Share

บทที่ 2

Author: กำลังดี
พอได้สติกลับมา ฉันก็จ้องมองไปที่น้องสาวนิ่ง ๆ

“ขอโทษทีนะ ทางบริษัทมีงานด่วนเข้ามา ฉันต้องไปต่างจังหวัดเดี๋ยวนี้เลย”

น้องสาวรีบคว้ามือฉันไว้ทันที ขอบตาเริ่มแดงก่ำด้วยความน้อยใจ

“พี่คะ โอกาสที่จะได้อยู่ด้วยกันมีแค่ปีละครั้งเอง พี่ไม่อยากอยู่ด้วยกันบ้างเหรอ?”

เผยฉินเยว่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียนวาดรูปเป็นประจำ เวลาที่อยู่บ้านก็น้อยอยู่แล้ว โอกาสอยู่ด้วยกันก็ยิ่งน้อยไปอีก

เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของเธอ พ่อก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา

“น้องสาวแกยอมลดตัวลงมาอ้อนวอนขนาดนี้แล้ว แกจะมาเรียกร้องความสนใจอะไรนักหนา?”

ส่วนแม่ก็เข้าไปกอดเธอด้วยความสงสาร โดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองฉันเลยสักนิด

“มีแค่ฉินเยว่นี่แหละที่ยอมคบกับคนอย่างแก งานบ้าบออะไรของแก ขนาดวันเกิดยังต้องไปต่างจังหวัด?”

งานของฉันไม่ได้ดูหรูหราอะไรนักหรอก พูดให้แย่หน่อยก็แค่คนขายเสื้อผ้า

ช่วงที่ลำบากที่สุดในตอนนั้น ฉันต้องไปรับของตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง นั่งเฝ้าหน้าร้านทั้งวันแต่กลับไม่มีลูกค้าสักคน

โชคดีที่ต่อมาได้รับโอกาสจากกระแสอีคอมเมิร์ซ กิจการจึงค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น

ฐานะทางบ้านก็เริ่มดีขึ้นตามไปด้วย

เผยฉินเยว่ทำปากเบะขณะซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของแม่

“แม่คะ อย่าว่าพี่แบบนั้นเลยค่ะ เพราะพี่ชอบพูดเสมอว่าบ้านเราอยู่ได้ก็เพราะพึ่งพาพี่นี่นา!”

คำพูดของเผยฉินเยว่กระตุ้นความโกรธของพ่อได้สำเร็จ รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเขาดูเหมือนจะสั่นระริก

“พึ่งพามันเหรอ? เงินจากการขายเสื้อผ้าเชย ๆ ไม่กี่ตัวของมันจะไปทำอะไรได้!”

สายตาของฉันประสานกับน้องสาว ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความสะใจ

พ่อเป็นพวกยึดถือความคิดชายเป็นใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร คำพูดแบบนี้ทำให้เขาโมโหจนควันออกหูได้ง่าย ๆ

เรื่องพวกนี้เผยฉินเยว่รู้ดีที่สุด

น้ำเสียงของฉันราบเรียบไร้ความรู้สึก

“ฉันมันไม่เจียมตัวเองแหละ”

เผยฉินเยว่ปั่นหัวพ่อแม่จนอยู่หมัดมาตั้งแต่เด็กแล้ว

แค่เธอบอกอาหารโรงเรียนไม่อร่อย พ่อแม่ก็พากลับบ้านทันที พวกเราที่เรียนโรงเรียนเดียวกันเลยกลายเป็นว่าคนหนึ่งไปกลับ อีกคนต้องอยู่หอพัก

เพื่อนร่วมหอพักที่เป็นคนต่างถิ่นต่างก็สงสัยว่าฉันมาจากเมืองไหน

ไม่มีใครรู้เลยว่า บ้านของฉันอยู่ห่างจากโรงเรียนไม่ถึง 2 กิโลเมตร แต่ฉันกลับถูกพ่อแม่โยนทิ้งไว้ที่โรงเรียน

เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันก็น้อยลงเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของฉันกับพ่อแม่จึงเหินห่างขึ้นทุกวัน

จนแทบจะเป็นคนไร้ตัวตน

พอฉันกำลังจะหันหลังเดินจากไป แม่ก็รีบตามมาดึงแขนไว้

“เสี่ยวหว่าน แกไม่พอใจงั้นเหรอ? วันเกิดก็ควรจะอยู่กันพร้อมหน้าอย่างมีความสุข เรื่องงานพักเอาไว้ก่อนเถอะ”

“หนูไม่ได้ไม่พอใจ”

เพียงคำพูดไม่กี่คำหลุดออกมา ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ชะงักไป

ชาติก่อนเพราะทนไม่ได้ที่ถูกมองข้าม ฉันเคยทะเลาะกับพวกเขาและอาละวาด หรือแม้แต่ทำลายข้าวของ

