Home / รักโบราณ / เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน / 7 เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

Share

7 เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

last update publish date: 2026-02-11 15:31:25

7

เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

ลมอ่อนพัดกลิ่นกำยานจากในโถงด้านหน้าอารามลอยอ้อยอิ่งผ่านลานหินขาว เวลานี้ผู้คนเริ่มทยอยออกจากศาลาใหญ่ บ้างสนทนา บ้างพักสายตาชมสวนหินและสระบัวที่บานสะพรั่งกลางแดดอ่อน

เซี่ยหรูเยียนก้าวเดินอย่างสงบ ท่วงท่าเรียบง่าย อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวไร้ลวดลายหรูหรา แต่กลับทำให้นางดูสง่างามในความเรียบง่ายนั้น ความอ่อนโยนของแววตาคล้ายสายน้ำที่ไหลเย็นจนยากจะหยั่งลึก วงหน้าของนางงามละมุนจนแม้แต่แสงแดดยามบ่ายยังทอดตัวอ่อนโยนเมื่อส่องกระทบ

วันนี้พิธีทำบุญสิ้นสุดลงโดยมีองค์หญิงสามเป็นผู้แทนของฮองเฮา พระองค์มีพระเมตตาต่อผู้มาร่วมงานไม่น้อย โดยเฉพาะต่อหรูเยียนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าและถวายชา จนได้รับรอยยิ้มโปรดปรานและคำชื่นชมตอบกลับ ซึ่งภาพนั้นยังติดตาใครหลายคน

“พี่หญิง...พี่หญิง!”

เสียงเรียกที่แฝงแววดื้อรั้นดังขึ้นจากด้านหลัง หรูเยียนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับ พลันเห็นร่างหนึ่งเดินเร็วเข้ามาหา

เซี่ยเหมยหรง น้องสาวต่างมารดาของนาง หญิงสาวผู้นี้งามในแบบที่ฉูดฉาดกว่าหรูเยียน ใบหน้าขาวจัดแต่งแต้มสีปากแดงสด อาภรณ์ไหมแวววาวจนสะดุดตา เครื่องประดับหยกและทองคำระยิบระยับจนเมื่อเผลอมองแล้วแทบจะลืมตาไม่ขึ้น

หรูเยียนส่ายศีรษะเบาๆ “มีเรื่องอันใดหรือ”

“ยังจะถามอีก” เซี่ยเหมยหรงแค่นเสียง พลางจับแขนพี่สาวไว้แน่น “เจ้าช่างเจ้าเล่ห์นัก! คิดหรือว่าข้าไม่เห็นที่เจ้าทำต่อหน้าองค์หญิงสามเมื่อครู่”

หรูเยียนยืนนิ่ง สีหน้ายังคงอ่อนโยน

“ข้าเพียงทำหน้าที่ถวายชาตามคำสั่งของท่านเจ้าอาวาส มิได้มีสิ่งใดแอบแฝง”

“มารยาทงั้นหรือ!” เซี่ยเหมยหรงหัวเราะเบาแต่เต็มไปด้วยความเยาะหยัน

“ลูกอนุอย่างเจ้าคิดจะทำตัวมีมารยาทเหนือกว่าข้าอย่างนั้นหรือ อย่าคิดว่าความอ่อนน้อมปลอมๆ นั่นจะทำให้คนในราชสำนักมองเจ้าดีขึ้น ข้าขอเตือนให้รู้ไว้ว่าด้วยตำแหน่งและศักดิ์ในบ้านตระกูลเซี่ย เจ้าจะไม่มีวันก้าวข้ามข้าได้”

คำพูดนั้นเฉือนลึกดังคมมีด แต่หรูเยียนกลับไม่โต้ตอบ เพียงค้อมศีรษะเบาๆ “น้องเหมยหรง หากเจ้าคิดเช่นนั้น ข้าก็ไม่อาจห้ามได้”

“อย่ามาทำเป็นเมินเฉยต่อข้านะ!” เซี่ยเหมยหรงกัดฟันด้วยความโมโห “เจ้าแค่หวังจะเอาหน้า เพื่อให้คนในวังเห็นว่าเจ้า เรียบร้อย อ่อนโยนใช่หรือไม่ ข้าบอกไว้ก่อนเลยว่าข้าจะไม่ยอมให้ลูกอนุอย่างเจ้ามาแย่งความโปรดปรานขององค์หญิงไปจากข้า”

หรูเยียนเหลือบตามองรอบๆ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “ที่นี่คืออารามหลวง เจ้าอย่าทำเสียงดังเกินไปเลย เดี๋ยวผู้คนจะมองไม่ดีเอา”

คำเตือนนั้นกลับยิ่งทำให้เซี่ยเหมยหรงโกรธจัด

“หรูเยียน เจ้าชอบทำให้ข้าดูเลวร้ายอยู่ฝ่ายเดียวใช่หรือไม่ ได้! ถ้าเจ้าคิดจะสวมหน้ากากคนดี ข้าจะลอกมันออกให้คนทั้งอารามได้เห็นเอง!”

