Share

ตอนที่ 7

last update publish date: 2026-10-18 11:30:23

มาดูว่านาข้าวน้ำแห้งหรือไม่ ปีนี้ผลผลิตน่าจะดีเพราะฝนดี น้ำดี ปีนี้น่าจะได้เพิ่มอีกหลายสิบจิน” หวังเอ้อร์เพิ่งพูดจบก็มีเสียงท้องร้อง...

เขาหน้าแดงยกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยความขัดเขิน “เมื่อวานกินมื้อเย็นเร็วไปหน่อยวันนี้ตื่นเช้าเลยหิวไว”

เสิ่นจือไม่ได้พูดอะไรนางหันไปมองหวังต้า “วันนี้พวกท่านลงนาแต่เช้าช่วงสายเล่าจะทำอะไร”

“เจ้ามีเรื่องให้พวกเราทำ?” หวังต้าเอ่ยถาม

นางส่ายหน้า “แค่มีเรื่องอยากสนทนา”

“พูดตอนนี้ก็ได้ เรื่องสำคัญหรือ”

“กลับไปสนทนากันที่บ้านเถิด” นางกล่าวจบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปทางประตูหลังบ้าน หันกลับมาเห็นพี่ชายทั้งสองยังคงลังเล “พวกท่านจะมาตอนนี้หรืออีกเดี๋ยวค่อยมา”

หวังเอ้อร์ที่ยังคงงุนงงหันไปมองพี่ชาย หวังต้ารีบพูด “ไปตอนนี้ ตอนนี้เลย”

ข้าวแฉะยังเหลือสองถ้วย เสิ่นจือลงมือเจียวไข่อีกสามฟองแบ่งลงไปโปะบนข้าวให้พี่ชายสองคน “กินก่อนค่อยสนทนา”

มองท่าทีงุนงงของพี่ชายนางถอนหายใจ “ข้าอารมณ์ไม่ดีจึงหุงข้าวแฉะ ข้าเสียดายจึงให้พวกท่านช่วยกิน จะกินไม่กิน”

“กิน!!”

เห็นพี่ชายสองคนรีบกินจนแทบไม่ได้เคี้ยวนางลอบถอนหายใจออกมา กินเสร็จหวังเอ้อร์ยังอาสาล้างจานให้แล้วกลับมานั่งลง เพิ่งนั่งลงเงินสามตำลึงก็ถูกวางลงตรงหน้า “คืนเงินพวกท่าน”

หวังต้าอ้าปากค้าง หวังเอ้อร์ยังไม่เข้าใจ “คืน...คืนเงินอะไร”

“สามตำลึงที่ข้าใช้แต่งหลิวอวี้เข้ามา วันนี้ข้าคืนให้พวกท่าน” นางเองก็มีเงินทว่ายังบังคับให้พี่ชายออกเงินสามตำลึง เสิ่นจือผู้นี้จะว่าน่ารังเกียจก็ไม่ผิด

“ไม่ได้นะ ไม่เป็นไร เงินนั่นข้ากับพี่รองของเจ้าเต็มใจให้ ข้าเป็นพี่ชายออกเงินสินเดิม ไม่สิออกเงินสินสอดให้เจ้าก็สมควรแล้ว...” พูดไปเขาก็งงไป ไม่รู้จะเรียกสินสอดหรือสินเดิมเพราะไม่มีบุรุษใดแต่งเข้าบ้านสตรีมานานแล้ว

“จะสินเดิมก็ดีสินสอดก็ช่าง ตอนนั้นข้าดึงดันจะแต่งหลิวอวี้เข้าบ้านเป็นข้าที่โง่งมเองต่อไปจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้นอีกแล้ว” นางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกท่านวางใจเถิดข้ามีเงินเก็บ เกิดเรื่องเมื่อวานข้าจะไม่ทำตัวเหลวไหลอีกแล้ว จะใช้ชีวิตให้ดีไม่ให้พวกท่านต้องเป็นกังวลอีก”

หวังต้ามองนางนานมากราวกับมองคนแปลกหน้า เสิ่นจือถอนหายใจ “พี่ใหญ่”

“ไม่เรียกต้าโก่วแล้ว?”

