แชร์

ตอนที่1(50%)

last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-01 17:32:24

ตอนที่ 1 ||สวรรค์มันชดเชยหรือรังแก

เจ็ดวันต่อมา…

ที่หน้าเมรุวัดดังแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดเชียงใหม่ เวลาใกล้ห้าโมงเย็น แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดลอดผ่านยอดไม้เป็นริ้วสีส้มหม่น คลันสีเทาขุ่นจากปล่องเมรุลอยเอื่อยเหนือหลังคา ราวกับสายหมอกเศร้าที่ไม่ยอมสลายไปกับลมเย็นปลายฤดู

สองบุรุษต่างวัยยืนเคียงกันอยู่ไม่ห่างจากเมรุนัก คนหนึ่งอยู่ในวัยชรา รูปร่างยังสง่าตามแบบนายทหารที่ผ่านสนามชีวิตมาอย่างโชกโชน

อีกคนเป็นชายหนุ่มในชุดสีดำทรงผมตัดสั้น ใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาแดงก่ำ ร่องรอยของการร้องไห้ยังคงติดค้างอยู่ในแววตานั้น

ครอบครัว เกิดผลชนะ บัดนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น สิบปีก่อน ภรรยาและมารดาของบ้านจากไป สิบปีต่อมา ลูกสาวและน้องสาวเพียงคนเดียวก็มาจากไปอีกคน...

“ไม่น่าเลย…”

เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากของสารวัตรหนุ่ม เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดกับใคร หรือเพียงแค่ต้องการระบายความอัดอั้นที่แน่นอก ดวงตายังคงจับจ้องไปยังควันที่ลอยขึ้นจากปล่องเมรุ ราวกับหวังว่าหากมองนานพอ สิ่งที่สูญเสียไปจะย้อนกลับมา

“กลับกันเถอะเป้” เสียงทุ้มต่ำและเคร่งขรึมของนายพลทหารระดับสูงดังขึ้นซึ่งมันเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างไม่อาจปกปิดได้มิดชิด

“พรุ่งนี้พวกเราค่อยกลับมาเก็บกระดูกแป้ง”

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อาลัยอาวรลูกสาวคนเล็ก หากแต่ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำให้เขาจำเป็นต้องควบคุมอารมณ์ รั้งสติเอาไว้ให้มั่น แม้หัวใจจะเจ็บไม่ต่างจากลูกชายเลยก็ตาม

“ผมอยากอยู่กับแป้งอีกหน่อยไม่ได้หรือครับ”

พันตำรวจตรี ปองฉัตร เอ่ยเสียงสั่น เขายังไม่อยากจากน้องสาวไป ไม่อยากยอมรับว่าร่างที่ถูกเผาอยู่เบื้องหน้า กำลังจะเหลือเพียงเถ้ากระดูกให้เก็บใส่โกศ

ท่านนายพล ปองภพ ถอนหายใจออกมาเสียงแผ่ว ก่อนเอ่ยเตือนอย่างจำใจ

“อย่าลืมสิ วันนี้พวกเรายังต้องไปเก็บของที่คอนโดของน้องแป้งกลับบ้าน”

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงกลางอกของสารวัตรหนุ่ม เขาถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างฝืนใจ แล้วเดินตามบิดาไปขึ้นรถโดยดี

ซึ่งภาพทั้งหมดนั้นล้วนตกอยู่ในสายตาของ ปองรัก มาโดยตลอดตั้งแต่แรกเริ่ม หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังของพี่ชายและบิดา จนกระทั่งรถยนต์เคลื่อนตัวออกจากลานวัด หายลับไปกับถนนสายหลัก เธอถึงเพิ่งนึกได้ในวินาทีนั้นเอง ว่าเธอไม่ได้ขึ้นรถไปด้วย

“เอ๊ะ…”

ปองรักตบหน้าผากตัวเอง มืออีกข้างเท้าเอวอย่างงงงัน หญิงสาวหันกลับไปมองทางเมรุ ก่อนจะหันกลับมามองลานจอดรถที่ว่างเปล่าแล้วได้สติกลับคืนมาว่าตนเองจะเดินทางกลับคอนโดอย่าง

“มัวแต่ยืนงง แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะเนี่ย”

เสียงบ่นพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว ความสับสนถาโถมใส่หัวใจไม่หยุด ภาพถ่ายขนาดใหญ่หน้าศาลาเมรุยังคงตั้งตระหง่าน และใช่แล้วมันคือรูปของเธอเอง ในชุดนักศึกษา รอยยิ้มสดใสที่เธอมองซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ยังไม่ชิน

‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…’

หญิงสาวร้องถามตัวเองในใจอีกหลายคำ ความรู้สึกว่างเปล่าฉาบทับไปทั่วร่าง เธอหลับตาลงเพียงชั่วอึดใจ

ฟู่…

คล้ายมีกระแสลมแรงหอบร่างเธอให้โคลงเคลง และเมื่อปองรักลืมตาขึ้นอีกครั้ง  ภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่ลานวัด หรือหน้าเมรุอีกต่อไป แต่เป็นหน้าคอนโดของเธอแทน

“หา…?”

