Share

8.1 ผูกวาสนารัก

last update publish date: 2026-02-28 02:26:00

8.1

ผูกวาสนารัก

สายลมยามบ่ายพัดแผ่วพาเอากลิ่นหอมของดอกเหมยจากสวนอารามลอยคลุ้ง เซี่ยหรูเยียนเดินเคียงองค์หญิงสามอยู่บนทางเดินหินขัดที่ทอดยาวเลียบสระบัวกลางอาราม แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านไม้ไผ่ลงมาแต้มผิวผ่องขององค์หญิงให้ยิ่งดูสูงศักดิ์ดั่งเทพธิดา

ทว่าภายใต้ความงามนั้นยังคงมีความอ่อนเยาว์และความอยากรู้อยากเห็นอยู่เต็มเปี่ยม

“ที่นี่ช่างเงียบสงบนัก” องค์หญิงตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางก้าวช้าๆ มือเรียวถือร่มบังแดดไว้ด้วย

“บางคราข้าก็อยากจะมาอยู่ที่นี่นาน ๆ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับวังหลวงและพิธีการทั้งหลาย”

หรูเยียนแสร้งยิ้มอย่างอบอุ่น

“เพคะ ที่นี่อากาศดีเหลือเกิน เสียงน้ำจากสระบัวก็นุ่มหูนัก หากได้อยู่เงียบๆ เช่นนี้ทุกวันก็คงจะวิเศษยิ่ง หากองค์หญิงทรงเวลาเวลาก็เสด็จมาบ่อยๆ ได้เพคะ”

องค์หญิงหัวเราะเบา ๆ “ดีๆ ข้าจะต้องมาแน่นอน เจ้าเองก็ต้องมาเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าด้วยล่ะ ถ้าข้ามีเวลามาน่ะ”

คำพูดนั้นทำให้หรูเยียนรู้สึกยิ้มในใจทุกถ้อยคำของนางในยามนี้ ล้วนผ่านการวางแผนและเลือกสรรมาอย่างระมัดระวังทั้งสิ้น เนื่องจากต้องการซื้อใจองค์หญิงสามให้ได้โดยเร็ว

เมื่อทั้งสองเดินมาถึงริมสระบัวที่ขอบมีหินขาวปูล้อม หรูเยียนเหลือบเห็นเงาร่างหนึ่งเดินผ่านทางด้านตรงข้ามอย่างไม่เร่งรีบ

หลี่เจี้ยน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเรียบง่าย ใบหน้าเยือกเย็นแต่สง่างาม สายตาเฉียบขาดราวคมดาบ ท่วงท่าของเขาดูน่ามองกว่าขุนนางทั่วไป

หัวใจของหรูเยียนเต้นขึ้นมาหนึ่งจังหวะ นามของเขาและภาพของเขา ทุกอย่างฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของนางจากชาติก่อน

หลี่เจี้ยน…ชายผู้ที่ครั้งหนึ่งนางเคยรักหมดหัวใจ

แต่เขากลับมอบรักนั้นให้เซี่ยเหมยหรง ซ้ำยังร่วมมือกันหลอกใช้นางอีกด้วย

ริมฝีปากของหรูเยียนกระตุกขึ้นนิดหนึ่งก่อนจะแสร้งหลุบตาลงอย่างสงบ หากใครมองก็จะเห็นเพียงหญิงสาวเรียบร้อยผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างองค์หญิงเท่านั้น

ระหว่างที่องค์หญิงสามกำลังก้มชมดอกบัวที่กำลังผลิบาน จังหวะนั้นเองหรูเยียนก็ขยับเท้าเพียงนิดหนึ่งมันเล็กน้อยมากจนแทบมองไม่เห็น แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้องค์หญิงสะดุดได้

“ว้าย!” เสียงร้องดังขึ้น ก่อนร่างบางขององค์หญิงจะเอนเซถลา ล้มลงไปในสระบัวเสียงดังตูม

“องค์หญิง!” หรูเยียนแกล้งร้องสุดเสียง ใบหน้าแสดงความตกใจสุดขีด นางรีบถอดรองเท้าแล้วกระโจนลงตามไปทันที น้ำเย็นจัดทำให้นางชะงักไปชั่วขณะ แต่สีหน้ากลับแสดงเพียงความร้อนรนจริงใจเท่านั้น

