Share

บทที่ 4 ขอหย่าขาด

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2026-05-29 11:46:28

ชุยวั่งชูเอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง ยิ่งเสิ่นอวิ๋นหรูสงบนิ่งมากเท่าไหร่ในใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นมากเท่านั้น ช่วงสองสามเดือนมานี้เขาจึงไม่ค่อยจะกล้าสู้หน้าเสิ่นอวิ๋นหรูเท่าใดนัก ทำได้แค่เพียงไปอยู่ที่เรือนซวีถงของเฉินเวินเหนียงเพื่อหลบหน้านาง

“อนุเฉินบอกว่านางต้องคอยปรนนิบัติท่านทุกคืน แถมแต่ละคืนท่านต้องเรียกหาน้ำตั้งหลายครั้ง ดังนั้นนางจึงมาเรียกร้องให้ข้าเพิ่มค่าใช้จ่ายในเรือนซวีถงให้นาง นางเอ่ยถ้อยคำต่ำช้าเช่นนี้ต่อหน้าชิงอี ข้าก็เลยสั่งให้คนตบปากนางเพื่อเป็นการสั่งสอน” คำพูดของเสิ่นอวิ๋นหรูทำให้ชุยวั่งชูมีสีหน้าแดงก่ำ เขาผลักร่างที่เขากำลังประคองอยู่ให้ออกห่างจากร่างของเขาแล้วเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เวินเหนียง เจ้ากล้าเอ่ยกับฮูหยินของข้าเช่นนี้เชียวหรือ”

“นายท่าน ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหมายความเช่นนั้นนะเจ้าคะ” เฉินเวินเหนียงเอ่ยแก้ตัวพลางหลั่งน้ำตาออกมา ในใจก็กำลังคิดตำหนิตนเองที่ริษยาเสิ่นอวิ๋นหรูจนอยากจะพูดจาโอ้อวดความโปรดปรานที่ชุยวั่งชูมีต่อนางให้เสิ่นอวิ๋นหรูฟัง คิดไม่ถึงว่าเสิ่นอวิ๋นหรูจะใช้คำพูดของนางมาโจมตีนางเช่นนี้

“ข้าได้ยินว่านางเป็นบุตรสาวของชิ่วไฉ มีความรู้ประดับกายมิใช่น้อย แต่ยามนี้นางแสดงให้ข้าเห็นแล้วว่านางย่ำแย่กว่าสตรีในหอคณิกาเสียอีก ท่านพี่นี่น่ะหรือคือสตรีที่ท่านคิดจะนำมายกย่องเชิดชู หากวันนั้นข้ายอมทำตามใจท่านยกนางขึ้นมาเป็นภรรยารองหรือไม่ก็อนุชั้นเอก ยามนางออกไปข้างนอกกับท่านจะไม่ทำให้ท่านต้องขายหน้าผู้อื่นหรือ”

เสิ่นอวิ๋นหรูเอ่ยถึงคำว่าขายหน้าออกมาอย่างเน้นย้ำ ชุยชิงอีเคยบอกกับนางแล้วว่าชุยวั่งชูผู้นี้รักหน้าตาของตนเองมากที่สุด รองลงมาก็คือเกียรติยศและชื่อเสียง หากนางอยากจะทำให้เขาไม่พอใจสองแม่ลูกจากเรือนซวีถงก็แค่เพียงชี้ให้เขาเห็นว่าสองแม่ลูกคู่นั้นสักวันจะต้องทำให้เขาขายหน้าและสักวันจะต้องทำให้เขาเสื่อมเกียรติ แล้วหลังจากนั้นคนที่จะลงมือกำจัดสองแม่ลูกจากเรือนซวีถงก็คือเขา

“เฉินเวินเหนียง เจ้ากล้ามากเลยนะ” เมื่อชุยวั่งชูเอ่ยออกมาเช่นนี้เฉินเวินเหนียงก็รีบคุกเข่าลงแล้วหลั่งน้ำตาออกมา

“นายท่าน ข้าก็แค่อยากจะได้เงินสำหรับจับจ่ายใช้สอยในเรือนเพิ่ม ช่วงนี้ข้าเชิญอาจารย์จากข้างนอกมาสอนหว่านเอ๋อร์จึงต้องการใช้เงินเจ้าค่ะ”

