Partager

บทที่ 9

“นายท่าน คุณหนู ข้าขอแวะตำบลข้างหน้าได้หรือไม่สถานที่แห่งนั้นเป็นบ้านเกิดของข้ากับเมีย ข้าต้องการให้นางได้กลับคืนสู่บ้านเดิม” ชายหนุ่มผู้เป็นคนถ่อเรือคุกเข่าลงร้องขอต่อตู้เหวินกังกับเสี่ยวหนิง

“เจ้าไปเถอะ พวกเราเองก็จะได้หาที่พักบ้าง” ตู้เหวินกัง อนุญาตด้วยเห็นใจชะตากรรมของเขา

ดังนั้นคนถ่อเรือจึงได้แวะที่ท่าเรือเล็กแห่งหนึ่งข้างหมู่บ้านที่ตนเคยอาศัยอยู่

“ต้าโถว เจ้าอยู่กับคุณหนูนะ พ่อไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ” มือหยาบกร้านของเขาวางบนศีรษะของลูกน้อยกล่าวคล้ายอาวรณ์ยามเมื่อพวกเขาเดินขึ้นมาบนฝั่ง

“ฮับ” เด็กน้อยตอบรับอย่างเชื่อฟัง เนื่องจากที่เป็นแบบนี้เพราะเจ้าตัวต่างรู้สึกดีใจที่มีพี่น้องมากมายอีกทั้งเขายังได้กินของอร่อยที่พี่สาวแบ่งให้โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามบอกใคร

ชายคนนั้นรู้สึกพอใจที่ลูกเชื่อฟังตนเป็นอย่างดีและก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปอุ้มร่างของเมียที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมเจ้าตัวจึงได้มานั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเสี่ยวหนิงเป็นการร้องขออีกครั้งด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

“คุณหนูข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้เป็นการเห็นแก่ตัว แต่ข้าขอร้อง ท่านได้โปรดเมตตาต่อลูกนกตกยากด้วยเถอะ เอาไว้หากชาติหน้ามีจริงข้าจะขอเกิดมาเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ท่าน” ชายคนนั้นพูดไปก็ยกชายเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา

“พี่ชายท่านพูดอะไร ท่านแค่เอาร่างของภรรยาไปฝังไม่ใช่เหรอ เหตุใดพูดราวกับจะสั่งเสียกันล่ะ” เสี่ยวหนิงรู้สึกใจหายวาบหลังได้ยินคำกล่าวของคนตรงหน้า

“คุณหนูได้โปรดฟังข้า หากเช้าวันพรุ่งนี้ข้ายังไม่กลับมาขอให้ท่านได้โปรดดูแลลูกชายของข้าด้วยเขายังเด็กนัก ขอให้ท่านจงช่วยรับเลี้ยงเขาด้วยไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม”

เสี่ยวหนิงมีสีหน้ายุ่งยากใจ “พี่ชาย ท่านแค่ไปฝังศพภรรยาพวกเราจะรอท่านกลับมา ดังนั้นอย่าได้พูดจาเหลวไหล ลูกของท่าน ท่านต้องดูแลเอง จู่ ๆ ท่านจะมาไว้ใจให้คนอื่นดูแลเขาแทนได้ยังไง”

“คุณหนู หนทางของข้ามืดมนเต็มทีเอาไว้อีกไม่นานท่านก็จะทราบว่าเพราะอะไร ข้าขอตัว หากท่านไม่อยากเลี้ยงเขาก็ปล่อยเขาเอาไว้ที่เมืองแห่งนี้เถอะ” ชายคนนั้นพูดขึ้นพลางยืดตัวตรงก่อนจะเดินไปช้อนร่างอันไร้ลมหายใจของภรรยาขึ้นแนบอกและเดินจากไปด้วยแผ่นหลังอันงองุ้ม

สิ่งที่เขาพูดหมายถึงเรื่องอะไรกันแน่ เด็กหญิงทำสีหน้าครุ่นคิด

“เสี่ยวหนิง/พี่สาว” ทั้งแม่และน้องชายหญิงต่างส่งเสียงเรียกเธอออกมาพร้อมกัน

“ค่ะ” เด็กหญิงทำสีหน้าฉงน

“ท่านหมอตู้กำลังรอพวกเราอยู่” คนเป็นแม่กล่าวด้วยรอยยิ้มเอ็นดูท่าทางของบุตรสาวคนโตผู้ยังอยู่บนหัวเรือ

“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ว่าแต่เงินของแม่ยังมีอยู่หรือเปล่า”

“ยังเหลืออยู่เยอะทีเดียว”

