แชร์

7 เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-11 15:31:25

7

เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

ลมอ่อนพัดกลิ่นกำยานจากในโถงด้านหน้าอารามลอยอ้อยอิ่งผ่านลานหินขาว เวลานี้ผู้คนเริ่มทยอยออกจากศาลาใหญ่ บ้างสนทนา บ้างพักสายตาชมสวนหินและสระบัวที่บานสะพรั่งกลางแดดอ่อน

เซี่ยหรูเยียนก้าวเดินอย่างสงบ ท่วงท่าเรียบง่าย อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวไร้ลวดลายหรูหรา แต่กลับทำให้นางดูสง่างามในความเรียบง่ายนั้น ความอ่อนโยนของแววตาคล้ายสายน้ำที่ไหลเย็นจนยากจะหยั่งลึก วงหน้าของนางงามละมุนจนแม้แต่แสงแดดยามบ่ายยังทอดตัวอ่อนโยนเมื่อส่องกระทบ

วันนี้พิธีทำบุญสิ้นสุดลงโดยมีองค์หญิงสามเป็นผู้แทนของฮองเฮา พระองค์มีพระเมตตาต่อผู้มาร่วมงานไม่น้อย โดยเฉพาะต่อหรูเยียนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าและถวายชา จนได้รับรอยยิ้มโปรดปรานและคำชื่นชมตอบกลับ ซึ่งภาพนั้นยังติดตาใครหลายคน

“พี่หญิง...พี่หญิง!”

เสียงเรียกที่แฝงแววดื้อรั้นดังขึ้นจากด้านหลัง หรูเยียนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับ พลันเห็นร่างหนึ่งเดินเร็วเข้ามาหา

เซี่ยเหมยหรง น้องสาวต่างมารดาของนาง หญิงสาวผู้นี้งามในแบบที่ฉูดฉาดกว่าหรูเยียน ใบหน้าขาวจัดแต่งแต้มสีปากแดงสด อาภรณ์ไหมแวววาวจนสะดุดตา เครื่องประดับหยกและทองคำระยิบระยับจนเมื่อเผลอมองแล้วแทบจะลืมตาไม่ขึ้น

หรูเยียนส่ายศีรษะเบาๆ “มีเรื่องอันใดหรือ”

“ยังจะถามอีก” เซี่ยเหมยหรงแค่นเสียง พลางจับแขนพี่สาวไว้แน่น “เจ้าช่างเจ้าเล่ห์นัก! คิดหรือว่าข้าไม่เห็นที่เจ้าทำต่อหน้าองค์หญิงสามเมื่อครู่”

หรูเยียนยืนนิ่ง สีหน้ายังคงอ่อนโยน

“ข้าเพียงทำหน้าที่ถวายชาตามคำสั่งของท่านเจ้าอาวาส มิได้มีสิ่งใดแอบแฝง”

“มารยาทงั้นหรือ!” เซี่ยเหมยหรงหัวเราะเบาแต่เต็มไปด้วยความเยาะหยัน

“ลูกอนุอย่างเจ้าคิดจะทำตัวมีมารยาทเหนือกว่าข้าอย่างนั้นหรือ อย่าคิดว่าความอ่อนน้อมปลอมๆ นั่นจะทำให้คนในราชสำนักมองเจ้าดีขึ้น ข้าขอเตือนให้รู้ไว้ว่าด้วยตำแหน่งและศักดิ์ในบ้านตระกูลเซี่ย เจ้าจะไม่มีวันก้าวข้ามข้าได้”

คำพูดนั้นเฉือนลึกดังคมมีด แต่หรูเยียนกลับไม่โต้ตอบ เพียงค้อมศีรษะเบาๆ “น้องเหมยหรง หากเจ้าคิดเช่นนั้น ข้าก็ไม่อาจห้ามได้”