“ท่านชอบให้ข้าเรียกต้าโก่วมากกว่า?”

“ไม่ใช่”

“เช่นนั้นข้าเรียกท่านพี่ใหญ่ เรียกเขาว่าพี่รอง”

“ตกลงตามนี้/ตกลงตามนี้” พี่ชายของนางทั้งสองคนยิ้มด้วยสายตาใสซื่อปิดบังความดีใจเอาไว้ไม่มิด

เงินสามตำลึงนี้นางไม่รู้ว่าของพี่ใหญ่กี่ตำลึงของพี่รองกี่ตำลึง ดังนั้นจึงให้พวกเขาไปแบ่งกันเอาเอง ช่วงสายนางแบกตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นบนหลัง อยากออกไปเดินเล่นบนเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก ในความทรงจำของร่างเดิมผักป่าหลายชนิดที่สามารถกินได้มีมากมายบนเขา ในครัวไม่มีผักใบเขียวเลย เมื่อเช้ากินข้าวไข่เจียวในใจก็อยากกินผัดผักสักหน่อย

เพิ่งเดินไปถึงเนินเขาก็เห็นเงาร่างของคนสองคนกำลังสนทนากันอยู่ เสิ่นจือก่นด่าลมฟ้าอยู่ในใจ เพิ่งหย่าขาด เพิ่งมีเรื่องกันไปเมื่อวาน วันนี้นางกลับได้พบโจทก์เก่าสองคนในเวลาเดียวกัน เสิ่นหูหน้าบึ้งมองมาที่นาง “เสิ่นจือเจ้ามาทำอะไรที่นี่ ไม่ใช่ว่าเมื่อวานเพิ่งหย่าวันนี้ก็นึกเสียใจจะมาตามตื๊อพี่อวี้อีกหรอกนะ”

นางไม่แม้แต่จะสนใจมองคนทั้งสองเลือกเดินหลบไปอีกฟากของถนน นึกไม่ถึงว่าเสิ่นหูจะโง่งมกว่าที่คิด ยิ่งเห็นนางไม่แยแสก็เดินเข้ามาหาเรื่อง “เจ้าคิดหรือว่าพี่อวี้จะหลงเชื่อลูกไม้แกล้งปล่อยเพื่อจับของเจ้า หย่าแล้วก็หย่าไปเขาไม่กลับมามองเจ้าหรอก”

“หลีกไป สุนัขดีไม่ขวางทาง เจ้าจะไล่ตามบุรุษก็ทำไปอย่ามัวคิดว่าคนอื่นเขาอยากทำเช่นเจ้า”

“เจ้า! เสิ่นจือเจ้าด่าใคร”

“ประโยคใดของข้าที่เจ้าคิดว่าเป็นคำด่า ข้าว่าข้ายังไม่ได้ด่าเลยนะ หรือเจ้าหน้าชาไปแล้ว? ก็นะเจ้ากำลังไล่ตามหลิวอวี้อยู่จริงๆ จะร้อนตัวก็ถูกแล้ว ไล่ตามเขามานานแต่พอมีโอกาสแม้แต่เงินสามตำลึงเจ้าก็ควักออกมาไม่ได้ เช่นนี้จะโทษข้าได้อย่างไร ข้าเข้าใจที่เจ้าเจ็บแค้นและไม่ชอบข้า แต่ตอนนี้ข้าหย่ากับหลิวอวี้แล้ว เจ้าจะไล่ตามเขาก็ทำไปอย่ามาขวางทางข้า”

“เจ้า...เจ้าพูดมั่ว ข้ามาเก็บผักป่า หรือเจ้ามาได้ข้ามาไม่ได้!?”

