LOGINแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องลงมายังห้องโถงกาล่าสุดหรูในโรงแรมชั้นหนึ่ง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ แขกเหรื่อล้วนแล้วแต่มีสถานะ มีเงินทอง มีอำนาจ ล้วนสนทนาเรื่องราวต่างๆ
อยู่ๆ บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้น เมื่ออธิปก้าวเข้ามาในงาน ทว่าข้างกายของเขาไม่ใช่คู่หมั้นอย่างนิริน แต่กลับเป็นมินตรา หญิงสาวในชุดเดรสลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ รับกับดวงหน้าน่ารักละมุนอ่อนโยน ดูราวกับดอกไม้ที่บอบบางชวนถนอม
คราวนี้แขกเหรื่อในงานเริ่มกระซิบกระซาบ สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องที่จุดเดียว
จุดที่นิรินยืนอยู่
นิรินในชุดราตรีสีไวน์แดงขับผิวให้ดูผ่องใสและทรงอำนาจ เธอยืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่วงท่าสง่างาม สนทนากับนักธุรกิจอย่างออกรส ใบหน้างามสงบนิ่งจนคนมองเดาอารมณ์ไม่ถูก ตอนแรกที่เธอก้าวเข้ามาก่อนโดย ไร้เงาคู่หมั้นหนุ่ม คล้ายกระตุ้นให้คนเชื่อเรื่องข่าวลือเรื่องที่เข้ารพเพราะประท้วงคู่หมั้นออกงานกับดาราหญิงคนสนิท ตอนนั้นมีคนพยายามเลียบๆ เคียงๆ แต่นิรินก็ยังแย้มยิ้มมีสง่าราศี สยบปากทุกคนด้วยมาดนางพญา
แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เมื่ออธิปมากับมินตราในงานเดียวกับนิริน มันยิ่งกว่าการถูกด่าประจานกลางถนนเสียอีก
ทุกคนกำลังรอรอดูระเบิดลง
เพราะปกตินิรินต้องพุ่งเข้าไปกระชากตบมินตรา หรือไม่ก็กรีดร้องคว้าแก้วลงพื้นอาละวาดจนงานล่มโดยไม่สนว่าจะขายขี้หน้าหรือไม่ มันเป็นแบบนั้นจนหลายคนชาชินเอือมระอาความประสาทเสียดูไม่มีราคา ซ้ำยังเพิ่มคุณค่าให้มินตราที่โดนกระทำให้ดูน่าเห็นใจอีกด้วย แต่แบบนั้นการได้เห็นดราม่าน้ำเน่าตรงหน้า ถึงจะรวยล้นฟ้าก็ยังแอบชอบมอง
"พี่อธิปคะ... มินว่าเราออกไปห่างๆ ดีกว่าไหมคะ มินกลัวคุณนิรินจะเข้าใจผิด"
มินตรากระซิบเสียงสั่น แสร้งทำเป็นหลบหลังอธิป มือเรียวเกาะแขนเสื้อเขาแน่นจนยับย่น ดวงหน้าน่ารักฉายความกลัวจนคนมองหัวใจสั่นไหว
"ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่ตรงนี้ ใครก็ทำอะไรเธอไม่ได้" อธิปเอ่ยเสียงเข้ม สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่นิริน ราวกับจะเตือนว่าอย่าได้คิดลองดี
“ค่ะ พี่อธิป”
มินตราแอบลอบยิ้มสะใจใต้สีหน้าแสนซื่อบริสุทธิ์ ภาพลักษณ์บอบบางน่าถนอม ทำให้คนมองล้วนเห็นใจ ทั้งที่จริงๆ แล้วการกระทำมันผิดโดยสิ้นเชิง แต่มินตราไม่สนใจ ในใจคิดว่าจะเอาคืนนังตัวดีที่บังอาจตบหน้าเธอให้ได้ ถ้าไม่ติดว่าต้องแสดงความอ่อนแอ มินตราก็พร้อมจะตบกลับเช่นกัน เรื่องจิกหัวตบคนน่ะ คนอย่างมินตราไม่แพ้ใครหรอก
คราวนี้เธอเลยจงใจเดินตรงเข้าไปหานิรินพร้อมกับอธิป เพื่อบีบคั้นให้ความอดทนของนิรินขาดผึงต่อหน้าสาธารณชน
"คุณนิรินคะ..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าทันทีที่สบตา