คำพูดของเฉินเวินเหนียงทำให้ชุยวั่งชูขมวดคิ้ว เข้าจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยถามนางด้วยความข้องใจ

“เงินที่ฮูหยินมอบให้เจ้าในแต่ละเดือนสูงกว่าค่าใช้จ่ายในเรือนของลูกๆ ของข้าเสียอีก ฮูหยินเคยส่งรายการคำนวณให้ข้าดูแล้วว่าส่วนหนึ่งเอาไว้ให้พวกเจ้าใช้ซื้อของที่ต้องการ ส่วนหนึ่งเอาไว้ตกรางวัล และอีกส่วนหนึ่งแบ่งเอาไว้ให้เจ้าว่าจ้างอาจารย์ที่มากความรู้มาสอนหว่านเอ๋อร์ หลายวันมานี้ข้าพักที่เรือนซวีถงกับพวกเจ้า ของกินของใช้ที่ทางเรือนหลักส่งมาหาได้ขาดตกบกพร่อง แล้วเหตุใดเจ้าจึงได้มาทำตัวเสียมารยาทที่นี่อีก”

คำถามของชุยวั่งชู ทำให้มือที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาอยู่ของเฉินเวินเหนียงชะงัก ชุยชิงอีที่กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้แทะเมล็ดแตงดูการเสแสร้งของนางอยู่พลันวางถุงกระดาษใส่เมล็ดแตงลงแล้วตัดสินใจช่วยเหลืออนุของบิดาด้วยการชี้แจงในทันที

“ข้อนี้ข้าสามารถชี้แจงแทนอนุเฉินได้เจ้าค่ะ เมื่อหลายวันก่อนญาติของอนุเฉินเยี่ยมเยียนนาง นางเลยโอ้อวดไปว่าแม้ว่าตนเองจะเป็นแค่เพียงอนุ แต่กลับได้รับความโปรดปรานจากท่านพ่อเหนือกว่าฮูหยินของจวนเสียอีก ญาติของอนุเฉินก็เลยคุกเข่าลงขอความช่วยเหลือกับนางบอกกับนางว่าในเมื่ออนุเฉินได้รับความโปรดปรานมากถึงเพียงนั้นก็สมควรจะช่วยพวกเขาชำระหนี้ของที่บ้าน หลังจากทนรับการอ้อนวอนไม่ไหวอนุเฉินก็มอบเงินให้ญาติของนางไปถึงสามสิบตำลึง หากให้ลูกเดานี่คงเป็นสาเหตุที่นางต้องมาขอเงินเพิ่มเจ้าค่ะ”

คำพูดของชุยชิงอีทำให้ชุยวั่งชูขมวดคิ้ว ส่วนเฉินเวินเหนียงหันมาจ้องมองนางด้วยดวงตาอันแข็งกร้าวในทันที แม้กระทั่งการเสแสร้งแกล้งทำเป็นร้องไห้เสียใจก็ดูเหมือนว่านางจะแค้นใจจนลืมเสแสร้งไปแล้ว

“คุณหนูใหญ่ท่านเอ่ยออกมาเช่นนี้ ท่านมีหลักฐานหรือเจ้าคะ” คำถามของเฉินเวินเหนียงทำให้ชุยชิงอีพยักหน้า

“สาวใช้ทั้งสี่ของข้าและสาวใช้ของเรือนซวีถงที่พยายามห้ามข้าไม่ให้ข้าเข้าไปรบกวนพวกท่านล้วนได้เห็นและได้ยินกันทั้งหมด แต่ข้าเกรงว่าท่านจะอับอายจึงได้กำชับสาวใช้เอาไว้ว่าอย่าได้พูดถึงเรื่องนี้อีก คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายท่านก็ทนแบกรับจำนวนเงินที่สูญเสียไปไม่ไหวจึงมาพูดบีบคั้นขอเพิ่มเงินกับท่านแม่ของข้า” คำพูดของชุยชิงอีทำให้ชุยวั่งชูนิ่วหน้าแล้วสุดท้ายจึงได้ถามออกมาด้วยความไม่พอใจ

