Accueil / รักโบราณ / เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว / บทที่ 6 : ข้าคือเจินซูเมิ่ง

Partager

บทที่ 6 : ข้าคือเจินซูเมิ่ง

last update Date de publication: 2025-06-23 14:18:27

บทที่ 6

ข้าคือเจินซูเมิ่ง

          ทำไม...

          เช้าเร็วนักล่ะ

          พราวฝันหรี่ตาเมื่อต้องกับแสงอาทิตย์เบื้องบน  ไม่นานนักก็สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าและอบอ้าวไปทั่วร่างกาย  รับรู้ได้ว่าทั้งสรรพางค์กายกำลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

          ทั้งที่ไม่ถึงนาทีก่อนเธอยังมองเห็นพระจันทร์ดวงกลมโตบนท้องฟ้ายามค่ำคืนอยู่เลย

          แต่ยังไม่ทันจะได้ทบทวนอะไรมากไปกว่านี้  ใครบางคนก็ยกถังน้ำมาสาดรดใบหน้าเธอโครมใหญ่

          ซ่า...!

          “เฮ้ย!”  พราวฝันร้องโวยวายเสียงดังแล้วลุกพรวดพราดขึ้นมาอย่างไวพลางลูบไล่น้ำเปียกปอนบนใบหน้าไปด้วย  

          “ตื่นเสียทีสินะเจ้าคะ”

          “เอ๊ะ”  หญิงสาวชะงักหลังเตรียมง้างปากจะตะโกนด่าผู้กระทำการอันอุกอาจ

          เพราะสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาตอนนี้ทำให้หญิงสาวต้องอ้าปากค้างเพราะผู้คนที่ยืนรายล้อมล้วนแต่งกายประหลาดด้วยชุดจีนย้อนยุคกับบ้านเรือนสไตล์โบราณเหมือนในซีรีส์พีเรียด

          “กองถ่ายซีรีส์จีนเหรอ”  เธอพึมพำกับตัวเองพร้อมหันไปทำหน้าตั้งคำถามกับใครบางคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ

          พราวฝันก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วหมุนตัวสำรวจไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อมองหาทีมงาน  แต่ก็พบเพียงฉากที่สมจริงเท่านั้นไม่เห็นแม้แต่เงาของฝ่ายเบื้องหลังสักคน

          หรือว่าจะเป็นการถ่ายทำแบบซ่อนกล้อง  เพิ่มมุมมองใหม่ให้ซีรีส์ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น  ทำให้ดูสมจริงดูธรรมชาติเหมือนกับการดูเรียลลิตี้!

          “ฮูหยินน้อยกำลังมองหาผู้ใดอยู่หรือเจ้าคะ”  อันหยินย้อนถามบ้างหลังสังเกตอาการประหลาดของคนตรงหน้ามาครู่หนึ่งแล้ว

          พราวฝันหันมาจ้องคนที่เพิ่งพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งและท่าทางจองหองอย่างพินิจพิเคราะห์

          “ทำหน้าทำตาแบบนี้...  รับบทเป็นตัวร้ายสินะ”  เธอคาดเดา

          “เอ๊ะ  นี่ท่าน!”

          แต่ว่า...  ถ้าฟังไม่ผิดนี่มันไม่ใช่ภาษาไทย  คนพวกนี้กำลังพูดภาษาจีน  ใช่  เธอฟังไม่ผิดแน่  แล้วทำไมเธอถึงเข้าใจมันได้ทันทีล่ะ  ทั้งที่ยังเรียนไม่จบคลาสแรกเลยด้วยซ้ำ

          เดี๋ยวนะ...

          “ที่นี่...  ที่ไหน”  พราวฝันเปล่งเสียงถาม

          หา!  ไม่ใช่แค่เข้าใจภาษาจีน  แต่เธอยังสื่อสารกับคนอื่นด้วยภาษาจีนเช่นเดียวกัน

          “เป็นลมกลางแดดไปทีเดียวก็ความจำเสื่อมเลยรึเจ้าคะ  ที่นี่ก็คือมหานครฉางอานอันยิ่งใหญ่”  อันหยินตอบอย่างภาคภูมิ

          “ฉางอาน...!”

          ทำไมคับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเมืองหลวงของจีนโบราณที่ดูในซีรีส์บ่อย ๆ  แต่หากเป็นคนยุคปัจจุบันก็ต้องเรียกว่าเมืองซีอานสิ

          พวกนี้อินกับบทเกินไปหรือเพราะเป็นพวกย้อนยุคจริง ๆ กันแน่

เอ๊ะ...  ย้อนยุคเหรอ

อย่าบอกนะว่า...

          “แล้ว...  นี่มันยุคไหนกันล่ะ  เอ่อ  ข้าหมายถึงเป็นแผ่นดินของใคร  ใครเป็นฮ่องเต้อะไรอย่างเนี้ย”

          บรรดาบ่าวไพร่ที่ยืนรายล้อมพราวฝันอยู่สี่นางเริ่มมองเธอด้วยสายตาประหลาด

          “เห็นทีท่าจะแย่...”  ผู้จัดการบ้านพึมพำกับตัวเองด้วยความวิตก  “ไม่รู้รึอย่างไรว่าเอ่ยพระนามฮ่องเต้ออกมาตรง ๆ หัวจะหลุดจากบ่า  นี่ฮูหยินน้อยจำไม่ได้จริง ๆ รึเจ้าคะว่าเราอยู่ในรัชสมัยของราชวงศ์อู่โจว...”

          “อู่โจว...”  พราวฝันทวนเสียงงึมงำ  “อู่...  จ้าว...  อู่  อู๋  บู...  บะ  บูเช็กเทียน!”

          สิ้นเสียงร้องแหกปากอันหยินก็รีบยกมือป้อมตะครุบปากนายหญิงน้อยโดยไว

          “บอกแล้วไงเจ้าคะว่ามิควรเอ่ยพระนามฝ่าบาทตรง ๆ”

          พราวฝันได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

          ชัดเลย!

          รู้ตัวแล้วว่าย้อนอดีตมาจริง ๆ ด้วย  ไม่มีกล้องไม่มีทีมงานโปรดักชั่นที่ไหนทั้งนั้น  จะมีก็แต่เธอที่ทะลุมิติมาอยู่ไกลบ้านไกลเมืองขนาดนี้

          คนอื่นเขาย้อนกลับไปสมัยกรุงศรีอยุธยา  เจอพี่หมื่นสุดหล่อ  ย้อนไปตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ก็ดี  แต่นี่!  ฟ่านปิงปิง[1]เสิร์ฟหนักมากแม่!  ให้ย้อนมาสมัยบูเช็กเทียนครองเมือง!  มาไกลเป็นพันปีธรรมดาเสียที่ไหน!

          “ฉิบหายแล้วโว้ยยย~!!!”  พราวฝันแหกปากร้องเสียงดังพร้อมดีดดิ้นจนหลุดออกจากพันธนาการ

          จะหาทางกลับได้ยังไงล่ะทีนี้...!

          โครก~!

          โอ๊ย  ทำไมหิวข้าวขนาดนี้  อย่างกับไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาเป็นอาทิตย์

          สมองต้องการสารอาหาร  ฉะนั้นก่อนจะคิดหาหนทางจะต้องเติมพลังงานให้ร่างกายก่อน

          “เจ้าเรียกข้าว่าฮูหยินน้อยใช่หรือไม่”

          “ใช่เจ้าค่ะ”  อันหยินลอยหน้าลอยตาตอบ

          “ถ้างั้นเจ้าก็เป็นคนรับใช้ล่ะสิ”

          “เอ่อ  ไม่นะ  บ่าวเป็นผู้จัดการบ้าน”  หญิงอวบตอบด้วยท่าทางเสียหน้า

          “ต่างกันตรงไหน  ถัดจากเจ้านายก็เป็นคนรับใช้เหมือน ๆ กัน  ขนาดแทนตัวเองเจ้ายังใช้คำว่าบ่าวเลย”

          “แต่ว่า...”

