Masuk72ตอนพิเศษ 3วันนี้เป็นวันที่เด็กน้อยตื่นเต้นที่สุดในรอบปี เพราะเป็นวันเกิดครบรอบแปดขวบของเขา จื่อหานรีบลุกขึ้นจากเตียงจัดที่นอนให้เรียบร้อย แล้วอาบน้ำแต่งตัวอย่างว่าง่าย เขาหวังว่าเมื่อลงไปข้างล่างจะได้ยินคำอวยพรหรือเห็นของขวัญชิ้นพิเศษที่พ่อกับแม่เตรียมไว้ให้เด็กน้อยก้าวลงบันไดเสียงเบาหวิว หัวใจดวงน้อยเต้นรัวด้วยความคาดหวัง แต่เมื่อเดินมาถึงห้องอาหาร บรรยากาศกลับดูเงียบผิดปกติ ไม่มีของขวัญ ไม่มีอาหารพิเศษ บนโต๊ะมีเพียงน้ำนมถัวเหลืองกับหมั่นโถวขาวอวบสี่ห้าลูกเฉินเยว่ซวนนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ประจำวันด้วยท่าทางเคร่งขรึม ส่วนเจียลี่กำลังจัดจานอาหารเช้าเงียบๆ โดยมีป้าแม่บ้านเป็นลูกมือ และไม่หันมามองเจ้าเด็กที่กำลังเดินเข้ามาใกล้"คุณพ่อ คุณแม่ครับ" จื่อหานเอ่ยเสียงอ่อย“มาแล้วหรือจื่อหาน รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยววันนี้พ่อต้องรีบไปประชุมที่บริษัทแต่เช้า" เฉินเยว่ซวนพูดโดยไม่ละสายตาจากหนังสือพิมพ์ ส่วนเจียลี่วางจานผลไม้ลงตรงหน้าลูกชายพร้อมบอกอย่างใจดี"ใช่จ้ะ เสี่ยวหาน วันนี้แม่ก็มีงานค้างที่ต้องไปสะสางแต่เช้าเช่นกัน เสี่ยวหานรีบกินนะเดี๋ยวให้คนขับรถเอารถออกไปส่ง
71ตอนพิเศษ 2เย็นวันหนึ่ง แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนของจื่อหาน เด็กน้อยเพิ่งกลับมาจากโรงเรียนด้วยความเหนื่อยล้า เขาโยนกระเป๋านักเรียนลงบนเก้าอี้ก่อนจะเดินไปที่เตียงเพื่อที่จะทิ้งตัวพักผ่อน แต่ทว่าสายตาเหลือบก็ไปเห็นผ้าห่มผืนหนาที่คลุมอยู่บนที่นอน เด็กน้อยถึงกับชะงักเพราะผ้าห่มผืนนั้นมันกำลังขยับหยุกหยิก"เอ๊ะ!"จื่อหานขมวดคิ้วแน่นอย่างตื่นตระหนก เขาถอยหลังกรูดไปจนติดผนัง หัวใจดวงน้อยเต้นรัว จินตนาการไปไกลถึงสัตว์ประหลาดที่อาจจะแอบเข้ามาในบ้าน มือเล็กควานหาอาวุธในกระเป๋าหนังสืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กออกมาถือไว้แน่น ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้เตียงทีละก้าวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ยื่นไม้บรรทัดออกไปเขี่ยชายผ้าห่มให้เปิดออกพรึ่บ!ทันใดนั้นเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวกลมสีส้มขนฟูนุ่มนิ่มก็กระโจนพรวดออกมาจากใต้ผ้าห่ม มันจ้องมองจื่อหานด้วยดวงตากลมใสแป๋ว ก่อนจะร้อง...เหมียววววจื่อหานถอยกรูดอีกรอบด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นว่ามันไม่มีท่าทีดุร้ายและดูน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน หัวใจที่ตื่นกลัวก็เปลี่ยนเป็นเอ็นดู เขารีบทิ้งไม้บรรทัดลงพื้นแล้วเดินเข้าไปหาเจ้าแมวส้มที่กำลังสะบั