“อย่ามาทำเป็นเมินเฉยต่อข้านะ!” เซี่ยเหมยหรงกัดฟันด้วยความโมโห “เจ้าแค่หวังจะเอาหน้า เพื่อให้คนในวังเห็นว่าเจ้า เรียบร้อย อ่อนโยนใช่หรือไม่ ข้าบอกไว้ก่อนเลยว่าข้าจะไม่ยอมให้ลูกอนุอย่างเจ้ามาแย่งความโปรดปรานขององค์หญิงไปจากข้า”

หรูเยียนเหลือบตามองรอบๆ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “ที่นี่คืออารามหลวง เจ้าอย่าทำเสียงดังเกินไปเลย เดี๋ยวผู้คนจะมองไม่ดีเอา”

คำเตือนนั้นกลับยิ่งทำให้เซี่ยเหมยหรงโกรธจัด

“หรูเยียน เจ้าชอบทำให้ข้าดูเลวร้ายอยู่ฝ่ายเดียวใช่หรือไม่ ได้! ถ้าเจ้าคิดจะสวมหน้ากากคนดี ข้าจะลอกมันออกให้คนทั้งอารามได้เห็นเอง!”

พูดจบ นางก็จงใจก้าวเข้ามาใกล้ ทว่าหรูเยียนกลับหลบสายตาแล้วหันหลังเดินหนีไปช้าๆ

ในความเงียบของสวนหลังอาราม นางเดินผ่านแถวต้นเหมยที่กำลังผลิดอกบาน ใจในยามนี้สงบนิ่ง แต่ในแววตากลับแฝงความคิดลึกซึ้งและมากด้วยแผนการ

“อย่าคิดจะหนีไปนะ!” เสียงน้องสาวดังตามหลัง ก่อนทั้งคู่จะเดินลึกเข้ามาในสวน และเพราะหรูเยียนเห็นอยู่ก่อนแล้วว่าองค์หญิงสามเข้าไปเดินเล่นด้านใน นางจึงจงใจที่จะเดินเข้ามา

เพียงไม่นาน ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งในอาภรณ์ของทางราชสำนักเดินออกมาจากทางโค้ง

องค์หญิงสามถือพัดกลมประดับลายเมฆทอง ยามใบหน้ายกยิ้มบางก็มีรัศมีความงามจนยากจะละสายตา ข้างกายมีขันทีคนสนิทคอยถวายงานอย่างนอบน้อม

หรูเยียนชะงักแล้วแล้วรีบยอบกายทำความเคารพ ทว่าเซี่ยหมยหรงยังไม่ทันเห็นว่ามีผู้ใดอยู่เบื้องหน้า นางจึงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเดิม

“เจ้าจะทำตัวอ่อนโยนปลอมๆ นั่นไปถึงเมื่อไร ข้าเบื่อจะเห็นเจ้าทำเหมือนเป็นผู้ดีทั้งที่เจ้าก็เป็นแค่ลูกอนุเท่านั้น เลือดในกายเจ้ามีแต่เลือดสกปรกไม่อาจเทียบกับข้าได้หรอก ฮึ! องค์หญิงนั่นก็ตาต่ำยิ่งนักชมเชยเจ้าเข้าไปได้อย่างไรกัน”

เสียงนั้นดังชัดเจนจนทุกคนในบริเวณหันนั้นมามอง ขันทีที่เดินตามองค์หญิงสามมาถึงกับชะงักไป

องค์หญิงสามลดพัดในมือ ดวตาหรี่ลง

“เจ้าว่าอย่างไรนะ”

เซี่ยเหมยหรงชะงักไปทันที ร่างแข็งค้างเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นว่าใครอยู่เบื้องหน้า

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันมิได้ตั้งใจเพคะ!”

“เจ้าพูดว่านางเป็นเพียงลูกอนุ...ว่าพี่สาวของเจ้าเลือดในกายไม่สะอาดเช่นนั้นหรือ ตระกูลเซี่ยไม่สั่งสอนเจ้าหรืออย่างไรจึงได้พูดจาหยาบช้าเช่นนี้”

เซี่ยเหมยหรงหน้าซีดเผือด

“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ องค์หญิง โปรดอภัย...”