องค์หญิงสามดิ้นอยู่ในน้ำที่แม้ไม่ลึก แต่เพราะตกใจจึงทำให้จมลงไปหลายครั้ง หรูเยียนรีบว่ายเข้าไปพยายามพยุงร่างของพระองค์ขึ้น แต่ด้วยแรงน้อยและท่วงท่าว่ายน้ำไม่แข็ง ทำให้ทั้งคู่กระเซอะกระเซิงอยู่กลางสระ

เสียงน้ำกระจายและเสียงร้องดังลั่นจนเรียกความสนใจจากคนที่อยู่ไม่ไกล

หลี่เจี้ยนที่กำลังจะก้าวผ่านทางออกจากอารามชะงักเท้า หันกลับมาทันที

“เกิดอะไรขึ้น!” เขาตะโกนถาม แต่เมื่อเห็นหญิงสองคนกำลังดิ้นอยู่กลางสระ น้ำสาดกระจายเต็มรอบตัว เขาก็ไม่รอช้า กระโจนลงน้ำทันทีโดยไม่ลังเล

เสียงตูมดังสนั่น น้ำกระเซ็นขึ้นสูง เขาแหวกน้ำเพียงสองสามครั้งก็ถึงตัวองค์หญิง เขารู้โดยสัญชาตญาณว่าผู้หญิงที่เครื่องแต่งกายหรูหรากว่าคือคนสำคัญ จึงรีบโอบร่างบางนั้นขึ้นอย่างระมัดระวัง

“อย่าขยับ ข้าจะพาขึ้นฝั่งเดี๋ยวนี้!”

เสียงทุ้มหนักแน่นนั้นทำให้หญิงสาวที่กำลังสำลักน้ำเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง ภาพของชายหนุ่มเปียกปอน ผมแนบหน้าผาก สายตาคมกริบกับท่าทีมั่นคงราวกำแพงเหล็ก เป็นภาพที่นางจะไม่มีวันลืม

“ขอบ...ขอบใจ...” องค์หญิงพึมพำเบาๆ เมื่อถูกอุ้มขึ้นฝั่งโดยมีองครักษ์ที่วิ่งตามมารับช่วงต่อ

ส่วนหรูเยียนนั้น แม้จะเปียกโชกไปทั้งตัวแต่ยังพอพยุงตัวขึ้นฝั่งเองได้ นางไอเบาๆ และยกมือปาดน้ำออกจากใบหน้า พลางมองภาพตรงหน้า

องค์หญิงอยู่ในอ้อมแขนของหลี่เจี้ยน ดวงตาขององค์หญิงจับจ้องเขาไม่วางตา

‘ดีจริงๆ เป็นไปตามที่ข้าต้องการทุกอย่างเลย’

องครักษ์รีบกางผ้าคลุมให้ ทั้งคู่ถูกนำไปยังศาลาพักของอารามเพื่อให้เปลี่ยนชุดที่เปียก

หลี่เจี้ยนยืนอยู่ด้านนอก รอให้ทุกอย่างสงบก่อนจากไป แต่เสียงขององค์หญิงกลับดังขึ้นก่อนที่เขาจะได้หมุนตัวจากไป

“ช้าก่อน ท่านมีนามว่าอะไรหรือ” เสียงนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความสนใจ

หลี่เจี้ยนโค้งคำนับ

“กระหม่อมหลี่เจี้ยน เป็นองครักษ์ในสังกัดกองตรวจราชการพ่ะย่ะค่ะ”

องค์หญิงพยักหน้าเบาๆ สีหน้าเปลี่ยนจากความตกใจเป็นความซาบซึ้ง

“วันนี้หากมิใช่ท่าน ข้าคงได้ไปอยู่ในปรโลกแล้วเป็นแน่ ขอบคุณมากนะ”

“กระหม่อมเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“แต่สำหรับข้า นั่นคือความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่”

