Share

ใจคนยากแท้…หยั่งถึง

last update Last Updated: 2025-11-13 01:18:19

5

ใจคนยากแท้…หยั่งถึง

"ไปทำอาหารกันเถอะผู่เย่ว์ อีกเดี๋ยวก็ได้เวลาไอเอฟแล้ว" กล่าวจบนางก็พาร่างอวบเดินไปทางครัวในเรือนตน สาวใช้ทำหน้างุนงงกับคำพูดเมื่อครู่ของผู้เป็นนายจึงได้แต่ทบทวนคำของนางแล้วเดินตามไป

"คุณหนูว่าอย่างไรนะเจ้าคะ" ผู่เย่ว์ถามนายของตนหลังเท้าซ้ายแตะบนพื้นห้องครัว เจียงถิงถิงหันกลับมามองผู่เย่ว์ด้วยสายตาเช่นเดียวกับที่ผู่เย่ว์มองนาง

"อะไรเหรอ"

"ไอเอฟอะไรหรือเจ้าคะ" คนพูดยิ้มกว้างด้วยความลืมตัวเพราะดันหลุดกล่าวคำพูดของยุคตนเอง นางหัวเราะในลำคอพร้อมก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าคนถามมองสาวใช้ของตนอย่างเอ็นดู

"ไอเอฟคือการกินและหยุดกินเป็นเวลาเพื่อให้ร่างกายย่อยอาหารที่กินเข้าไปให้หมดอย่างไรล่ะ ทีนี้รู้แล้วก็ไปเอาเนื้อหมู แครอท พริกอ่อนมาให้ข้าที" สาวใช้พยักหน้ารับคำแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องครัว เจียงถิงถิงเดินเข้าไปเพื่อเตรียมข้าวของที่ใช้ทำอาหารพร้อมกับบ่นพึมพำอยู่ลำพัง

"ถ้าอยู่โลกนู้นฉันคงทำอาหารได้เยอะกว่านี้แน่ ๆ เฮ้อ…อีกกี่เดือนร่างยายคุณหนูนี่ถึงจะผอมได้ล่ะเนี่ย" ระหว่างที่เตรียมข้าวของก็เติมไฟรอทำอาหารไปด้วย เธอจะทำอย่างไรกับอนุภรรยานางนั้นดีเท่าที่ดูจากความทรงจำของเจียงถิงถิงตัวจริง อนุภรรยาผู้นั้นทั้งเจ้าเล่ห์และมารยา ถิงถิงในตอนนี้จะไม่ยอมให้ผู้ใดมากดขี่เอาเปรียบอีกต่อไปที่สำคัญนางจะต้องหย่ากับสามีที่ทั้งหูเบา นิสัยแย่ ไม่ให้เกียรติภรรยาเช่นนี้ให้ได้

"คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู"

"อะ มาแล้วหรือ" นางมองหน้าสาวใช้ก่อนจะเบนสายตาไปมองของในมือผู่เย่ว์ นางจับเนื้อหมูขึ้นมาวางบนเขียงจากนั้นจึงหยิบตะกร้ามาวางไว้ข้างเขียง

"คุณหนูทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ"

"หมูผัดพริกอ่อน ผู่เย่ว์นำกระทะใส่น้ำไปตั้งไว้บนเตาให้ข้าที" สตรีร่างอวบค่อย ๆ บรรจงล้างพริกอ่อนและแครอทแล้วจึงนำไปหั่นเป็นเส้นยาวเท่าสองข้อนิ้วของตนเอง

"เจ้านำสิ่งนี้ไปลวกให้ข้าไม่ต้องสุกมาก" กล่าวจบก็ยื่นจานใส่ผักให้สาวใช้ เพียงชั่วอึดใจผักทั้งสองอย่างที่ลวกแล้วก็วางอยู่ในจานตรงหน้า พร้อมกับที่ผู้เป็นนายหั่นเนื้อหมูเป็นเส้นเสร็จพอดี

"มาเริ่มทำกันสักที" กระทะถูกตั้งไว้บนเตาจากนั้นนางจึงใช้กระบวยตักน้ำมันหมูเล็กน้อยใส่กระทะที่เริ่มร้อน พอน้ำมันเริ่มร้อนก็เทเนื้อหมูหั่นเส้นลงไปจนหมดผัดครู่เดียวก็ตักน้ำหมักถั่วเหลืองลงไปผัด อีกครู่ก็เทผักที่ลวกแล้วลงไป น้ำตาลหนึ่งหยิบมือถูกโปรยลงในกระทะพร้อมเกลือที่ติดปลายช้อน ผัดอีกสองสามครานางก็ตักใส่ชาม