ในขณะที่กลุ่มของเสี่ยวหนิงกำลังเดินเลือกซื้อข้าวของและหาที่พักที่ตำบลแห่งนี้เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งปริศนาบางอย่างเอาไว้ให้กับใครบางคนเข้าแล้ว

“นายน้อย พวกเราให้คนไปสืบดูแล้วครับ ไม่เคยมีใครเห็นกระสุนลักษณะแบบนี้มาก่อน”

ผู้ที่ถูกเรียกว่านายน้อยเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ที่ตนกำลังอ่านพลางมองคนพูดด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้รอยกระเพื่อมไหวในแววตา ซึ่งทำให้คนมารายงานรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ทั้งนี้เป็นเพราะไม่รู้ว่าผู้เป็นนายคิดอย่างไร

เด็กหนุ่มผู้อยู่ในชุดทหารเอนหลังพิงพนักเบาะในเวลาเดียวกันนั้นเจ้าตัวก็เคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะเป็นจังหวะดัง ก๊อก ก๊อก ซึ่งการกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหลั่งเหงื่อเย็น

“แล้วเรื่องอื่นล่ะ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบเช่นเดียวกับใบหน้า

“รอยเท้าพวกนั้นต่างก็ถูกฝนชะล้าง จะ..จึงทำให้พวกเราไม่อาจทราบได้ว่าเป็นใครที่มาจัดการโจรเหล่านั้นและมีจำนวนคนเท่าไหร่” ผู้กล่าวรายงานเสียงสั่น

“ออกไป” ถ้อยคำแสนสั้นได้ทำให้ผู้เข้ามารายงานอยากจะโห่ร้องด้วยความดีใจ ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้หมุนกายออกไปคล้ายกับมีปีศาจร้ายไล่ล่าอยู่เบื้องหลัง

เสียงปิดประตูดังขึ้นก่อนที่จะมีชายอีกคนเดินออกมาจากหลังตู้บานใหญ่ “นายน้อยให้คนของเราไปสืบดีไหมครับ” ชายคนนั้นกล่าวอย่างนอบน้อม

“ไม่ต้อง เพราะตอนนี้เรามีเรื่องสำคัญกว่าให้คนในหน่วยไปสืบหาสายลับของทางฝั่งนั้นให้เจอ”

“รับทราบ” ชายหนุ่มร่างสูงในเครื่องแบบรับคำสั่งก่อนที่เจ้าตัวจะเดินตามชายหนุ่มก่อนหน้าออกมาทางเดียวกัน

พอหลับหลังคนของตนเด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องจึงได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อมายืนมองผู้คนที่กำลังเดินไปมาบนถนนอยู่ทางหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

หวังว่าคนผู้นั้นคงไม่ใช่ศัตรู นี่คือความคิดที่ผุดขึ้นมา

เสียงผู้คนดังขึ้นเรียกลูกค้าอย่างไม่ขาดสายทำให้น้องชายหญิงของเสี่ยวหนิงมองทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างสนใจ

“พี่สาว” เด็กหญิงตัวน้อยดึงชายเสื้อบุนวมของคนเป็นพี่ “ว่ายังไงเสี่ยวเถา” ใบหน้าของเสี่ยวหนิงก้มลงถามน้องสาวอย่างสงสัย

“กินนั่นได้ไหม” เด็กหญิงตัวน้อยชี้นิ้วไปยังร้านขายซาลาเปาเนื้อที่กำลังมีควันสีขาวพวยพุ่งขณะเปิดส่งให้ลูกค้า ทำให้คนตัวเล็กพากันยืนน้ำลายหก ทว่าพวกเขากลับไม่มีใครกล้าเอ่ยขอด้วยเกรงใจเงินของผู้มีพระคุณ

“ได้สิ รอก่อนนะเดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้” เด็กหญิงใบหน้ารูปไข่พูดขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเดินไปยังร้านขายซาลาเปาแห่งนั้น

“สิบห้าลูก! ดะ...ได้คุณหนูรอข้าสักครู่” พ่อค้าขายซาลาเปาตอบรับมือไม้สั่นเนื่องจากไม่มีใครซื้อเยอะเช่นนี้มานานแล้ว

“พวกเจ้ามารับไปคนละลูก” เสี่ยวหนิงพูดพร้อมกับหยิบซาลาเปาสีแป้งออกเหลืองส่งให้น้อง ๆ ทีละคน

“เป่าด้วย ระวังร้อน” คนเป็นพี่ไม่วายกล่าวเตือน

ตู้เหวินกังเห็นทหารกลุ่มหนึ่งเดินไปทางทิศตรงข้ามกับพวกเขาดังนั้นเจ้าตัวจึงได้อยากไปดู