“เจ้าเป็นคุณหนูผู้หนึ่งเหตุใดจึงได้ไปแอบฟังเรื่องในเรือนของอนุได้เล่า” คำถามที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของชุยวั่งชูทำให้ชุยชิงอีเลิกคิ้วขึ้นในทันที

ชาตินี้นางทำใจกลับไปเป็นบุตรสาวที่ทำตัวว่าง่ายและคอยออดอ้อนบิดาไม่ได้อีกแล้ว พอนางทำตัวเย็นชาความรักใคร่เอ็นดูที่ชุยวั่งชูเคยมอบให้นางในชาติที่แล้วจึงไม่มีให้นางแล้วเช่นเดียวกัน สิ่งเดียวที่เขายังคงคาดหวังกับนางก็คืออยากให้นางเป็นคุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีที่เขาสามารถเชิดหน้าชูตาไปได้เพียงเท่านั้น

“ท่านพ่อกำชับให้ลูกคอยทำตัวสนิทสนมกับน้องชิงหว่านเอาไว้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ เดิมทีลูกตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนเอาขนมและเสื้อผ้าของลูกไปให้นาง คิดไม่ถึงว่านางจะรังเกียจว่าเสื้อผ้าเป็นของที่ข้าเคยใช้แล้ว อีกทั้งยังตำหนิว่าขนมของข้าคือของพื้นๆ หาซื้อได้ทั่วไป ข้าจึงตั้งใจว่าจะนำเสื้อผ้ากลับไปแล้วนำขนมไปมอบให้อนุเฉิน แต่นางกลับกำลังพูดคุยอยู่กับแขกของนางลูกจึงได้ยืนรอนางต้อนรับแขกที่นอกหน้าต่าง” ชุยชิงอีไม่ได้เอ่ยออกมาว่าวันนั้นนางยืนรอไปด้วยยืนกินขนมไปด้วย ยามนั้นนางเบิกบานสำราญใจเป็นอย่างยิ่ง

“เฉินเวินเหนียง! เจ้าช่างกล้ายิ่งนัก ไหนเจ้าเคยบอกกับข้าว่าจะทำตัวให้ดีไม่แย่งชิงไม่ระรานลูกและภรรยาของข้าอย่างไรเล่า ยังมีเงินสามสิบตำลึงนั่นอีก คนที่ไม่มีทรัพย์สินติดตัวเช่นเจ้าจะหาเงินได้มากมายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร เงินนั้นคงจะเป็นเงินที่ได้รับจากข้าเกือบทั้งนั้นมีสิทธิ์อันใดนำเงินข้าไปมอบให้ญาติของเจ้า” คำพูดของชุยวั่งชูทำให้เฉินเวินเหนียงเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ เขาให้เงินนางมาใช้จ่ายแต่นางกลับอดออมเอาไว้ ยามนี้นางปล่อยให้ญาติยืมไปเขามีสิทธิ์อันใดมาตำหนินาง แม้ว่าจะไม่พอใจแต่เฉินเวินเหนียงก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาทำได้แค่เพียงก้มหน้าหลั่งน้ำตาออกมาเพียงเท่านั้น ชุยวั่งชูจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“พอได้เงินง่ายก็เลยใช้จ่ายไม่คิด ต่อไปนี้ข้าจะลดเบี้ยหวัดที่เจ้าเคยได้ลง หลังจากวันนี้ไปเก็บตัวคัดตำราสอนหญิงอยู่แต่ในเรือนเถิดอย่าได้ออกมาเพ่นพ่านนอกเรือนเลย ส่วนหว่านเอ๋อก็ให้ส่งตัวนางมาให้ฮูหยินคอยสั่งสอน” คำพูดประโยคนี้ของชุยวั่งชูทำให้เสิ่นอวิ๋นหรูส่งเสียงปฏิเสธในทันที

“ไม่ต้องส่งนางมา ข้าทนเห็นหน้านางไม่ไหว ลูกอนุที่วันๆ เรียนแต่ดนตรีและร่ายรำเช่นนั้นก็ให้มารดาของนางฝึกฝนต่อเถิด ไม่แน่ว่าสักวันท่านพี่อาจจะได้รับประโยชน์จากคนเช่นนางก็ได้ มีมารดาแพศยาถึงขั้นนี้ความแพศยาของนางคงไม่ต่างกันหรอก วันหน้าคงจะมีเจ้าโง่สักคนหลงเสน่ห์ของนางแล้วยอมจ่ายสินสอดก้อนโตให้ท่านเพื่อรับนางกลับจวนก็ได้” คำพูดของเสิ่นอวิ๋นหรูทำให้ชุยวั่งชูหันมาตวาดใส่นางในทันที

“เสิ่นอวิ๋นหรู!”