นางกล่าว พลางทอดสายตามองเขาเนิ่นนานจนคนรอบข้างสังเกตได้

หรูเยียนที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยก้มหน้าลง ซ่อนรอยยิ้มที่แฝงอยู่ในดวงตา รอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่แฝงความเย็นเยียบราวน้ำแข็ง

เมื่อองค์หญิงถูกพาไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ หรูเยียนก็ได้รับการดูแลเช่นกันจากนางกำนัลขององค์หญิง โยจากนั้นก็เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วอารามว่า

“องค์หญิงถูกช่วยไว้โดยชายหนุ่มรูปงาม”

ทว่าข่าวลือเล็กๆ ที่เกิดจากเหตุบังเอิญในสระบัวนี้กลับค่อยๆ แผ่ขยายไปเหมือนคลื่นน้ำ โดยที่มันเป็นความจงใจและการวางแผนของหรูเยียน ซึ่งโชคดีที่สวรรค์เข้าข้างนาง จนทำให้แผนการที่วางไว้ราบรื่นกว่าที่คิด

‘ยามนี้เจ้าจะกลายเป็นวีรบุรุษขององค์หญิงก็ให้เป็นไปเถิด เพราะในอนาคตข้าก็จะใช้เรื่องนี้ทวงคืนหนี้แค้นจากเจ้าเช่นกัน’

หรูเยียนค่อยๆ ก้าวตามองค์หญิงสามออกจากศาลาพัก ดวงตาขององค์หญิงยังคงพราวระยับไม่หายจากภาพชายหนุ่มที่เพิ่งช่วยชีวิต

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   บทส่งท้าย กันและกัน

    บทส่งท้ายกันและกัน กลิ่นดอกเหมยและดอกบ๊วยจากสวนด้านนอกลอยตามลมเข้ามาเจือผสมกับกลิ่นชาหอมจางๆ ในห้องโถง ผ่านมาสองปีแล้วนับแต่คืนแต่งงาน จวนขององค์ชายรองในอดีต บัดนี้กลายเป็นจวนของว่าที่องค์รัชทายาท แม้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการออกไปยังทั่วเมืองหลวง แต่ในวันนี้ชะตาของคนสองคนกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง หรูเยียนวางมือจากผืนผ้าที่กำลังปักลายเมฆมงคล นางยกมือแตะหน้าท้องของตนอย่างเผลอไผล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่แม้ไม่มีใครเห็นก็ยังงดงาม คำบอกของหมอหลวงเมื่อช่วงสายยังดังก้องอยู่ในหัวใบหน้าของหมอมากประสบการณ์นั้นผ่อนคลายยิ่งนักเมื่อกล่าวกับนางว่า “ขอแสดงความยินดีด้วย นี่คือชีพมงคลพ่ะย่ะค่ะ” เพียงคำไม่กี่คำ โลกของหรูเยียนก็เหมือนถูกแต้มด้วยสีที่อ่อนหวานไปทั้งใบ นางไม่ทันตอบอะไร เพียงแต่ก้มหน้าลง น้ำตาเอ่อในตาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในชาติก่อนที่เลือนรางอยู่ส่วนลึกถูกคลื่นแห่งปัจจุบันกลืนหายไปทีละน้อย ครั้งนั้นนางไม่มีโอกาสแม้แต่จะรู้ว่าการมีชีวิตใหม่เติบโตในตัวนั้นเป็นความรู้สึกเช่นไร แต่ในชาตินี้สวรรค์เหมือนยื่นมือม

