เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว

เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว

last updateLast Updated : 2025-06-23
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
8
0 ratings. 0 reviews
35Chapters
3.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

นั่งเถียงกับว่าที่แม่ผัวอยู่ดี ๆ 'พราวฝัน' ก็ทะลุมิติไปเป็น 'เจินซูเมิ่ง' สะใภ้ผู้ถูกข่มเหงจากแม่ผัวแห่งจวนสกุลโต้ว... จากกรุงเทพฯ สู่นครฉางอานทำไมถึงได้เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัวไกลขนาดนี้เนี่ย!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 : ทวงถามความรับผิดชอบ

บทที่ 1

ทวงถามความรับผิดชอบ

          นางโก่งคออาเจียนไม่หยุดอีกทั้งยังมีอาการวิงเวียนชวนพะอืดพะอมจนใช้ชีวิตอย่างปกติไม่ได้มาสองวันแล้วจนมารดาของนางต้องยืนเท้าสะเอวมองอย่างพินิจพิเคราะห์  หากแต่ก็มิอยากคาดเดาไปมั่วซั่วให้บังเกิดเป็นเรื่องร้ายด้วยตนเอง

          “เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอเผิง”  เสียงร้องถามของ ‘เจินเจียวหรง’ ฟังดูตื่นตระหนก

          ชายสูงวัยเจ้าของหนวดเคราสีขาวมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยกับคำถามของอีกฝ่าย

          “ว่ามาเถิดเจ้าค่ะ  ข้ากำลังร้อนใจ  หวังว่านางจะไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้”

          “เห็นทีจะเป็นดังความในใจเจ้าแล้วฮูหยิน”

          เมื่อได้ยินสิ่งที่หมอเฒ่า ‘เผิงหมิงหวัง’ กล่าวนางก็เบิกตากว้างอย่างร้อนรน

          “เจ้าตั้งครรภ์เยี่ยงนั้นรึเมิ่งเอ๋อร์!”

          แม้แต่เจ้าตัวอย่าง ‘เจินซูเมิ่ง’ ก็ยังไม่รู้ตัวเอง  นางส่ายหน้าตอบกลับทุกคนด้วยหัวสมองกลวงโล่ง

          “จะไม่รู้ได้เยี่ยงไร  เจ้าไปหลับนอนกับใครมาบอกแม่มาเดี๋ยวนี้!”

          “ข้า...  ข้าไม่รู้เลยท่านแม่”  หญิงสาวตอบพร้อมก้อนสะอื้นที่กำลังจุกแน่นกลางอก

          “เหลวไหล!  เจ้าถูกพรากเยื่อพรหมจรรย์ไปโดยไม่รู้ว่าเป็นใครได้เยี่ยงไรนังลูกไม่รักดี!”  ฮูหยินสกุลเจินง้างมือขึ้นเตรียมตบตีบุตรสาวแต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยมือเรียวนุ่มของชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วย

          “ใจเย็นก่อนเถิดท่านน้า  ซูเมิ่งขวัญเสียใหญ่แล้ว”

          หญิงสูงวัยกว่าหอบหายใจถี่พลางจ้องสบดวงตาอ่อนโยนของหนุ่มคราวหลานอย่าง ‘เผิงฟางหยวน’ เพื่อข่มอารมณ์โกรธเกรี้ยวของตัวเองก่อนจะสะบัดข้อมืออวบของตัวเองออกจากพันธนาการ

          “ข้าจำได้ว่าวันลี่ชุน[1]เมื่อสองเดือนที่แล้วเห็นเจ้าออกมาจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับคุณชายใหญ่สกุลโต้วใช่รึไม่”  เสียงนุ่มทุ้มช่วยทบทวนและถามแทนให้อย่างใจเย็น

          ซูเมิ่งคิดทบทวนอยู่ชั่วครู่ก่อนจะรื้อฟื้นความทรงจำขึ้นมาได้

          “ใช่...”  หญิงสาวครางตอบ  “เช้าวันนั้นหลังจากไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของอิ๋งลู่ข้าก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีร่างของเขานอนอยู่ข้าง ๆ”  นางนึกช้า ๆ และเล่าด้วยเสียงเครือ  “ข้ารับรู้เพียงว่าร่างกายของเราทั้งคู่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์  อีกทั้ง...  ข้ายังมีเลือดออกมาจากบริเวณนั้นจนเลอะที่นอน”

          “แต่เจ้าไม่รู้ว่านั่นคือการโดนชำเลางั้นรึ!”  ผู้เป็นมารดาเริ่มกลับมาเดือดดาลอีกครา

          “ข้าเพียงแต่คิดว่ามันคือ...  ระดู”

          ได้ฟังที่บุตรสาวกล่าวเจียวหรงก็ยกมือขึ้นกุมขมับ  นางอยากจะอกแตกตายเสียตรงนี้แต่ก็ติดที่ยังตายไม่ได้  หนำซ้ำไม่คิดว่าลูกสาวที่เติบโตสะพรั่งเต็มวัยจวบจนอายุเข้าสิบแปดในปีนี้แล้วจะซื่อบื้อถึงเพียงนี้

          “ไปกันเดี๋ยวนี้!”  นางประกาศกร้าว

          “ไปที่ใดเจ้าคะท่านแม่”

          “ไปจวนสกุลโต้วน่ะสิ!”