“ก็นั่นน่ะสิ เจ้ามาได้แต่กลับคิดว่าข้าขึ้นเขามาไล่ตามบุรุษอย่างตัวเอง อีกอย่างเจ้าไม่เคยขึ้นเขาวันนี้กลับแบกตะกร้ามาถึงที่นี่ ทั้งที่หากจะเก็บผักป่าขึ้นเขาจากฝั่งบ้านเจ้าไม่ใกล้กว่าหรือ แล่นมาทำไมที่ฝั่งนี้ ข้าว่าเจ้าต่างหากที่ใช้การเก็บผักป่าเป็นข้ออ้าง พอเห็นข้าเข้าหน่อยกลับร้อนตัวคิดว่าสตรีอื่นเขาจะเลียนแบบตัวเอง” นางจุ๊ปากไปสองสามที “หน้าผากของเจ้าแทบจะมีคำว่าร้อนรนเขียนเอาไว้อยู่แล้วน่ะ”

“เสิ่นจือ!”

“เสิ่นหู!” นางตวาดกลับจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง “ทำไม? เจ้าตะโกนเรียกชื่อข้าได้แล้วข้าตะโกนเรียกชื่อเจ้าไม่ได้? ใช่ข้าเอง ข้าเสิ่นจือสตรีปากร้ายที่เจ้าเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วว่าจิตใจอำมหิตชั่วช้า ข้าไม่เหมือนเจ้าที่วันๆ ไม่ต้องทำอะไรนอกจากมาด้อมๆ มองๆ บ้านของข้าคอยจับผิดว่าเสี่ยวไป๋ เสี่ยวซู อาจูทำอะไรบ้าง จากนั้นก็เอาไปโพนทะนาว่าเด็กพวกนั้นถูกข้าทรมานใช้งานหนัก ทว่าหันกลับไปมองที่บ้านของเจ้า ตัวเจ้าไม่ทำงานในบ้านกลับให้น้องสาวน้องชายทำทั้งหมดโดยไม่รู้สึกผิดสักนิด งานพวกนั้นที่เด็กทั้งสามคนทำในบ้านข้า ก็งานเดียวกับที่เจ้าปล่อยให้น้องสาวน้องชายของเจ้าทำนั่นละ เด็กพวกนั้นยังอายุน้อยกว่าเสี่ยวไป๋ เสี่ยวซู อาจูเสียอีก” นางแค่นยิ้ม “ข้าขอเตือนเจ้าอยู่ให้ห่างๆ จากข้าหน่อยเพราะหากข้าจิตใจอำมหิตชั่วช้าอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ บางทีข้าอาจจะลงไม้ลงมือกับเจ้าเอาได้ หรือไม่เจ้าลองดูก็ได้ ตัวผอมๆ อย่างเจ้านี่ข้าตบทีเดียวรับรองกรามหักเสียโฉมไปตลอดชีวิต”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 23

    “อืมข้าได้ยินแล้ว” เดาว่าเขาเองก็คงเหมือนคนตระกูลหยาง หากทำงานก็จะได้เสบียงเพื่อให้ผ่านพ้นหน้าหนาว “ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ ข้าเพิ่งกลับมาถึงอยากรีบกลับบ้าน”“ข้า...”“ข้าก็นึกว่าใครมารั้งคนเอาไว้กลางถนนที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง ทำไมหรือตอนนี้เสียใจแล้วหรือที่เลือกหย่ากับพี่อวี้” ทายสิว่านั่นเสียงใคร...เสิ่นจือกลอกตาหันไปมองเสิ่นหูอีกฝ่ายเดินเข้ามาจากนั้นก็เข้ามาแทรกกลางระหว่างนางกับหลิวอวี้ เสิ่นหูก้มลงไปยิ้มให้อาจู ไม่ลืมที่จะแสดงความสนิทสนมด้วยการดึงมืออีกฝ่ายมากุมเอาไว้ “ไม่รีบกลับบ้านมารั้งคนเขาเอาไว้กลางถนน เสิ่นจือเจ้าไม่รู้จักอายบ้างหรือ”เสิ่นจือหัวเราะออกมา “ข้าหรือที่ต้องอาย ไม่ใช่ข้าหรอกหรือที่ต้องถามเจ้า เจ้าไม่อายหรือที่อยู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาแทรกตอนคนเขากำลังสนทนา มารยาทเจ้าพอจะรู้จักหรือไม่”“เสิ่นจือเจ้ากล้าด่าข้าหรือ?”“ด่าคนเหตุใดต้องใช้ความกล้า ข้าว่านะเสิ่นหูสมองน่ะหัดบำรุงเสียบ้างก็ได้ ไม่ชอบใครก็อยู่ให้ห่างเอาไว้ไม่ใช่ยื่นหน้าเข้ามาให้คนเขาด่า ฉลาดบ้างจะได้ไม่โง่อย่างไรก็โง่อย่างนั้น อ้อข้าลืมไปเจ้าไม่เคยฉลาด ข้าสนทนากับผู้ใดก็เรื่องของข้า จะหึงหวงจะอิจฉาก็เก็บอา