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.2 พิธีอภิเษก

    67.2พิธีอภิเษกภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊นั่งเรียงรายตามลำดับ ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงประทับในจุดสูงสุดทอดพระเนตรโอรส และสะใภ้ด้วยความพึงพอใจ องค์หญิงสาม จ้าวอวี้หงในชุดงดงามเฉิดฉาย นั่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของหรูเยียน เมื่อมีโอกาส นางก็รีบเท้าแขนบนโต๊ะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ “หรูเยียน วันนี้เจ้างดงามมาก น่าจะงามที่สุดตั้งแต่ที่เรารู้จักกันด้วย” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ ใต้ผ้าคลุม “องค์หญิงอย่าทรงล้อหม่อมฉันเลย” “ใครล้อกัน” องค์หญิงทำหน้าจริงจัง “เจ้าน่ะ ทำให้ข้าเริ่มคิดแล้วว่าถ้าข้าแต่งงานไปบ้าง จะงามได้ครึ่งของเจ้าหรือไม่” หรูเยียนอยากจะตอบว่า ‘พระองค์งามกว่านางมาก’ แต่ยังไม่ทันพูดก็มีขันทีเข้ามากระซิบบอกบางอย่าง “ของขวัญจากเป่ยเยี่ยนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งห้องโถงเงียบลงพอสมควร ทุกสายตาหันไปที่เรือนข้างๆ ที่บ่าวกำลังขนหีบของขวัญใหญ่โตหลายใบเข้ามาขันทีเปิดหีบใบหนึ่งให้เห็นด้านในเป็นหยกหายาก ชุดผ้าไหม อาวุธสั้นฝักประดับอัญมณี และสุดท้าย กล่องลงรักสีดำเข้มประดับลายผีเสื้อทอง “ของทั้งหมดนี้เป็นของขว

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.1 พิธีอภิเษก

    67.1พิธีอภิเษก เมืองหลวงต้าหยางเหมือนสว่างเร็วกว่าทุกวัน แสงอรุณลอดผ่านหมอกบาง สีทองอ่อนทาบไปทั่วหลังคากระเบื้องของวังหลวงและจวนตระกูลใหญ่ ผู้คนทั้งในตลาดและตรอกซอกซอยล้วนจับกลุ่มพูดคุยเรื่องเดียว “องค์ชายรองจ้าวอี้หลันจะอภิเษกกับคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย” ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นงานมงคลของพระโอรส แต่เพราะเรื่องราวของเซี่ยหรูเยียนแพร่กระจายไปในหมู่คนมานาน ทั้งอดีตที่ถูกทอดทิ้งในอาราม ทั้งความสนิทสนมกับองค์หญิงสาม ทั้งเรื่องการรอดตายราวปาฏิหาริย์ คำว่า ‘ชะตาชีวิตไม่ธรรมดา’ ถูกเอ่ยถึงคู่กับชื่อของนางอยู่เสมอ ยามเช้าในจวนสกุลเซี่ย เรือนของหรูเยียนครึกครื้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี สาวใช้ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาจัดการเครื่องประดับและอาภรณ์ ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงลงแป้งบางๆ ให้กับใบหน้าที่เดิมก็ขาวผ่องอยู่แล้ว หรูเยียนนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง มือเรียววางบนตักอย่างสงบ ทว่าในใจกลับบังเกิดความตื่นเต้นจนห้ามไม่อยู่ “วันนี้คุณหนูงามมากเจ้าค่ะ” อาเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “หากองค์ชายรองมาเห็น คงพูดไม่ออกแน่” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ เช่นกัน มุ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   66 ข่าวจากไป๋อัน

    66ข่าวจากไป๋อัน ลมหนาวต้นฤดูโหมแรงทั่วเมืองไป๋อัน ฟ้าครึ้มจนมองเห็นเมฆต่ำเหมือนกำลังจะมีหิมะตก แม้จะยังไม่ถึงฤดูหนาวโดยสมบูรณ์ แต่ในเมืองชายแดนที่กันดารเช่นนี้ ทั้งลมและความเหน็บหนาวมาเยือนเร็วกว่าที่อื่นเสมอ ในเรือนเล็กเซี่ยเหมยหรงกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ ท้องของนางโตจนเรียวแขนต้องโอบประคองตลอดเวลา สายตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่าราวกับกำลังหาความหวังบางอย่างในผืนฟ้า แต่ก็ไม่เคยพบมันเสียที เสียงฝีเท้าของสาวใช้ทำให้เซี่ยหมยหรงละสายตา “คุณหนูเจ้าคะ มีจดหมายจากเมืองหลวงมาถึงเจ้าค่ะ” เซี่ยเหมยหรงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จากจวนตระกูลเซี่ยหรือ” “เจ้าค่ะ” นางยื่นมือออกไปรับจดหมายที่จ่าหน้าด้วยลายมือของพ่อบ้าน แม้ยังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจว่าคงมิใช่ข่าวธรรมดา เซี่ยเหมยหรงแกะผนึกเปิดจดหมาย ดวงตาค่อยๆ กวาดอ่านข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ใบหน้าที่อ่อนล้าของนางก็แข็งค้าง เซี่ยหรูเยียนจะได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายรอง... มือของเซี่ยเหมยหรงสั่นจนกระดาษหลุดจากปลายนิ้วลงพื