หญิงสาวอ้าปากค้าง ร่างอวบอิ่มเหลียวมองซ้ายและขวาอย่างตื่นตระหนก จนกระทั่งเธอเห็นรถคันคุ้นตาเปิดไฟเลี้ยวเข้ามาจอดยังช่องประจำ นั่นคือรถของพี่เป้ที่มีคุณพ่อตนนั่งโดยสารมาด้วย

“เดี๋ยว! รอแป้งด้วย!”

ปองรักวิ่งตามรถและพยายามร้องเรียกสุดเสียง จนรถจอดสนิท ทว่าทั้งนายพลปองภพและสารวัตรปองฉัตรกลับลงจากรถ แล้วเดินผ่านเธอไปเฉย ๆ ราวกับหญิงสาวเป็นเพียงอากาศธาตุ

“คุณพ่อ! พี่เป้! ทำไม่ทุกคนไม่ได้ยินฉันละ?!”

ไม่มีการตอบรับ หรือแม้แต่ใบหน้ากับสายตาจะเหลือบแลมาปองรักเลยสักนิดเดียว แต่หญิงสาวไม่ยอมแพ้ ปองรักวิ่งตามติดพี่ชายและบิดาขึ้นลิฟต์ ตรงไปยังห้องพักของตนเองที่ชั้น19 และที่นั่นเป็นอีกครั้งที่ปองรักก็ต้องชะงักนิ่งงัน

แม่บ้านวัยกลางคนที่เธอคุ้นเคยเช่น ป้าแว่น กำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ของเธอลงกล่องอย่างเป็นระเบียบ เตรียมแพ็กส่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยลำเลียงลงไปที่ชั้น1 ให้รถขนของมารับไป

“นี่คือข้าวของทั้งหมดของแป้งใช่ไหมครับ” ปองฉัตรเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่แววตาเจ็บลึก

“ใช่ค่ะสารวัตร” ป้าแว่นตอบพลางพยักหน้า

“นี่คือของทั้งหมดของน้องแป้งนะคะ ท่านนายพล สารวัตรเป้ เชิญตรวจดูอีกครั้ง ถ้ามีอะไรตกหล่นจะได้จัดการให้เรียบร้อยก่อนปิดกล่องค่ะ”

คุณพ่อ…

พี่เป้…

ปองรักยืนตัวแข็ง มองภาพตรงหน้าอย่างแตกตื่น หัวใจเหมือนถูกบีบจนเจ็บปวด ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…’

“คุณพ่อคะ…พี่เป้…แป้งอยู่นี่…”

เธอก้าวเข้าไปหา ยื่นมือออกไป หวังจะโอบกอดทั้งสองให้หายคิดถึง แต่แล้ว

วืด…

“อ๊ะ…!”

มือของเธอทะลุผ่านร่างของทั้งคู่ไป ราวกับสัมผัสเพียงความว่างเปล่า

“ทำไม…แตะต้องไม่ได้?”

ปองรักถอยหลังอย่างหวาดกลัว ภายในใจพลันสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

“คุณพ่อ…ได้ยินหนูไหม…พี่เป้…เห็นแป้งหรือเปล่า…”

คำถามทั้งหมดยังคงไร้คำตอบเหมือนเดิม บิดาและพี่ชายยังคงสนทนากับป้าแว่นต่อไป เหมือนเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลย

‘เลิกพยายามเถอะ…เจ้าตายแล้ว พวกเขาไม่ได้ยินเจ้า’

“เฮ้ย!?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นชายาอ๋องสามนี้ไม่ง่าย   ตอนที่1(100%)

    “เฮ้ย!?”ปองรักอุทานลั่น และสะดุ้งเฮือกสุดตัว หญิงสาวหันขวับไปมองรอบห้องโดยอัตโนมัติ ทว่าทุกชีวิตที่ยืนอยู่ในห้อง บิดา พี่ชาย แม่บ้าน ยังคงดำเนินบทสนทนาของตนเองต่อไปโดยไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ได้ยินเสียงของตนกับเสียงลึกลับไร้ที่มาที่ไปซึ่งหมายความว่าไม่มีใครรับรู้การมีอยู่ของเธอเลยแม้แต่คนเดียว...‘ไม่ต้องตกใจ’ เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ใกล้แต่ก็ไกล คล้ายมาจากทุกทิศทางพร้อมกัน‘ร่างของเจ้าในโลกใบนี้ตายไปแล้ว ไม่อาจกลับคืนได้อีก ต่อจากนี้ เจ้าจำต้องไปอาศัยอยู่ในร่างของผู้ที่มีชะตาถึงฆาตในอีกโลกหนึ่งแทน’“เดี๋ยวก่อนนะคะ!” ปองรักรีบสวนกลับทันที น้ำเสียงสั่นแต่ชัดถ้อยชัดคำ“คุณช่วยอธิบายให้มันเป็นภาษาคนหน่อยได้ไหม ร่างนี้ตายแล้วคืออะไร อีกโลกหนึ่งคืออะไร แล้วที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้คืออะไรกันแน่!”หญิงสาวสูดหายใจลึก พยายามกดความตื่นตระหนกที่กำลังไหลบ่าราวกับเขื่อนแตก “แล้วอะไรคือฉันตายแล้ว ในเมื่อฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้...”คำถามสุดท้ายหลุดออกมาเบาราวกับกระซิบ แต่กลับหนักหน่วงจนหัวใจเธอสั่นไหว‘ใช่เจ้าตายแล้วคือเรื่องจริง’คำตอบนั้นเหมือนค้อนหนักฟาดลงกลางอกของปองรักจนหญิงสาวถึงกับนิ่งงันไปครู่หนึ

