Masuk- ๕ -
คลื่นหัวใจถูกรบกวน
ราตรีตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกประหลาด เหมือนมีสายตาของใครบางคนกำลังยืนจ้องมองหล่อนอยู่ หญิงสาวขยับกายบนเตียงไม้หลังใหญ่ หล่อนเผลอหลับไปได้เกือบชั่วโมงด้วยความเพลีย
เธอหยีตาปรับแสงดูช้า ๆ ก่อนจะพบเงาร่างตะคุ่มของเด็กชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเอาผ้าห่มผืนหนาคลุมโปงตัว หมายจะแกล้งปลอมเป็นผีเพื่อโปรยความกลัวให้หล่อนตกใจเล่นตอนตื่นขึ้นมา
หญิงสาวแอบกลั้นขำในใจ ก่อนจะแกล้งเล่นตามน้ำ หล่อนขยับตัวทำทีเป็นบิดขี้เกียจแล้วเบิกตาโพลงแสร้งทำเป็นเจอกับผ้าห่มลอยได้ตรงหน้า
“ว้าย! ตกใจจังเลย!” รัตติในร่างของราตรีแกล้งยกมือเรียวทาบอก ทำเสียงตระหนกตกใจขีดสุด ส่งผลให้มีเสียงหัวเราะคิกคัก เล็ดลอดดังมาจากด้านในผ้าห่มผืนหนาทันควัน
ไม่ต้องเดาก็บ่งบอกได้ทันที... ต้องเป็นลูกสาวและลูกชายของนายสิงห์อย่างแน่นอน
“ผีตัวนี้ชื่ออะไรเหรอจ๊ะ”
“ชื่อแก้ว...” เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วตอบกลับมา ทว่ากลับมีอีกเสียงหนึ่งกระซิบดุตามมาติด ๆ
“ไปบอกเขาทำไมเล่า! เป็นผีต้องไม่มีชื่อสิ” เสียงเด็กผู้ชายเอ่ยเตือนหน้านิ่ง
“ถ้าอย่างนั้น... ฉันจะจับผีสองตัวนี้ไปส่งให้คุณสิงห์ลงโทษแล้วกันนะ”
ว่าแล้วหญิงสาวก็ลุกพรวดขึ้นรวบจับผ้าห่มผีสิงเข้ามาไว้ในอ้อมกอด เสียงกรีดร้องทีเล่นทีจริงของเด็ก ๆ ระเบิดลั่นห้อง สองแสบร้องออกมาอย่างสนุกสนานระคนขบขัน
จังหวะนั้น ‘ป้าสร้อย’ เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตกใจ แกคงคิดว่าเด็ก ๆ เกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นมา ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มเล็ก ๆ ของสองพี่น้องวิ่งทะลุออกมาจากผ้าห่ม แกก็ลอบถอนหายใจยาว
“คุณแก้ว คุณกล้า ทำไมเข้ามากวนคุณแม่ในห้องล่ะคะ” ป้าสร้อยอดบ่นไม่ได้
ว่าแต่... เมื่อกี้ป้าสร้อยว่าอย่างไรนะ? แกเรียกหล่อนว่า ‘คุณแม่’ อย่างนั้นเหรอ
ราตรีปรับสีหน้าไม่ถูก... ข้ามภพมาเป็นภรรยาของคนขายไก่ยังไม่ทันไร ตอนนี้ต้องรับบทเป็นแม่ของเด็กแสบอีกสองคนด้วย โอโฮ... คิดแล้วก็นึกขำ หล่อนต้องดำรงตำแหน่งควบหลายอัตราเหลือเกินตั้งแต่ย้ายสำมะโนครัวมายังโลกใหม่แห่งนี้ เป็นทั้งเด็กกำพร้า เป็นหลาน เป็นภรรยา และเป็นแม่...
