로그인ถูกสามีชั่วสังหารให้ตายอย่างน่าอนาถ ได้โอกาสให้หวนกลับไปยังอดีตเพื่อแก้ไข นางจะใช้ชีวิตใหม่ให้ดีและย่อมไม่พลาดที่จะเอาคืนให้สาสม ชาติก่อนข้าหลงคารมและเลือกคนผิด ชาตินี้เจ้าจะไม่มีวันสมหวัง การย้อนกลับมาอยู่ในร่างตนเองในวัยเยาว์ สำหรับนางแล้วนี่คือการเกิดใหม่ หากจะเรียกสิ่งที่ผ่านมาว่าชาติก่อนก็คงไม่ผิดนัก และชาตินี้มีหรือว่านางจะยอมโง่อีกครั้ง
더 보기“โปรดระวังขอรับนายน้อย” เสียงอาไฉ่ที่รับหน้าที่พี่เลี้ยงที่วิ่งตามหลังหยวนเหลียงเจี๋ยบุตรชายคนโตของหยวนไป๋เยี่ยนโหวทำให้ฉู่อวี่หนิงหันไปมองอย่างสนใจซื่อจื่อน้อยสกุลหยวนบัดนี้อายุได้สามขวบปีแล้วกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน หลบหลีกพี่เลี้ยงที่กำลังวิ่งตามอยู่ ข้างกายของนางคือเสี่ยวชิ่งที่กำลังอุ้มท้องได้หกเดือน แม้จะแต่งงานออกเรือนไปแล้วแต่ก็ยังขอมารับใช้ที่จวนสกุลหยวนไม่ยอมห่างจากตนไปไหนท่านโหววัยหนุ่มกำลังอุ้มบุตรีวัยขวบเศษยืนมองบุตรชายที่วิ่งเล่นอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะถูกมือน้อย ๆ หยิกเข้าที่แก้มของบิดาให้หันมาสนใจตน“หนิงหนิง ดูลูกเจ้าสิ หยิกข้าอีกแล้ว”“ลูกข้าคนเดียวที่ไหน ลูกท่านพี่ก็ด้วย” นางกล่าวพลางหัวเราะเสียงเบา วางสะดึงปักผ้าลงแล้วยื่นมือไปอุ้มบรรพชนน้อยจากสามีนับจากที่หวนกลับมาอยู่ในร่างของตนเอง บัดนี้ก็ผ่านมาแปดปีแล้ว ชะตาของนางได้เปลี่ยนไป ได้อยู่กับสามีที่แสนดีมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้ นับว่าเป็นวาสนานักอาไฉ่ที่รับหน้าที่พี่เลี้ยงจำเป็นเดินหอบกลับมา บนหลังคือหยวนเหลียงเจี๋ยที่ทำท่าควบม้าอย่างสนุกสนาน“เยว่เอ๋อร์ ลี่เอ๋อร์ พวกเจ้าพาซื่อจื่อและคุณหน
ในห้องโถง ณ จวนแม่ทัพมู่ตง ห้องโถงซ้ายขวาถูกแยกฝั่งบุรุษกับสตรีโดยมีฉากกั้นเพียงอกเสี่ยวชิ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนใจ แล้วแอบไปกระซิบนายหญิงของตนที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ใน เมื่อนางรับรู้แล้วก็มีสีหน้าที่งงงวยเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปมองมู่ฮูหยินที่ยิ้มแย้มทักทายแขกเหรื่ออยู่ตรงหน้า แล้วหันไปเห็นอาเหรินสาวใช้คนสนิทของนางที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์จึงยิ้มออกมาที่มุมปากโดยยังไม่ได้กล่าวอะไรเมื่อเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งจึงได้หันไปรอบ ๆ แล้วมองโต๊ะที่ว่างเปล่าที่อยู่ข้างมู่ฮูหยิน เป็นโต๊ะสำรับของอันเหม่ยหรงที่เจ้าของโต๊ะยังไม่มาถึง จึงได้เอ่ยถามขึ้นมา“ได้ข่าวว่าท่านแม่ทัพพาสาวงามกลับมา และจะแต่งงานในเดือนหน้านี้แล้ว ข้ายังไม่ได้เจอหน้านางเลย นางไม่สบายหรือไม่” ฉู่อวี่หนิงหันไปถามมู่ฮูหยินนางมองมาที่โต๊ะของว่าที่ฮูหยินรองฉู่ด้วยสายตาที่ลำบากใจ นี่เป็นงานเลี้ยงสำคัญของมู่ตงแท้ ๆ แต่นางก็ยังมาสายเสียได้“นางคงกำลังแต่งตัวอยู่ เดี๋ยวข้าจะให้คนไปตามนาง” กล่าวแล้วมู่ฮูหยินก็เรียกสาวใช้ให้ไปตามอันเหม่ยหรงออกมา เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการขายหน้าสกุลมู่ แม้นางจะยังไม่แต่งเป
ณ จวนแม่ทัพมู่ ฉู่อวี่หนิงมาเยี่ยมหลิวอิงลั่วภรรยาของแม่ทัพมู่ตง ทั้งสองพบรักกันตอนที่เขากำลังสืบเรื่องคดีที่ซีโจวอยู่ และได้แต่งงานกันก่อนที่จะไปรบที่ชายแดนทางเหนือ แต่งงานเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นก็ต้องห่างกัน เมื่อสามีกลับมาก็ยังพาอนุกลับมาด้วย ใบหน้าของนางจึงเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง “สีหน้าของเจ้าดูไม่ดีเลย มีอะไรระบายให้ข้าฟังได้” เมื่อมองใบหน้าเศร้าหมองของมู่ฮูหยินที่วัยไล่เลี่ยกันแล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้ชาตินี้คนที่รับเคราะห์แต่งงานกับหลี่โม่เทียนก็คือคุณหนูจาง