แต่ยังไม่ทันจบคำ

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือดังสะท้อนไปทั่วสวน ใบหน้าของเซี่ยเหมยหรงหันไปตามแรงตบ เลือดซึมมุมปาก นางถึงกับตาโตทั้งความตกใจและอับอาย

“ปากเจ้าช่างกล้าดีนัก กล้าเหยียบผู้อื่นเพียงเพราะตนเองเกิดจากภรรยาเอก ทั้งยังกล่าววาจาจาบจ้วงข้าด้วย”

ขันทีและนางกำนัลต่างก้มหน้าจนแทบติดพื้น ไม่มีใครกล้าขยับ

หรูเยียนรีบคุกเข่าลง

“องค์หญิง โปรดทรงอภัยด้วยเพคะ น้องหญิงของหม่อมฉันยังเยาว์นักจึงไม่ทันรู้กาลเทศะ”

องค์หญิงเหลือบมองหรูเยียน ดวงตาที่เย็นชาเมื่อครู่ค่อยอ่อนลง

“เจ้าไม่ต้องขอโทษแทนคนเช่นนี้หรอกหรูเยียน นางมีจิตใจสกปรกยิ่งนักไม่คู่ควรให้เจ้าต้องลดตัวมาช่วยเหลือ”

ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น ฮูหยินเซี่ยรีบวิ่งมาพร้อมสีหน้าตกใจ เพราะนางทันได้ยินคำพูดที่เกิดขึ้นเช่นกัน

“องค์หญิง ได้โปรดอภัยด้วยเพคะ ลูกสาวหม่อมฉันเสียมารยาทจริงๆ หม่อมฉันจะจัดการสั่งสอนให้หนักอย่างแน่นอนเพคะ!”

องค์หญิงปรายตามองอย่างเรียบเฉย “หวังว่าฮูหยินจะสั่งสอนลูกสาวให้รู้จักเคารพผู้อื่นให้มากกว่านี้ มิใช่เพียงแต่รู้จักแต่งกายสวยงามเพื่อโอ้อวดไปวันๆ”

“เพคะๆ หม่อมฉันจะจำไว้เป็นบทเรียนเพคะ”

ฮูหยินเซี่ยรีบก้มศีรษะต่ำจนแทบจรดพื้น แล้วลากตัวลูกสาวออกไป ในขณะที่เซี่ยเหมยหรงยังหันมามองพี่สาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอาฆาต

เมื่อความวุ่นวายสงบลง องค์หญิงสามจึงหันมายังหรูเยียนอีกครั้ง ด้วยท่าทีที่อ่อนโยนขึ้น

“เจ้าไม่ต้องคิดมากนะ เมื่อกลับไปข้าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานท่านแม่ ท่านแม่ของข้าจะต้องลงทัณฑ์นางแน่”

“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเมตตา แต่ว่าอย่าให้ถึงขั้นต้องลงโทษหนักเลยนระเพคะ นางยังอายุน้อย หากถูกเบื้องบนลงโทษคงยากที่จะแบกรับ ที่สำคัญชื่อเสียงตระกูลเซี่ยก็จะต้องด่างพร้อยเพราะความไม่รู้จักคิดในครั้งนี้ของนางด้วย หม่อมฉันไม่อยากให้ตระกูลเซี่ยต้องเสื่อมเสียเพคะ”

“เฮ้อ...เป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่เจ้าต่างกับนางลิบลับจริงๆ เอาเถอะข้าตบสั่งสอนนางไปแล้วจะถือว่าแล้วกันไปก็ได้ แต่อย่างไรข้าก็จะเล่าเรื่องนี้ให้ท่านแม่ฟังอยู่ดี”

หรูเยียนค้อมศีรษะ แต่ในดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้แพขนตางอนงาม กลับมีประกายแสงวาววับแห่งชัยชนะ นี่คือก้าวแรกที่นางจงใจเรียกคืนหนี้จากเซี่ยเหมยหรง ทว่ายังมีอีกมากที่อีกฝ่ายจะต้องชดใช้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   7 เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

