แชร์

บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการ

ผู้เขียน: แคลร์ออสติน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-15 23:30:28

บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการ

ดวงตาหงส์ที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิต ฉายแววความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะของบุรุษตรงหน้าดูเหมือนจะขาดผึงลงไปทุกขณะ

ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ไอร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนเยว่ซินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา

(ชิบหายแล้ว... อาการตาขวาง หายใจแรง ตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้...)

เยว่ซินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว

(มันไม่ใช่พิษธรรมดาแน่ๆ แต่นี่มัน... ยาปลุกกำหนัด! แถมยังแรงชนิดช้างสารยังล้ม!)

"เยว่... ซิน..."

สุรเสียงทุ้มต่ำครางเรียกนามของนางอย่างยากลำบาก ทว่าแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโถมกายลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากอิ่ม

"อย่านะ!"

เยว่ซินเบี่ยงหน้าหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้ริมฝีปากที่ร้อนดั่งถ่านไฟของเขาพลาดเป้า เฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปประทับลงที่ซอกคอขาวผ่องแทน สัมผัสเปียกชื้นและรุนแรงทำให้ขนกายของนางลุกชัน

นางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต สองมือทั้งทุบทั้งผลักแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งปานกำแพงเหล็ก

"ตั้งสติหน่อยสิเว้ย! ลืมตาดูข้าชัดๆ!" นางตะโกนใส่หูเขาเสียงดังลั่น "ข้าเอง! เยว่ซิน! สตรีที่ท่านเกลียดเข้าไส้ไงเล่า!"

ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับไร้ผล ร่างกายของจวิ้นอวี้ในยามนี้เปี่ยมไปด้วยพละกำลังมหาศาลราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง ยิ่งนางดิ้นรนต่อต้าน วงแขนแกร่งกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นจนกระดูกแทบแหลกละเอียด ฝ่ามือหนาที่ร้อนจัดเริ่มรุกล้ำ ลูบไล้ไปตามเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าแพรพรรณบางเบาอย่างถือสิทธิ์

ปัง! ปัง! ปัง!

"ท่านพี่จวิ้นอวี้! เปิดประตูให้ข้านะ! ข้ามาช่วยท่านแล้ว!"

เสียงทุบประตูโครมครามพร้อมเสียงตะโกนแหลมสูงดังแทรกความเงียบขึ้นมา... ไป๋ลู่! ยอดดวงใจของเขานี่นา!

"ทหาร! พังประตูเดี๋ยวนี้! ท่านพี่กำลังทรมาน ข้าต้องเข้าไปปรนนิบัติเขา!"

เสียงหวานที่แฝงความร้อนรนของไป๋ลู่ยังคงดังแข่งกับเสียงทุบประตูไม่หยุดหย่อน

ประกายความหวังวาบขึ้นในใจของเยว่ซิน นางรีบตะโกนแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว

"ได้ยินไหม! สุดที่รักของท่านมาแล้ว! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้สิ! ไปหาแม่ยอดดวงใจของท่านนู่น!"

ทว่า... คำพูดประโยคนั้นกลับถูกกลืนหายไปในลำคอ

จวิ้นอวี้ดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงเรียกหาจากสตรีอันเป็นที่รักหน้าประตูเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาแดงฉานจดจ้องเพียงเหยื่อในอ้อมแขน มือแกร่งข้างหนึ่งพุ่งเข้าบีบปลายคางมนของเยว่ซิน บังคับให้ใบหน้างามหันกลับมารับทัณฑ์ทรมาน

วินาทีต่อมา เขาก็ประทับจูบลงมาอย่างดุดัน รวดเร็ว และหิวกระหาย!

"อื้อ!!!"

ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาอย่างป่าเถื่อน ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับต้องการจะสูบกลืนวิญญาณของนางให้แหลกสลาย เรียวลิ้นร้อนชื้นรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ จนเยว่ซินได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งในโพรงปาก สมองของนางขาวโพลนไปชั่วขณะ

(ไอ้อ๋องบ้าเอ๊ย! เกลียดฉันนักไม่ใช่หรือไง! แล้วฉันก็เกลียดนายเหมือนกันนะเว้ย! ปล่อยสิวะ!)

ความคับแค้นใจตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนแทบระเบิด

การที่บุรุษกำยำถูกพิษยาปลุกกำหนัดแล้วเกิดความใคร่จนต้องหาที่ระบาย มันเป็นเรื่องทางกายภาพที่พอจะเข้าใจได้... แต่มันผิดมหันต์ตรงที่คนทั้งจวนต่างรู้ดีว่าเขารังเกียจเดียดฉันท์นางเพียงใด!

เขาทำแบบนี้... มันเท่ากับกำลังดูถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนาง เห็นนางเป็นเพียง 'ที่ระบายความใคร่' ในยามไร้สติ ไร้ทางเลือกอย่างนั้นหรือ?

เยว่ซินกัดฟันแน่น รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่มี ผลักแผงอกกว้างให้ออกห่างได้เพียงคืบ นางหอบหายใจแฮ่ก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่บัดนี้แดงก่ำดุจสัตว์ร้าย

"ตั้งสติเดี๋ยวนี้นะ จวิ้นอวี้!"

นางตะคอกใส่หน้าเขาเสียงดังลั่น น้ำตาแห่งความเจ็บใจรื้นขึ้นมาคลอเบ้า

"แหกตาดูให้ดีว่าข้าเป็นใคร! ข้าคือ เยว่ซิน! นางมารร้ายที่ท่านเกลียดเข้ากระดูกดำไง! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ แล้วไปหาแม่ดอกบัวขาวผู้แสนดีของท่านที่หน้าห้องนู่น!"

จวิ้นอวี้ชะงักกึก ลมหายใจที่เคยหอบกระเส่าดูเหมือนจะขาดห้วงไปชั่วขณะ สายตาที่เคยพร่ามัวค่อยๆ กลับมาที่ใบหน้าของสตรีในอ้อมแขน...

เขามองเห็นดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้น แววตาที่ไม่ยอมจำนนต่อสิ่งใด... แม้กระทั่งต่อตัวเขา

ริมฝีปากหยักลึกค่อยๆ ยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจ ลึกลับ และเปี่ยมไปด้วยความต้องการที่ปิดไม่มิด

"ข้ารู้..."

เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินกัน

"ข้ารู้ดีว่าเจ้าคือเยว่ซิน..."

ดวงตาของเยว่ซินเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ (เขารู้? รู้แต่ก็ยังจะทำเนี่ยนะ!?)

"และข้า..."

เขาก้มลงฝังจมูกโด่งคมสันลงที่ซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่น ก่อนจะขบเม้มอย่างแรงจนเกิดรอยแดงกุหลาบตีตราจอง

"ก็ไม่คิดจะปล่อยเจ้าหลุดมือไปไหนทั้งนั้น!"

สิ้นคำประกาศิต จวิ้นอวี้ก็จัดการรวบข้อมือบางทั้งสองข้างของนางขึ้น แล้วกดตรึงไว้เหนือศีรษะกับฟูกนอน ตัดหนทางหนีรอดทุกทิศทาง ทิ้งให้เสียงกรีดร้องเรียกหาของไป๋ลู่ที่หน้าประตู กลายเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาที่ไร้ความหมายสำหรับเขาในค่ำคืนนี้!

ริมฝีปากหยักได้รูปที่เคยพ่นแต่วาจาเชือดเฉือน บัดนี้กลับร้อนระอุราวกับถ่านไฟแดงฉานที่นาบลงมาบนผิวเนื้อ

จวิ้นอวี้ไม่เปิดโอกาสให้เยว่ซินได้ประท้วงอีกต่อไป เขาบดเบียดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง เรียกร้อง และเอาแต่ใจ ปลายลิ้นร้อนชื้นรุกล้ำเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปาก ตักตวงความหอมหวานอย่างตะกละตะกลาม ราวกับคนอดอยากปากแห้งที่โหยหาสิ่งนี้มานานนับปี

"อื้อ... อือ..."