"มินขอโทษจริงๆ นะคะ ที่ช่วงนี้มินทำตัวไม่ค่อยดี รบกวนเวลาของพี่อธิปให้มาดูแลมินตลอดเลย มินไม่มีใครจริงๆ ค่ะ มินอ่อนแอ ทำอะไรก็ชักช้า ไม่เก่งเหมือนคุณนิริน คุณนิรินอย่าโกรธมินเลยนะคะ"
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่นิริน ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ อธิปเตรียมรับแรงกระแทกจากอารมณ์ร้ายของหญิงสาวตรงหน้า จะกรีดร้องใส่ หรือถลามาตบอีก จะได้รู้ว่าไอ้ความอวดดีที่เสแสร้งทำในรพ มันก็แค่ความปากดีเท่านั้น
ทว่า นิรินกลับยกแก้วบางใสแตะริมฝีปาก ละเลียดจิบแชมเปญช้าๆ ก่อนวางแก้วลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมา ค่อยๆ คลี่ยิ้มละไม เป็นรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยเมตตาอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
"จะขอโทษทำไมกันคะคุณมินตรา" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าชัดเจนไปทั่วบริเวณ
"ในเมื่อสิ่งที่คุณทำ มันช่วยแบ่งเบาภาระของฉันได้ตั้งเยอะ"
มินตราชะงักไปครู่หนึ่ง จนลืมปั้นหน้าน่าสงสารอย่างที่ชอบแสร้งทำ
"คะ... ภาระเหรอคะ"
"ใช่ค่ะ" นิรินก้าวเข้าไปหาทั้งคู่ แต่แทนที่จะเดินไปหาอธิปเพื่อกระชากกลับมาเอ่ยปากอ้อนวอนขอร้องดั่งเก่า เธอกลับเดินไปกุมมือมินตราอย่างแผ่วเบา ด้วยดวงหน้าเอื้ออารี
"ช่วงนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่กับการจัดตั้งบริษัทใหม่ ตารางงานแน่นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ พอรู้ว่าคุณมินตราคอยอยู่เป็นเพื่อน คอยปรนนิบัติดูแลคุณอธิปแทนฉันตลอดเวลา ฉันก็รู้สึกซึ้งใจจริงๆ ค่ะ"
เธอบีบมือมินตราเบาๆ พลางสบตาที่ดูไร้เดียงสานั้นด้วยแววตาเหนือกว่า แววตาของผู้ใหญ่ที่มองสิ่งเล็กกระจ้อยไร้ค่า
"ขอบคุณนะคะที่ทำหน้าที่ 'คนดูแล' ได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อไปนี้ช่วยดูแลเขาให้ดีนะคะ เพราะช่วงนี้ฉันต้องการความเป็นส่วนตัวมากหน่อย แต่เชื่อว่าคุณมินตราทำได้ดีอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาคุณก็แสดงให้ฉันเห็นว่าทำได้ดีมากขนาดไหน"
ถ้อยคำอ่อนหวาน เนื้อหาเรียบง่ายแต่เชือดเฉือนถึงขั้วหัวใจ มินตราหน้าเสียจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ สมองตื้อตันต่อรับมือไม่ถูก เธอพยายามจะบีบน้ำตาต่อ แต่สายตาของแขกในงานเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยมองมินตราด้วยความสงสาร กลับกลายเป็นมองว่าเธอคือ ‘คนดูแล’ ที่นิรินใจกว้าง ยอมให้เข้าหาคู่หมั้นตัวเอง ในวงการคนมีเงิน การมีคนดูแลแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเสียด้วย
ดังนั้นสถานะคนดูแลก็ไม่ต่างกับเมียน้อยที่เมียหลวงยอมให้เดินตามผัวตัวเองต้อยๆ
"นิริน นี่เธอเห็นฉันเป็นอะไร"
อธิปเดินมาใกล้ กดเสียงต่ำ ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมา ชายหนุ่มไม่ได้คิดว่าหญิงสาวจะตอบโต้ในรูปแบบนี้ ไม่แสดงความหึงหวง ไม่ร้องไห้เสียใจอย่างเดิม แต่กลับปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นแค่ 'งานไม่สำคัญ ที่เธอยกให้คนอื่นทำแทน'