แต่เมื่อได้โอกาสเริ่มต้นใหม่ เรื่องพวกนี้ฉันก็ไม่ใส่ใจอีกแล้ว

ใบหน้าของแม่มีความกระอักกระอ่วนปรากฏขึ้น เธอหยิบกำไลวงเล็ก ๆ ออกมาแล้วสวมเข้าที่มือของฉันแบบแกมบังคับ

“อย่าคิดว่าพวกเราลำเอียงเลย แกก็เป็นลูกสาวของพวกเราเหมือนกัน พ่อแม่รักพวกแกเท่ากันนั่นแหละ”

งั้นเหรอ เท่ากันจริง ๆ เหรอ

ฉันมองดูกำไลทองที่แสนเบาหวิวบนข้อมือ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังโครมบนโต๊ะอาหาร

เผยฉินเยว่น้ำตาคลอเบ้า

“แม่คะ กำไลวงนี้มันหนักเกินไป หนูเจ็บข้อมือไปหมดเลย!”

ขณะที่พูดแบบนั้นเธอก็เงยหน้ามองฉัน แววตาแห่งการโอ้อวดนั้นชัดเจนเหลือเกิน

แผลพองบนมือของฉันยังคงเจ็บแปลบ

แต่ฉันไม่สนความเจ็บนั้น อาศัยจังหวะที่พวกเขากำลังพากันประคบประหงมเผยฉินเยว่ เดินออกจากประตูไปโดยไม่หันกลับมาอีก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่หนีครอบครัว   บทที่ 9

    ในวันแต่งงาน ไม่มีใครจากตระกูลเผยปรากฏตัวเลยสักคนได้ยินว่าวันนั้นท่านประธานพ่อของฉันเส้นเลือดในสมองแตกจนต้องเข้าโรงพยาบาล และกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีกไปแม่ของฉันก็ยุ่งอยู่กับการดูแลเขา เอาแต่เช็ดน้ำตาทั้งวันส่วนเผยฉินเยว่อ้างว่ายุ่งกับงานแสดงภาพวาด ไม่เคยโผล่มาเลยสักครั้งชีวิตหลังแต่งงานของฉันราบเรียบและหอมหวานจนกระทั่งจู่ๆ วันหนึ่ง ก็มีแฮชแท็กหนึ่งขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่ง#จิตรกรชื่อดังเผยฉินเยว่ถูกแฉว่าลอกเลียนผลงาน#สาวน้อยอัจฉริยะลอกเลียนผลงานที่แท้ผลงานที่เธอเคยได้รางวัลมาก่อนหน้านี้ ล้วนขโมยไอเดียจากจิตรกรนิรนามตอนนี้ผู้เสียหายคนนั้นรวบรวมความกล้าออกมาเปิดโปงเธอแล้วในช่องคอมเมนต์ มีคนวงในออกมาแฉข้อมูลเพิ่มเติมอีกเพียบ【เผยฉินเยว่คนนี้ ตอนเรียนที่วิทยาลัยศิลปะก็ชอบลอกไอเดียรุ่นน้อง!】【ไม่งั้นคิดเหรอว่าทุนการศึกษาเธอจะได้มาจากไหน!】【ไม่ใช่แค่นั้นนะ เธอยังคอยจับอาจารย์อีกต่างหาก!】ชาวเน็ตเริ่มขุดคุ้ยเรื่องฉาวของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆที่แท้ช่วงที่เรียนอยู่แล้วไม่ยอมกลับบ้าน ก็เพราะไปมัวเมากับการพนันออนไลน์นั่นเองเงินทุนการศึกษาของเธอแค่จะเอาไปใช้หนี้พนันยังไม่พอเลย