พูดจบ นางก็จงใจก้าวเข้ามาใกล้ ทว่าหรูเยียนกลับหลบสายตาแล้วหันหลังเดินหนีไปช้าๆ

ในความเงียบของสวนหลังอาราม นางเดินผ่านแถวต้นเหมยที่กำลังผลิดอกบาน ใจในยามนี้สงบนิ่ง แต่ในแววตากลับแฝงความคิดลึกซึ้งและมากด้วยแผนการ

“อย่าคิดจะหนีไปนะ!” เสียงน้องสาวดังตามหลัง ก่อนทั้งคู่จะเดินลึกเข้ามาในสวน และเพราะหรูเยียนเห็นอยู่ก่อนแล้วว่าองค์หญิงสามเข้าไปเดินเล่นด้านใน นางจึงจงใจที่จะเดินเข้ามา

เพียงไม่นาน ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งในอาภรณ์ของทางราชสำนักเดินออกมาจากทางโค้ง

องค์หญิงสามถือพัดกลมประดับลายเมฆทอง ยามใบหน้ายกยิ้มบางก็มีรัศมีความงามจนยากจะละสายตา ข้างกายมีขันทีคนสนิทคอยถวายงานอย่างนอบน้อม

หรูเยียนชะงักแล้วแล้วรีบยอบกายทำความเคารพ ทว่าเซี่ยหมยหรงยังไม่ทันเห็นว่ามีผู้ใดอยู่เบื้องหน้า นางจึงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเดิม

“เจ้าจะทำตัวอ่อนโยนปลอมๆ นั่นไปถึงเมื่อไร ข้าเบื่อจะเห็นเจ้าทำเหมือนเป็นผู้ดีทั้งที่เจ้าก็เป็นแค่ลูกอนุเท่านั้น เลือดในกายเจ้ามีแต่เลือดสกปรกไม่อาจเทียบกับข้าได้หรอก ฮึ! องค์หญิงนั่นก็ตาต่ำยิ่งนักชมเชยเจ้าเข้าไปได้อย่างไรกัน”

เสียงนั้นดังชัดเจนจนทุกคนในบริเวณหันนั้นมามอง ขันทีที่เดินตามองค์หญิงสามมาถึงกับชะงักไป

องค์หญิงสามลดพัดในมือ ดวตาหรี่ลง

“เจ้าว่าอย่างไรนะ”

เซี่ยเหมยหรงชะงักไปทันที ร่างแข็งค้างเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นว่าใครอยู่เบื้องหน้า

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันมิได้ตั้งใจเพคะ!”

“เจ้าพูดว่านางเป็นเพียงลูกอนุ...ว่าพี่สาวของเจ้าเลือดในกายไม่สะอาดเช่นนั้นหรือ ตระกูลเซี่ยไม่สั่งสอนเจ้าหรืออย่างไรจึงได้พูดจาหยาบช้าเช่นนี้”

เซี่ยเหมยหรงหน้าซีดเผือด

“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ องค์หญิง โปรดอภัย...”

แต่ยังไม่ทันจบคำ

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือดังสะท้อนไปทั่วสวน ใบหน้าของเซี่ยเหมยหรงหันไปตามแรงตบ เลือดซึมมุมปาก นางถึงกับตาโตทั้งความตกใจและอับอาย

“ปากเจ้าช่างกล้าดีนัก กล้าเหยียบผู้อื่นเพียงเพราะตนเองเกิดจากภรรยาเอก ทั้งยังกล่าววาจาจาบจ้วงข้าด้วย”

ขันทีและนางกำนัลต่างก้มหน้าจนแทบติดพื้น ไม่มีใครกล้าขยับ

หรูเยียนรีบคุกเข่าลง

“องค์หญิง โปรดทรงอภัยด้วยเพคะ น้องหญิงของหม่อมฉันยังเยาว์นักจึงไม่ทันรู้กาลเทศะ”

องค์หญิงเหลือบมองหรูเยียน ดวงตาที่เย็นชาเมื่อครู่ค่อยอ่อนลง

“เจ้าไม่ต้องขอโทษแทนคนเช่นนี้หรอกหรูเยียน นางมีจิตใจสกปรกยิ่งนักไม่คู่ควรให้เจ้าต้องลดตัวมาช่วยเหลือ”

ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น ฮูหยินเซี่ยรีบวิ่งมาพร้อมสีหน้าตกใจ เพราะนางทันได้ยินคำพูดที่เกิดขึ้นเช่นกัน

“องค์หญิง ได้โปรดอภัยด้วยเพคะ ลูกสาวหม่อมฉันเสียมารยาทจริงๆ หม่อมฉันจะจัดการสั่งสอนให้หนักอย่างแน่นอนเพคะ!”

