร้อมส่งกลิ่นหมออ่อนๆออกมา"พี่ซีซวน""กระหม่อมมีดอกบัวมาฝากองค์หญิงพะยะคะ"พร้อมยื่นดอกบัวสีสวยให้คู่หมั่น องค์หญิงพอเห็นคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มเต็มใบหน้า"พาหญิงกลับวังได้มั้ย หญิงคิดถึงเสด็จแม่" ซีซวนมองคู่หมั่นของตนก่อน
เมื่อห่าธนูหยุด คนขององค์ชายใหญ่ก็เข้าไปดู เข้าไปในตำหนักก็เห็นเหล่าองครักษ์ใช้ตัวบังองค์เหนือหัวแลัะพระสนม ก่อนจะออกไปรายงานองค์ชาย "ทูลท่านอ๋อง เหลือฝาบาทและพระสนมพะยะคะ"อ๋องจวิ้นเดินเข้าไปในตำหนักก็เห็นองครักษ์เงาทั้ง15คนและโจกงกงยืนบังรับลูกธนูฮองเต้และสนมเกาจนพรุนไปทั้งตัวส่วนฮองเต้เกาจงกับสนมเกาที่โดนลูกธนูปักตามตัวต่างหายใจรวยริน"เสด็จพ่อ เอาตรามังกรออกมาให้ลูกเถอะพะยะคะ""เ..จ้าจัะม่าย..มีวันได้มั..."องค์เหนือหัวหมดแรงที่จะตรัสออกมา พระองค์จับมือกับสนมเกาที่ตอนนี้นางได้สิ้นใจจากไปแล้วเพราะถูกลูกธนูพุ่งใส่ถึงสองดอก ส่วนฮองเต้เกาจงถูกลูกธนูปักหนึ่งดอก แต่ก็ถูกตำแหน่งสำคัญ พระองค์รู้ตัวว่าคงเหลือเวลาไม่มากแล้ว"ท่านมันลำเอียง บัลลังก์มันครวเป็นของลูก เสด็จพ่อบังคับให้ลูกต้องอำมหิต"องค์ชายใหญ่ตะโกนออกมาอย่างอัดอั้นฮองเต้เกาจงได้แต่มองพระโอรสของตนเองแล้วใจสะท้อน ก่อนจะค่อยๆหลับตาแล้วจากไปในที่สุด"เสด็จพ่อ ท่านบอกมาว่าเอาตรามังกรไว้มั้ย บอกมาเดี๋ยวนี้"องค์ชายใหญ่เาไปเขย่าตัวพระบิดาแล้วตะโกนถามอย่างคนเสียสติ"องค์ชายใหญ่พะยะคะ เย็นพระทัยก่อนพะยะคะ"แต่องค์ชายใหญ่เต๋อหลงตอนนี้เ
เมื่อคุณหนูถังเดินหนีไป แต่ฮวนซีซวนก็ยังไม่พาองค์หญิงน้อยลงจากต้นไม้"หญิงอยากลงแล้ว"นางรู้สึกกลัวที่ต้องนั้งที่สูงๆเช่นนี้ "มีข้าอยู่นี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะตก"ชายหนุ่มให้ความมั่นใจองค์หญิงน้อยมองหน้าคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มออกมา"ท่านรับปากแล้วนะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางรู้มาตลอดว่าตนเองมีคู่หมั่น แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน วันนี้ได้เห็นตัวจริง ช่างเป็นชายหนุ่มที่องอาจ หน้าตาก็งาม "เจ้านี้ถือว่าเป็นของขวัญแรกพบหน้าของเรา "ชายหนุ่มพูดพร้อมหันมามององค์หญิงน้อยหน้าตาจิ้มริ้ม "ขอบคุณพี่ซีซวน"องค์หญิงน้อยกอดเจ้าลูกสุนัขด้วยความเอ็นดู"แต่ต้องรอมันหย่านม่อนนะ เมื่อมันหย่านมแล้วข้าจะให้พระชายานำมันไปส่งให้ในวัง"ทั้งสองนั้งคุยกันจนเจ้าลูกสุนัขร้องเพราะหิวนม ชายหนุ่มถึงพาคู่หมั่นลงจากต้นไม้ หลังจากนั้นเขาก็มักจะมีของมาฝากนางตลอด แต่นี้เงียบไปเลย องค์หญิงนั้งหน้าเศร้า จนได้ยินเสียงที่คุ้นเคย"องค์หญิงเหมาะกับใบหน้าที่สดใสมากกว่านะพะยะคะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางยิ้มด้วยความดีใจ"พี่ซีซวน""ดึกแล้ว ทำไมถึงยังไม่นอน""ท่านแอบเข้าวังมาอีกแล้ว"คู่หมั่นนางมักจะแอบเข้ามาในวังหานาง ถึงจะไม่บ่อย แต่นางก็กลัวว่าว่าคู่หมั