  • เกิดใหม่หนีครอบครัว   บทที่ 8

    ในตอนที่ฉันคิดว่าได้พูดคุยทุกอย่างชัดเจนกับพวกเขาแล้ว วันที่ไปลองชุดแต่งงาน ภาพในกระจกก็สะท้อนให้เห็นร่างคุ้นตาหนึ่งฉิวฮ่าวรูปร่างซูบผอม เขาเดินโซเซเข้ามา ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อย“เผยเสี่ยวหว่าน คุณไม่ได้หลอกผมใช่ไหม?”“ทำไมถึงใส่ชุดแต่งงานจริงๆ ล่ะ?”“เรายังไม่ได้เลิกกันเลยนะ คุณมีสิทธิ์อะไรไปแต่งงานกับคนอื่น!”ฉันหันกลับไปช้าๆ แล้วแค่นหัวเราะ“ฉิวฮ่าว คุณจะมาแสดงความรักอะไรตอนนี้?“ฉันว่าคนที่แสดงละครเก่งที่สุดก็คือคุณต่างหาก!”ฉันมองพ่อแม่ที่ยืนลังเลอยู่หน้าร้านไม่กล้าเข้ามา แล้วแค่นหัวเราะ“คุณกับเผยฉินเยว่นี่แหละ คู่ที่ฟ้าสร้างมาจริงๆ”ขอบตาเขาแดงก่ำทันที พุ่งเข้ามาจะคว้ามือฉัน“เผยเสี่ยวหว่าน คุณเข้าใจผิดหรือเปล่า?”“ผมไม่เคยคิดอะไรกับเผยฉินเยว่เกินเลยนะ คนที่ผมรักมาโดยตลอดคือคุณต่างหาก!”ฉันเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แม่ก็เดินเข้ามา“เผยเสี่ยวหว่าน แกอาละวาดพอหรือยัง เรื่องแต่งงานจะมาทำเป็นเรื่องเล่นๆ ได้ยังไง?”“ถึงจะจดทะเบียนไปแล้ว ก็แค่หย่าซะก็สิ้นเรื่อง ฉิวฮ่าวเขาไม่ถือสาหรอก”ฉิวฮ่าวพยักหน้าหงึกๆ อยู่ข้างๆ“ลองฟังที่พวกคุณพูดสิ ไม่รู้สึกตลกบ้างเหรอ?”“ไม่ใช่ว

  • เกิดใหม่หนีครอบครัว   บทที่ 7

    ขณะที่ฉันกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมย้ายเข้าเรือนหอ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น“คุณเผยเสี่ยวหว่านคะ เรื่องถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่จองไว้ อยากขอคอนเฟิร์มวันกับคุณค่ะ”“ไม่ต้องใช้แล้วค่ะ รบกวนช่วยยกเลิกให้หน่อยนะคะ”ฝ่ายนั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง ขณะที่กำลังทำตัวไม่ถูกว่าจะตอบอย่างไร ฉันก็กดวางสายไปชาติก่อน งานแต่งงานระหว่างฉันกับฉิวฮ่าว ฉันเป็นคนจัดการเองทุกอย่างแม้แต่จะขอให้เขาเจียดเวลามาดูสถานที่จัดงาน เขายังหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงอยู่เรื่อยพอเห็นเจี่ยนจือโจวที่คอยวุ่นวายจัดแจงนู่นนี่อยู่ข้างๆ ฉันถึงได้เข้าใจความรักกับความไม่รัก มันต่างกันชัดเจนขนาดนี้นี่เองจู่ๆ โซเชียลก็มีการแจ้งเตือนอัปเดตใหม่ฉันกดเข้าไปดู เป็นเผยฉินเยว่ที่โพสต์รูปใหม่ในรูปมีเธอและพ่อแม่ดูสนิทสนมกันมาก ส่วนฉิวฮ่าวก็ยืนอยู่ข้างๆดูเหมือนว่าทั้งสี่คนจะเป็นครอบครัวที่มีความสุขกันจริงๆและฉากหลังที่เห็นนั้น คือเรือสำราญ!แคปชั่นเขียนไว้ว่า【ครอบครัวคือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน~】ไม่นานในช่องคอมเมนต์ก็มีเพื่อนสนิทของฉันมาตอบกลับอย่างเจ็บแสบ【ดูแล้วเธอกับฉิวฮ่าวนี่แหละ เหมือนครอบครัวกันจริงๆ!】แต่พอรีเฟรชหน้าจออีกครั้ง คอม

  • เกิดใหม่หนีครอบครัว   บทที่ 6

    หลังจากวันนั้น โทรศัพท์ของฉิวฮ่าวและพ่อแม่ ฉันไม่รับสายเลยแม้แต่สายเดียวฉันโฟกัสแค่งานแต่งอย่างเดียวในร้านเครื่องประดับ พนักงานมองดูชายหนุ่มที่ช่วยฉันลองสวมใส่เครื่องประดับทีละชิ้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยด้วยสายตาชื่นชม“คุณโชคดีจริงๆ เลยนะคะ ที่สามีตามใจคุณขนาดนี้!”ดวงตาหวานของเขาฉายแววภูมิใจ แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่อย่างลึกซึ้งฉันรู้สึกเคลิบเคลิ้มเหมือนอยู่ในความฝันชั่วขณะชายหนุ่มข้างกายคนนี้คือสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน เจี่ยนจือโจวเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนสนิทนัดให้ฉันมาเจอกับเขาทันทีที่ฉันเห็นเขา ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา“ทำไมถึงเป็นคุณ!”ไม่นึกเลยว่าคนที่เพื่อนสนิทจะให้ฉันมาเจอ คือเจี่ยนจือโจว ประธานคนใหม่ของกลุ่มบริษัทเฉินซินฉันเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มียอดขายอันดับหนึ่งของบริษัทเฉินซินเมื่อปีที่แล้ว เคยเห็นประธานคนนี้ที่งานประชุมประจำปีของบริษัทครั้งหนึ่งตอนนั้นเขาเพิ่งรับช่วงต่อบริษัทจากที่บ้าน และกำลังปฏิรูปบริษัทอย่างจริงจังแบรนด์ใหม่ที่เขาทุ่มเทวางแผนนั้น ก็ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ฉันดูแลอยู่พอดีพวกเราคุยกันถูกคอมา