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.2 สมรสพระราชทาน

    65.2สมรสพระราชทานอาภรณ์สีเข้มของเขาดูเรียบง่ายกว่าตอนเข้าเฝ้าในท้องพระโรง แต่กลับทำให้ดูอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “องค์ชายรอง” หรูเยียนโค้งคำนับอย่างงดงาม “ยามมืดค่ำเช่นนี้ ไฉนถึงเสด็จมาถึงที่นี่ได้เพคะ” เขามองนางนิ่งไปเพียงชั่วอึดใจ แล้วจึงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ “หากใจอยากมาหาเจ้า ต่อให้ค่ำกว่านี้ ข้าก็จะมา” คำพูดเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของหรูเยียนเต้นแรง นางหลบสายตาเล็กน้อย “เชิญองค์ชายรองด้านใน” ภายในห้องโถงของเรือน เงาไฟจากเชิงเทียนส่องผนังเป็นลายงดงาม อาเหยานำชาร้อนเข้ามาวาง ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง จ้าวอี้หลันปล่อยให้ความเงียบอุ่นๆ ลอยอยู่ในห้องครู่หนึ่ง สายตาเขามองใบหน้าของหรูเยียนอย่างเก็บอารมณ์ไม่ได้ทั้งหมด “วันนี้ ได้ยินข่าวหรือยัง” เขาเปิดปากถามอย่างนุ่มนวล หรูเยียนช้อนตามองอย่างงุนงง “ข่าวใดเพคะ” “ดูท่าทางแล้วเจ้ายังไม่รู้จริงๆ” จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้เล็กที่ห่อด้วยผ้าไหมสีเข้มออกมาจากแขนเสื้อ และวางลงบนโต๊ะระหว่างกันอย่างระมัดระวัง

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.1 สมรสพระราชทาน

    65.1สมรสพระราชทาน หลังการเชื่อมไมตรีระหว่างสองแคว้นผ่านไปอย่างราบรื่น บรรยากาศในวังหลวงก็เบาสบายขึ้นมาก แต่ในหัวใจของชายหนุ่มผู้หนึ่งกลับไม่ได้สงบนิ่งเช่นท้องฟ้าวันนี้ องค์ชายรอง จ้าวอี้หลัน ยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องเขียนในจวนของตน ดวงตาสีหมึกทอดมองกล่องไม้แกะลายผีเสื้อซึ่งวางอยู่บนผ้าไหมสีคราม เขาเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นปิ่นทองประดับหยกผีเสื้อสีอ่อน เนื้อหยกใสคล้ายหยดน้ำตอนรุ่งสาง ปิ่นทองนี้เป็นของที่เขาเคยสั่งช่างฝีมือเอกให้สร้างขึ้นพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของหรูเยียน แต่วันนี้เขามั่นใจแล้วยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น มือใหญ่แตะปิ่นหยกเบาๆ ดวงตาขององค์ชายรองวูบไหวชั่ววูบ ทั้งตื่นเต้น ทั้งตัดสินใจเด็ดเดี่ยว “วันนี้ข้าจะทูลต่อฝ่าบาทให้ทรงพระราชทานสมรสให้ข้าและหรูเยียน” หลังผ่านความเป็นความตายร่วมกัน หลังรู้ความจริงว่านางมีพิษกู่ในร่างตั้งแต่เด็ก หลังเห็นนางร้องไห้เพราะมารดาที่ตายจาก หลังเห็นนางยืนหยัดอยู่ในท้องพระโรงอย่างสง่างาม เขาก็ตระหนักชัดว่านางคือสตรีเพียงคนเดียวที่เขาจะรักไปจนชั่วชีวิต จ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status