Share

เล่ม 2 ตอนที่ 11 หัวใจดวงเดิม

last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-21 15:26:18

        เช้าวันต่อมา

          เมื่อคลี่คลายเรื่องราวทุกอย่างได้แล้ว เหล่าศิษย์จากสำนักต่าง ๆ จึงออกเดินทางกลับสำนักของตนเอง หลิ่งอินหันมายิ้มและบอกลาเหลียนเฟินด้วยท่าทีสดใส

          “อาเฟิน เจอกันใหม่ ขอบคุณที่ช่วยข้า” หลิ่งอินพูดจบแล้วก็รีบวิ่งตามศิษย์พี่ของเขากลับไป

          “อาเฟินหรือ อาเฟิน” หลวนเล่อสะกิดแขนของเหลียนเฟิน ยิ้มมีเลศนัย

          “ทำไมหรือ” เหลียนเฟินยังคงไม่รู้ตัวว่านางต้องการสื่อสิ่งใด

          “อาเฟิน เขาเรียกเจ้าเช่นนี้ หมายความว่าอันใด” หลวนเล่อหรี่ตามองท่าทางคนตรงหน้า

          “เขาเรียกชื่อข้า ไม่เห็นมีอันใดแปลกนี่ขอรับ” เหลียนเฟินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

          “นี่ศิษย์น้องที่รัก หน้าเจ้าแดงแล้วนะ ไม่แปลกจริงหรือ อีกอย่างเขาเรียกข้าว่าอะไรนะ ศิษย์พี่หญิงหลวนเล่อแห่งวังธาราเหมันต์ ชื่อข้าจะไม่ยาวไปหน่อยหรือ” นางยังคงจ้องมองศิษย์น้องจับพิรุธ

          “ไม่รู้สิขอรับ” เหลียนเฟินไม่อยากตกเป็นเป้านิ่งเดินหนีนางไปทางท่าเรือด้วยท่าทีรีบร้อน

          “อาเฟิน เจ้าเขินอายหรือ อาเฟิน” หลวนเล่อตะโกนเสียงดังทำให้เหลียนเฟินรีบเดินจ้ำอ้าวกว่าเดิม

         

          หลิ่งอินผู้เป็นศิษย์สำนักเขาศิลาหยกอายุยี่สิบปีผู้นี้ มีรูปร่างสูงกว่าเหลียนเฟินอยู่หนึ่งคืบ ร่างกายภายนอกดูแข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ภายในกลับอ่อนแอ

          เขาสอบผ่านเข้าสำนักเมื่ออายุห้าขวบ เริ่มฝึกวิชาและร่ำเรียนการต่อสู้เหมือนศิษย์สำนักคนอื่น ๆ ทั่วไป

          จู่ ๆ วันหนึ่งถูกไอของปราณมารหลั่งไหลเข้ามาจนทำร้ายร่างกายและอวัยวะภายในของเขาบอบช้ำ บิดามารดาของเขาเศร้าเสียใจอย่างหนักเพราะเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว ไม่อาจสูญเสียเขาไปได้

          อาจารย์สำนักเขาศิลาหยกเคยบอกบิดามารดาของเขาแล้วว่าการยืดอายุของเด็กน้อยผู้นี้มีแต่จะทำร้ายเขาเปล่า ๆ ทางที่ดีควรจะตัดใจแล้วให้เขาจากไปอย่างสงบเสียดีกว่า

          ทว่าเสียงร่ำไห้คร่ำครวญขอให้เอาชีวิตของตนไปแทนทำให้อาจารย์ต้องลองหาวิธีอื่นมาช่วยเหลือ

          “ท่านนักพรต โปรดช่วยลูกชายข้าด้วย ท่านอยากได้สิ่งใดข้าจะหามาให้ท่าน” บิดาของเขาอ้อนวอนคุกเข่าหน้าสำนักเขาศิลาหยกอยู่ทุกเช้าค่ำ

          “ร่างกายของเขาอ่อนแอนัก เวลานี้ข้าช่วยเขาได้ แต่วันดีคืนดีเขาอาจจะจากพวกเจ้าไปอีกครั้ง” อาจารย์สำนักเขาศิลาหยกกล่าวกับทั้งสอง