          “ข้าหิวแล้ว  ไปทำอะไรมาให้กินหน่อย”

          “เรื่องนั้น...  ฮูหยินน้อยจะต้องทำเองนะเจ้าคะ”  อันหยินเชิดคอตอบ  “และนี่...”  พร้อมกับดันใครบางคนมาตรงหน้า  “ด้วยความใจดีของฮูหยินใหญ่เห็นว่าฮูหยินน้อยทำงานหนักจนเป็นลมเป็นแล้ง  จึงมอบ ‘อาหว่าน’ มาคอยช่วยงาน”

          พราวฝันมองเด็กสาวรุ่นน้องที่หน้าตามีเม็ดสีแดงจากสิวเกรอะกรังเต็มไปหมด  พร้อมกับที่หงเอ๋อร์  ไห่เอ๋อร์  และอันหยินก็ปั้นสีหน้ารังเกียจนางด้วย  ก่อนจะหันไปหัวเราะคิกคักใส่กันด้วยท่าทางเหมือนพวกชอบบูลลี่

          “ในเมื่อมีผู้ช่วยแล้วก็ให้นางทำอาหารให้รับประทานเถิดนะเจ้าคะ  แต่อย่านานนัก  เพราะฮูหยินน้อยมีภารกิจที่ต้องทำต่อ”  ผู้จัดการบ้านว่าพร้อมจะหมุนตัวส่ายก้นอวบอัดจากไป  แต่พราวฝันก็รีบอ้อมมาขวางไว้

          “ไม่...”

          “เอ๊ะ  ฮูหยินน้อย  มาขวางบ่าวไว้ทำไมกัน”

          “ข้าจะให้เจ้าทำให้กิน”

          “บ่าวไม่ทำ”

          “เหตุใดเจ้าจึงไม่ทำ”  หญิงสาวที่เริ่มโมโหหิวย้อน

          “ก็...”

          “ไหนเจ้าลองทบทวนดูอีกครั้งซิ  ว่าในจวนนี้ใครเป็นนายและใครเป็นบ่าว...”

          อันหยินสะบัดหน้าพรืด  “ก็ต้องฮูหยินน้อยเป็นนายน่ะสิเจ้าคะ”

          “ดี...  รู้ก็ดี  ฉะนั้นนายอย่างข้าจะสั่งให้เจ้าทำอาหารให้กินไม่ได้หรืออย่างไร  รึว่าเจ้ามีอภิสิทธิ์ใดมากกว่าคนอื่นงั้นรึ”

          คนที่มาจากประเทศประชาธิปไตยอย่างฉันจะต้องสอนสิทธิและหน้าที่พลเมืองให้คนจวนนี้ได้ตระหนักรู้เสียหน่อย

          “เอ่อ...  ฮูหยินน้อยบ่าวทำแทนก็ได้เจ้าค่ะ”  อาหว่านรีบเสนอตัวเพราะเกรงว่าจะเกิดการวิวาทขึ้น

          “เจ้าอยู่เฉย ๆ  ท่าทางอวดดีของนางทำให้ข้าหงุดหงิดจนอยากจะรู้ว่าฝีมือการเข้าครัวนั้นดีเลิศขนาดไหน  หากปฏิเสธอีกคำเดียวได้เห็นดีกันแน่”

          ตุ้บ!

          แล้วทุบเข้าไปกลางหลังของบ่าวผู้จองหองให้ได้เรียนรู้น้ำหนักมือไปหนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว

          “ฮูหยินน้อย!”