“ทำไมหรือ อย่าได้ริอ่านมาตำหนิข้าหรือริอ่านมาสอนสั่งข้าเชียว ท่านต่างหากที่ทำตัวไม่ได้เรื่อง หรือหากคิดอยากจะหย่าขาดกับข้าก็เชิญส่งหนังสือหย่ามาเลย หรือหากท่านกล้าทำให้ข้ารู้สึกทนไม่ไหวอีกก็จะเป็นข้าที่จะส่งหนังสือหย่าไปให้ท่านเอง ต่อให้ชื่อเสียงของจวนเสนาบดีของท่านจะป่นปี้ข้าคนนี้ก็จะไม่ขอทนแบกรับการรังแกจากท่านอย่างเด็ดขาด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   ตอนพิเศษที่ 4 : ชุยชีอัน

    ในบรรดาคุณชายทั้งสามแห่งจวนอัครเสนาบดี ผู้คนต่างกล่าวกันว่า ชุยชีอันเป็นคนที่ “น่ากลัว” ที่สุด พี่ใหญ่ชุยชีชวนสุขุมอ่อนโยน พี่รองชุยชีห่าวเจ้าสำอางและพูดเก่ง แต่คุณชายสามผู้นี้กลับเย็นชา เงียบขรึม และดุดันยามลงมือทำงานเขาเชี่ยวชาญการต่อสู้ ตั้งแต่วัยเยาว์ก็ชอบสืบคดีและจับโจร จึงเข้าสังกัดศาลต้าหลี่ตั้งแต่อายุยังน้อย กลายเป็นมือปราบฝีมือโดดเด่นที่สุดของกรมอาญา ส่วนเจ้านายโดยตรงของเขาคือ เจ้ากรมตุลาการแห่งศาลต้าหลี่ นิ่งหย่วนเจ๋อนิ่งหย่วนเจ๋อมีบุตรสาวเพียงคนเดียว นามว่า “นิ่งซินเยว่” หากกล่าวถึงชื่อเสียงของนางในเมืองหลวง ผู้คนล้วนขนลุก เพราะนางคือ “หวู่โจ้” มือหนึ่งของศาลต้าหลี่ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการชันสูตรศพมากที่สุดในขณะที่คุณหนูสกุลอื่นกำลังปักผ้า ชมดอกไม้ หรือลองเครื่องประดับ นิ่งซินเยว่กลับใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องเก็บศพ ตรวจบาดแผล เลาะกระดูก และวิเคราะห์สาเหตุการตาย แม้นางจะงดงามเพียงใด แต่เพราะอาชีพของนาง ทำให้เรื่องแต่งงานล่าช้ามาหลายปีดังนั้นยามที่จวนอัครเสนาบดีส่งแม่สื่อมาสู่ขอ นิ่งหย่วนเจ๋อถึงกับตกตะลึง“เจ้าพูดจริงหรือ คนอย่างชุยชีอันน่ะหรือที่อยากจะแต่งงานกับบุตรสาวของ

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   ตอนพิเศษที่ 3 : ชุยชีห่าว