"เห็นเป็นคู่หมั้นที่กำลังทำตามข้อตกลงไงคะ" นิรินหันไปยิ้มให้อธิป ดวงหน้าสวยแสดงความเหนือกว่า ไม่หวั่นไหวได้ ไร้กระทั่งดวงตาที่เคยระยิบระยับด้วยความรักที่มีต่อเขา
"คุณได้คนดูแลที่ถูกใจ ฉันได้มีเวลาทำงาน สังคมก็ได้เห็นว่าฉันไม่ได้ร้ายกาจเหมือนข่าวลือ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอคะ"
เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นอีกครั้ง พยักหน้าเล็กน้อยให้ทั้งคู่ด้วยท่าทีของนางพญา ก่อนจะเดินจากไป เพื่อเข้าวงสนทนากับกลุ่มนักธุรกิจชื่อดัง ทิ้งให้อธิปยืนขมวดคิ้วท่ามกลางความสงสัย มินตราสั่นเทิ้มด้วยความแค้น แผนการเรียกคะแนนสงสารของเธอถูกทำลายยับเยิน ใครจะคิดว่านังนิรินจะมาบทบาทแม่พระแบบนี้!
"ฝากดูแลด้วยนะคุณมินตรา อย่าให้เขาเหงาล่ะ" เสียงหวานแว่วมาตามลม ยิ่งทำให้อธิปรู้สึกเหมือนผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขารู้จักมาก่อน
“มุมมองคุณน่าสนใจมาก เอาไว้เรามานัดคุยกันต่อในเรื่องนี้ ฉันจะให้เลขาติดต่อไป”
นิรินยิ้มรับคำชมจากนักธุรกิจชื่อดังมือเก่งของไทย เห็นเป็นหญิงสาวสูงวัยแต่สามารถบริหารเงินนับร้อยล้านได้อย่างชาญฉลาด
“เอาจริงที่ผ่านมาฉันคิดว่าคุณจะน่าเบื่อกว่านี้ ก็นะ ข่าวต่างๆ บางทีก็แค่ลือมากเกินไป แต่ฉันก็เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาแล้ว”
หล่อนยิ้มมองนิรินที่สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนทั้งที่กำลังถูกขุดอดีตออกมาพูดถึง สีหน้าที่ไม่ใช่การยอมประจบ แต่เป็นสีหน้าคนที่มั่นใจในตัวเอง และเชื่อว่ามีดีพอ
“แต่วันนี้ดูคุณเปลี่ยนไป ฉันชอบวิธีการรับมือของคุณนะ โดยเฉพาะการจัดระเบียบสิ่งของที่สมควรอยู่ในที่ที่เหมาะสมของมัน อย่าให้ออกมาสกปรกเลอะเทอะข้างนอก” หล่อนทอดน้ำเสียงลงต่ำ นิรินเข้าใจทันที เธอเองก็เคยได้ยินข่าวเรื่องสามีของผู้บริหารคนนี้มีเมียน้อยมากมาย
“ผู้ชายต่อให้เก่งกาจขนาดไหน สุดท้ายก็แพ้อะไรที่ดูปลอมๆ แบบนั้นทั้งนั้น”
“ฉันเข้าใจค่ะ เพราะงั้นผู้ชายที่อยู่ข้างฉัน ควรเป็นคนที่ไม่ตกต่ำแบบนั้น”
คราวนี้หญิงสูงวัยมองหน้าคนพูด ก่อนจะเข้าใจรอยยิ้มของนิริน หล่อนคลี่ยิ้มออกมา ในฐานะนักธุรกิจก็พอจะรู้จักอธิปอยู่บ้าง ความเชื่อมั่นในตัวเอง ความทระนงตนตามแบบผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ มันคงสนุกน่าดูถ้าคนมั่นใจขนาดนั้นถูกผู้หญิงที่คิดว่าเป็นของตาย ทิ้งเขาไปก่อน
“เรามาคุยกันต่อถึงเรื่องบริษัทใหม่ของคุณเถอะ คุณนิริน”
นิรินยิ้มแย้มไปถึงดวงตาคู่งาม ยื่นแก้วเชมเปญชนแก้วกับอีกฝ่าย แสดงชัดว่าข้อตกลงประสบความสำเร็จด้วยดี
ถึงจะตั้งใจเอาไว้ว่าเธอจะไม่ข้องเกี่ยวกับภูมิอีกแต่เพราะเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงไปมาหาสู่กันเสมอๆ ก็ทำให้เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงเขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ปกติภูมิจะไม่ค่อยกลับบ้านแต่วันนี้มันเป็นวันเกิดของคุณหญิงดาริกา ผู้เป็นมารดาของภูมินทร์ ทำให้ทั้งสองต้องเจอหน้ากันอย่างยากจะหลีกเลี่ยงกลิ่นหอมกรุ่นของดอกกุหลาบสีขาวนับพันดอกที่ถูกจัดวางอย่างประณีตอบอวลไปทั่วโถงจัดเลี้ยงกว้างขวางของคฤหาสน์อัครบวรเดช คฤหาสน์หรูหลังนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็นด้วยฝีมือการจัดการของหญิงสาวเพียงคนเดียวนลินในชุดเดรสสีโอลด์โรสสุภาพเรียบร้อย เกล้าผมขึ้นเป็นมวยต่ำเผยลำคอระหง แต่งหน้าอ่อนๆ ดูอ่อนหวานและเป็นงานเป็นการในเวลาเดียวกัน เธอเดินตรวจตราความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารและจุดรับแขกด้วยความตั้งใจ บรรดาคนงานและแม่บ้านต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็งภายใต้การควบคุมของเธอ“หนูลิน มาดูนี่สิลูก ฝีมือหนูจัดดอกไม้ตรงมุมนั้นถูกใจป้าจริงๆ”คุณหญิงดาริกา เจ้าของงานวันเกิดครบรอบหกสิบปี เดินเข้ามาหาพลางลูบหัวนลินด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด สายตาขอ
หากย้อนเวลากลับไปได้ นลินก็อยากจะย้อนเวลากลับไปเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบรักอยู่เงียบๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับสายเกินแก้ เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียวที่เธอยอมทอดกายเป็นของเขาย้อนกลับไปคืนก่อนนักศึกษาฝึกงานเพียงคนเดียวในบริษัทถูกพามากินเลี้ยงอำลาในวันสุดท้ายของการทำงานนลินฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา หญิงสาวจึงรู้จักกับคนหลายฝ่าย ในคืนนี้พวกเขาจึงจองโต๊ะใหญ่ในห้องวีไอพีโดยมีภูมิเป็นเจ้ามือเขาจำใจมาร่วมงานเพราะมารดาฝากฝังให้ดูแลนลินดีๆ กระนั้นเมื่อมาถึงเขาก็ไม่ได้สนใจในตัวเจ้าหล่อนขนาดนั้นเสียงบทสนทนาของพนักงานในบริษัทและนลินที่คุยกันอย่างออกรสทำให้คนที่นั่งเงียบมาตลอดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาดทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติของงานเลี้ยงบริษัทแห่งนี้ที่ไม่มีใครชวนประธานคุยสักคน ภูมินทร์มักจะมาทานอาหารและดื่มเงียบๆ ปล่อยให้พนักงานที่ทำงานอย่างหนักปลดปล่อยกันเต็มที่ แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนเมินสีหน้าของประธานหนุ่มดุดันขึ้นทุกขณะ ยิ่งเห็นรอยยิ้มของนลินที่โปรยให้กับทุกคนอารมณ์เขาก็ยิ่งขุ่นขวาง นลินรับแก้วจา
สิบสามปีก่อนภาพความเจ็บปวดในปัจจุบันค่อยๆ พร่าเลือนกลายเป็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ยังคงชัดเจนในความทรงจำของนลินเสมอมาในตรอกแคบๆ หลังโรงเรียนเอกชนชื่อดังซึ่งไม่คิดว่าจะมีสถานที่เช่นนี้ซุกซ่อนอยู่ กลิ่นอับชื้นและเสียงตะโกนด่าทอของเด็กเกเรสามคนที่ตัวโตกว่านลินมากกำลังล้อมหน้าล้อมหลังหาเรื่องเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมเพียงลำพังนลินในวัยแปดขวบสะอื้นฮักจนตัวโยน ผมเปียที่เคยเรียบร้อยบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เธอพยายามยื้อแย่งกระเป๋านักเรียนและตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวโปรดคืนมา แต่มันกลับถูกโยนทิ้งลงไปในบ่อน้ำครำที่เน่าเหม็นต่อหน้าต่อตา“ฮือออ พวกคนใจร้าย ทิ้งกระเป๋าของลินทำไม”เด็กหญิงร้องไห้จ้า นั่งทรุดลงกอดเข่าด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังที่เห็นกระต่ายตัวขาวตัวโปรดค่อยๆ จมลงในบ่อน้ำเสีย“ยัยลูกคุณหนู สมน้ำหน้า! ถ้าให้เงินพวกฉันแต่แรกก็สิ้นเรื่อง”หัวโจกของแก๊งเด็กเกเรหัวเราะร่าสะใจที่เห็นน้ำตาของเธอ พวกคนอื่นที่เห็นหัวหน้าตัวเองหัวเราะก็พลันหัวเราะตามไปด้วยนลินทำได้แค่ปาดน้ำตาป้อยๆ คู้กายในดงเด็กอันธพาลพวกนั้นด้ว
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านกันยูวีราคาแพงไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องนอนกว้างขวางของคอนโดหรูหราใจกลางเมืองดูอบอุ่นขึ้นเลยสำหรับ นลินเธอลืมตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา สัมผัสแรกที่รับรู้คือความอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของคนที่นอนอยู่ข้างกายทั้งคืนแต่ไม่คิดจะหันมากอดกันนลินขยับกายอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รบกวนคนร่วมเตียง เธอตะแคงข้างมองเสี้ยวหน้าคมคายของภูมินทร์ ผู้ชายที่ครอบครองหัวใจของเธอมามากกว่าครึ่งชีวิตในยามหลับใหลเขาก็ยังคงหล่อเหลาดูดี คิ้วที่มักจะขมวดมุ่นอยู่เป็นนิจคลี่ออกจากกัน มุมปากที่เคยพ่นแต่วาจาร้ายกาจเรียบกริบดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด นลินเผลอยิ้มออกมาบางเบา มือบางสั่นเทาน้อยๆ ขณะเอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา‘ถ้าเวลาหยุดไว้แค่ตรงนี้ได้ก็คงดี’ เธอคิดในใจด้วยความหวังที่ริบหรี่เหมือนแสงเทียนท่ามกลางพายุฝนแต่ความสุขชั่วขณะนั้นสั้นกว่าลมหายใจ ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนผิวแก้มของเขาด้วยความเผลอไผลภูมินทร์ก็ขยับตัวตื่นขึ้นมา แววตาที่ลืมขึ้นมาไม่มีร่องรอยของความงัวเงียหรือความอ่อนโยนที่เธอเฝ้าฝันถ
เอี้ยดดดดโครม!รถคันหรูประสานงากับรถบรรทุกจนยับเยิน ตรงส่วนคนขับยับยู่ยี่จนไม่คิดว่าจะรอดได้ สายฝนตกพร่ำลงมาผ่านกระจกรถที่แตกร้าว กระทบร่างที่แน่นิ่งกับถุงลมที่อัดกระแทกเธอ“...”ในสติอันพร่าเลือน ความเจ็บจนชาไปทั้งตัว นิรินพยายามขยับตัวแต่ก็กระดิกไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว เสียงวุ่นวายรอบด้านเบาบางลงทุกทีเธอใกล้จะตายจริงๆ ใช่ไหม…ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้นเอง สมองกลับนึกถึงเพียงภาพความทรงจำครั้งอดีต วันที่เธอได้พบเจอ ได้รู้จักกับอธิป เขาทำให้เธอตกหลุมรักหมดใจ เขาแสนอ่อนหวาน เอาใจใส่ แสนดีเหลือเชื่อ ทำให้การหมั้นของสองเราเป็นไปได้ด้วยดีจนวันที่เขาพบมินตราในงานเลี้ยง หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ อ่อนหวาน ไร้เดียงสา ชวนให้ปกป้องมากกว่าผู้หญิงที่แข็งแกร่งอย่างเธอ สายตาของอธิปก็แปรเปลี่ยนไปเย็นชา เหินห่าง เมินเฉยมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกนิรินพยายามเอาอกเอาใจเขา แต่ก็ได้รับความไม่แยแสกลับมา แล้วยิ่งพอรู้ว่าเขาพามินตราไปออกงาน นิรินก็ไม่อาจทานทนไหว ความหึงหวงของผู้หญิงผลักให้เธอขาดสติ ไร้สมอง ทำตามความดำมืดในหัวใจทำร