          “ทำไม  อยากโดนมากกว่านี้รึ” 

          หญิงอวบผวาเล็กน้อยก่อนจะรีบซอยเท้าถี่เข้าไปยังโรงครัว  โดยมีร่างของฮูหยินน้อยก้าวตามไปติด ๆ

          ระหว่างทางผ่านสระน้ำเล็ก ๆ พราวฝันจึงตัดสินใจชะโงกหน้าไปดูเงาสะท้อนโดยมีอาหว่านคอยช่วยพะยุง  ก็ต้องพบว่าเธอมาเกิดใหม่ในร่างของตัวเอง...  ใช่  เงาของผู้หญิงที่อยู่บนผิวน้ำมีหน้าตาเหมือนกับตัวเธอเองไม่ผิดเพี้ยน  ต่างก็เพียงเครื่องแต่งกายและเครื่องหัวในยุคโบราณที่ดูไม่คุ้นเคยเท่านั้น

          ระหว่างที่รอให้อันหยินทำอาหารให้  จู่ ๆ ก็มีชายหญิงวัยรุ่นคู่หนึ่งเดินเข้ามาในโรงครัวเช่นกัน

          “มาอยู่นี่เอง  พวกเราตามหาตัวเสียให้ควั่ก”  ชายตัวสูงรูปร่างผอมหน้าตาดีเดินเข้ามาประชิดตัว

          “ตามหาข้าหรือ”  พราวฝันชี้หน้าตัวเอง

          “ก็ใช่น่ะสิ  ข้ากระหาย  ต้องการน้ำชาเร่งด่วน”

          ทางซ้ายมือมีชุดถ้วยชาหญิงสาวจึงยกนิ้วชี้  “โน่นเซ็ตชา  ไปบอกให้สองคนนั้นที่ยืนทำหน้าเหม็นขี้ไปต้มน้ำให้แล้วชงดื่มเองเสียสิ”

          “แต่ข้าจะให้เจ้าชง”

          “รีบชงให้ท่านพี่แล้วก็รีบกลับไปทำความสะอาดหอนอนข้าใหม่ด้วย  สกปรกและเหม็นอับจะแย่”  หญิงเสียงเจื้อยแจ้วขึ้นจมูกที่ยืนอยู่ด้านหลังร้องเรียกบ้าง

          “นี่พวกเจ้าเป็นใครกัน”

          “สงสัยจะความจำเสื่อมไปแล้วกระมัง”  ผู้เป็นพี่ชายย้อน

          “เราสองคนก็เป็นน้องของสามีท่านน่ะสิ  ทำเป็นจำไม่ได้”  ผู้เป็นน้องตอบเข้าประเด็น

          “น้องสามี...”

          แต่กลับปฏิบัติกับพี่สะใภ้อย่างนี้เนี่ยนะ  ไม่มีความเคารพยำเกรงกันบ้างเลย  หน้าตาก็ดูดีมีการศึกษา  บ้านช่องใหญ่โตโอ่อ่าดูเป็นจวนของพวกผู้ดีชนชั้นสูง  กริยาไม่น่าจะต่ำทรามเช่นนี้ 

ชักจะสงสัยแล้วสิ  ว่าตัวฉันในยุคนี้มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไรกันแน่  ถึงได้ถูกโขลกสับจิกหัวใช้เอาง่าย ๆ ถึงเพียงนี้  ที่ผ่านมานางคงเป็นคนไม่สู้คนและยอมอยู่ตลอดถึงทำให้พวกเขากดขี่ได้อย่างเปิดเผย

“ขอถามอีกข้อ...  ข้าชื่ออะไรอย่างนั้นหรือ”

“ตลกชะมัด  พี่สะใภ้ของเจ้าสติฟั่นเฟือนไปแล้วชุนฮวา  ได้ยินว่าเป็นลมล้มไปแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงกับไม่อยู่กับร่องกับรอย”

“งั้นข้าก็จะบอกให้เอาบุญ  ว่าชื่อของท่านคือซูเมิ่ง...  มาจากตระกูลเจินที่เป็นเพียงพ่อค้าไม้หาเช้ากินค่ำไร้เส้นสาย  วางแผนซ้อนแผนเพื่อให้ได้เข้ามาอยู่เป็นสะใภ้ใหญ่ในจวนแม่ทัพของพวกเรา  คราวนี้จำตัวเองได้รึยังเจ้าคะท่านพี่สะใภ้”  เด็กสาวจงใจเน้นเสียงเย้ยหยันในตอนท้ายของประโยค

“เจิน...  ซูเมิ่ง...”

ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานเท่าไร  แต่หากฉันนะต้องมารับบทเป็นเจินซูเมิ่งแล้วล่ะก็...  จะต้องเป็น New ซูเมิ่ง! ที่ไม่ยอมให้ใครมากดขี่รังแกอีกแล้ว  แล้วเรามาคอยดูกันว่าสะใภ้ใหญ่คนนี้จะสร้างความประทับใจอะไรให้กับจวนแม่ทัพแห่งนี้บ้าง...

[1] ฟ่านปิงปิง คือนักแสดงหญิงชื่อดังชาวจีนที่เคยรับบทซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘บูเช็กเทียน’

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 35 : อ้อมกอดแห่งความผูกพัน (จบ)

    บทที่ 35อ้อมกอดแห่งความผูกพัน เวลานี้ข้างเตียงสลับเป็นโต้วตงหมิงเป็นฝ่ายมานั่งเฝ้าแล้วประคบประหงมภรรยาบ้างโดยเขาไม่ได้ชวนคุยหรือถามจุกจิกเป็นการรบกวนนางแม้แต่น้อย “เหตุใด... ถึงรู้สึกว่าบรรยากาศช่วงนี้น่าเศร้านัก” พราวฝันเพียงมองไปรอบ ๆ ห้องแต่ก็เกิดความหดหู่ขึ้นในใจ “บัดนี้... เทียนโฮ่วสิ้นพระชนม์แล้ว...” “สิ้นแล้วหรือ... มีแต่เรื่องน่าเศร้า...” เธอพึมพำ หลังจากนี้บ้านเมืองจะวุ่นวายและโกลาหลอยู่อีกหลายปีทีเดียว... “ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้า” “เฉกเช่นเดียวกับในจวนของเรา... เจ้าเสียใจบ้างรึไม่ที่เราต้องสูญเสียลูกไป” “เหตุใดจึงเอ่ยถามด้วยถ้อยคำทิ่มแทงข้าเยี่ยงนี้ หากข้าทำดีกับเจ้าก็ย่อมหมายถึงข้าเฝ้ารอคอยการกำเนิดมาอย่างปลอดภัยและแข็งแรงของเขาเช่นเดียวกัน” “ข้าคงคิดมากเกินไป ขอโทษนะตงหมิง” ผู้เป็นสามีไม่คิดเก็บเอามาใส่ใจ หากแต่ยกฝ่ามือหนาขึ้นลูบศีรษะของภรรยาอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลราวกับต้องการปลอบประโลมจากทุกความโหดร้ายที่เกิดขึ้น “เจ้าโศกเศร้ามานานแล้ว อย่

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 34 : ทวงคืนบุตรสาว

    บทที่ 34ทวงคืนบุตรสาว วินาทีที่ร่างของเธอลอยละล่องไปบนอากาศราวกับกระดาษขอพรที่ปลิวขาดออกจากเชือกนั้น เธอคิดว่าตัวเองได้ตายไปเสียแล้ว ความรู้สึกนั้นคล้ายคลึงกันเล็กน้อยต่างกันก็แค่เพียงตอนนั้นเป็นกลางคืนแต่ตอนนี้เป็นกลางวัน... ตึง! ม้าตัวนั้นวิ่งฝ่าฝูงชนต่อไปด้วยอาการเตลิดพร้อม ๆ ร่างของพราวฝันก็ตกลงบนพื้นอย่างแรง เธอนอนแน่นิ่งท่ามกลางสายตาของผู้เป็นแม่สามีและคนอื่น ๆ บริเวณนั้น แม้แต่ชายฉกรรจ์ที่ทะเลาะกันก่อนหน้านี้ยังต้องหยุดวิวาท ราวกับโลกหยุดหมุน โต้วหนิงอันตะเกียกตะกายคลานมาหาลูกสะใภ้ ยิ่งเมื่อบริเวณกระโปรงของนางมีสีแดงฉานจากเลือดสด ๆ ซึมออกมาหญิงสูงวัยก็แทบสิ้นสติ “ซูเมิ่ง ไม่นะซูเมิ่ง ไม่เป็นอย่างนี้สิ เจ้าฟื้นขึ้นมาก่อนเจินซูเมิ่ง ไม่นะ ม่ายยย!!!”“ท่านย่าทวด ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็ท่านอาเชี่ยเฟิงและท่านอาชุนฮวา... ฮวนเอ๋อร์กลับจากหอเหวินฟางแล้วขอรับ”“แหม พูดเสียงเจื้อยแจ้วน่าเอ็นดูจริง ๆ เลยเด็กคนนี้ ไหน... มาซิ มาใกล้ ๆ ย่า ให้ย่ากอดหน่อยเร็ว”เด็กน้อยถอยหลังกรูดตอนที่ผู้