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 22

    “เจรจาการค้า?” เสียงสตรีดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าสงสัย สตรีผู้นี้อายุราวๆ สามสิบน่าจะเป็นเจ้าของร้าน “เจ้าเข้ามาก่อนสิ”เสิ่นจือเดินตามเข้าไปยังหลังร้านจากนั้นมองไปรอบๆ กลิ่นหอมของเครื่องประทินผิวรมจนนางแสบจมูก ตอนเด็กในร้านยกชามาให้นางยิ้มกล่าวขอบคุณด้วยความเคยชิน ท่าทางสุภาพของนางทำให้สตรีนางนั้นยิ้มกว้าง “ข้าแซ่ฝาน เรียกข้าว่าเถ้าแก่ฝานก็ได้”“เถ้าแก่ฝานข้าแซ่เสิ่น ท่านเรียกข้าว่าจือจือก็ได้”“แม่นางจือจือมีเรื่องใดเจรจาหรือ”เสิ่นจือปลดตะกร้าบนหลังจากนั้นหยิบสบู่นมแพะออกมาเพียงก้อนเดียว “ข้ามาเพราะเจ้านี่” เถ้าแก่ฝานรับไปจากนั้นพลิกไปมา นอกจากนั้นนางยังดมกลิ่นแล้วเลิกคิ้ว เสิ่นจือยิ้ม “นี่คือสบู่นมแพะ”“สบู่นมแพะ?”“ใช่แล้ว เป็นสบู่สำหรับความงามโดยเฉพาะ ได้ทั้งอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างมือ เป็นสบู่ที่ใช้ได้ทั้งกับผิวหน้า ทั้งทำความสะอาดผิวช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ท่านลองล้างมือดูสักรอบจะได้เข้าใจในสิ่งที่ข้าบอก”“นำอ่างล้างมือเข้ามา” เถ้าแก่ฝานบอกเด็กดูแลร้าน ตอนที่นางล้างมือเสร็จก็ยกมือขึ้นดม คิ้วเรียวเลิกขึ้น “หอม ยิ่งเกิดฟองก็ยิ่งหอม” ตอนเช็ดมือนางลูบมือของตัวเองด้วยรอยยิ้ม “นุ่