          “ต่อให้ช่วยไปแล้วลูกชายข้ามีลมหายใจอีกเพียงแค่หนึ่งวันก็ตาม ข้าไม่สน ท่านนักพรตได้โปรดช่วยเขาด้วยเถิด อายุยังน้อยแท้ ๆ ข้าเพียงแค่อยากเห็นเขาเติบโตอย่างมีความสุขก็เพียงเท่านั้น” มารดาของเขาเอ่ยปากร้องไห้ฟูมฟาย

          “เอาเถอะ ๆ ข้าจะหาวิธี” อาจารย์รับปากจะช่วย คืนนั้นเขานั่งคิดอยู่ทั้งคืนว่าจะช่วยลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างไร

          ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงเสียงเต้นของหัวใจอยู่ใต้ฐานศิลาหยกของสำนัก

          “แปลกนัก ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน” เขาพึมพำกับตัวเองแล้วร่ายอาคมตรวจตราสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่

          พลันวิญญาณของคนทั้งสองปรากฏขึ้น

          “อาจารย์ขอรับ” เสียงเด็กน้อยผู้เป็นเจ้าของร่างเอ่ยปากเรียก

          “เสี่ยวหลิ่งอิน” อาจารย์เรียกเขาน้ำเสียงเอ็นดู

          “อาจารย์มาดูนี่เถิดขอรับ” หลิ่งอินเดินมาจูงมือเขาพาไปยังวิญญาณของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังหลับใหล

          “เจ้าพาอาจารย์มาที่นี่ทำไมหรือ”

          “ปลุกเขาเถิด”

          “แต่ว่าวิญญาณของเจ้าจะหายไปนะเสี่ยวหลิ่งอิน” อาจารย์สำนักเขาศิลาหยกห้ามปราม เขารู้ว่าวิญญาณของคนที่หลับใหลนั้นมีความปรารถนาแรงกล้าซ่อนอยู่ แม้ตัวจะตายจากไปแล้วแต่ยังหลงเหลือสิ่งเหล่านี้เอาไว้ราวติดค้างคำสัญญาในภพนี้

          เด็กน้อยยิ้มให้อาจารย์ของเขา “อาจารย์ ตัวข้าน้อยใกล้จะดับสูญอยู่แล้วขอรับ วาสนาคงมีอยู่เท่านี้ หากเป็นพี่ชายผู้นี้ อย่างน้อยก็ยังจะพอทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าน้อยไม่โศกเศร้านักไม่ใช่หรือขอรับ”

          “...” อาจารย์ของเขาไม่ตอบ เอามือลูบหัวศิษย์ตัวน้อย ความคิดความอ่านของเขามากมายเกินเด็กผู้หนึ่งจริง ๆ

          “ฝากดูแลท่านพ่อท่านแม่ข้าน้อยได้หรือไม่ขอรับ” หลิ่งอินยิ้มให้พลางทำหน้าตาอ้อนอาจารย์ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย

          “อื้ม ข้ารับปาก”

          “หากชาติหน้ามีจริง เจอกันใหม่นะขอรับ” เสียงและภาพของเขาค่อย ๆ เลือนหายไป สีหน้ายิ้มแย้มสดใสเช่นนั้นคงจะไม่ได้เห็นอีกต่อไปแล้ว

          อาจารย์สำนักเขาศิลาหยกร่ายอาคมปลุกชายหนุ่มให้ตื่นขึ้น ก่อนจะใช้วิชาและสมุนไพรรักษาร่างกายของหลิ่งอินอย่างสุดความสามารถ

          เขาเคยลองทำเช่นนี้มาแล้ว แต่ทว่าร่างกายของเขาไม่ตอบสนอง ครั้งนี้จึงนำหัวใจของคนผู้นี้มาสับเปลี่ยน ยามที่วิญญาณของเขาลงมาประทับอยู่ในร่างของหลิ่งอิน ร่างกายเหมือนค่อย ๆ ฟื้นฟูตนเอง

          “หลิ่งอิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาถามคนที่กำลังนอนทำหน้ายู่ยี่เพราะเจ็บปวด “นอนพักก่อนเถิด พรุ่งนี้ข้าจะต้มยามาให้เจ้าดื่ม”

          รุ่งเช้า

          หลิ่งอินน้อยลืมตา มองรอบตัวเห็นสถานที่แปลกไป ครั้นได้ยินเสียงเปิดประตูจึงหันไปมอง

          “หลิ่งอิน เจ้าฟื้นแล้วหรือ” อาจารย์คนเดิมถามด้วยความแปลกใจ ก่อนรีบเข้าไปจับเส้นชีพจรและโคจรพลังปราณ

          “ท่านเป็นผู้ใด” เขาถามพลางขยี้ตา สีหน้างุนงง

          “จำไม่ได้หรือ อาจารย์ของเจ้าอย่างไรเล่า” เขาเอ่ยปากแล้วยกถ้วยยามาให้หลิ่งอิน “ดื่มเถิด เจ้าไม่สบาย”

          “ขอรับ” หลิ่งอินรับถ้วยยามาอย่างว่าง่าย ผิวที่เคยซีดเผือดกลับมามีชีวิตชีวาบ้างแล้ว อาจารย์อย่างเขาจึงพอโล่งใจได้บ้างว่าอย่างน้อยก็ทำสิ่งที่หลิ่งอินน้อยฝากฝังไว้สำเร็จ

          หลักจากถามไถ่เรื่องราวเผื่อว่าหลิ่งอินคนใหม่นี้จะจำสิ่งใดเกี่ยวกับตนเองได้บ้าง กลับไม่พบคำตอบใด เจ้าตัวจำอะไรไม่ได้แม้แต่เรื่องเดียว ส่วนร่างกายที่เคยบาดเจ็บ เวลานี้ค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมาบ้างแล้ว หากแต่จะให้ฝึกวิชาหรือโคจรพลังปราณเหมือนศิษย์คนอื่น ๆ คงจะยากเอาการ

          ทันทีที่ได้ข่าวบุตรชาย บิดามารดาของเขาก็รีบมาเยี่ยมที่สำนักด้วยความตื่นเต้น

          “เสี่ยวหลิ่งอิน ลูกแม่” นางตะโกนเรียกเขา สีหน้ายินดี

          “...” หลิ่งอินที่จำความไม่ได้นิ่งเฉย แต่บิดาและมารดาก็เข้าใจได้

          “เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก เพียงแค่เจ้าฟื้นขึ้นมา ข้ากับแม่ของเจ้าก็ดีใจมากแล้ว เสี่ยวหลิ่งอิน” ทั้งสองคนสวมกอดบุตรของตนเองด้วยความคิดถึง หันมาขอบคุณอาจารย์ยกใหญ่ที่ช่วยเหลือ

          นับตั้งแต่นั้นมา

          หลิ่งอินผู้นี้ก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาเติบโตมาท่ามกลางความรักของอาจารย์และเพื่อนร่วมสำนัก คอยดูแลบิดามารดาอย่างดีจนทั้งสองจากไปเพราะโรคชรา

          “หลิ่งอิน เจ้าเบา ๆ หน่อย ฝืนร่างกายเกินไปจะแย่เอา” อาจารย์พยายามห้ามเขา

          “อาจารย์ ศิษย์ทนได้ขอรับ” รอยยิ้มกว้างของเขาทำให้อาจารย์ถอนหายใจ

          ครั้งนั้นเขายังคิดอยู่เลยว่าทำเช่นนี้จะดีหรือ แต่ในวันที่บิดามารดาของหลิ่งอินจากไป เขาเห็นคนทั้งสองพร้อมเสี่ยวหลิ่งอินในความฝันราวกับมาเพื่อบอกลาครั้งสุดท้าย

          “อาจารย์ คิดถึงท่านเหลือเกิน” เสี่ยวหลิงอินเดินมาหาเขา“ข้าไปจริง ๆ แล้วนะขอรับ”

          “ท่านนักพรต ขอบคุณมากขอรับสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา หลิ่งอินผู้นั้น หวังว่าเขาจะพบสิ่งที่รอคอยนะขอรับ”