“เสี่ยวหนิง น้องสาวฟู่ เจ้าดูแลเด็ก ๆ อยู่ตรงนี้นะข้าจะไปอ่านป้ายประกาศ” ตู้เหวินกังพูดขึ้นหลังเห็นทหารสามนายนำกระดาษทาแป้งเปียกแปะไปยังกระดานแผ่นใหญ่

“คนนี้ข้าว่าดูหน้าคุ้น ๆ อยู่นะเจ้าว่าใช่ไหม” ชายคนหนึ่งยกมือกอดอกถามกับเพื่อนของตน

“ใช่อะไรของเจ้า แล้วที่ว่าคุ้นเคยนะหมายถึงใคร” คนผู้นั้นย้อนถามด้วยสีหน้างุนงง

“ขะ..ข้านึกออกแล้ว!” ชายคนแรกตะโกนเสียงดัง

“นึกอะไรออกเจ้าบ้าไปแล้วเหรอ”

“ชายคนนี้เป็นลูกชายบ้านจงยังไงล่ะ เขาออกจากเมืองของเราไปพร้อมกับเมียและก็ลูกชายเจ้าจำได้หรือยัง” ชายคนแรกที่ร้องตะโกนเสียงดังพูดขึ้น

“เจ้าจำผิดเหรอเปล่า ลูกชายเฒ่าจงจะมีใบหน้าอยู่บนนี้ได้ยังไง” คนพูดรู้สึกกังขา

“แต่ข้าว่าใช่ ไม่อย่างนั้นพวกเราลองหาคนที่อ่านหนังสือออกสักคนมาอ่านให้ฟังดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนผู้นี้” ผู้พูดหันซ้ายแลขวาจนสายตามาปะทะกับหมอตู้

“พี่ชาย ดูการแต่งกายของท่านก็รู้ว่าน่าจะเป็นผู้มีความรู้ยังไงซะท่านได้โปรดอ่านข้อความบนนั้นให้พวกเราฟังได้หรือไม่”

ตู้เหวินกังมองคนที่กำลังเอ่ยกับตนด้วยท่าทางนอบน้อมอย่างพิจารณาอยู่ชั่วครู่เขาจึงได้พยักหน้า

เมื่อชายวัยกลางคนเห็นใบหน้าที่เด่นหราเจ้าตัวก็รู้สึกตกใจ กระนั้นเขาก็ยังคงเก็บอาการได้ดีพร้อมกันนั้นยังได้อ่านข้อความเหล่านั้นให้คนตรงนี้ฟังด้วยเสียงไม่ดังไม่เบา

“ประกาศจับ!!” ผู้คนมากมายต่างพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกตะลึงโดยเฉพาะคนที่รู้จักชายคนนี้

“ขะ...ข้าไม่อยากเชื่อ ไม่ได้การหากคนผู้นี้เป็นโจรจริงพวกเราจะต้องไปแจ้งทหาร” ตู้เหวินกังจะเอื้อมมือไปดึงแขนของคนพูดเอาไว้ทว่าในที่สุดเขาก็ปล่อยมือของตนลง

“พวกเราจะต้องรีบออกจากที่นี่” ตู้เหวินกังรีบสาวเท้าเดินมาทางกลุ่มของตนก่อนที่จะกระซิบข้างหูของเสี่ยวหนิงเสียงเบาราวกระซิบ

“ท่านลุง ฉันไม่อยากทิ้งเขา เอาอย่างนี้ ท่านพาแม่ของข้ากับเด็ก ๆ ลงเรือไปก่อนฉันจะตามไปดูชายคนนั้น”

ตู้เหวินกังรู้ดีว่าเขาไม่อาจทัดทานการกระทำของเด็กหญิงได้ ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้พยักหน้า

“หนึ่งชั่วโมง นี่คือเวลาของเจ้าไม่อย่างนั้นข้าจะพาพวกเขาจากไป”

“แค่นั้นก็เหลือเฟือ ขอบคุณค่ะ” เสี่ยวหนิงส่งยิ้มให้เขาหลังจากคะเนดูแสงของดวงตะวัน

“แม่คะ ฉันขอเดินไปดูอะไรหน่อยนะ แม่กับน้อง ๆ อยู่กับท่านลุงก่อนนะคะ” เด็กหญิงส่งเสียงบอกอย่างร่าเริงก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งโดยไม่รอเสียงตอบรับจากมารดา