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 21

    “แล้วนี่เจ้าไม่ซื้อเนื้อแต่ซื้อกลับมาแค่มันหมู เจ้าจะเอาไปทำอะไร”“ข้าจะทำสบู่”“สบู่??”“ทำออกมาแล้วพวกท่านก็รู้เอง ข้าชอบอาบน้ำไม่มีสบู่ข้าไม่สบายตัว” นางกล่าวจากนั้นตัดบทไม่ยอมให้ใครถามอะไรอีก “จริงสิพี่ใหญ่ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่ามีวัวบ้านไหนที่ยังให้นมลูกวัว แพะก็ได้ ข้าอยากได้นมวัวไม่ก็นมแพะ ไม่เยอะหรอกสองสามถ้วย”หวังต้าแม้ไม่เข้าใจแต่ก็นึก “มีนะ ท่านยายหลิวบ้านที่อยู่ฝั่งตะวันออก”“ท่านพอจะไปขอซื้อมาให้ข้าสักสองสามถ้วยได้หรือไม่ เงินข้าออกเอง”“ได้สิ พรุ่งนี้เช้าจะไปซื้อให้เจ้าแต่เช้า”คืนนั้นนางเตรียมน้ำด่างเอาไว้ด้วยการนำขี้เถ้ามาผสมน้ำกรองจนสะอาดจากนั้นพักเอาไว้ รอตอนเช้าค่อยเจียวมันหมูเอาน้ำมันออกมากรอง ง่วนอยู่คนเดียวไม่สนทนาไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยจนเกือบพลบค่ำ ในที่สุดก็ได้สบู่นมแพะออกมากระบอกไม้ไผ่ที่นำมาทำเป็นแม่พิมพ์ถูกผ่าออก สบู่หอมนมแพะสี่กระบอกแรกถูกนำออกมาตัดเป็นก้อนเล็กๆ เสิ่นจือประคองมันเอาไว้ด้วยสองมือขอบตาร้อนผ่าว นางรู้สึกอยากจะร้องไห้จริงๆ นะ วิธีการแม้ไม่ซับซ้อนแต่เพราะที่นี่คือยุคที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก กว่าจะได้สบู่พวกนี้ออกมานางแทบหมดแรง...“ท่านอา?” หวั

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 20

    สิบหกคน?! เสิ่นจือนึกถึงสตรีเหล่านั้นที่นางพบเมื่อวาน“มีบุรุษสามคน ที่เหลือล้วนเป็นสตรีม่าย ฟังว่าสามีล้วนสิ้นใจในสนามรบ ทายาทที่พอจะพึ่งพาได้เหลือรอดมาได้มีคนเดียว อีกสองคนเด็กเกินไปจึงได้รับการละเว้น ได้ยินหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวว่าแซ่หยาง”“หรือจะเป็น...หยางกั๋วกง?!”“ท่านรู้จักหรือพี่ใหญ่”“เคยได้ยินชื่อ หยางกั๋วกงมิใช่ว่ามีความดีความชอบหรอกหรือ ตอนข้ามาถึงที่หมู่บ้านใหม่ๆ ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าสงครามประชิดชายแดน หยางกั๋วกงนี่ละเป็นคนยึดป้อมกลับมาได้ ชะตาคนเราช่างน่าประหลาด รุ่งโรจน์สุดขีดกลับตกต่ำจนชีวิตก็ไม่อาจรักษา หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวว่าหลายคนสิ้นใจในสมรภูมิ หลายคนถูกประหารตายตก ชั่วชีวิตนี้เกรงว่าคนตระกูลหยางที่เหลือมีเพียงขามาแต่กลับเมืองหลวงไม่ได้อีกแล้ว เฮ้อ...”คนกำลังเดินเข้ามายังทิศทางที่พวกเขาทั้งสามอยู่ ตะกร้าของนางอยู่ในมือของบุรุษชุดสีเทา เสิ่นจือมองชายหนุ่มใบหน้าสุขุมซึ่งกำลังเดินเข้ามา ด้านหลังของเขายังมีเด็กชายอายุราวสิบเอ็ดสิบสองเดินตามมาด้วยสองคน ชุดที่เขาสวมมีคราบสกปรกทว่าก็ยังมองออกว่าเป็นผ้าชั้นดีที่มีลายปักอันประณีต“คารวะท่านทั้งสาม เมื่อวานพี่สะใภ้กล่าวว่า