          ทันทีที่พวกเขาพูดจบ ร่างของทั้งสามก็หายไปในม่านหมอก เสียงหัวเราะยินดียามได้หวนมาพบกันใหม่ของพ่อแม่ลูกทั้งสามคนยังคงก้องอยู่ในความคิดของเขา “ดีแล้ว ดีแล้ว ลาก่อนเสี่ยวหลิ่งอิน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 12 เกิดใหม่อีกกี่ครา วานวาสนาผูกกันไม่เสื่อมคลาย (จบ)

    สามเดือนต่อมาเช้าวันหนึ่งเสี่ยวหยุนมองเหลียนเฟินที่กำลังนอนหลับใหลในอ้อมกอดของเขา สายตาเต็มไปด้วยความรักท่วมท้นในใจก่อนจะพึมพำร่ายอาคมอย่างหนึ่งขึ้นมาพลันกรีดปลายนิ้วจนได้เลือดหยดหนึ่งหลอมรวมกับลูกกลมสีฟ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้เป็นวิชาที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาได้แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเสี่ยวหยุนตั้งชื่ออาคมนั้นว่า “พันธะวิญญาณ” อาคมที่สามารถผูกวิญญาณของพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันในทุก ๆ ชาติ ไม่ว่าเหลียนเฟินจะเกิดเป็นผู้ใด อยู่ที่ไหน เขาจะรู้ได้ในทันที นับต่อจากนี้ไม่มีพรากจากลมหายใจของร่างบางในอ้อมกอดสัมผัสแผ่นอกกว้างของเขาเตือนสติให้รู้ตัว ล้มเลิกความคิดเช่นนั้น เสี่ยวหยุนยิ้มมุมปากพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบีบอาคมนั้นให้แตกสลายไปริมฝีปากจุมพิตหน้าผากเรียกเหลียนเฟินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฟูเหรินของข้า”“อืม…” เหลียนเฟินยังคงงัวเงียพลันได้รับจุมพิตที่แก้ม โลมเลียลงลำคอ สัมผัสเรียวลิ้นร้อนชื้นดูดเม้มก่อนจะถูกใครบางคนคร่อมร่างกายท่อนบนเอาไว้“ฟูเหริน ท่านยังไม่ตื่นอีกหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำ

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 11 ความรู้สึกที่โหยหา(NC)

    เหลียนเฟินนอนนิ่งบนแผ่นอกของเขา ส่วนล่างกระตุกบีบแก่นกายที่ค้างอยู่ราวกับเชิญชวนจึงถูกพลิกตัวเป็นฝ่ายนอนใต้ร่างพลางโดนเสี่ยวหยุนจับขาสองข้างยกขึ้นแล้วขย่มสะโพกเป็นจังหวะ“ข้าเพิ่งจะ…อ๊ะ...” เหลียนเฟินไม่ทันได้พูดอะไรก็ต้องเม้มปากตัวเองอีกครั้ง มือสองข้างจับหมอนที่วางอยู่ ขยำจนผ้ายับยู่ยี่ ลมหายใจร้อนหอบถี่ ฟังแล้วยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายเกิดความต้องการอย่างยิ่งยวดแก่นกายที่ครูดเข้าออกเร่งขึ้นอย่างเร่าร้อนจนน้ำที่ปล่อยเอาไว้เมื่อครู่กระเซ็นเปรอะเปื้อน คนกระทำยิ้มมุมปากชอบใจยิ่งนักที่ได้เห็นร่องรอยของเขาบนตัวคนรักเมื่อโพรงเนื้อโอบรอบจนมิดแน่นขนัดยิ่งเสียวซ่านจนตาเหลือกลอย “อือ… เหลียนเฟิน” ในใจวนเวียนแต่คำว่า อีกนิด ข้าขออีกนิดในขณะที่คนใต้ร่างแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ พึมพำแผ่วเบา “ข้าไม่ไหวแล้ว… อย่าเพิ่งขยับ”“จะให้ข้าหยุดจริงหรือ” เขาเอ่ยถามแต่ส่วนลับยังคงกระทุ้งเข้า ๆ ออก ๆ บดเบียดภายใน หยอกล้อเหลียนเฟินเพราะอยากเห็นสีหน้าแดงระเรื่อ สุขสม พลันวางขาทั้งสองข้างลงแล้วพลิกตัวเหลียนเฟินให้นอนคว่ำในพริบตาก่อนจะยกส