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 33 : โต้วเจียฮวน

    บทที่ 33โต้วเจียฮวน “อยากดูพระจันทร์ใกล้ ๆ กว่านี้รึไม่” “อื้อ” พราวฝันตอบทั้งคราบน้ำตา จากนั้นผู้เป็นสามีจึงพาภรรยาขึ้นม้าแล้วควบเบา ๆ ไปที่ใดที่หนึ่ง ระหว่างทางนั้นหญิงสาวก็ถูกประคองโอบไว้ด้วยชายที่เธอเฝ้ารอคอยมาหลายวันด้วย ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามเขาก็พาเธอมาที่เนินของภูเขาจงหนานในระดับความสูงที่ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงจนเกินไป เขาเลือกมุมหนึ่งที่ยืนมองออกไปเห็นเมืองฉางอานอันกว้างใหญ่ไพศาลทั่วทั้งเมืองในยามราตรี ขณะที่บนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มก็มีแสงผุดผาดจากดวงจันทร์เต็มดวงส่องนำทาง “วิวที่นี่สวยจัง อย่างกับมองจากตึกมหานครแน่ะ” “ตึกอะไรนะ” “ตึกสูง ๆ สูงมาก ๆ จนเจ้าจินตนาการไม่ออกเลยว่ามนุษย์จะสร้างสิ่งก่อสร้างเทียมฟ้าได้” “มนุษย์จะกลายเป็นเทพเซียนรึ” “ไม่... มนุษย์ก็คือมนุษย์เช่นเดิม เราไม่ได้เป็นผู้วิเศษหรือมีพลัง แต่เราจะถูกพัฒนาการทางสมองและทักษะ ต่อยอดด้วยองค์ความรู้ต่าง ๆ จากคนในยุคนี้นี่ล่ะ” “คนในยุคนี้... แสดงว่าเจ้ามาจากอนาคตงั้นรึ” พราวฝันไม่ตอบแต่เบี่ยงประเด็นไปท