เสียงประท้วงของนางถูกกลืนหายไป พร้อมกับสติที่เริ่มเลือนรางภายใต้รสจูบที่สูบกลืนวิญญาณ...

เสียงประท้วงที่เคยแข็งกร้าวของเยว่ซิน ถูกดูดกลืนหายไปในลำคอจนหมดสิ้น...

กำปั้นเล็กๆ ที่เคยระดมทุบตีแผงอกกำยำเริ่มอ่อนแรงลงจนแทบไร้ความหมาย เมื่อสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งเขม็งดุจหินผาภายใต้ฝ่ามือ และจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นกระหน่ำรัวแรงแข่งกับหัวใจที่กำลังสั่นไหวของนาง

(บ้าที่สุด! ร่างกายบ้านี่มันทรยศฉัน!)

สมองส่วนเหตุผลกรีดร้องสั่งการให้ผลักไสเขาออกไปให้พ้น แต่ร่างกายของ 'เยว่ซินคนเดิม' กลับตอบสนองสัมผัสอย่างน่าละอาย ความรู้สึกวาบหวามประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกกระแสไฟแรงสูงช็อต ทุกจุดที่ฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาลากผ่าน ทิ้งรอยไหม้แห่งความปรารถนาเอาไว้จนนางสะท้านไปทั้งตัว

"ยะ... อย่า... จวิ้นอวี้... อื้อ!"

เยว่ซินพยายามเบี่ยงหน้าหนีเพื่อกอบโกยอากาศหายใจเข้าปอด แต่การกระทำนั้นกลับเปิดโอกาสให้พยัคฆ์ร้ายตรงหน้าได้รุกรานพื้นที่ใหม่ เขาซุกไซ้ใบหน้าคมคายลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มดูดดึงแรงๆ จนเกิดรอยรักสีกุหลาบเพื่อตีตราจอง ก่อนจะลากปลายลิ้นร้อนชื้นต่ำลงมาเรื่อยๆ ผ่านเนินอกอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงภายใต้สาบเสื้อชุดนอนผ้าแพร

แคว่ก!

เสียงฉีกขาดของผ้าไหมราคาแพงดังบาดหูท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน

อาภรณ์ตัวบางที่เคยห่อหุ้มอำพรางเรือนร่างงดงามถูกมือหนากระชากออกอย่างไม่ไยดีจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรกฤดู และยอดอกสีหวานชูชันท้าทายสายตาที่กำลังหิวกระหาย

จวิ้นอวี้คำรามต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ ราวกับสัตว์ร้ายที่ได้เหยื่ออันโอชะมาอยู่ตรงหน้า แววตาที่แดงก่ำและฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์ยาผสมปนเปกับไฟราคะ กวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แสนเย้ายวนด้วยความหลงใหลจนแทบคลั่ง

เขาไม่รอช้า โน้มใบหน้าลงครอบครองยอดถันสีหวานทันที ปลายลิ้นสากระคายตวัดหยอกล้อสลับกับดูดดึงอย่างรุนแรงและตะกละตะกลาม

"อา... ไม่... อือ..."

เยว่ซินเผลอเชิดหน้าขึ้นแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่านที่ถาโถมเข้ามา ขาเรียวทั้งสองข้างจิกเกร็งไปกับผ้าปูที่นอนจนยับย่น ความคิดต่อต้านในหัวเริ่มแตกกระเจิง กลายเป็นความขาวโพลนว่างเปล่า เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มสายหนึ่งที่ก่อตัวขึ้นบิดมวนตรงท้องน้อยและแผ่ซ่านไปทั่ว

ทว่าเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

ฝ่ามือหนาที่ร้อนจัดราวกับเหล็กเผาไฟเลื่อนต่ำลงไปฟ้อนเฟ้นสะโพกมนกลึง บีบเคล้นอย่างมันมือ ก่อนจะหาญกล้าสอดแทรกปลายนิ้วยาวเข้าไปสำรวจความชุ่มชื้นแฉะชื้นใจกลางความเป็นสาวที่ตอบสนองเขาอย่างน่าไม่อาย

"เจ้ารู้สึก..."