    7เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่งลมอ่อนพัดกลิ่นกำยานจากในโถงด้านหน้าอารามลอยอ้อยอิ่งผ่านลานหินขาว เวลานี้ผู้คนเริ่มทยอยออกจากศาลาใหญ่ บ้างสนทนา บ้างพักสายตาชมสวนหินและสระบัวที่บานสะพรั่งกลางแดดอ่อนเซี่ยหรูเยียนก้าวเดินอย่างสงบ ท่วงท่าเรียบง่าย อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวไร้ลวดลายหรูหรา แต่กลับทำให้นางดูสง่างามในความเรียบง่ายนั้น ความอ่อนโยนของแววตาคล้ายสายน้ำที่ไหลเย็นจนยากจะหยั่งลึก วงหน้าของนางงามละมุนจนแม้แต่แสงแดดยามบ่ายยังทอดตัวอ่อนโยนเมื่อส่องกระทบวันนี้พิธีทำบุญสิ้นสุดลงโดยมีองค์หญิงสามเป็นผู้แทนของฮองเฮา พระองค์มีพระเมตตาต่อผู้มาร่วมงานไม่น้อย โดยเฉพาะต่อหรูเยียนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าและถวายชา จนได้รับรอยยิ้มโปรดปรานและคำชื่นชมตอบกลับ ซึ่งภาพนั้นยังติดตาใครหลายคน“พี่หญิง...พี่หญิง!”เสียงเรียกที่แฝงแววดื้อรั้นดังขึ้นจากด้านหลัง หรูเยียนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับ พลันเห็นร่างหนึ่งเดินเร็วเข้ามาหาเซี่ยเหมยหรง น้องสาวต่างมารดาของนาง หญิงสาวผู้นี้งามในแบบที่ฉูดฉาดกว่าหรูเยียน ใบหน้าขาวจัดแต่งแต้มสีปากแดงสด อาภรณ์ไหมแวววาวจนสะดุดตา เครื่องประดับหยกและทองคำระยิบระยับจนเมื่อเผลอมองแล้วแทบจะลืมตาไ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   6 เซี่ยเหมยหรง

    6เซี่ยเหมยหรงเสียงสวดมนต์ในอารามดังแผ่วเป็นระลอก เคล้าไปกับกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วลานกว้างดวงอาทิตย์ยามสายเริ่มสาดแสงอุ่นส่องกระทบกลีบดอกเหมยที่บานสะพรั่งอยู่ริมทางเดินกรวดขาว เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้งบ่งบอกถึงการเริ่มพิธีองค์หญิงสามนั่งอยู่ตรงศาลาใหญ่ด้านหน้าสวมชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนปักลายเมฆมงคล งามสง่าแต่ไม่ฉูดฉาด รายล้อมด้วยเหล่าสกุลขุนนางฝ่ายในที่มาร่วมงานเพื่อถวายของทำบุญและประจบเอาใจองค์หญิงผู้เป็นตัวแทนของฮองเฮาหรูเยียนยืนอยู่ทางด้านข้างในชุดเรียบง่ายสีขาวที่ทางเจ้าอาวาสจัดให้ซึ่งดูแล้วสบายตา นางอยู่เคียงข้างองค์หญิงสามในฐานะผู้ดูแลของทางอารามด้วยท่าทางสำรวม ซึ่งได้รับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจจากองค์หญิงในยามที่มองมาเป็นระยะพิธีการทางศาสนาดำเนินมาเรื่อยจนถึงช่วงสุดท้าย ทุกคนต่างเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับ แต่ก็ยังอยู่ดูรอท่าทีขององค์หญิงก่อน เพราะทุกคนต่างอยากจะมาเอาอกเอาใจองค์หญิงสามก่อนกลับกันทั้งนั้น เพราะอยากจะอยู่ในสายตาขององค์หญิงให้มากเข้าไว้ เนื่องจากองค์หญิงสามเป็นธิดาองค์โปรดของฮองเฮา หากว่าวันหน้าสนิทสนมกันเอาไว้ก็ย่อมมิใช่เรื่องเสียหายแต่แล้