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 10 ความรักเอ่อล้น (NC)

    เหลียนเฟินโอบแขนรอบคอของเสี่ยวหยุนกดแรงโน้มตัวเขาลงมาหา จ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตาพลันยิ้มอ่อนโยน เอ่ยกระซิบยืนยันความรู้สึกของตัวเอง “ข้ารักเจ้า”คนได้ฟังคำรักน้ำตาไหลเอ่อไม่อาจกั้นด้วยความรู้สึกผิดระคนกับความรู้สึกอื่น ๆ ในใจ แม้รู้ตัวว่าไม่สมควรมายืนอยู่ข้างเขาแต่เวลานี้ก็ไม่อาจขยับกายหรือเบือนหน้าหนีอีกฝ่ายได้เลยเขารักเหลียนเฟิน ผู้เป็นฟูเหรินของเขาและไม่อยากถูกพรากจากอีกแล้ว ทั้งยังดีใจเพราะใบหน้าที่มองเขาในเวลานี้ไม่ใช่ใบหน้าของคนที่เกลียดชังเขาจนต้องจ่อปลายกระบี่เข้าหาราวกับแค้นเคืองกันมาเนิ่นนาน“เสี่ยวหยุน” เสียงเรียกหาอ่อนหวานจับใจ “ยังคงจำได้อยู่ใช่หรือไม่ว่าเวลานี้เจ้าคือฟูจวินของข้า”“…” เขาพยักหน้าเล็กน้อย เม้มปากแน่นแล้วกอดเหลียนเฟินเอาไว้ครั้นสะสางความหลัง ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างพลันคลี่คลาย ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีกต่อไปหวังซีซวนและพรรคพวกแวะมาหาพวกเขาเหมือนอย่างเคย สังเกตได้ว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองคนดูอึมครึมเล็กน้อย ดวงตาเสี่ยวหยุนบวมช้ำปรากฏเด่นชัดจนอดถามไม่ได้“

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 9 ความทรงจำหวนคืน

    ครั้นเรื่องราววุ่นวายที่ใจกลางตลาดจบลงไปได้ด้วยดี เหลียนเฟินจึงพาเสี่ยวหยุนกลับมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านหลังน้อย พลางขอให้หวังซีซวนช่วยกลั่นยาสมุนไพรให้เขาจนกว่าจะหายดีเขาหลับลึกอยู่หลายวันเพราะใช้เรี่ยวแรงร่ายวิชาอาคมโดยไม่สนขีดจำกัดของตัวเองเพียงเพราะเป็นห่วงเหลียนเฟินและไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อใบหน้าสงบนิ่งยามหลับใหลทำให้เหลียนเฟินโล่งใจได้บ้างว่าเขาคงไม่ได้ฝันร้ายเหมือนที่ผ่านมาจึงปล่อยให้คนตรงหน้าพักผ่อนให้เต็มที่“ท่านเซียน เขาเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” หลี่จิ้นหลิงแวะมาเยี่ยมเพราะได้ข่าวว่าเสี่ยวหยุนยังไม่ฟื้น“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เขาเพียงแค่ต้องนอนให้เยอะ ๆ ก็เท่านั้น” เหลียนเฟินยิ้มให้อีกฝ่ายนึกขอบคุณที่เขาช่วยหาตำราต้องห้ามจนพบ“หากท่านเซียนต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องใด อย่าได้ลังเลใจที่จะบอกข้านะขอรับ” หลี่จิ้นหลิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องฟื้นฟูพลังชีวิตของท่าน ถ้าตำราต้องห้ามไม่ได้ผล ข้ายินดีหาหนทางอื่น”เหลียนเฟินส่ายหน้าเข้าใจดีว่าทุกคนเป็นห่วงแต่ว่าเขาเตรียมใจเอาไว้แล้ว ไม่ว่าผลที่ได้จะออกมาเป็น