    ชุยชีห่าว คุณชายรองแห่งจวนอัครเสนาบดี เป็นบุรุษที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างกล่าวขานว่า “เจ้าสำอางอันดับหนึ่ง”ทุกครั้งที่เขาออกจากจวน เสื้อผ้าจะต้องไร้รอยยับ เครื่องหยกที่ห้อยเอวต้องเข้าชุดกับสีอาภรณ์ เส้นผมดำขลับถูกจัดอย่างประณีต แม้แต่พัดในมือยังเปลี่ยนไปตามฤดูกาลบัณฑิตในเมืองหลวงหลายคนลอบหัวเราะว่าเขาแต่งตัวโอ้อวดเกินเหตุ แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าทั้งหมดนั้นล้วนมีเหตุผลมารองรับ และเหตุผลนั้นมีชื่อว่า “จี้หรงอิน”จี้หรงอินคือคุณหนูใหญ่แห่งสกุลจี้ บุตรสาวคนโตของคหบดีใหญ่ผู้ครอบครองกิจการมากมายทั่วเมืองหลวง ทั้งหอสุราเยี่ยนโหรว ภัตตาคารเฝิงไหล หอเครื่องประดับ ร้านผ้า และร้านค้าอีกนับไม่ถ้วนนางงดงามสะดุดตา อีกทั้งยังเฉลียวฉลาดเก่งกาจเรื่องการค้า ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ช่วยบิดาดูแลกิจการได้อย่างคล่องแคล่วชุยชีห่าวพบจี้หรงอินครั้งแรกที่ภัตตาคารเฝิงไหลวันนั้นเขาพาน้องสาวทั้งสองออกมากินอาหาร แต่กลับเห็นสตรีผู้หนึ่งกำลังยืนคิดบัญชีอยู่ด้านหน้าด้วยสีหน้าสงบนิ่ง นางสวมชุดสีเขียวอ่อน ใบหน้างดงามละมุน ทว่าแววตากลับเฉียบคมยามสั่งการลูกน้องในภัตตาคารเพียงแวบเดียว หัวใจของคุณชายรองก็สั่นไหว หลังจากนั้นเขาจ

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   ตอนพิเศษที่ 2 : ชุยชีชวน

    ชุยชีชวนคือ บุรุษหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาเรียบเฉยแต่แฝงความเฉียบคม เขาเป็นคุณชายใหญ่แห่งจวนอัครเสนาบดี ผู้คนต่างกล่าวขานว่าทั้งบุ๋นและบู๊เขาล้วนเป็นเลิศ ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ได้เข้าทำงานในสำนักราชเลขาธิการ เป็นผู้ช่วยคนสนิทของราชเลขาธิการซ่งเซียวหมิงแต่เพราะดีพร้อมเกินไป จึงกลายเป็นที่หมายปองของสตรีทั่วเมืองหลวง โดยเฉพาะท่านหญิงซ่งเจาหนิง บุตรสาวคนโตของซ่งเซียวหมิง นางเป็นที่โปรดปรานขององค์ไทเฮาจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ท่านหญิงเพียงคนเดียวของสกุลซ่งซ่งเจาหนิงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชื่นชอบชุยชีชวน จนถึงขั้นให้ผู้เป็นบิดามาทาบทามเขาหลายครั้ง สุดท้ายชุยชีชวนจึงได้จนมุมเอ่ยโกหกออกไปอย่างไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา“ข้าน้อยมีคู่หมายแล้วขอรับ”ประโยคนั้นทำให้ซ่งเซียวหมิงยอมล้มเลิกความคิด แต่กลับสร้างปัญหาใหญ่ให้จวนสกุลชุยแทนเพราะกังวลว่าเมื่อซ่งเซียวหมิงรู้ว่าชุยชีชวนโกหกเพื่อปฏิเสธบุตรีของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างสองจวนจะต้องแตกร้าวอย่างแน่นอน ฮูหยินชุยก็รีบเรียกแม่สื่อมาคัดเลือกว่าที่สะใภ้ทันที“ในเมื่อเจ้าบอกว่ามีคู่หมายแล้ว เช่นนั้นก็รีบเลือกมาสักคน”ชุยชีชวนมองม้วนภาพกองโตอย่างหมดอาลัย

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   ตอนพิเศษที่ 1: ชุยชิงหว่าน