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   5.2 หมากทองคำของหรูเยียน

    5.2หมากทองคำของหรูเยียนลานสวนในอารามชั้นในอาบแสงอาทิตย์ยามสายจนเกิดประกายสีทองจางๆ ลงบนกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นกลิ่นชาชั้นดีลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นดอกไม้ไปทั่ว เสียงสายลมพัดผิวไม้ไผ่สั่นกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา ข้างศาลาพักกลางสวนมีขบวนขันทีและนางกำนัลจำนวนหนึ่งยืนเรียงรายอยู่ด้วยความสงบ จากนั้นไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น“องค์หญิงสามเสด็จแล้ว”เซี่ยหรูเยียนที่เพิ่งถูกเรียกมาช่วยงานถวายชาให้แขกจากวังหลวง ค่อยๆ หลุบตาต่ำ หัวใจเต้นแรงจังหวะหนึ่ง นางมาแล้ว...องค์หญิงสาม ‘จ้าวอวี้หง’ ธิดาองค์น้อยของฮองเฮา ก้าวเข้ามาในศาลาด้วยอิริยาบถอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งตามสายเลือดสูงศักดิ์ ผิวของพระนางขาวราวหยก ดวงตาเรียวยาวแต้มสีชมพูจางด้วยเครื่องประทินโฉมชั้นดี ทุกก้าวที่ก้าวเข้ามา เหล่านางกำนัลต่างหลบตาและกลั้นหายใจด้วยความเกรงกลัว“พวกเจ้าชงชากันชักช้าเสียจริง” เสียงเรียบๆ ขององค์หญิงสามเอ่ยขึ้น พลางทอดสายตาไปรอบๆ “ที่นี่เป็นอารามหลวงมิใช่หรือ เหตุใดถึงขาดระเบียบเช่นนี้”หรูเยียนยังคงยืนนิ่ง รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังทดสอบบางอย่าง สีหน้าพวกนางชีและคนงานในวัดต่างหวาดกลัวหรูเยียนจึงค่อย ๆ เงยหน้

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   5.1 หมากทองคำของหรูเยียน

    5.1หมากทองคำของหรูเยียนในที่สุดวันที่นางเคยมีความสุขก็มาถึง...หรูเยียนตื่นแต่เช้าเพื่อทำงานที่เจ้าอาวาสมอบหมายเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้นางตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่มีทางปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ดำเนินตามเส้นเรื่องในชาติก่อนวันนี้ในชาติก่อนเป็นวันที่ทางราชสำนักจัดงานทำบุญครั้งใหญ่ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างมาร่วมงาน เพราะงานนี้เป็นงานที่ฮองเฮาโปรดให้จัดขึ้น โดยส่งตัวแทนอย่างองค์หญิงสามที่เป็นทายาทสายตรงของพระนางมาเป็นประธานในพิธีดังนั้นจึงมีขุนนางน้อยใหญ่และบรรดาบุตรและบุตรีของขุนนางมาร่วมงานเพื่อเอาหน้ากันไม่น้อย ซึ่งในงานนี้ หรูเยียนก็ได้พบหลี่เจี้ยนเป็นครั้งแรกวันนั้นนางบังเอิญซุ่มซ่ามและมีเรื่องกับน้องสาวต่างมารดาจนตกน้ำ และอีกฝ่ายก็มาช่วยนางเอาไว้ ความประทับใจแรกในครั้งนั้นทำให้หรูเยียนที่ไม่ประสาเรื่องรักใคร่หลงรักอีกฝ่ายในทันทีต่อมาเมื่อนางกลับจวนตระกูลเซี่ยและได้พบหน้าเขาบ่อยครั้งเข้าความสนิทสนมก็เกิดขึ้นมาจนนำพามาสู่การแต่งงานในเวลาต่อมาทว่าคราวนี้นางมิใช่หรูเยียนผู้โง่งมอีกแล้ว ดังนั้นนางจะไม่มีวันยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอน และตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างก็ช่างเป็นใจยิ่งนัก เนื่องจากคน