          “ข้าจะไปเพื่อเป็นพยานด้วยขอรับ”  ฟางหยวนรีบอาสาตัวเอง

          “ดี!  ส่วนเจ้าก็ไปลากตัวแม่หนูสกุลเซี่ยเพื่อนตัวดีของเจ้ามาด้วย!” จัดแจงเรียบร้อยแล้วเจินฮูหยินก็ยกขบวนบุกไปยังแหล่งกบดานของคู่กรณีอย่างไม่รีรอ

          “ข้างนอกประตูจวนมีเสียงเอะอะโวยวายอะไรกันรึ”   

          “ได้ยินว่าเป็นฮูหยินจากเรือนสกุลเจินมาพร้อมกับบุตรีและคณะเจ้าค่ะ”  หญิงรับใช้สูงวัยรูปร่างท้วมกล่าวตอบ

          “นั่นมันเรือนของช่างไม้มิใช่รึ  ใยจึงต้องมาก่อกวนจวนของเราด้วย”  สีหน้าของ ‘หนิงอัน’ ฮูหยินสกุลโต้วฉายแววเป็นกังวล  “พวกเขาต้องการพบผู้ใดกันแน่”

          “ต้องการพบใต้เท้าและฮูหยินเจ้าค่ะ”

          “พบข้างั้นหรือ...”

          ได้ฟังคำตอบแล้วหญิงวัยห้าสิบปีจึงนึกชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะส่งสัญญาณให้เด็กรับใช้ในจวนเปิดประตูบานใหญ่ออกเพื่อยอมพบปะกับผู้รบกวนอย่างสงวนท่าทีโดยมีทหารคุ้มกันยืนอารักขาอยู่ด้านหลังถึงสี่นาย

          ทันทีที่เป้าหมายปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจินฮูหยินก็สงบลงทันทีหลังเป็นต้นเสียงแหกปากร้องเรียกหาความรับผิดชอบอยู่เกือบสองเค่อ[2]จนคอเริ่มเจ็บ

          “ข้าคือฮูหยินสกุลโต้วยืนอยู่ตรงนี้แล้ว  พวกเจ้ากล้าดีเยี่ยงไรถึงได้บังอาจมาก่อกวนจวนแม่ทัพโต้ว!”  หนิงอันประกาศกร้าวเสียงกังวานเพื่อข่มขวัญ

          แต่อีกฝ่ายหาได้ยำเกรงไม่  ยิ่งได้ฟังคำพูดเย่อหยิ่งถือตนข่มท่านเยี่ยงนั้นแล้วก็นึกหงุดหงิดซ้ำขึ้นไปอีก

          “บังอาจหรือไม่ก็คงต้องให้กรมยุติธรรมตัดสินแล้วล่ะ!” 

“เหตุใดจึงทำราวเรื่องใหญ่โต  ทั้งที่ข้ากับเจ้ามิได้มีเรื่องรบกวนกันให้ขุ่นข้องหมองใจแม้สักนิด”

“ก่อนหน้านี้สิไม่เคยรู้จักมักจี่  แต่ครานี้เห็นทีจะวนเวียนรอบตัวกันไปชั่วชีวิต”

“อย่ามัวร่ำไร  จงเร่งว่าธุระของพวกเจ้ามาเถิด”

“เพราะคุณชายใหญ่ผู้สูงศักดิ์แห่งจวนแม่ทัพสกุลโต้วดันประพฤติมิชอบขาดศีลธรรมและยังไร้คุณธรรมกระทำชำเลาสตรีผู้บริสุทธิ์ต้องตั้งครรภ์จนชีวิตมัวหมองโดยไม่รับผิดชอบ  เริ่มมั่วโลกีย์ท้ายทอดทิ้งเสีย!”

          ฟังจบประโยคโต้วฮูหยินก็หน้าถอดสี  ยกมืออันสั่นเทาขึ้นป้องปากอย่างไม่เชื่อหูตัวเองโดยมีบ่าวรับใช้คนสนิทอย่าง ‘อันหยิน’ คอยประคองอยู่เคียงข้าง

          “สามหาว!  คิดจะปรักปรำใส่ร้ายป้ายสีลูกชายข้าเยี่ยงไรก็สามารถมายืนป่าวร้องตามอำเภอใจเช่นนี้ได้หรือ!”