“เด็กคนนี้นี่” นางฟู่บ่นอย่างจนใจ ในตอนนี้นางไม่ค่อยห่วงลูกสาวคนโตแล้วเนื่องจากเด็กหญิงดูเติบโตขึ้นมาก อีกทั้งยังไม่อ่อนแอเจ้าน้ำตาเช่นครั้งอดีต

เสี่ยวหนิงวิ่งมาตรงป้ายประกาศและเมื่อทราบว่าบ้านเดิมของชายหนุ่มคนนั้นอยู่ที่ไหนเจ้าตัวก็มุ่งหน้าไปทางนั้น

ปลอมตัวสักหน่อยดีกว่า เธอคิด

ดังนั้นในตอนนี้เด็กหญิงผมเปียจึงได้อยู่ในสภาพคล้ายหนุ่มน้อยเนื่องจากหล่อนได้นำวิกผมสั้นมาใส่ ส่วนเสื้อผ้าเองก็ใส่ให้ตัวใหญ่ขึ้นท่วงท่าการเดินก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

หากพี่ชายกับพี่สาวมาเห็นคงตกตะลึงเป็นแน่ เจ้าตัวคิดด้วยความเศร้าที่หวนรำลึกถึงความหลังครั้งยังอยู่กับพี่น้องในยุคปัจจุบัน

สองเท้าอันปราดเปรียวของเสี่ยวหนิงวิ่งไปทางหมู่บ้านที่ถูกระบุไว้ในแผ่นป้ายประกาศจับอย่างรีบร้อน

คล้อยหลังเธอจากไปไม่ไกลทหารกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธครบมือโดยมีชาวบ้านชายสองคนนำหน้าก็มุ่งหน้าไปเส้นทางเดียวกัน

สองสายตาของเสี่ยวหนิงพยายามมองหาชายหนุ่มคนนั้นด้วยความหนักใจ “จะไปหาที่ไหน บ้านของเขาหลังไหนก็ไม่รู้”

ในขณะที่เจ้าตัวกำลังยืนอย่างอับจนหนทางก็ได้มีชาวบ้านสองสามคนเดินพูดคุยกันโดยผ่านหน้าของเธอไปอย่างไม่สนใจ ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงนี้หมู่บ้านของพวกเขามักมีคนแปลกหน้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก

“น่าสงสารลูกเฒ่าจง พ่อแม่เพิ่งจากไปได้ไม่นานนี่เมียก็ยังมาตายอีกเวรกรรมอะไรไม่รู้แม้แต่ลูกชายคนเดียวก็หายไป”

“ฉันเองก็เห็นใจแต่จะทำยังไงได้ล่ะ ชีวิตคนเราก็มักโหดร้ายแบบนี้ไม่ใช่เหรอ นี่นับว่ายังโชคดีที่ยังได้นำร่างของเมียมาฝัง”

“แกว่าลูกเฒ่าจงคงจะไม่ฆ่าตัวตายบนภูเขาหรอกใช่ไหม”

เมื่อเสี่ยวหนิงได้ยินแบบนี้สองเท้าของหล่อนก็วิ่งไปทางภูเขาซึ่งเป็นทิศตรงกันข้ามกับหมู่บ้านทันที

“พี่ชายอย่า!!” ทว่าช้าไปเสียแล้วเนื่องจากร่างกำยำของชายหนุ่มคนนั้นได้ทิ้งตัวลงไปใต้หุบเหวเบื้องหน้าต่อหน้าต่อตาของเธอ

ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตั้งสติได้หล่อนก็ได้ยินเสียงเดินของคนจำนวนมากทำให้เจ้าตัวรีบหาที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว

“มันหายไปไหนแล้ว” หนึ่งในทหารคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

“หัวหน้าไม่ใช่ว่ามันรู้ความผิดก็เลยชิงกระโดดลงหน้าผาไปแล้วหรอกนะ” เมื่อลูกน้องของตนพูดแบบนี้

ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงได้ก้มหน้าลงไปมองยังหุบเหวสูงคล้ายค้นหาร่องรอยของชายคนนั้น

“นั่นเศษผ้านี่ครับ ติดอยู่กับกิ่งไม้” ชายผู้เป็นคนไปแจ้งทหารชี้นิ้วไปยังเศษผ้าที่กำลังปลิวไสวตามลม

“กลับ” คนเป็นหัวหน้าสั่งเสียงดัง

ในระหว่างที่พวกเขากำลังหันหลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เพิ่งขึ้นมา จู่ ๆ นายทหารคนหนึ่งก็พูดกับเพื่อนของตนที่อยู่ด้านหลัง