70ตอนพิเศษ 1งานแต่งงานของเฉินเยว่ซวนและเจียลี่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในคฤหาสน์ตระกูลเฉิน แขกเหรื่อที่มาร่วมงานมีเพียงคนสนิทที่ไว้ใจได้เท่านั้น บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบและเสียงหัวเราะเบาๆ ของจื่อหาน เด็กน้อยสวมชุดสูทน่ารักน่าเอ็นดู เจียลี่สวมชุดแต่งงานสีแดงปักลวดลายด้วยไหมทองดูงดงามราวกับภาพวาด เฉินเยว่ซวนที่มักจะเคร่งขรึมและเย็นชากลับดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบตากับเจ้าสาว ทั้งสองกล่าวคำมั่นสัญญาท่ามกลางสายลมที่พัดโชยมาแผ่วเบา เป็นสัญญาที่ผูกมัดหัวใจของทั้งสองเข้าด้วยกันหลังจากผ่านเรื่องราวมามากมายเมื่อค่ำคืนมาถึง ภายในห้องหอที่ถูกตกแต่งด้วยเทียนมงคล เจียลี่นั่งอยู่บนเตียงกว้าง หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก แม้จะผ่านช่วงเวลาลึกซึ้งมาแล้วหลายครั้งแต่ทุกครั้งก็ยังตื่นเต้นไม่หาย ประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ เฉินเยว่ซวนก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ เธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปเชยคางมนขึ้นมาสบตา"เหนื่อยไหม"เสียงของเขานุ่มทุ้มและแหบพร่าเล็กน้อย เจียลี่ยิ้มบางๆ ตอบกลับ ความกังวลก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงคว
69ผมไม่เคยเฉลียวใจเลย"ผลการสอบปากคำเป็นอย่างไรบ้างครับ" เฉินเยว่ซวนถาม"เรื่องของคุณหมิงจู คุณลู่อวี่ถงให้การรับสารภาพหมดแล้วครับ เธอสารภาพว่าใช้จังหวะที่คุณหมิงจูเผลอแอบใส่ยาในอาหาร ทำให้โรคประจำตัวของคุณหมิงจูอาการกำเริบอย่างรุนแรงจนถึงแก่ความตาย เธอไม่ได้วางยาพิษเพื่อให้ตายทันที แต่เจตนาทำให้สภาพร่างกายล้มเหลวจนเหมือนเป็นการตายธรรมชาติ"“เป็นแบบนั้นเองเหรอครับ ผมไม่เคยเฉลียวใจเลย ตอนนั้นหมิงจูก็ป่วยออดๆ แอดๆ อยู่แล้วผมเลยคิดว่าเธอตายเพราะโรคประจำตัวที่เธอเป็นอยู่”"ส่วนเรื่องเสี่ยวเหมย คุณลู่อวี่ถงสารภาพว่าที่ต้องฆ่าเพราะได้ยินเสียงในหัวสั่งให้ทำครับ”“เสียงในหัวเหรอครับ”“ครับ เธอหมกมุ่นกับคุณเฉินมากจนถึงขั้นที่เรียกว่าอาการทางจิต เธอต้องการกำจัดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้คุณไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร เธอบอกว่าเสียงนั้นสั่งให้เธอจัดการทุกคนซะ รวมไปถึงคุณเจียลี่ด้วย สำหรับคุณเจียลี่อยู่ในช่วงวางแผนว่าจะกำจัดยังไงดีแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลงมือทำ นับว่าเป็นโชคดีนะครับที่คุณเฉินรู้ว่าเธอฆ่าเสี่ยวเหมยและถูกจับตัวไปก่อน ไม่อย่างนั้นคุณเจียลี่ก็อาจจะตกอยู่ในอันตราย"เจียลี่ที่นั่งฟังอยู่