    ข้าคือชุยชิงหว่าน บุตรสาวของอนุสกุลชุย ในปีแรกที่เข้ามาอยู่ในจวนสกุลชุย ข้าเต็มไปด้วยความริษยาและความไม่พอใจ ราวกับหัวใจถูกโยนลงในกองไฟที่ไม่มีวันมอดดับเดิมทีข้าเคยคิดมาตลอดว่าตนเองคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของบิดา จวบจนวันที่บิดาพาข้าและมารดาเข้าจวนสกุลชุยของเข้า ข้าจึงเพิ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วข้ามีพี่ชายถึงสามคน มีพี่สาวอีกหนึ่งคน ส่วนข้าเป็นเพียงบุตรสาวนอกสมรสที่เขาพากลับเข้าจวนตอนแรกข้าคิดว่าชีวิตตนเองคงจะดีขึ้น แม้ว่าจะเป็นบุตรสาวนอกสมรสแต่บิดาของข้าเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีถึงอย่างไรก็ยังมีฐานะสูงกว่าบุตรสาวของบัณฑิตยากจนอย่างเช่นมารดาแท้ๆ ของขาแต่พอเข้ามาอยู่ในจวนอัครเสนาบดีจริง ๆ ข้าจึงได้รู้ว่า ฐานะ “บุตรสาวของอนุที่ถูกเลี้ยงดูอยู่นอกจวน” นั้นต่ำต้อยเพียงใดในสายตาของผู้คน แม้แต่บ่าวรับใช้บางคนยังกล้ามองข้าด้วยสายตาดูแคลนข้าเกลียดสายตาเหล่านั้นเหลือเกิน เกลียดเสียจนอยากดึงมันออกจากใบหน้าของคนพวกนั้นเสีย แต่ข้าทำก็อะไรพวกเขาไม่ได้ สิ่งที่ทำได้มีเพียงการพยายามเรียนรู้ศาสตร์ทั้งสี่อยู่แต่เรือนซวีถงที่บิดามอบให้ข้าและมารดาของข้าเท่านั้นจวบจนวันหนึ่ง ทุกอย่างในชีวิตข้าก็เปลี่ยนไปอีกครั

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 80 ปลาเค็มผู้เต็มไปด้วยความสุข

    หลังผ่านพ้นคลื่นลมและการแย่งชิงอำนาจมาอย่างยาวนาน ในที่สุดใต้หล้าก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งภายใต้การปกครองของฮ่องเต้พระองค์ใหม่ บ้านเมืองค่อย ๆ ฟื้นตัว ราชสำนักเริ่มเปิดกว้างให้ประชาชนทุกชนชั้นสามารถเข้าสอบรับราชการได้ ไม่จำกัดเพียงชาติตระกูลสูงศักดิ์อีกต่อไป ผู้มีความสามารถจึงได้รับโอกาสอย่างแท้จริงดินแดนทางเหนือที่เคยเต็มไปด้วยสงครามก็สงบสุขลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างร่มเย็น ควันไฟแห่งสงครามมอดดับลง เหลือเพียงประชาชนได้กินอิ่มนอนอุ่น ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดผวาและไม่ต้องเผชิญหน้ากับความอดอยากยามเกิดสงครามอีกสุขภาพของไท่ซ่างหวงเองก็ดีขึ้นตามลำดับ พิษร้ายที่สะสมในพระวรกายถูกถอนพิษออกไปจนหมดแล้ว ร่างกายค่อยๆ ฟื้นตัวจนไม่หลงเหลืออาการประชวรเรื้อรังอีกต่อไป หลังปลดภาระทั้งหมดออกจากบ่า พระองค์ดูผ่อนคลายและมีชีวิตชีวามากกว่าก่อนที่จะได้ครองราชย์เสียอีก และสถานที่ที่พระองค์เสด็จไปอยู่บ่อยครั้งก็คือจวนอ๋องพิทักษ์แผ่นดินไม่เพียงไท่ซ่างหวงเท่านั้น แม้แต่ชุยวั่งชู อดีตอัครเสนาบดีผู้มากความสามารถก็ขอลาออกจากราชการ หลังเห็นว่าราชสำนักมั่นคงแล้ว เขาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่าง