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 19

    “อืม อย่างไรเสียก็อยู่บนเขาอาจเจอกับสัตว์ป่า”หวังม่ายสะดุ้งขยับเข้ามาใกล้เสิ่นจือโดยไม่รู้ตัว “ชะ...เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ” ความเหนื่อยเมื่อครู่ถูกทำให้ความกลัวบดบังเรี่ยวแรงจึงกลับมา ตอนเดินไปถึงลำธารหวังม่ายวางตะกร้าทิ้งตัวลงนอนหงายใต้ร่มไม้ใหญ่ นางหอบหายใจจนตัวโยนหลับตาไม่เอาอะไรแล้วหวังโต้วเองก็เหนื่อยแต่เก็บอาการ ตอนที่เสิ่นจือบอกให้เขาพักเขารับคำเบาๆ จากนั้นมองนางที่เดินไปล้างรากซู “ทะ...ท่านอาข้าช่วยท่านขอรับ”“ไม่เป็นไรเจ้าไปนั่งพักกับเสี่ยวม่ายเถิด ล้างรากซูไม่ได้เหนื่อยอะไร เจ้าพักครู่หนึ่งค่อยมาช่วยกันล้างเห็ดโคน” เขามีท่าทางลังเลแต่นางพยักหน้าอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม เช่นนั้นเขาจึงยอมเดินไปพักเพิ่งล้างรากซูจนสะอาดอีกฝั่งของลำธารก็เจอกลุ่มคน เสิ่นจือไม่คุ้นหน้าคนกลุ่มนี้จึงจ้องนานหน่อย เห็นอีกฝ่ายเพียงนำเสื้อผ้ามาซักนางจึงวางใจ ในใจคิดว่าคงเป็นนักโทษเนรเทศกลุ่มนั้น ที่มามีเพียงสตรีหกคนท่าทางเก้ๆ กังๆ ไม่คล่องแคล่ว ดูยังไงก็น่าจะไม่เคยทำงานอย่างนี้มาก่อน ตอนนำตะกร้าเห็ดโคนมาล้าง นางเห็นในน้ำมีเงาวูบไหวคิ้วก็เลิกขึ้น อยู่ๆ ก็เดินไปที่ฝั่งมองหาไม้มาเหลาให้แหลมหวังโต้ว

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 18

    เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อพี่ชายเดินเข้ามา “วันนี้คงต้องไปช่วยบ้านฝั่งโน้นสักหน่อย บ้านของท่านน้าลู่พังถล่มเสบียงเสียหายแทบทั้งหมด ต้องนำออกมาตากหากโชคดีวันนี้ฝนอาจจะไม่ตก” หวังต้านั่งลงเสิ่นจือมองลั่วซื่อที่รีบหลบตานาง ในดวงตาของอีกฝ่ายมีน้ำตาคลอคลอง “โชคดีเหลือเกิน พวกเราโชคดีที่ทันทีที่บ้านพังก็มีที่ขนของมาเก็บเอาไว้ หาไม่หากรอจนฝนหยุดข้าวของก็พังเสียหายหมดแล้ว” นางมองไปยังลูกสองคน “ข้านึกไม่ออกเลยว่าจะห่วงหน้าพะวงหลังเพียงใด ไหนจะโต้วโต้ว ฮวาฮวา ไหนจะข้าวของ ขอบใจเจ้าเหลือเกินอาจือ”“ไหนๆ ท่านก็จะไปที่นั่นข้ามีผ้านวมเก่าสภาพยังใช้ได้เพราะข้าเพิ่งซื้อมาเปลี่ยน ท่านก็นำไปให้พวกเขาด้วยแล้วกัน อย่างน้อยก็แห้งและยังสะอาดใช้ไปก่อนให้พ้นช่วงเวลายากลำบากนี้”“เจ้าไม่ไปด้วยกัน?”“ไม่ละข้าอยากขึ้นเขา ข้าอยากไปดูเห็ดโคนสักหน่อย คิดว่าตากแห้งเอาไว้เป็นเสบียงหน้าหนาวก็ดีเหมือนกัน พวกท่านยุ่งเรื่องที่นี่ไปเรื่องเสบียงตอนนี้ยังไม่ต้องกังวล” เพิ่งพูดจบก็เห็นท่าทางแปลกๆ ของหวังโต้ว “อะไรหรือ”“คือว่า...” เขามองบิดามารดา “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอา ข้า...ข้าอยากขึ้นเขาไปกับท่านอา ได้หรือไม่ขอรับ” นางถึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status