68ให้คนอื่นช่วยบ้างก็ได้ ลู่อวี่ถงกลับเข้ามาในห้องทำงาน เมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานของเจียลี่สายตาเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ ในจังหวะเดียวกันนั้นเฉินเยว่ซวนก็เดินเข้ามาพอดี ชายหนุ่มเดินผ่านทั้งสองไปโดยมีเลขาหม่าเดินตามไปติดๆ ลู่อวี่ถงไม่รอช้ารีบหันไปหาแฟ้มนั้นทันที เอ่ยถามเกี่ยวกับเอกสารที่วางอยู่เพราะอยากหาจังหวะใกล้ชิดพี่เขยอยู่แล้ว"นั่นแฟ้มอะไรเหรอ ใช่แฟ้มเอกสารที่ต้องเอาไปส่งให้พี่เขยหรือเปล่า"“ใช่ค่ะ”"งั้นเดี๋ยวฉันเอาไปให้พี่เขยเอง"เจียลี่ขยับตัวลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มนั้นมาถือไว้แน่น "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองดีกว่า มันเป็นงานเอกสารของฝ่ายบัญชีที่ต้องแจ้งรายละเอียดกับท่านประธานโดยตรง"ถึงจะบอกไปแบบนั้นแต่อีกฝ่ายยังไม่ละความพยายาม หล่อนก้าวเข้ามาใกล้เจียลี่มากขึ้นหมายจะเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มมา"ให้คนอื่นช่วยบ้างก็ได้ ในบริษัทนี้เธอไม่ได้เก่งอยู่คนเดียว”"งานที่ได้รับมอบหมายมาฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งหรอกค่ะ ฉันแค่รับผิดชอบในหน้าที่ที่ควรทำ"พูดจบเจียลี่ก็ไม่สนใจลู่อวี่ถงอีกเดินตรงไปยังห้องทำงานของเฉินเยว่ซวนทันที ฝ่ายลู่อวี่ถงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือที่เอื้
67เด็กปากเสียคำพูดของจื่อหานบาดลึกความรู้สึกจนทำให้ลู่อวี่ถงตาแดงก่ำ รอยยิ้มที่เธอพยายามฝืนยิ้มค้างไว้บนใบหน้า ลู่อวี่ถงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธกัดริมฝีปากล่างจนได้กลิ่นคาวเลือด"เด็กปากเสีย!"จื่อหานวางชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ลงแล้วเงยขึ้นมองลู่อวี่ถงด้วยสายตาที่ไร้ความเกรงกลัว"ผมพูดความจริง ใครๆ ก็รู้ว่าคุณพยายามทำตัวให้เหมือนแม่หมิงจู”พอได้ยินแบบนั้นเธอก็พุ่งตัวเข้าไปมาหมายจะคว้าไหล่เล็กๆ ของเด็กน้อยบีบแรงๆ เพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้สัมผัสตัวจื่อหาน เจียลี่ที่ไม่รู้มาจากไหนก็รีบดึงตัวจื่อหานออกมาได้ทันท่วงที“เสี่ยวหานได้เวลาเข้านอนแล้ว”เจียลี่บอกเด็กน้อย เขารีบลุกวิ่งขึ้นห้องนอนไปโดยไม่หันกลับมามอง ลู่อวี่ถงยังคงแสดงสีหน้าโกรธจัดโดยไม่เก็บอาการ เพราะตรงนี้ไม่มีเฉินเยว่ซวนก็ไม่จำเป็นต้องแสดงอีก“คุณอวี่ถงคะ เมื่อกี้นี้ฉันเห็นนะว่าคุณกำลังจะทำอะไรเสี่ยวหาน”“ฉันก็แค่จะสั่งสอนหลานตัวเองเท่านั้นเอง ถ้าเทียบกันจริงๆ ฉันมีศักดิ์เป็นน้าของเขาเท่ากับว่าเป็นคนในครอบครัว แล้วเธอล่ะเป็นใครก็แค่พี่เลี้ยงเด็กไม่ใช่เหรอ เธอมันก็แค่คนนอก”เจียลี่ไม่ได้ตอบโต้ ปล่อยให้ลู