กับข้าวชามแรกเสร็จก็เริ่มตั้งกระทะให้ร้อน ก่อนจะตักน้ำมันหมูเต็มกระบวยใส่กระทะรอจนน้ำมันเริ่มร้อนนางจึงตอกไข่ลงไปในกระทะพอไข่สุกก็ตักขึ้น นางทอดไข่ทั้งหมดสามฟองเสร็จก็ยกกระทะลงแล้วชวนสาวใช้ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน

"นั่งสิผู่เย่ว์ เจ้ายืนรอสิ่งใด" ตะเกียบถูกชี้ไปที่สาวใช้ก่อนตวัดไปทางเก้าอี้อีกตัวข้าง ๆ ผู้เป็นนาย ผู่เย่ว์ไม่กล้านั่งทานเสมอนายจึงยืนอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ตรงนั้น สาวใช้ถือถ้วยข้าวสวยไว้ในมืออย่างเจียมตัวจะขยับก็ไม่กล้าขยับ เจียงถิงถิงเริ่มเข้าใจจึงถือตะเกียบแล้วลุกเดินมายืนตรงหน้าบ่าวรับใช้คนสนิท

"ชีวิตนี้ข้าคงเหลือเพียงแต่เจ้าเท่านั้น ต่อไปนี้ก็ถือว่าตนเองเป็นน้องสาวของข้าเถิดอย่าได้เกรงอกเกรงใจพี่สาวคนนี้เลย หากเจ้าไม่นั่งกินกับข้าผู้ใดจะกินเป็นเพื่อนข้าเล่าน้องสาว" รอยยิ้มสดใสจากริมฝีปากบางที่แห้งแตกไร้การบำรุง ดวงตาของสาวใช้คนสนิทที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นน้องสาวบัดนี้เริ่มมีน้ำใส ๆ คลอหน่วงอยู่ ชีวิตนางนั้นอาภัพเกิดมานอกจากพ่อแม่ไม่ต้องการแล้วยังถูกขายเป็นทาสอีก หากไม่ได้คุณหนูเจียง ตอนนี้นางอาจเป็นคณิกาหรืออนุภรรยาของบุรุษสักคนเป็นแน่

"อย่าร้องน่า มานั่งกินข้าวกับข้าได้แล้ว ไม่เช่นนั้นกับข้าวเย็นแล้วจะไม่อร่อย" เจียงถิงถิงจูงข้อมือเล็กของผู่เย่ว์ไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างตนเอง แล้วคีบกับข้าวให้สาวใช้อย่างเอ็นดู การมีน้องสาวก็เป็นเรื่องดีสำหรับคนที่ไม่เคยญาติพี่น้องมาก่อนเช่นนาง ยิ่งพี่น้องที่รักและซื่อสัตย์มาก ๆ เช่นผู่เย่ว์หาได้ยากยิ่งนัก

"ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู"

"หากจะให้เจ้าเปลี่ยนคำเรียก เกรงว่าออกไปข้างนอกคนจะมองเจ้ากำเริบเสิบสานเช่นนั้นเจ้าอยากเรียกเช่นใดก็เรียกเถอะ" ว่าจบก็คีบไข่ดาวหนึ่งฟองให้น้องสาวกำมะลอด้วยความรู้สึกอิ่มใจ ท่ามกลางสายตาของบุรุษที่ตั้งใจนำโคลนบำรุงที่ได้จากการแลกเปลี่ยนสินค้ากับชาวโพ้นทะเลมาฝากนาง แต่เมื่อได้ยินนางพูดจากับสาวใช้คนสนิทด้วยความปิติเปี่ยมสุขจึงไม่อยากเข้าไปรบกวน

อันอี้เฉินโยนโถโคลนบำรุงขึ้นจากฝ่ามือก่อนจะฉวยมันไว้ในฝ่ามือพร้อมรอยยิ้ม วันหน้าค่อยให้นางก็ไม่สาย แล้วจึงหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้สองดรุณีนั่งกินข้าวกันอย่างอารมณ์ดี

ยามซวี

"หลินซาง เจ้าไปลอบดูทีว่าคนสกุลเจียงทำสิ่งใดอยู่" ซ่งเยี่ยนฟางบอกกับคนสนิทของตนเองพลางลูบไล้ใบหน้าที่ช้ำจากการถูกเจียงถิงถิงตีเมื่อคราก่อน ข้าจะต้องทำให้นางได้รับรู้ว่าผู้ใดใหญ่ที่สุดในบ้านนี้