บ้านพักหรูริมทะเล แว่วเสียงคลื่นลอยพัดแผ่วเข้ามา พร้อมลมเย็นสบาย พัดมายังร่างระหงที่ยืนจิบไวน์ ทอดมองวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าตรงริมระเบียงใหญ่ หลังจากจบความวุ่นวายทั้งหมด ธันวายื่นคำขาดให้นิรินลาพักร้อนแบบไม่มีกำหนด เพื่อไปรักษาตัวและไปพักอย่างจริงจังเสียที โดยไม่ลืมริบอุปกรณ์ทำงานรวมถึงสั่งห้ามลูกน้องทุกคนห้ามติดต่อ ห้ามให้งานนิรินเด็ดขาดหญิงสาวเลยมาพักผ่อนจริงจังที่ริมทะเลต่างประเทศเพื่อหนีนักข่าวที่อยากทำข่าวอีกด้วย แต่เธอไม่ได้มาคนเดียวความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยโอบล้อมเธอจากทางด้านหลัง อธิปวางคางลงบนไหล่ระหงอย่างแผ่วเบา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาผสมกับกลิ่นไอทะเลทำให้นิรินหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย มือหนากุมมือเรียวไว้แน่น ถึงรอยเชือกป่านจะหายไปแล้ว แต่มันยังฝังแน่นในใจชายหนุ่ม คอยย้ำเตือนว่าเขาจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอได้อีก"รินครับ... ขอบคุณนะที่ยังอยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายที่เคยตาบอดคนนี้ได้กลับมาดูแลคุณ" อธิปกระซิบเสียงพร่า พลางจูบซับที่ขมับของเธออย่างทะนุถนอมนิรินพลิกตัวกลับมาในอ้อมกอดของเขา เธอเงยหน้ามองดวงตาคมกริบที่บัดนี้ไม่ได
ค่ำคืนวันงาน แสงไฟแชนเดอเลียร์ในโรงแรมหรูส่องสว่างระยิบระยับ นิรินปรากฏตัวในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้ดูผ่องใสราวกับนางพญา เธอเดินเคียงคู่มากับธันวาที่อยู่ในชุดทักซิโด้สุดเนี้ยบ ทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงานในฐานะคู่หูธุรกิจที่มาแรงที่สุดทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้
เช้าวันต่อมา ข่าวบันเทิงทุกหัวลงรูปเขาและมินตราอย่างครึกโครม[หวานไม่เกรงใจใคร! 'อธิป' ควง 'มินตรา' ออกงานคู่ หลังลือสนั่นคู่หมั้นตัวจริงเก็บของออกจากบ้าน!] [
แต่อธิปยังคงเป็นอธิป เขายืนมองทุกสิ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยทระนงและความถือดี เขายังเชื่อมั่นว่านี่คือ "เกมเรียกร้องความสนใจ" ของผู้หญิงที่รักเขาจนโงหัวไม่ไม่ขึ้น"อยากเล่นบทนางพญาผู้สูงส่งงั้นเหรอนิริน ได้ เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอรู้เองว่าการไม่มีฉันอยู่ข้างๆ มันจะทำให้เธอกระวนกระ
พลั่ก!นิรินรวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกอธิปออกอย่างสุดกำลังจนเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว อธิปเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง"อย่ามาทำสกปรกกับฉัน"นิรินเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง แววตาที่เคยวอนขอความรักบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจจนอธิปรู้สึกหนาววูบ"ริน! นี่เธอ..."

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