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 79 ตั้งครรภ์

    กลิ่นโอสถเข้มข้นลอยคลุ้งไปทั่วตำหนักบรรทม เสียงไอแผ่วต่ำดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศภายในหนักอึ้งจนแทบไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง หลี่เหิงฮ่องเต้บรรทมอยู่บนแท่นบรรทมและสลักด้วยลวดลายมังกร พระพักตร์ซีดเซียวกว่าที่เคย แม้จะฝืนประคองพระองค์มาหลายวัน แต่พิษร้ายที่สะสมอยู่ในพระวรกายกลับยิ่งกัดกร่อนจนยากจะต้านทานเหล่าขุนนางคนสนิทคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแท่นบรรทม ไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ย“เสด็จพี่ ทรงพักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” อ๋องเก้าหลี่หานโม่เอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความกังวล หลี่เหิงฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรมองพระอนุชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแย้มพระสรวลออกมาอย่างอ่อนล้า“ฝืนต่อไปก็ไร้ประโยชน์” สุ้มเสียงนั้นแผ่วเบา แต่กลับทำให้หัวใจของทุกคนสั่นสะเทือนวันเดียวกันนั้น ราชโองการสำคัญก็ถูกประกาศออกไปทั่วทั้งแผ่นดิน หลี่เหิงฮ่องเต้ทรงสละราชบัลลังก์ แต่งตั้งองค์ชายใหญ่หลี่เฉิง ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ แต่งตั้งคุณหนูรองสกุลชุย ชุยชิงหว่าน ขึ้นเป็นฮองเฮา แต่งตั้งซูฮองเฮาเป็นไทเฮา และแต่งตั้งซ่งไทเฮาเป็นไท่หวงไท่เฮาทันทีที่ราชโองการฉบับแรกประกาศออกมา ราชโองการฉบับที่สองก็ถูกประกาศตามมาติดๆปลดขุนนางส

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 10 ชุยวั่งชูจะแสดงฝีมือ

    ทันทีที่สองแม่ลูกสกุลชุยกลับไป องค์ชายรองหลี่ฉางที่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีรีบพาหวังฟางเฟยกลับมาที่ตำหนักแต่ก็ช้าไปเสียแล้วพระนางเต๋อเฟยได้รับรู้ถึงต้นเหตุของความไม่สบายใจของชุยชิงอีไปเสียแล้วองค์ชายรองรีบคุกเข่าลงเพื่อรอรับโทษ หวังฟางเฟยเองก็รีบคุกเข่าลงเพื่อรอรับโทษเช่นเดียวกัน แต่ใบหน้าที่ยังคงไม่เ

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 9 ลงมือครั้งแรกกับหวังฟางเฟย

    องค์ชายรองย่อมจะสัมผัสถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของชุยชิงอีได้ แต่ไม่ว่าจะคิดทบทวนอย่างไรเขาก็ไม่เคยทำสิ่งใดที่จะทำให้นางรู้สึกโกรธเคืองเลยสักครั้ง ดังนั้นสิ่งที่เขาคิดได้ในยามนี้ก็คือเรื่องการตกน้ำของนางและเขาในวัยเด็กคงจะทำให้นางจดจำฝังใจนางจึงไม่ชอบหน้าเขา“หากส่งต้นดอกปี้อั้นไปให้เจ้าปล

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 8 ดอกปี้อั้น

    แม้จะมีอายุแค่เพียงสิบขวบแต่รูปโฉมของชุยชิงอีกลับทำให้ทุกคนที่ได้พบต่างพากันชื่นชมความงามของนางแล้ว พระสนมเต๋อเฟยไม่มีพระธิดา ข้างกายของพระนางไม่มีเด็กผู้หญิงคอยเอาอกเอาใจ หลานสาวในสกุลก็ไม่มีผู้ใดงดงามเท่าชุยชิงอี ดังนั้นทุกครั้งที่เสิ่นอวิ๋นหรูเข้าวังพระนางจึงมักจะตรัสถามถึงชุยชิงอีอยู่เสมอ ยามนี

  • เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 7 เตรียมตัวเข้าวัง

    แม้จะรู้สึกว่าคำพูดของพี่ชายคนรองจะคมกริบจนบาดหัวใจของนางแต่ชุยชิงอีก็ไม่ถือสาคำพูดของเขาเพราะคำพูดของเขาคือความจริง ปลาเค็มตากแห้งเช่นนางแต่กลับอดทนต่อความอยากรู้อยากเห็นของตนเองไม่ไหว สลัดความเกียจคร้านทิ้งลงดินไปแล้ววิ่งไปที่เรือนซวีถงเพียงเพื่อไปดูเรื่องวุ่นวายในเรือนแห่งนั้นเพื่อเสาะหาความสาแก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status