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   4.2 เรื่องราวที่แปรเปลี่ยน

    4.2เรื่องราวที่แปรเปลี่ยนมือของนางสั่นเทาเมื่อรับปิ่นหยกจากมือของเขาในชาตินี้ ความเย็นของหยกแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ แต่สักพักกลับอบอุ่นแปลกประหลาดในใจ“ขอบพระทัยเพคะ...” เสียงของนางเบาแทบเป็นกระซิบ “หม่อมฉันจะเก็บมันไว้อย่างดี”“อืม” จ้าวอี้หลันยิ้ม ดวงตาเขาเปล่งประกายดั่งแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำในยามนั้นหรูเยียนเงยหน้ามองเขา นางเห็นใบหน้าเขายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิมทุกครั้งที่พบเจอกันทั้งในชาตินี้และชาติก่อนโลกนี้อาจมีคนมากมายที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการมีอยู่ของนาง แต่สำหรับหรูเยียนแล้วมีเพียงคนผู้นี้เท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างกันอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆหัวใจของนางเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยสูญหายในชาติที่แล้วกลับมาท่วมท้นอีกครั้ง‘ชาติที่แล้ว ข้าไม่รับมันไว้เพราะห่วงความรู้สึกของหลี่เจี้ยน และสุดท้ายก็ทำให้เขาต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายเพราะข้า แต่ชาติใหม่นี้ ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็จะปกป้องเขาให้ได้ แม้ว่าจะเป็นการต้องระวังไม่ให้ตนเองอยู่ใกล้เขาจนเกินไปก็ตาม’นางกล่าวคำมั่นกับตนเองในใจ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแน่วแน่ขึ้นมา ทว่าเพียงพร

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   4.1 เรื่องราวที่แปรเปลี่ยน

    4.1เรื่องราวที่แปรเปลี่ยนความทรงจำเรื่องราวในอดีตต่างๆ นั้นยังคงชัดเจนเจ็ดปีผ่านไปความผูกพันของเขากับนางกลับยิ่งแน่นแฟ้นลึกซึ้งหรูเยียนมองขนมไร้กังวลในมือ น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัวกลิ่นหอมหวานของถั่วแดงและเก๊กฮวยทำให้หัวใจปวดหนึบในชาติที่แล้วเป็นนางเองที่ละทิ้งความปรารถนาดีของสหาย ละทิ้งคำเตือนของเขาว่าหลี่เจี้ยนมิใช่คนดีพร้อมและไปแต่งงานด้วย ทั้งยังผลักไสเขาไปด้วยคำพูดที่เย็นชาและห่างเหินต่อมาก็เป็นนางอีกเช่นกันที่นำเภทภัยมาให้เขา ทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากไปพร้อมกับตนเอง ตอนที่นางถูกประหารก็ได้ทราบข่าวว่า องค์ชายเองก็ถูกราชสำนักตัดสินโทษเช่นกัน เพราะฝ่าบาทหลงเชื่อในหลักฐานที่หลี่เจี้ยนและพรรคพวกนำไปรายงานนางไม่อาจได้เห็นจุดสิ้นสุดในชะตาชีวิตครั้งนั้นขององค์ชายรอง แต่ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าคงไม่ต่างกันจากนางหรูเยียนทอดถอนใจ แววตาแฝงรอยยิ้มปนเศร้า“องค์ชายรอง...ข้าไม่รู้ว่าชาตินี้ข้าจะกล้ารับน้ำใจทั้งหมดจากท่านอีกหรือไม่”จ้าวอี้หลันหันมามองอย่างไม่เข้าใจ เนื่องจากเมื่อครู่ได้ยินไม่ชัด“เจ้าว่าอะไรนะ”หรูเยียนส่ายหน้าเบาๆ “ไม่มีอันใดเพคะ แค่รู้สึกว่าวันนี้ขนมชิ้นนี้หวานมาก” นางเอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status