องค์หญิงปรายตามองอย่างเรียบเฉย “หวังว่าฮูหยินจะสั่งสอนลูกสาวให้รู้จักเคารพผู้อื่นให้มากกว่านี้ มิใช่เพียงแต่รู้จักแต่งกายสวยงามเพื่อโอ้อวดไปวันๆ”

“เพคะๆ หม่อมฉันจะจำไว้เป็นบทเรียนเพคะ”

ฮูหยินเซี่ยรีบก้มศีรษะต่ำจนแทบจรดพื้น แล้วลากตัวลูกสาวออกไป ในขณะที่เซี่ยเหมยหรงยังหันมามองพี่สาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอาฆาต

เมื่อความวุ่นวายสงบลง องค์หญิงสามจึงหันมายังหรูเยียนอีกครั้ง ด้วยท่าทีที่อ่อนโยนขึ้น

“เจ้าไม่ต้องคิดมากนะ เมื่อกลับไปข้าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานท่านแม่ ท่านแม่ของข้าจะต้องลงทัณฑ์นางแน่”

“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเมตตา แต่ว่าอย่าให้ถึงขั้นต้องลงโทษหนักเลยนระเพคะ นางยังอายุน้อย หากถูกเบื้องบนลงโทษคงยากที่จะแบกรับ ที่สำคัญชื่อเสียงตระกูลเซี่ยก็จะต้องด่างพร้อยเพราะความไม่รู้จักคิดในครั้งนี้ของนางด้วย หม่อมฉันไม่อยากให้ตระกูลเซี่ยต้องเสื่อมเสียเพคะ”

“เฮ้อ...เป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่เจ้าต่างกับนางลิบลับจริงๆ เอาเถอะข้าตบสั่งสอนนางไปแล้วจะถือว่าแล้วกันไปก็ได้ แต่อย่างไรข้าก็จะเล่าเรื่องนี้ให้ท่านแม่ฟังอยู่ดี”

หรูเยียนค้อมศีรษะ แต่ในดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้แพขนตางอนงาม กลับมีประกายแสงวาววับแห่งชัยชนะ นี่คือก้าวแรกที่นางจงใจเรียกคืนหนี้จากเซี่ยเหมยหรง ทว่ายังมีอีกมากที่อีกฝ่ายจะต้องชดใช้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   บทส่งท้าย กันและกัน

    บทส่งท้ายกันและกัน กลิ่นดอกเหมยและดอกบ๊วยจากสวนด้านนอกลอยตามลมเข้ามาเจือผสมกับกลิ่นชาหอมจางๆ ในห้องโถง ผ่านมาสองปีแล้วนับแต่คืนแต่งงาน จวนขององค์ชายรองในอดีต บัดนี้กลายเป็นจวนของว่าที่องค์รัชทายาท แม้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการออกไปยังทั่วเมืองหลวง แต่ในวันนี้ชะตาของคนสองคนกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง หรูเยียนวางมือจากผืนผ้าที่กำลังปักลายเมฆมงคล นางยกมือแตะหน้าท้องของตนอย่างเผลอไผล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่แม้ไม่มีใครเห็นก็ยังงดงาม คำบอกของหมอหลวงเมื่อช่วงสายยังดังก้องอยู่ในหัวใบหน้าของหมอมากประสบการณ์นั้นผ่อนคลายยิ่งนักเมื่อกล่าวกับนางว่า “ขอแสดงความยินดีด้วย นี่คือชีพมงคลพ่ะย่ะค่ะ” เพียงคำไม่กี่คำ โลกของหรูเยียนก็เหมือนถูกแต้มด้วยสีที่อ่อนหวานไปทั้งใบ นางไม่ทันตอบอะไร เพียงแต่ก้มหน้าลง น้ำตาเอ่อในตาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในชาติก่อนที่เลือนรางอยู่ส่วนลึกถูกคลื่นแห่งปัจจุบันกลืนหายไปทีละน้อย ครั้งนั้นนางไม่มีโอกาสแม้แต่จะรู้ว่าการมีชีวิตใหม่เติบโตในตัวนั้นเป็นความรู้สึกเช่นไร แต่ในชาตินี้สวรรค์เหมือนยื่นมือม