แล้วคนที่รับเคราะห์ให้สามีมีอนุแทนนางก็คือมู่ฮูหยินผู้นี้ การเปลี่ยนแปลงชะตาของนางทำให้สตรีทั้งสองคนต้องมารับเคราะห์แทน แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างแต่นางก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว“ข้าสบายดี นี่เทียบเชิญมางานเลี้ยงฉลองที่จวนในอีกหกวัน ข้ากำลังจะให้คนนำไปส่งอยู่พอดี ส่วนงานแต่งงานรับฮูหยินรองเข้าสกุลมู่ ใกล้ถึงวันนั้นข้าจะส่งเทียบเชิญไปให้ท่านอีกที” มู่ฮูหยินกล่าวพร้อมกับนำเทียบเชิญงานฉลองให้“กล่าวเช่นนี้หมายความว่าท่านยินยอมรับนางเข้ามาฮูหยินรองเช่นนั้นหรือ” ฉู่อวี่หนิงถามด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ เรื่องนี้ใครจะยอมโดยง่าย
หลังจากที่นักโทษกบฏที่หลบหนีถูกสังหารคดีนี้ก็ถูกปิดลงโดยยังไม่มีการไต่สวน สกุลหลี่ที่เหลือถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่ชายแดนไม่ให้กลับมาที่แคว้นฉีอีกส่วนจางเยี่ยนฟางถูกตัดสินไม่ให้ได้รับบทลงโทษ เนื่องจากหยวนไป๋เยี่ยนได้ให้เหตุผลว่านางได้ทำทุกอย่างทำไปเพื่อป้องกันตัวจากภัยที่มาถึง และทุกคนต่างเห็นด้วยกับการตัดสินนั้นก่อนที่จะเดินกลับที่เสียนเป่ย นางร่ำลาฉู่อวี่หนิงและหยวนไป๋เยี่ยน กล่าวขอบคุณจากใจจริง สีหน้านั้นแม้จะดูสดใสขึ้นบ้างแล้วแต่แววตาก็ยังเต็มไปด้วยความเศร้า ก่อนนางจะจากไปฉู่อวี่หนิงได้กระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้นางเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะขึ้นรถม้าของสกุลจางที่มารับบุตรีพากลับไปโดยมีขบวนทหารไปส่งจนถึงประตูเมืองหยวนไป๋เยี่ยนได้รับความดีความชอบ แม้จะคดีนี้จะจบลงด้วยการที่นักโทษกบฏเสียชีวิตระหว่างการจับกุม แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ทำให้ได้รับการแต่งตั้งยศโหวให้ พร้อมทั้งจวนหลังใหม่ที่พระราชทานให้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างทุกอย่างเป็นไปตามที่ฉู่อวี่หนิงเคยกล่าวเอาไว้ จนเขาเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อ แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นจริง ในคืนนั้นนางนอนกอดสามีด้วยความสบายใจหลังจากพ้นเร
ร่างสูงโปร่งยืนมองภรรยาที่กำลังพูดคุยกับบุรุษที่ไม่คุ้นหน้าอยู่ที่ศาลาดื่มชาในสวนหย่อม สายตาคู่เรียวเต็มไปด้วยความไม่พอใจ รู้สึกร้อนรุ่มดั่งมีคนเอาไฟมาจุดที่กลางใจกับภาพที่เห็นอาไฉ่ยืนอยู่ด้านหลังของหยวนไป๋เยี่ยน รู้สึกถึงไหน้ำส้มที่กำลังจะแตกออกมา ในตอนนั้นมีบ่าวในเรือนเดินผ่านจึงเรียกมาถามให้หาย
“เจ้ารู้สิ่งใดเกี่ยวกับเรื่องนี้” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยกระตือรือร้นอยากจะรู้ถึงสิ่งที่ฉู่อวี่หนิงกล่าวถึงเหตุการณ์ปราบกบฏที่ซีโจวนั้นเป็นสิ่งที่ตนเองก็สงสัยอยู่ไม่น้อยในตอนนั้นเองก็มีทหารสองนายเดินตรงมาหาทั้งคู่ ทำการคารวะแม่ทัพมู่ตงด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม“เรียนท่านแม่ทัพ สำนักคุ้มกันภัยของสกุลห
หลายเดือนต่อมา ขบวนทหารที่กำลังเดินทางไปเฉลิมฉลองต้อนรับตำแหน่งรองแม่ทัพคนใหม่กำลังควบม้าผ่านเมืองหนานอันเพื่อไปยังเมืองอี้โจว ผู้ที่ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพก็เป็นไปตามคาด นั่นก็คือนายกองหลี่โม่เทียนที่ผ่านการสอบส่วนหนึ่งก็คือฝีมืออีกส่วนก็คือการสนับสนุน จากสกุลจางที่ติดสินบนกับเจ้าหน้าที่คุมสอบพร้อ
ในขณะที่กำลังจะเดินทางกลับไปยังจวนอำเภออี้โจว ระหว่างทางฉู่อวี่หนิงก็เห็นทางการมาติดป้ายประกาศเกียรติคุณ เพื่อให้ชาวบ้านในเมืองเกิดได้ล่วงรู้ว่ามีคนของอี้โจวได้ทำคุณงามความดีไว้แก่แคว้นฉี ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางจึงเข้าไปอ่านประกาศของทางการด้วยความอยากรู้ว่าพลเมืองอี้โจวผู้ใดสร้างคุณงามความดีเอ












리뷰