  • เกิดใหม่เป็นชายาอ๋องสามนี้ไม่ง่าย   ตอนที่1(50%)

    ตอนที่ 1 ||สวรรค์มันชดเชยหรือรังแกเจ็ดวันต่อมา…ที่หน้าเมรุวัดดังแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดเชียงใหม่ เวลาใกล้ห้าโมงเย็น แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดลอดผ่านยอดไม้เป็นริ้วสีส้มหม่น คลันสีเทาขุ่นจากปล่องเมรุลอยเอื่อยเหนือหลังคา ราวกับสายหมอกเศร้าที่ไม่ยอมสลายไปกับลมเย็นปลายฤดูสองบุรุษต่างวัยยืนเคียงกันอยู่ไม่ห่างจากเมรุนัก คนหนึ่งอยู่ในวัยชรา รูปร่างยังสง่าตามแบบนายทหารที่ผ่านสนามชีวิตมาอย่างโชกโชนอีกคนเป็นชายหนุ่มในชุดสีดำทรงผมตัดสั้น ใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาแดงก่ำ ร่องรอยของการร้องไห้ยังคงติดค้างอยู่ในแววตานั้นครอบครัว เกิดผลชนะ บัดนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น สิบปีก่อน ภรรยาและมารดาของบ้านจากไป สิบปีต่อมา ลูกสาวและน้องสาวเพียงคนเดียวก็มาจากไปอีกคน...“ไม่น่าเลย…”เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากของสารวัตรหนุ่ม เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดกับใคร หรือเพียงแค่ต้องการระบายความอัดอั้นที่แน่นอก ดวงตายังคงจับจ้องไปยังควันที่ลอยขึ้นจากปล่องเมรุ ราวกับหวังว่าหากมองนานพอ สิ่งที่สูญเสียไปจะย้อนกลับมา“กลับกันเถอะเป้” เสียงทุ้มต่ำและเคร่งขรึมของนายพลทหารระดับสูงดังขึ้นซึ่งมันเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างไม่อา

  • เกิดใหม่เป็นชายาอ๋องสามนี้ไม่ง่าย   บทนำ

    บทนำ ปลายฤดูหนาวของปีนี้ชวนให้สับสนอย่างประหลาดท้องฟ้าครึ้มเหมือนจะเย็น แต่ลมที่พัดผ่านกลับอุ่นจนรู้สึกเหนียวตัว เหงื่อซึมตามไรผมตั้งแต่ยังไม่ก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย แดดอ่อน ๆ ยามบ่ายคล้ายลังเลว่าจะเป็นฤดูร้อน หรือจะยอมถอยให้ฤดูหนาวเข้ามาทำหน้าที่ของมันอย่างที่ควรจะเป็นปองรัก เกิดผลชนะ สะพายกระเป๋าผ้าใบเก่าคู่ใจ เดินออกจากอาคารเรียนด้วยจังหวะไม่รีบร้อน หญิงสาววัยยี่สิบปี นักศึกษาชั้นปีที่สี่ คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารต่างประเทศ ใบหน้ากลม แก้มอิ่ม และดวงตาที่มักเป็นประกายยามพูดถึงสิ่งที่รัก ขณะนี้เธอกำลังคิดถึงเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือเตียงนุ่มในคอนโด กับกองหนังสือที่รอให้นอนอ่านจนดึกหลังเลิกเรียน เธอจึงมักชอบตรงดิ่งกลับคอนโดทันที คอนโดขนาดกลางไม่หรูหราแต่สะดวกสบาย ที่บิดากับพี่ชายช่วยกันซื้อไว้ให้ตั้งแต่เธอขึ้นปีหนึ่ง เพื่อไม่ต้องลำบากเดินทางไกลทุกวัน ปองรักขึ้นรถสองแถวสายประจำ นั่งมองวิวข้างทางที่คุ้นตาจนแทบจำได้ทุกหลุมบ่อ ทุกป้ายร้านค้าเมื่อรถสองแถวชะลอจอดตรงปากซอย สายตาของหญิงสาวก็พลันสะดุดเข้ากับตลาดนัดขนาดใหญ่ที่ตั้งขวางทางสายตาอยู่ตรงนั้นตลาดนัดเย็นที่คึกคัก เสียงพ่อค้าแม่ค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status