          “พวกเจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!  เป็นเพียงตระกูลพ่อค้าคิดจะใส่ความตระกูลขุนนาง  รู้หรือไม่ว่าหัวของพวกเจ้าที่ยืนอยู่ตรงนี้ทั้งหมดก็ยังไม่เพียงพอในการรับโทษ!”  บ่าวผู้ซื่อสัตย์รีบออกหน้าแทนนายอย่างเกรี้ยวกราด

          รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องย้อนมาเยี่ยงนี้  ไม่มีทางที่พวกคนชั่วจะยอมรับความผิดง่าย ๆ  เจินเจียวหรงรีบดันหลังพยานหมายเลขหนึ่งไปเบื้องหน้า

          ‘เซี่ยอิ๋งลู่’ ยืนละล้าละลังเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรจนเมื่อถูกมารดาของเพื่อนรักหยิกหลังนางจึงร้องออกมา

          “โอ๊ย ๆ ข้าเองเจ้าค่ะ  ข้าเป็นคนที่ส่งซูเมิ่งขึ้นไปในรถม้าคันเดียวกับคุณชายใหญ่โต้ว”

          “วันนั้นเกิดอะไรขึ้นรึ”  โต้วหนิงอันถามด้วยความระแวง

          “วันที่สี่เดือนสองเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของข้า...  พวกเราเหล่าสาว ๆ ต่างดื่มกันเมามายที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง  แต่ซูเมิ่งเป็นพวกคออ่อนจึงสลบไสลไร้สติก่อนใคร  ตอนนั้น...  ข้าจำได้ว่าเป็นคนแบกร่างหนักอึ้งของนางออกมาเพื่อขึ้นรถม้ากลับเรือน  แต่ว่าเพื่อนอีกคนของข้าดันชวนไปดื่มต่อที่สถานเริงรมย์...”  เสียงของนางแผ่วลงเมื่อพูดถึงสิ่งที่ไม่เหมาะสม

          “ว่าต่อไป!”  เจินฮูหยินกระซิบกระตุ้น

          “และเพราะรถม้าคันนั้นต้องส่งข้าไปเที่ยวต่อข้าจึงต้องฝากซูเมิ่งไว้กับรถของใครสักคนที่ผ่านเรือนสกุลเจิน...  ตอนนั้นพลขับของคุณชายใหญ่โต้‍วอาสารับนางไว้  แถมยังยืนยันหนักแน่นข้าจึงวางใจพาร่างอันไร้สติของซูเมิ่งขึ้นรถคันนั้นไป  แต่คิดไม่ถึงว่า...  เขาจะไม่ได้พาเพื่อนรักของข้ากลับเรือน...”  หญิงสาวตัวต้นเรื่องทำเสียงระห้อยด้วยเพราะหวาดกลัวความผิด

          พร้อม ๆ กับที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านก็ดังระงม

“พวกข้าเองก็เคยได้ยินข่าวลือว่าคุณชายใหญ่สกุลโต้วมักมากในกามเมื่อดื่มน้ำเมา  เยี่ยงนี้ก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ”

“ใช่ ๆ ใคร ๆ ต่างก็ล่ำลือกิตติศัพท์คุณชายใหญ่จวนสกุลโต้วเยี่ยงนี้ทั้งนั้น”

          “ดังนั้นลูกชายของท่านต้องรับผิดชอบ!”  เจินเจียวหรงปลุกระดมอย่างฮึกเหิมอีกครั้งเมื่อเพลิงแห่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์กำลังฮึกเหิม  “ข้ายอมบากหน้ามาป่าวร้องเพื่อทวงขอความยุติธรรมโดยไม่กลัวว่าบุตรสาวจะต้องได้รับการอับอาย  แต่ก็ดีกว่าต้องทนให้นางอยู่อย่างไร้เกียรติเพราะท้องไม่มีพ่อขาดผู้รับผิดชอบ”

          ดวงตาเรียวเล็กของผู้ควบคุมจวนสั่นดิกด้วยความสับสน  มองผู้มาก่อกวนเรียกร้องความชอบธรรมด้วยความจุกอก

          “หากท่านยังไม่ยอมรับฟังแถมตั้งป้อมปราการปัดความรับผิดชอบและไม่ยอมให้เราเข้าไปเจรจาอย่างสันติกันข้างในจวนเช่นนี้  ข้าก็จะอยู่ประจานความชั่วร้ายและต่ำตมของบุตรชายท่านอยู่หน้าจวนนี้ไม่ไปไหน!” 

สายตาของชาวบ้านนับร้อยที่ห้อมล้อมมุงดูเหตุการณ์นี้อย่างเคืองขุ่นทำให้โต้วฮูหยินประหม่ายิ่งนัก 

“จะทำเยี่ยงไรดีเจ้าคะฮูหยิน”  อันหยินลอบกระซิบถามเจ้านายด้วยความหวาดหวั่น

หากเมื่อนึกถึงชื่อเสียงของตระกูลก็ให้รู้สึกเสียววูบในใจ  ท้ายที่สุดโต้วหนิงอันก็ต้องยินยอมให้ผู้บุกรุกเข้ามาในแปดเปื้อนในจวนอย่างไม่มีทางเลือกด้วยความจำใจ

[1] ลี่ชุน คือวันที่ 4  กุมภาพันธ์ เรียกว่าวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็นหนึ่งในภาวะจาก 24 ภาวะตลอดปีในปฏิทินจีน ซึ่งบางภาวะอาจจะอนุมานเรียกว่าเป็น ‘วันสารท’ ก็ได้

[2] 1 เค่อเทียบเท่าเวลาราว 15 นาที

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
35 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status