"เจ้าค่ะ ฮูหยินรองจะทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ" หลินซางสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มของนางเอ่ยถามผู้เป็นนายด้วยใบหน้าฉงน

"ข้าจะทำให้นางได้รู้ว่าผู้ใดใหญ่ที่สุดและท่านพี่รักผู้ใด อัปลักษ์เช่นนางมีสิ่งใดมาแข่งกับข้า หากไม่ใช่เพราะนางเป็นบุตรสาวสกุลเจียงจะได้แต่งเป็นฮูหยินสกุลหยุนได้อย่างไร หน้าตา กิริยา ท่าทางนางสู้ได้หรือหลินซาง" สาวใช้พยักหน้ารับเห็นด้วยกับซ่งเยี่ยนฟางขณะบรรจงหวีผมให้นายหญิงของตนเองเบา ๆ

"นางเทียบฮูหยินของบ่าวไม่ใดแม้เพียงปลายเส้นผมเลยเจ้าค่ะ" เยี่ยนฟางยิ้มพอใจกับคำตอบของสาวใช้ตนก่อนหยิบปิ่นปักผมขึ้นมาอันแล้วอันเล่า แต่นางไม่ถูกใจอันใดเลย

"เยี่ยนฟาง เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่" บุรุษผู้เป็นนายของบ้านส่งเสียงร้องเรียกอนุภรรยาอยู่นอกห้อง เยี่ยนฟางยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกฝ่ามือแตะข้อมือของสาวใช้ นางจึงหยุดหวีผมโค้งตัวแล้วเดินไปเปิดประตูรับสามี

"เยี่ยนฟางคารวะท่านพี่"

"มาเถอะมา อย่ามากพิธีนักหลินซางเจ้าออกไปก่อน" ซ่งเยี่ยนฟางเอียงหน้าหลบสายตาของผู้เป็นสามีราวกับไม่ต้องการให้เขาเห็นรอยช้ำที่แก้มนาง แต่ยิ่งนางหลบเขายิ่งสังเกตเมื่อทนไม่ไหวหยุนฮ่าวหรานจึงใช้สองมือประคองใบหน้างามที่แก้มซ้ายเริ่มบวมแดง

"เจ้าเจ็บหรือไม่เยี่ยนฟาง"

"เยี่ยนฟางไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านพี่อยากอาบน้ำหรือไม่เจ้าคะข้าจะได้ให้บ่าวไปเตรียมน้ำ"

"เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะให้นางได้ลิ้มรสความเจ็บเช่นเจ้าเป็นแน่"

"ฮูหยินคงไม่ได้ตั้งใจ นางต้องเข้าใจเยี่ยนฟางผิดแน่เจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าโกรธฮูหยินเลยนะเจ้าคะ" อนุภรรยาผู้มีใบหน้างดงามและจิตใจดีในสายตาของหยุนฮ่าวหรานกำลังขอร้องผู้เป็นสามีแทนภรรยาเอก แต่ยิ่งนางกล่าวผู้เป็นสามีกลับยิ่งรู้สึกโกรธฮูหยินมากขึ้น

"เจ้าไม่ต้องขอร้องแทนนาง ข้าไม่มีทางยกโทษให้นางเด็ดขาด…" รอยยิ้มเล็กปรากฎขึ้นที่มุมปากบางเพียงครู่เดียวก็หายไปแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเห็นอกเห็นใจเช่นเดิม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ตัดสินใจ [END]

    29ตัดสินใจ“ข้าไม่ได้ขู่ท่าน ข้าเพียงเตือนท่านเท่านั้นว่าข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำให้นางลำบากใจอีก”“ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เจียงถิงถิงลุกจากที่นั่งแล้วเงยหน้าถามชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ นางมาที่นี่กับผู่เย่ว์ซึ่งรออยู่ด้านนอกเหตุใดอันอี้เฉินจึงพรวดพราดเข้ามาเช่นนี้อันอี้เฉินรู้จากคนงานที่ร้านบะหมี่ว่าเจียงถิงถิงนัดพบกับหยุนฮ่าวหรานที่โรงน้ำชาจึงรีบตามมา เขาเกรงว่านางจะถูกหยุนฮ่าวหรานบีบบังคับให้กลับไปยังสกุลหยุน“ข้ารีบตามมาเกรงว่าเจ้าจะถูกญาติผู้พี่รังแก”“เหตุใดข้าต้องรังแกนาง”“คนอย่างหยุนฮ่าวหรานจะทำสิ่งใดข้าได้เล่า ท่านคิดมากไปแล้ว ไม่รู้จักข้าหรืออย่างไร” เจียงถิงถิงตอบคำถามของอันอี้เฉินด้วยรอยยิ้มขบขัน นึกเอ็นดูสิ่งที่เขาห่วงนางไม่รู้ว่าเขาห่วงหรือหึงหวงนางกันแน่ แต่ภายในกลับรู้สึกดีจนสิ่งที่อยู่ด้านในเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าขาวเนียนเปล่งสีแดงระเรื่อลามไปทั่วพวงแก้ม