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 32 : ความคิดถึง

    บทที่ 32ความคิดถึง มื้อเที่ยงวันนี้มีเผิงฟางหยวนมารวมโต๊ะด้วย ทุกคนในจวนสกุลโต้วดูจะเอ็นดูเขาเป็นอย่างดี ปฏิบัติกับเขาอย่างน่ารักราวกับเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวก็มิปาน “หมอเผิงเจ้าต้องกินเยอะ ๆ ร่างกายเจ้าซูบผอมเกินไปแล้ว” หนิงอันใช้ตะเกียบคีบเนื้อหมูไปวางไว้บนถ้วยข้าวของว่าที่สะใภ้รอง “มัวแต่ดูแลคนอื่น เจ้าต้องมีคนดูแลที่ดีจะได้มีเรี่ยวแรงรักษาผู้ไข้ทั่วทั้งแผ่นดิน” “หากจะโทษก็ต้องโทษบุตรชายเจ้านั่นล่ะหนิงเอ๋อร์ที่ปล่อยปละละเลย...” ผู้เป็นย่ารีบแทรกด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนผู้เป็นแม่จะอมยิ้มรับกันโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้บุตรชายนั่งหน้าร้อนผ่าวจนทำตัวไม่ถูก “ยังอีก... ยังไม่รีบคีบกับข้าวให้สหายเจ้าอีกรึเชี่ยเฟิง” ผู้เป็นพ่อทำเสียงดุแต่ทุกคนกลับหัวเราะชอบใจ คนในบ้านนี้ได้เปิดรับโลกใหม่ที่อีกพันกว่าปีอย่าว่าแต่ครอบครัวเลยแม้แต่บางประเทศก็ยังทำไม่ได้ ก่อนเขาก่อนใครสุด ๆ “ข้าเพิ่งจะเคยพบเคยเห็นบุรุษสองคนวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้อในสวนดอกไม้” ชุนฮวาแอบกระซิบกระซาบกับพี่สะใภ้ขณะนั่งจิบน้ำชาและกินของว่างอยู่ในศ

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 31 : แต่ละวันที่สามีไม่อยู่

    บทที่ 31แต่ละวันที่สามีไม่อยู่ หลังจากที่กินยาบำรุงจากแม่สามีไปได้ครึ่งขนานเธอก็กินเก่งขึ้นมาก ช่วงสายของวันนี้ก็เช่นกันหลังร่วมโต๊ะกินมื้อเช้ากับสมาชิกคนอื่น ๆ ไปเพียงไม่ถึงชั่วยามเธอก็อยากหาอะไรกระแทกปากอีกแล้ว พราวฝันชวนอาหว่านมาเดินเล่นที่โรงครัวแล้วเดินสำรวจโดยการเปิดดูโน่นนี่ไปเรื่อย “ช่วงนี้เราจะกินขนมฉงหยางเป็นของว่างเจ้าค่ะฮูหยินน้อย” บ่าวไพร่คนหนึ่งบอกแล้วยกจานขนมมาส่งให้ หญิงสาวรับมากัดเคี้ยวแล้วเสมองไปรอบ ๆ ก็เห็นคนคุ้นตานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่มุมหนึ่งโดยมีบ่าวรุ่นน้องคอยประคบร้อนบริเวณไหล่ให้อยู่ “มานั่งอู้อยู่รึอันหยิน” “บ่าวปวดระบมไปทั้งแผงไหล่เลยเจ้าค่ะ วันนั้นที่ฮูหยินน้อยปราบโจรขโมยถุงเงินแล้วได้ของรับขวัญมาตั้งมากมาย ถ้ารู้อย่างนี้จะให้หงเอ๋อร์กับไห๋เอ๋อร์ติดตามไปด้วยก็ดี” “โทษข้าอยู่รึ” “ใครจะไปกล้ากันล่ะเจ้าคะ” พราวฝันยัดขนมส่วนที่เหลือเข้าปากแล้วไล่เด็กสาวที่กำลังนั่งประคบแบบขอไปทีออกไปโดยพาตัวเองเข้าไปแทนที่ “ฮูหยินน้อยจะทำอะไรบ่าวเจ้าคะ บ่าวไม่ได้จะตำหนิฮ

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 30 : บุปผาหอมที่เริ่มคุ้นชิน