จวิ้นอวี้เงยหน้าขึ้นจากอกอิ่ม ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผิวเนียน ดวงตาคู่คมแม้จะพร่ามัวด้วยแรงอารมณ์แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของนาง ราวกับจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณ

"ปากบอกปฏิเสธ... แต่ร่างกายของเจ้า... มันซื่อสัตย์กว่าที่คิดนะ..."

"หุบปาก..."

เยว่ซินกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ น้ำตาคลอเบ้าไหลรินลงมาทางหางตาด้วยความอับอายและความพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณดิบ

"รีบทำ... ให้มันจบๆ ไปซะที... ไอ้คนสารเลว!"

นางตระหนักได้ในวินาทีนั้น... ว่าไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของพญามัจจุราชในคราบสามีผู้นี้ไปได้

จวิ้นอวี้เหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความทรมานและความสุขสม ก่อนจะแทรกกายแกร่งเข้ามาแนบชิด ท่อนขาแข็งแรงดันเรียวขาขาวผ่องของนางให้แยกออกกว้างเพื่อรองรับตัวตนของเขา

นัยน์ตาคมกริบจับจ้องใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวใต้ร่างอย่างไม่วางตา ราวกับต้องการประทับภาพนี้ไว้ในความทรงจำ ก่อนจะดันสะโพกสอบเสือกไสตัวตนบุกรุกเข้าไปในความคับแน่นอย่างรวดเร็วและรุนแรง!

"อึก!"

เยว่ซินนิ่วหน้า เชิดคอขึ้นระบายความเจ็บจุกที่แล่นปราดเข้ามา ผสมปนเปไปกับความเสียวซ่านที่เริ่มก่อตัว ปลายนิ้วเรียวจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างจนเล็บครูดไปกับผิวเนื้อ เพื่อระบายความอัดอั้น

จวิ้นอวี้เองก็คำรามต่ำในลำคอ ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนเพื่อข่มกลั้นความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาประดุจคลื่นยักษ์ ความคับแค้นใจ ความโกรธเคือง และความปรารถนาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน บัดนี้ได้ระเบิดออกมาในจังหวะรักที่ดุดันและไร้ความปรานี

เขาโหมกายเข้าหานางซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนักหน่วงและเนิ่นนาน ราวกับพายุคลั่งที่ต้องการทำลายล้างทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง และประกาศศักดาเพื่อครอบครองทุกตารางนิ้วบนร่างกายนี้!

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังหยาบโลนผสานไปกับเสียงครางกระเส่าที่ไม่อาจกลั้นอยู่...

เสียงกรีดร้องโวยวายของไป๋ลู่ที่หน้าห้องเงียบหายไปนานแล้ว... หรือบางที อาจจะเป็นเพราะในโสตประสาทของเยว่ซินตอนนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นกระหน่ำประสานเป็นจังหวะเดียวกันจนกลบเสียงอื่นใดในโลกหล้า

บทรักดำเนินไปอย่างยาวนานและเร่าร้อนดุจเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ

จวิ้นอวี้ไม่ยอมให้นางได้พักหายใจ เขาจับร่างบางพลิกคว่ำพลิกหงาย เปลี่ยนท่วงท่าตามอำเภอใจราวกับนางเป็นตุ๊กตาตัวโปรด ยัดเยียดความหฤหรรษ์ที่เจ็บปวดให้ ตอกย้ำให้นางจำสัมผัสของเขาให้ขึ้นใจ... ว่านางเป็นของเขา... เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