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.2 พิธีอภิเษก

    67.2พิธีอภิเษกภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊นั่งเรียงรายตามลำดับ ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงประทับในจุดสูงสุดทอดพระเนตรโอรส และสะใภ้ด้วยความพึงพอใจ องค์หญิงสาม จ้าวอวี้หงในชุดงดงามเฉิดฉาย นั่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของหรูเยียน เมื่อมีโอกาส นางก็รีบเท้าแขนบนโต๊ะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ “หรูเยียน วันนี้เจ้างดงามมาก น่าจะงามที่สุดตั้งแต่ที่เรารู้จักกันด้วย” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ ใต้ผ้าคลุม “องค์หญิงอย่าทรงล้อหม่อมฉันเลย” “ใครล้อกัน” องค์หญิงทำหน้าจริงจัง “เจ้าน่ะ ทำให้ข้าเริ่มคิดแล้วว่าถ้าข้าแต่งงานไปบ้าง จะงามได้ครึ่งของเจ้าหรือไม่” หรูเยียนอยากจะตอบว่า ‘พระองค์งามกว่านางมาก’ แต่ยังไม่ทันพูดก็มีขันทีเข้ามากระซิบบอกบางอย่าง “ของขวัญจากเป่ยเยี่ยนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งห้องโถงเงียบลงพอสมควร ทุกสายตาหันไปที่เรือนข้างๆ ที่บ่าวกำลังขนหีบของขวัญใหญ่โตหลายใบเข้ามาขันทีเปิดหีบใบหนึ่งให้เห็นด้านในเป็นหยกหายาก ชุดผ้าไหม อาวุธสั้นฝักประดับอัญมณี และสุดท้าย กล่องลงรักสีดำเข้มประดับลายผีเสื้อทอง “ของทั้งหมดนี้เป็นของขว

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.1 พิธีอภิเษก

    67.1พิธีอภิเษก เมืองหลวงต้าหยางเหมือนสว่างเร็วกว่าทุกวัน แสงอรุณลอดผ่านหมอกบาง สีทองอ่อนทาบไปทั่วหลังคากระเบื้องของวังหลวงและจวนตระกูลใหญ่ ผู้คนทั้งในตลาดและตรอกซอกซอยล้วนจับกลุ่มพูดคุยเรื่องเดียว “องค์ชายรองจ้าวอี้หลันจะอภิเษกกับคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย” ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นงานมงคลของพระโอรส แต่เพราะเรื่องราวของเซี่ยหรูเยียนแพร่กระจายไปในหมู่คนมานาน ทั้งอดีตที่ถูกทอดทิ้งในอาราม ทั้งความสนิทสนมกับองค์หญิงสาม ทั้งเรื่องการรอดตายราวปาฏิหาริย์ คำว่า ‘ชะตาชีวิตไม่ธรรมดา’ ถูกเอ่ยถึงคู่กับชื่อของนางอยู่เสมอ ยามเช้าในจวนสกุลเซี่ย เรือนของหรูเยียนครึกครื้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี สาวใช้ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาจัดการเครื่องประดับและอาภรณ์ ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงลงแป้งบางๆ ให้กับใบหน้าที่เดิมก็ขาวผ่องอยู่แล้ว หรูเยียนนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง มือเรียววางบนตักอย่างสงบ ทว่าในใจกลับบังเกิดความตื่นเต้นจนห้ามไม่อยู่ “วันนี้คุณหนูงามมากเจ้าค่ะ” อาเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “หากองค์ชายรองมาเห็น คงพูดไม่ออกแน่” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ เช่นกัน มุ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   66 ข่าวจากไป๋อัน