    บทที่ 30บุปผาหอมที่เริ่มคุ้นชิน สตรีสองนางขนาบข้างไปด้วยกันตามทางเดินแคบ ๆ พร้อมบ่าวไพร่ที่ช่วยถือของฝากบางส่วนตามมา “คงต้องขอบคุณฮูหยินน้อยโต้วที่กรุณาให้ข้าเข้าเยี่ยมสหายตั้งแต่วัยเยาว์ในวันนี้” ผู้มาเยือนเริ่มเปิดสนทนาด้วยการเหน็บแนมเล็กน้อย หากแต่ผู้ทำหน้าที่เจ้าบ้านเพียงยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไปเท่านั้น “ยามที่ป่วยไข้ตงหมิงมักจะอยากกินบ๊วย... เจ้าทราบรึไม่” “ไม่... ข้าไม่ทราบ” เมี่ยวลี่ฟางเสวี่ยแค่นหัวเราะเบา ๆ ราวกับไพ่ใบนั้นกลับมาอยู่ในมือนางแล้ว “ตอนแปดขวบโต้วตงหมิงจมน้ำหลังจากขึ้นมาได้เขาก็ป่วยเป็นไข้ซมอยู่หลายวันอีกทั้งยังจืดปากจืดคอจนกินอะไรไม่ลง ข้าจึงนำบ๊วยเค็มนี่มาให้เขา หลังจากได้ลิ้มรสมันเขาก็ติดใจทันที ทุกครั้งเมื่อเขาป่วยหนักหลังฟื้นไข้ก็จะถามหาเม็ดบ๊วยเค็มอยู่เสมอ เขาบอกว่ามันทำให้เขาสดชื่นและกระตุ้นการรับรสได้ดี...” พราวฝันเพียงมองที่อีกฝ่ายเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยใบหน้ามีความสุข “แม่นางเมี่ยวคงสนิทสนมกับสามีของข้ามาก” “ใช่... เราสองคนสนิทกันมากจนใคร ๆ ต่างก็คิดว่

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 11 : ความลับกลางตลาด

    บทที่ 11ความลับกลางตลาด ภาพที่ทุกคนกลางลานดอกเบญจมาศสีเหลืองอร่ามพบเห็นก็คือแม่ทัพหนุ่มรูปงามสกุลโต้วที่สตรีทั่วทั้งฉางอานพึงปรารถนาคว้าร่างอรชรของภรรยาเข้ามากอดแล้วบรรจงประกบริมฝีปากจูบนางอย่างนุ่มนวล ทำให้ราวกับเป็นการหยุดเวลาไว้ชั่วขณะเพราะสิ่งนั้นช่างดูหอมหวานและชวนฝัน หาก

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 7 : แม่สามีที่คอยตามราวี

    บทที่ 7แม่สามีที่คอยตามราวี “นี่ น้องชายและน้องสาวสามี” ทั้งเชี่ยเฟิงและชุนฮวาต่างมองพี่สะใภ้อย่างหวาดระแวง “ข้าคือพี่สะใภ้พวกเจ้าก็ต้องอาวุโสกว่าถูกต้องรึไม่” “กะ ก็ใช่” ชายหนุ่มสะบัดหน้าตอบ “ส่วนพวกเจ้าก็คือน้อง ๆ ของสามีข้า ฉะนั้นก็ควรจะให้ค

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 5 : คืนวันไหว้พระจันทร์

    บทที่ 5คืนวันไหว้พระจันทร์ “มันจะมีมุมมองไหนที่ถูกต้องไปกว่าคนที่มีหน้าที่การงานไม่มั่นคง เรียนจบก็เพียงอนุปริญญา อยากจะเป็นดาราแต่ก็ไม่ดังสักที... แถมริจะเป็นนักแสดงคิวบู๊ เตะต่อยตีลังกาโลดโผน ใช้ชีวิตในความเสี่ยงอีก มีอะไรที่แน่นอนในชีวิตบ้าง...” “พราวกำลังเรียนภาษาจีนค

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 4 : ภารกิจของฮูหยินน้อย

    บทที่ 4ภารกิจของฮูหยินน้อย “ต่อไปท่านจะต้องไปเตรียมอาหารมื้อเช้าในครัว” เสียงเจื้อยแจ้วของอันหยินโพล่งขึ้นหลังซูเมิ่งเผลองีบหลับไปชั่วขณะ “แต่ว่าเพิ่งได้น้ำค้างเพียงครึ่งถังเท่านั้น” ว่าพร้อมชะโงกไปดู “ฮูหยินผู้เฒ่า ใต้เท้า ฮูหยินใหญ่ คุณชายใหญ่ คุณชายรอง และคุ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status