  • เกิดใหม่หนีครอบครัว   บทที่ 5

    ฉิวฮ่าวมองทะเบียนสมรสในมือฉันด้วยความงุนงง“เผยเสี่ยวหว่าน นี่คุณหมายความว่ายังไง?”เขาเหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วแค่นหัวเราะ“คุณถึงกับไปทำทะเบียนสมรสปลอมมาเพื่อประชดผมเลยเหรอ?”ฉันกระชากทะเบียนสมรสกลับมา“ไม่จำเป็นหรอก คุณน่ะสำคัญตัวผิดไปแล้ว”เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนระหว่างฉันกับเผยฉินเยว่ เขาเลือกที่จะเชื่อใจเธอเสมอชีวิตที่ถูกเลือกเป็นคนสุดท้ายและไม่เคยได้รับความรักแบบนี้ ฉันใช้ชีวิตแบบนี้มาพอแล้วพ่อทำหน้ามึน“เผยฉินเยว่ ฉันว่าแกแค่ทนไม่ได้ที่เห็นน้องสาวได้ดีกว่าและเก่งกว่าแก!”ฉันพยักหน้า“ถ้าพ่อจะคิดแบบนั้นก็แล้วแต่”ฉันหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป ฉิวฮ่าวมุ่นคิ้วแล้วคว้าข้อมือฉันไว้“วันนี้เป็นวันสำคัญของเผยฉินเยว่ คุณยังไม่ได้ขอโทษเธอเลย จะรีบไปไหน?”เสียงของเผยฉินเยว่ดังขึ้น มีหยดน้ำตาคลออยู่ที่หางตา จะไหลมิไหลแหล่ ท่าทางของเธอดูน่าสงสารมาก“พี่คะ หนูรู้ว่าพี่ไม่ชอบหนู แต่วันนี้เป็นงานแสดงภาพวาดครั้งแรกของหนู มันมีความหมายกับหนูมากจริงๆ”“หนูแค่อยากให้ครอบครัวของหนูทุกคนมาเป็นสักขีพยานที่นี่ ได้ไหมคะ?”ฉันไม่สนใจคำพูดจาตอแหลของเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็น

  • เกิดใหม่หนีครอบครัว   บทที่ 4

    พอได้สติกลับมา เขาก็แค่นเสียงเย็นชาใส่ฉัน“ของขวัญวันเกิดผมว่าคุณก็ไม่สมควรได้รับหรอก เอาไปให้เผยฉินเยว่เพื่อขอโทษเธอซะ!”เขาคงคิดว่าฉันไม่รู้ แต่ความจริงคือเขาไม่เคยเตรียมของขวัญอะไรให้ฉันเลยแม้แต่ชิ้นเดียวตอนนี้ก็แค่ถือโอกาสทำตามน้ำไปเท่านั้นในสายตาของเขา ฉันเป็นแค่คนโง่ที่หลอกง่ายขนาดนั้นเลยหรือไงเขาทำท่าร้อนรนรีบวิ่งออกจากประตูไปส่วนฉันได้รับข้อความจากเพื่อนสนิท【เรียบร้อย เจอกันอีกสามวันข้างหน้า】……ในงานนิทรรศการภาพวาดของเผยฉินเยว่ ฉันมาถึงช้ากว่ากำหนดมองจากระยะไกล เห็นเธอกับฉิวฮ่าวยืนอยู่ต่อหน้านักข่าว ราวกับคู่รักที่เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกเมื่อนักข่าวซักถามถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เผยฉินเยว่ก็หน้าแดงก่ำโดยไม่ตอบอะไรส่วนฉิวฮ่าวมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมนักข่าวร้องอ้ออย่างเข้าใจพ่อกับแม่ยืนจ้องมองพวกเขาจากไม่ไกลนัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีพอฉันเข้าไปใกล้ เสียงของแม่ก็ดังขึ้น“พวกเขาดูเหมาะสมกันจริงๆ!”“นั่นสิ ฉิวฮ่าวดีขนาดนี้ ฉันดูออกเลยว่าเขาเองก็มีใจให้เผยฉินเยว่ เขาแต่งงานกับเผยเสี่ยวหว่านน่าเสียดายจริงๆ”แม่พูดอย่างเสียดาย“

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status