    66ข่าวจากไป๋อัน ลมหนาวต้นฤดูโหมแรงทั่วเมืองไป๋อัน ฟ้าครึ้มจนมองเห็นเมฆต่ำเหมือนกำลังจะมีหิมะตก แม้จะยังไม่ถึงฤดูหนาวโดยสมบูรณ์ แต่ในเมืองชายแดนที่กันดารเช่นนี้ ทั้งลมและความเหน็บหนาวมาเยือนเร็วกว่าที่อื่นเสมอ ในเรือนเล็กเซี่ยเหมยหรงกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ ท้องของนางโตจนเรียวแขนต้องโอบประคองตลอดเวลา สายตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่าราวกับกำลังหาความหวังบางอย่างในผืนฟ้า แต่ก็ไม่เคยพบมันเสียที เสียงฝีเท้าของสาวใช้ทำให้เซี่ยหมยหรงละสายตา “คุณหนูเจ้าคะ มีจดหมายจากเมืองหลวงมาถึงเจ้าค่ะ” เซี่ยเหมยหรงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จากจวนตระกูลเซี่ยหรือ” “เจ้าค่ะ” นางยื่นมือออกไปรับจดหมายที่จ่าหน้าด้วยลายมือของพ่อบ้าน แม้ยังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจว่าคงมิใช่ข่าวธรรมดา เซี่ยเหมยหรงแกะผนึกเปิดจดหมาย ดวงตาค่อยๆ กวาดอ่านข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ใบหน้าที่อ่อนล้าของนางก็แข็งค้าง เซี่ยหรูเยียนจะได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายรอง... มือของเซี่ยเหมยหรงสั่นจนกระดาษหลุดจากปลายนิ้วลงพื

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.2 สมรสพระราชทาน

    65.2สมรสพระราชทานอาภรณ์สีเข้มของเขาดูเรียบง่ายกว่าตอนเข้าเฝ้าในท้องพระโรง แต่กลับทำให้ดูอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “องค์ชายรอง” หรูเยียนโค้งคำนับอย่างงดงาม “ยามมืดค่ำเช่นนี้ ไฉนถึงเสด็จมาถึงที่นี่ได้เพคะ” เขามองนางนิ่งไปเพียงชั่วอึดใจ แล้วจึงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ “หากใจอยากมาหาเจ้า ต่อให้ค่ำกว่านี้ ข้าก็จะมา” คำพูดเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของหรูเยียนเต้นแรง นางหลบสายตาเล็กน้อย “เชิญองค์ชายรองด้านใน” ภายในห้องโถงของเรือน เงาไฟจากเชิงเทียนส่องผนังเป็นลายงดงาม อาเหยานำชาร้อนเข้ามาวาง ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง จ้าวอี้หลันปล่อยให้ความเงียบอุ่นๆ ลอยอยู่ในห้องครู่หนึ่ง สายตาเขามองใบหน้าของหรูเยียนอย่างเก็บอารมณ์ไม่ได้ทั้งหมด “วันนี้ ได้ยินข่าวหรือยัง” เขาเปิดปากถามอย่างนุ่มนวล หรูเยียนช้อนตามองอย่างงุนงง “ข่าวใดเพคะ” “ดูท่าทางแล้วเจ้ายังไม่รู้จริงๆ” จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้เล็กที่ห่อด้วยผ้าไหมสีเข้มออกมาจากแขนเสื้อ และวางลงบนโต๊ะระหว่างกันอย่างระมัดระวัง

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.1 สมรสพระราชทาน

    65.1สมรสพระราชทาน หลังการเชื่อมไมตรีระหว่างสองแคว้นผ่านไปอย่างราบรื่น บรรยากาศในวังหลวงก็เบาสบายขึ้นมาก แต่ในหัวใจของชายหนุ่มผู้หนึ่งกลับไม่ได้สงบนิ่งเช่นท้องฟ้าวันนี้ องค์ชายรอง จ้าวอี้หลัน ยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องเขียนในจวนของตน ดวงตาสีหมึกทอดมองกล่องไม้แกะลายผีเสื้อซึ่งวางอยู่บนผ้าไหมสีคราม เขาเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นปิ่นทองประดับหยกผีเสื้อสีอ่อน เนื้อหยกใสคล้ายหยดน้ำตอนรุ่งสาง ปิ่นทองนี้เป็นของที่เขาเคยสั่งช่างฝีมือเอกให้สร้างขึ้นพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของหรูเยียน แต่วันนี้เขามั่นใจแล้วยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น มือใหญ่แตะปิ่นหยกเบาๆ ดวงตาขององค์ชายรองวูบไหวชั่ววูบ ทั้งตื่นเต้น ทั้งตัดสินใจเด็ดเดี่ยว “วันนี้ข้าจะทูลต่อฝ่าบาทให้ทรงพระราชทานสมรสให้ข้าและหรูเยียน” หลังผ่านความเป็นความตายร่วมกัน หลังรู้ความจริงว่านางมีพิษกู่ในร่างตั้งแต่เด็ก หลังเห็นนางร้องไห้เพราะมารดาที่ตายจาก หลังเห็นนางยืนหยัดอยู่ในท้องพระโรงอย่างสง่างาม เขาก็ตระหนักชัดว่านางคือสตรีเพียงคนเดียวที่เขาจะรักไปจนชั่วชีวิต จ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status