จนกระทั่งพายุอารมณ์พัดพาคนทั้งคู่ไปแตะขอบสวรรค์

เยว่ซินหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาด ขณะที่จวิ้นอวี้เกร็งร่างคำรามก้อง ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้ามาในกายสาวทุกหยาดหยด ก่อนจะทิ้งตัวลงทับร่างบางอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง

เขากอดรัดร่างนุ่มนิ่มไว้แน่น... แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าคมคายซุกซบลงกับซอกคอชื้นเหงื่อของนาง สูดดมกลิ่นกายอย่างหวงแหน

"เยว่ซิน..."

เขาพึมพำเสียงแผ่วเบาข้างหู ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอ ก่อนสติสัมปชัญญะจะดับวูบไปเพราะความอ่อนเพลียและฤทธิ์ยาที่มอดลง

...ทิ้งให้เยว่ซินนอนเบิกตากว้างมองเพดานมุ้ง ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่กลับคืนมา

น้ำตาใสหยดหนึ่งไหลกลิ้งลงมาจากหางตาผ่านแก้มเนียน...

ไม่ใช่เพราะความเสียใจที่ต้องเสียตัวให้สามีในนาม... เพราะนางมาจากยุคที่เรื่องพรรค์นี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

แต่น้ำตานี้ไหลเพราะความสับสนที่ตีตื้นขึ้นมาในอก...

(ทำไม... หัวใจบ้าๆ ดวงนี้ถึงต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วย! นี่ฉัน... หวั่นไหวกับไอ้อ๋องบ้านี่งั้นเหรอ!?)

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการ

    บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการดวงตาหงส์ที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิต ฉายแววความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะของบุรุษตรงหน้าดูเหมือนจะขาดผึงลงไปทุกขณะลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ไอร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนเยว่ซินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา(ชิบหายแล้ว... อาการตาขวาง หายใจแรง ตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้...)เยว่ซินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว(มันไม่ใช่พิษธรรมดาแน่ๆ แต่นี่มัน... ยาปลุกกำหนัด! แถมยังแรงชนิดช้างสารยังล้ม!)"เยว่... ซิน..."สุรเสียงทุ้มต่ำครางเรียกนามของนางอย่างยากลำบาก ทว่าแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโถมกายลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากอิ่ม"อย่านะ!"เยว่ซินเบี่ยงหน้าหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้ริมฝีปากที่ร้อนดั่งถ่านไฟของเขาพลาดเป้า เฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปประทับลงที่ซอกคอขาวผ่องแทน สัมผัสเปียกชื้นและรุนแรงทำให้ขนกายของนางลุกชันนางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต สองมือทั้งทุบทั้งผลักแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งปานกำแพงเหล็ก"ตั้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรัก

    ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรักเยว่ซินกลับมาถึงเรือนพักด้วยจิตใจที่เบิกบานและเบาสบายกว่าทุกครั้ง การได้รู้ว่าตนเองไม่ใช่ "คนแปลกหน้า" เพียงลำพังในโลกต่างมิตินี้ ทำให้ความหวาดกลัวและความเหงาลึกๆ ในใจเบาบางลงไปมาก(ป่านนี้พ่อกับแม่ แล้วก็เฮีย จะเป็นยังไงบ้างนะ...)ความคิดถึงครอบครัวในโลกปัจจุบันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง พวกเขาคงกำลังร้องไห้เสียใจ หรือกำลังวุ่นวายกับการจัดการร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ... แค่คิดน้ำตาก็พาลจะซึมแต่แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในโลกนี้เธอก็มีครอบครัวเหมือนกัน(จะว่าไป... ฉันยังไม่เคยเจอ 'ท่านแม่ทัพเยว่' พ่อของร่างนี้เลยนี่นา)ในความทรงจำเดิม ท่านแม่ทัพรักและตามใจลูกสาวคนนี้มาก จนเสียผู้เสียคน แต่เยว่ซินคนใหม่กลับรู้สึกว่า เธอควรจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และศึกษานิสัยใจคอไว้ เวลาต้องออกงานสังคมหรือเจอกันข้างนอก จะได้ไม่ทำตัวเปิ่นๆ ให้ใครจับได้"พระชายาเพคะ น้ำอุ่นเตรียมพร้อมแล้วเพคะ ผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบอย่างที่ท่านชอบด้วย" ชิงเหอเดินมารายงานเสียงใส"ขอบใจมาก"เยว่ซินปลดเปลื้องอาภรณ์รุ่มร่ามออก แล้วก้าวลงไปแช่ในถังไม้ใบใหญ่ที่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน

    ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน"พี่หลิน..." เยว่ซินเรียกสรรพนามแบบคนกันเอง "คือฉันถามจริงๆ นะ เพราะดูเหมือนพี่จะรู้จักเจ้าของร่างนี้ดี ยัย 'เยว่ซิน' คนเดิมเนี่ย... ร้ายกาจมากไหม?"หลินเวยเลิกคิ้ว "ถามว่าร้ายไหมเหรอ? หึ..." นางหัวเราะในลำคอ "เรียกว่า นรกส่งมาเกิด ยังน้อยไป วีรกรรมนางยาวเป็นหางว่าว แต่ที่แสบที่สุดคือเรื่องที่ทำกับฉันนี่แหละ นางวางแผนใส่ร้ายว่าฉันคบชู้ แล้วจัดฉากให้พี่ชายของนางมาเจอ ฉันเกือบโดนสั่งตายเพราะแผนนางนะยะ!"เยว่ซินหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ปลกๆ ด้วยความรู้สึกผิดแทนเจ้าของร่าง"เฮ้ย! จริงดิ! พี่... ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ถึงฉันจะไม่ใช่คนทำ แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างนี้ ฉันรู้สึกผิดชะมัดเลย... นี่ฉันเป็นศัตรูของเพื่อนร่วมชะตากรรมเหรอเนี่ย"หลินเวยเห็นท่าทางสำนึกผิดจนตัวลีบของเยว่ซินแล้วก็อดขำไม่ได้ นางโบกมือปัดๆ"โอ๊ย ช่างมันเถอะ! ไม่ต้องขอโทษหรอก เธอไม่ใช่ยัยนั่นสักหน่อย อีกอย่างนะ..."หลินเวยยักไหล่ ทำหน้าเอือมระอา"ถึงไม่มีแผนการของยัยเยว่ซิน ยังไงฉันกับอีตาแม่ทัพบ้านั่นก็ไปกันไม่รอดอยู่ดี""อ้าว ทำไมล่ะ? พี่ชายเจ้าของร่างนี้... แม่ทัพเยว่เฉิน เขาไม่ดีเหรอ?""ดีไหมน่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติ

    ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติเมื่อ หยางเฟย กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเครื่องแบบองครักษ์เต็มยศ ความหล่อเหลาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว!ชุดเกราะหนังสีดำขลิบเงินขับเน้นช่วงไหล่ที่กว้างผ่าเผย เอวสอบรับกับเข็มขัดเส้นหนาที่คาดดาบประจำกายเอาไว้ ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและแววตาที่มุ่งมั่นทำเอา เยว่ซิน แทบจะละสายตาไม่ได้(อื้มหืม... งานดีพรีเมียม! ถึงสามีจะเย็นชาเป็นก้อนน้ำแข็ง แต่อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเมตตา ส่งอาหารตาชั้นเลิศมาให้เชยชมอยู่ใกล้ๆ แค่เห็นหน้าหล่อๆ ของหยางเฟยวันละนิด จิตใจที่ห่อเหี่ยวก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที!)ภายในรถม้าคันหรูที่ประทับตราจวนอ๋อง เยว่ซินละสายตาจากองครักษ์หนุ่มที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้า หันมาถามสาวใช้คนสนิท"ชิงเหอ ข้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ชุดในตู้มัน... เอิ่ม... ลิเก... เอ้ย! มันฉูดฉาดไปหน่อย ข้าอยากได้ที่มันเรียบหรูดูแพง เจ้ามีร้านแนะนำไหม?"ชิงเหอนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดในใจของนางคิดถึงร้านผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงตอนนี้ "หออาภรณ์สกุลหลิน" ของ หลินเวย... อดีตพี่สะใภ้ของพระชายานั่นเองแต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้น... ยิ่งกว่าไฟกับน้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

    ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดีหลังจากเดินหนีออกมาจากท่านอ๋องจอมเก๊กได้สักพัก ความหงุดหงิดก็เริ่มคลายลง เยว่ซินสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อความเจ็บปวดที่หัวใจสงบลง สมองอันชาญฉลาดแบบนักธุรกิจสาวก็เริ่มทำงานทันที"ชิงเหอ" เยว่ซินหันไปกระซิบถามบ่าวคนสนิทที่เดินตามต้อยๆ "ข้าถามอะไรหน่อยสิ""เพคะพระชายา?""ข้า... เอ้ย 'เรา' น่ะ มีเงินไหม? มีเยอะเท่าไหร่? แล้วสินเดิมที่ข้าแต่งเข้ามาล่ะ อยู่ที่ไหน?"ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ"โธ่ พระชายา ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ? ท่านเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่ สินเดิมที่ท่านขนมาตอนแต่งงานน่ะ ยาวเหยียดเป็นสิบๆ ลี้! หีบทองคำ หีบผ้าไหม หีบเครื่องประดับ มีเต็มห้องคลังจนแทบจะล้นออกมา ท่านรวยยิ่งกว่าคลังหลวงบางเมืองเสียอีกนะเพคะ!""จริงดิ!"เยว่ซินเผลออุทานออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า(เยี่ยม! รวย! สวย! แล้วจะไปง้อผู้ชายพรรค์นั้นทำไม! ในเมื่อมีทุนรอนขนาดนี้ ฉันก็สามารถใช้ชีวิตเสวยสุขได้สบายๆ หรือจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจต่อยอดก็ยังได้!)"งั้นวันนี้อากาศดี" เยว่ซิน

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

    ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจทราบได้สำหรับ เยว่ซิน ที่เคยชินกับการเหลือบมองนาฬิกาข้อมือหรือหน้าจอมือถือ การใช้ชีวิตในยุคโบราณที่ไร้ซึ่งเครื่องบอกเวลาที่แม่นยำช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดพิลึก ที่นี่ไม่มีเข็มวินาที ไม่มีตัวเลขดิจิทัล มีเพียงการกะเกณฑ์จากแสงอาทิตย์และเสียงบอกเวลาจากหอระฆังไกลลิบ"ชิงเหอ ตอนนี้กี่โมงแล้ว?""ทูลพระชายา ยามซื่อ (09.00-11.00 น.) เจ้าค่ะ""แล้วตอนนี้ล่ะ?""ยามอู่ (11.00-13.00 น.) เจ้าค่ะ"สาวใช้คนสนิทอย่าง ชิงเหอ กลายเป็นนาฬิกาเดินได้ส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย เยว่ซินต้องคอยหันไปถามนางอยู่ตลอดเวลาเพื่อประเมินกิจวัตรประจำวันของตัวเองนับตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมา นี่ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วหนึ่งอาทิตย์ที่เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของสามีผู้สูงศักดิ์ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้หายเงียบไปราวกับตายจากกัน ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับเยว่ซิน"ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าแหละดี จะได้ไม่ต้องปวดใจ" เธอบ่นพึมพำขณะเดินทอดน่องออกมาสูดอากาศที่สวนหลังเรือนทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับดูประหลาดพิกลทุกย่างก้าวที่เยว่ซินเยื้องย่างผ่าน เหล่าบ่าวไพร่ ข้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status