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 8 ปกป้องคนรัก

    “ปล่อยคุณหนูหลี่” เหลียนเฟินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหวรวดเร็ว เขากำกระบี่ในมือไว้แน่นพลันยกขึ้นมากันท่าไม่ให้เสิ่นหยางพุ่งตัวเข้าใกล้ระยะประชิดก่อนจะม้วนตัวแล้วถีบคนตรงหน้ากระเด็นไปอีกทางด้วยแรงที่ออมไว้สามส่วน“ฝีเท้าหนักใช่เล่น” เขาเอ่ยชม รอยยิ้มกวนประสาทราวกับถูกใจอย่างยิ่งยวด “อย่าขัดขืนนักเลย เมื่อครู่ข้าเพียงยั้งมือเอาไว้เท่านั้นเพราะไม่อยากทำให้ร่างกายของท่านเซียนมีบาดแผล”เสิ่นเหยา แฝดผู้พี่ที่จับตัวหลี่ฮวาเอาไว้ลูบปลายจมูกตัวเอง “หากท่านเซียนยินยอมมากับพวกข้า ข้าจะคืนสตรีนางนี้เป็นการแลกเปลี่ยน”“เช่นนั้นปล่อยนางก่อน” เหลียนเฟินไม่ตกลงง่าย ๆ และเป็นห่วงความปลอดภัยหลี่ฮวาที่เวลานี้กำลังกลั้นน้ำตาไม่ร้องไห้เสียงดังด้วยความหวาดกลัว“ท่านเซียนคงไม่รู้ว่าข้าเป็นผู้ใดจึงพยายามเล่นแง่ยืดเวลาออกไปใช่หรือไม่ แต่ข้ายืนยันได้เลยว่าสองชั่วยามต่อจากนี้ไม่มีผู้ใดเข้ามาก้าวก่ายที่แห่งนี้ได้อย่างแน่นอนและหากทุกสิ่งไม่เป็นอย่างที่ข้าต้องการ ข้าจะทำลายหมู่บ้านให้ราบคาบ” เสิ่นหยางประกาศก้อง คำพูดของเขาทำให้ชาวบ้านขวัญ

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 7 พรรคมารก่อความวุ่นวาย

    ครั้นพูดคุยเรื่องตำราต้องห้ามเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็กลับมายังบ้านหลังน้อยจึงได้เห็นว่าหลี่จิ้นหลิงกำลังนั่งเล่นอยู่ตั่งไม้กับเหลียนเฟินแววตาเสี่ยวหยุนเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามว่า “เจ้ามาทำอะไรที่นี่”“ข้าเห็นว่าท่านเซียนเมาหลับไป วันนี้จึงอยากมาดูให้แน่ใจว่ามีอาการใดหรือไม่” เขายักไหล่พูดด้วยสีหน้าสบายอารมณ์หากแต่เสี่ยวหยุนอารมณ์ดีจึงไม่ใส่ใจแล้วเดินไปนั่งข้างเหลียนเฟิน เอ่ยกับเขาว่า “ข้าต้องไปหอสมุดวังหลวง คุณชายหวังซีซวนบอกว่าที่นั่นมีตำราเก็บไว้อยู่ อาจช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตของท่านได้”“เขาไม่ได้บอกหรือว่าที่แห่งนั้นห้ามให้คนนอกเข้าไป” เหลียนเฟินหรี่ตามองคนตรงหน้าที่ทำท่าเหมือนรู้ทุกอย่าง “หากคิดไปขโมยตำรามาก็หยุดแต่เพียงเท่านั้นเถิด พลังชีวิตของข้ามีแค่ครึ่งเดียวแล้วอย่างไร ไม่เห็นหรือว่าข้ายังแข็งแรงดี”“ไม่อยากอยู่กับข้านานกว่านี้หรือ” สีหน้าของเขาเศร้าสร้อยหากต้องล้มเลิกความตั้งใจ รู้ว่าบำเพ็ญคู่จะสามารถยืดอายุขัยออกไปได้ แต่หากพลังชีวิตของเขากลับมาเหมือนเดิม ย่อมมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันนานมากขึ้นไปอีกเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status