“หากเรื่องนี้นายน้อยรู้แกคิดว่าพวกเราจะเป็นยังไง คนแซ่หยางพวกเราก็ยังช่วยออกมาไม่ได้ มาตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายที่เหลือรอดได้อีก”

“แกเงียบไปเลยหากหัวหน้ารู้ก็ซวยกันหมดหรอก” คนเป็นเพื่อนเอ็ดเสียงเขียว

‘คนแซ่หยาง’ เสี่ยวหนิงทวนก่อนที่เจ้าตัวจะเบิกตากว้าง จะใช่พ่อไหม

พ้นจากร่างของคนกลุ่มใหญ่เสี่ยวหนิงจึงได้ปรากฏกายออกมา เธอยืนไว้อาลัยตรงหน้าผาอยู่ชั่วครู่

“พี่ชายฉันรับปากจะดูแลต้าโถวให้ ขอให้ท่านกับพี่สาวเดินทางไปสู่สัมปรายภพที่ดีนะ”

สายลมพัดมาอาบไล้ใบหน้าของเธอแผ่วเบาคล้ายกับเป็นการขอบคุณ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 90

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่อ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 89

    “พ่อคะ พาหนูไปหาเขา ได้โปรด” เธอวิงวอนร้องขออย่างน่าสงสารจนหยางเฉียนหมิงไม่อาจปล่อยผ่าน “ได้ พ่อจะพาลูกไปเอง” เขาตอบรับเสียงหนัก รถจิ๊ปสีเขียวของกองทัพพาสองพ่อลูกหยางเดินทางเข้ามาถึงค่ายแห่งหนึ่งหลังจากสองพ่อลูกนั่งรถไฟผ่านหลายสถานีกว่าจะมาถึงตัวมณฑลแห่งนี้ “ที่นี

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 88

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 87

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 86

    “พี่ล้อเล่นน่ะ ว่าแต่น้องหยิกพี่ทำไม” หลี่ลู่เหอยกมือของเธอขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็แสดงความรักที่มีต่อหญิงสาวอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตอบโต้หล่อนก็ถูกภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาเอาไว้ “สวยจัง” ปากสีแดงสวยขยับขึ้นลง ดวงตาของเธอเปล่งประกายคล้ายมีแสง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 85

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 24

    แสงอรุณแรกเริ่มโผล่พ้นขึ้นขอบฟ้าจนกระทั่งมองเห็นบรรยากาศยามเช้าอย่างชัดเจน “พวกเจ้าเหนื่อยกันไหม” นางฟู่ถามลูกชายหญิงอย่างเป็นห่วง “ไม่เหนื่อยครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสิบคนยังคงมีใบหน้าแย้มยิ้ม โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กทั้งสามที่นั่งอยู่บนรถเข็น การเดินเท้าเข้าเมืองไม่ได้น่าเบ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-20
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 71

    คนทั้งคู่หรือแม้แต่คนอารักขาของพวกเขาไม่มีใครทันได้สังเกตแมวน้อยตัวลายที่กระโดดหายไปตามขื่อหลังคาอย่างว่องไว ทางด้านเสี่ยวหนิงหลังจากร้องเพลงติดต่อกันไปถึงสองเพลงหล่อนก็อาศัยช่วงเวลาพักหลบออกมา และเมื่อได้ข้อมูลที่เหลาหู่นำมาเธอก็แสร้งเดินนวยนาดมาทางหลี่ลู่เหอด้วยรอยยิ้มหวานจนสะกดทุกสายต

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 74

    ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าหลังจากจับพวกคนเลวได้ทั้งหมดเสี่ยวหนิวผู้มีรูปร่างใหญ่กว่าพี่สาวก็ได้อุ้มร่างอันไร้สติของเด็กสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางพวกเขาปากก็ร้องว่า “พี่ชายเหอ! ช่วยพี่ใหญ่ด้วย” เด็กหนุ่มพูดไปพลางร้องไห้ไป หัวใจของหลี่ลู่เหอกระตุกวาบ “เสี่ยวหนิว! พี่ใหญ่ กะ..เกิดอะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 56

    “ค่ะแม่” เจ้าตัวรับปากเสียงใส “พี่ใหญ่ ผมไปด้วยนะครับ” ซีห่าวรีบพูดขึ้น “ตกลง มีใครอยากจะเข้าไปในเมืองอีกไหมจ๊ะ” คนเป็นพี่สาวถาม ทั้งนี้เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้พาน้องชายหญิงเข้าตัวเมืองบ่อยนัก “ผมครับ” เสี่ยวตงกับเสี่ยวหนิวยกมือตอบเสียงดัง “แล้วคนอื่นล่ะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status