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   หลักฐาน

    28หลักฐานผ่านพ้นวันเปิดร้านไปเพียงหนึ่งวันเจียงถิงถิงก็ให้คนนำเทียบเชิญไปส่งที่ตระกูลหยุน นัดหมายพูดคุยกับคนที่จ้างให้ผู้อื่นมาก่อกวนร้านนางเมื่อวาน พอเห็นใบหน้างดงามที่เฝ้านึกถึงมาตลอดแม้จะไม่สามารถมาพบได้หยุนฮ่าวหรานก็รีบลุกไปต้อนรับ“เจ้ามาแล้วหรือ มานั่งเถิด ข้าให้คนเตรียมชาเขียวไว้ให้ เจ้าอยากได้สิ่งใดเพิ่มหรือไม่”“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อกินข้าวกับท่าน”“เช่นนั้นเจ้าส่งเทียบเชิญให้ข้าเพราะเหตุใด” หยุนฮ่าวหรานถามด้วยความสงสัยราวกับไม่รู้ว่านางส่งเทียบเชิญให้เขาเพราะสิ่งใด ใบหน้ายิ้มแย้มในคราแรกพลันหายไปเหลือเพียงใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พอเห็นเทียบเชิญจากนางเขาก็รีบให้บ่าวคนสนิทไปตอบรับคำเชิญ แต่นางไม่ยอมไปที่ตระกูลจึงเปลี่ยนมาเจอกันในโรงน้ำชาใกล้ร้านบะหมี่แทน“ท่านไม่รู้หรือว่าข้ารู้เรื่องที่ท่านเป็นผู้จ้างคนมาป้ายสีร้านข้าใช่หรือไม่”

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ถิงถิง

    27ถิงถิง“ท่านบอกว่าเงินกินบะหมี่นี่เป็นเงินอีแปะสุดท้ายใช่หรือไม่” เมื่อนึกถึงตอนอยู่ในโรงน้ำชาได้นางจึงสอบถามเขาอีกครา นางจะเปิดโปงคนสารเลวผู้นั้นให้ได้ บังอาจมากที่มาทำเช่นนี้กับร้านของนาง“ใช่ทั้งเนื้อทั้งตัวข้ามีเงินเพียงหนึ่งอีแปะ หากไม่ใช่เพราะท่านคิดค่าบะหมี่เพียงครึ่งเดียวข้าจะมากินร้านท่านหรือ แต่หากรู้ว่าคิดราคาเพียงครึ่งแล้วสกปรกเช่นนี้ข้าก็คงไม่มาเช่นกัน”“เหลียวต่ง ไปค้นผ้าคาดท้องของบุรุษผู้นั้นทีมียี่สิบตำลึงอยู่หรือไม่” ราวกับล่วงรู้ว่าเจียงถิงถิงคิดจะทำสิ่งใดต่อไป อันอี้เฉินจึงหันไปสั่งบ่าวคนหนึ่งของตนซึ่งเป็นบุรุษเพียงสองคนในร้าน เหลียวต่งค้อมตัวรับคำผู้เป็นนายก่อนจะเดินเข้าไปหมายจะตรวจค้นร่างกายเขาตามที่ผู้เป๋นเจ้านายบอก ยังไม่ทันได้แตะตัวชายผู้นั้นก็ปัดป้องเป็นพัลวันราวกับกลัวว่าจะมีผู้ใดแตะต้องตนเอง ใบหน้าซีดเผือดหลบซ้ายหลบขวา เหลียวต่งไม่อยากใช้กำลังกับลูกค้าในร้า

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ก่อกวน

    26ก่อกวนเปิดร้านวันแรกผู้คนก็พากันมาลองลิ้มชิมรสจนร้านเต็มตั้งแต่เปิด เจียงถิงถิงนางแทบไม่ได้พักเหนื่อยเลย เถ้าแก่อีกคนของร้านจึงเดินไปยืนด้านหลังขณะที่นางกำลังตักน้ำแกงใส่บะหมี่ ผ้าเช็ดหน้าผืนบางสีขาวสะอาดถูกยื่นมาซับเหงื่อบนใบหน้างดงามเบามือ นางชะงักมือตกใจก่อนจะหันกลับไปมองผู้ที่เข้ามาด้านหลังโดยที่นางไม่รู้ตัว“ท่านเอง ข้านึกว่าผู้ใด มาไม่บอกไม่กล่าว ข้าตกใจหมด”“จะมีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เจ้าเช่นนี้อีก”“ผู่เยว์อย่างไรเล่า”“ไม่เหนื่อยหรือ พักบ้างเถิดเจ้าทำบะหมี่มาครึ่งค่อนวันแล้ว” ซับเหงื่อไปก็บ่นไปทั้งที่ถูกตำหนิแท้ ๆ แต่เจียงถิงถิงกลับมีใบหน้าเปื้อนยิ้มนางมีความสุขเพราะตนเองได้ทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่ต้องคิดถึงชื่อเสียงผู้ใด นางไม่คิดว่าจะมีร้านบะหมี่เล็ก ๆ จะมีลูกค้าจนไม่ได้พักเช่นนี้“เถ้าแก่ บะหมี่ได้หรือยัง”

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   เปิดร้าน

    25เปิดร้านเพียงหกวันชั้นล่างโถงกลางของตึกไม้ด้านหน้าก็ถูกเจียงถิงถิงตกแต่งให้เป็นร้านบะหมี่ขนาดเล็ก มีโต๊ะให้นั่งกินบะหมี่สี่ตัว นางไม่ได้ต้องการมีร้านใหญ่โตจึงไม่ได้ใช้พื้นที่ในเรือนไม้ทั้งหมด นางใช้พื้นที่เพียงหนึ่งในห้าของเรือนเท่านั้น“ท่านว่าเท่านี้ พอหรือไม่” เจียงถิงถิงร้องถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่มุมด้านในสุดของร้าน เขายืนมองนางวางถาดใส่กาชาบนโต๊ะทุกตัวจนเสร็จ พอเสร็จก็หันมาถามเขาหลายหน อันอี้เฉินมองนางอย่างขบขันเขาคิดว่านางคงกำลังคิดมากเรื่องเปิดร้านวันพรุ่งนี้จึงได้ย้ายกาชายกเก้าอี้ไปทางนั้นทีทางนี้ที“นี่เจ้าย้ายมันรอบที่สิบแล้ว”“ข้ากลัวว่ามันยังดีไม่พอ”“เจ้าไม่ได้เปิดภัตตาคารเสียหน่อย กังวลสิ่งใดกัน แค่บะหมี่อร่อยก็เพียงพอแล้วสำหรับร้านขายบะหมี่ และบะหมี่ของเจ้าอร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมา หากเปิดแล้วเกรงว่าร้านคงไม่พอให้ผู้คนนั่งแน

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ข้าก็เป็นครั้งแรกของเจ้า

    24ข้าก็เป็นครั้งแรกของเจ้ารถม้าสามคันที่อันอี้เฉินจ้างมาขนของมุ่งตรงไปยังตรอกการค้าที่ผู้คนพลุกพล่าน จากสกุลหยุนมาถึงตรอกการค้ากลางเมืองใช้เวลาครึ่งชั่วยาม รถม้าทั้งหมดหยุดลงที่หน้าเรือนไม้ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นที่ทำงานสำหรับผู้คนยากไร้ไม่มีที่ไป สามด้านถูกปิดล้อมไว้หมดมีเพียงด้านหน้าที่เปิดให้เข้าออกได้ข้าวของต่าง ๆ รวมถึงสินเดิมของเจียงถิงถิงถูกยกเข้าผ่านทางเข้าเล็ก ๆ และผ่านตัวเรือนไม้หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเข้าไปถึงเรือนหลัง ที่มีเรือนไม้ขนาดไม่ใหญ่มากกลางเก่ากลางใหม่ตั้งอยู่ด้านหลังเรือนไม้ ตรงกลางเป็นที่ดินโล่ง ๆ เหมาะแก่การทำแปลงผักของนางยิ่งนัก“ทำไมที่นี่จึงเปลียนไปมากมายเช่นนี้ หนก่อนที่ข้ามาที่ดินโล่ง ๆ นั่นยังไม่มีแปลงผักเลย” เจียงถิงถิงเอ่ยถามชายหนุ่มข้างกายขณะที่ทั้งสองเดินผ่านเรือนชั้นนอกเข้ามาชั้นใน พร้อม ๆ กับที่คนงานรับจ้างขนของเข้าไปวางไว้หน้าเรือน“ไม่กี่วันก่อนข้าให้คน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status