“ไม่ใช่แม่สักหน่อย! แม่ของพวกเราอยู่บนสวรรค์โน่น” เด็กชายนามว่า ‘เจ้ากล้า’ เอ่ยขึ้นเสียงดังฟังชัด
ท่าทางและวิธีการสื่อสารของเด็กคนนี้ถอดแบบมาจากคนเป็นพ่อเด๊ะ ๆ การที่เขาไม่ยอมรับคนอื่นมาแทนที่แม่ง่าย ๆ ก็ดีแล้ว เพราะการมาของหล่อนคือการก้าวเข้ามาแทนที่เดิมของแม่พวกเขา
คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ที่หล่อนจะพูดต่อความยาวสาวความยืดในตอนนี้
“แม่บนสวรรค์ก็ใช่ค่ะ ส่วนแม่บนโลกมนุษย์ก็คือคุณราตรีค่ะ” ‘จันทร์เจ้า’ สาวรับใช้อีกคนช่วยอธิบายอย่างใจเย็น
จันทร์เจ้าเป็นสาวรับใช้หน้าตาสะอาดสะอ้าน ท่าทางฉลาดเฉลียวในตัวเอง และรู้วิธีการพูดจาโน้มน้าวเด็ก ๆ มองแล้วคล้ายกับคุณครูอนุบาลมากกว่าคนรับใช้ประจำบ้านสวน
“ขอโทษด้วยนะคะคุณราตรี ป้าไม่ได้แนะนำเด็ก ๆ ให้รู้จักก่อน พอดีป้าเห็นคุณราตรีเงียบไป คิดว่าอาจจะอยากพักผ่อนยาว ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าคุณสองแสบนี่จะแอบย่องเข้ามาในห้องคุณราตรีแบบนี้"
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ แค่งีบหลับเฉย ๆ ตอนนี้ตื่นเต็มตาแล้วค่ะ” ราตรีเอ่ยบอกพลางส่งรอยยิ้มอย่างจริงใจ จนคนรอบข้างอดยิ้มตามไม่ได้ นายหญิงใหม่ของบ้านสวนช่างเป็นคนที่มีเสน่ห์เหลือล้น ยิ่งพิศมองก็ยิ่งสวยจัด
“ถ้าอย่างนั้นป้าขอแนะนำอย่างเป็นทางการนะคะ นี่คือคุณกล้า และคุณแก้ว ลูกชายและลูกสาวของคุณสิงห์ค่ะ”
ราตรียิ้มหวานให้เด็กน้อยทั้งสอง ‘เจ้าแก้ว’ สาวน้อยวัย ๕ ขวบดูจะเคลิ้มตามรอยยิ้มพิมพ์ใจของราตรีไปเรียบร้อย
จะมีก็แต่ ‘เจ้ากล้า’ เด็กชายวัย ๗ ขวบที่มีสายตาต่อต้านไม่เป็นมิตร หล่อนไม่รู้ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ตั้งแง่นัก แต่ดีกรีระดับนักธุรกิจสาวมีหรือจะยอมแพ้ หล่อนเชื่อมั่นว่าจะเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับทั้งคู่ได้ไม่ยาก ราตรีกุลีกุจอย่อตัวลงกับพื้นไม้ เพื่อปรับระดับให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเด็ก ๆ
“ฉันชื่อราตรีนะจ๊ะ ถ้าไม่อยากเรียกแม่ จะเรียกว่าคุณน้าก่อนก็ได้ ฉันไม่บังคับพวกเธอหรอกจ้ะ”
“แม่...” สาวน้อยเจ้าแก้วเอ่ยเรียกพร้อมรอยยิ้มกว้าง
เด็กชายรีบดึงมือน้องสาวทันควัน “ผมไม่เรียกอะไรทั้งนั้นแหละ! ไปกันเถอะแก้ว” กล้ากระตุกมือน้องให้ออกจากห้องทันที
ป้าสร้อยขัดใจในท่าทีดื้อรั้นของเด็กทั้งสอง ทว่าก็พูดอะไรมากไม่ได้ด้วยความเกรงใจสะใภ้ใหม่ และไม่อยากบีบคั้นเด็กทั้งสองให้ยอมรับเรื่องกระทันหันแบบนี้
“ฉันอยากจะเดินทางไปดูฟาร์มไก่ ตอนนี้พอจะไปได้รึเปล่าคะป้าสร้อย” ราตรีแสร้งเอ่ยถามเสียงดังเพื่อให้เด็กทั้งสองที่กำลังจะก้าวพ้นประตูได้ยิน และเป็นอย่างที่คาดไว้... สองพี่น้องหยุดชะงักกึกทันที ทั้งคู่หันกลับมาส่งสายตาเป็นประกายวาววับให้แม่คนใหม่
“ไปได้ค่ะ แต่คุณราตรีจะไปทำไมคะ ที่นั่นแดดร้อนจะแย่” ป้าสร้อยไม่เข้าใจ
“ฉันอยากเห็นน่ะค่ะ อยากรู้ว่าโลกในอดีต... เอ่อ หมายถึงว่าคนแถวนี้เขาทำฟาร์มเลี้ยงไก่กันยังไงน่ะค่ะป้า”
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวป้าบอกนายเลิศให้เตรียมรถไปส่งนะคะ”
“หนูไปด้วยนะจ๊ะแม่ แก้วอยากไปดูกุ๊กไก่” เจ้าแก้วเดินเข้ามาเขย่ามือราตรี ดวงตากลมโตแก้มป่องเป็นพวง มองดูคล้ายตุ๊กตาบลายธ์ชวนเอ็นดู จนหล่อนอยากจะฟัดแก้มสักฟอด เด็กน้อยคนนี้น่ารักเหลือเกิน
“ถ้าน้องไป... ผมก็ต้องไปด้วย” เจ้ากล้าพูดบ้าง พลางทำท่าทางกอดอกเลียนแบบผู้ใหญ่
ราตรีแอบขำในใจลึก ๆ กับความร้ายเดียงสาของเด็กน้อย พี่ชายคงจะอยากไปด้วยใจจะขาด แต่ด้วยฟอร์มมาดเข้มไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองยอมรับแม่ใหม่ง่ายเกินไป ก็เลยทำท่าทางกระบิดกระบวนเหมือนไม่อยากจะไปแต่ต้องจำใจไปเพราะห่วงน้องสาว
“คุณกล้าคุณแก้วไม่ต้องไปหรอกค่ะ จะแกะกะคุณแม่เขาเปล่า ๆ” ป้าสร้อยเอ่ยขัด หน้าตาเปี่ยมด้วยความกังวล
“ไม่เกะกะหรอกค่ะป้า ให้พวกแกไปเที่ยวด้วยกันเถอะค่ะ” ราตรีหันไปบอกป้าสร้อยยิ้ม ๆ
ราตรีจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงและเสื้อเชิ้ตคล่องตัวที่นายสิงห์จัดเตรียมไว้ให้หลายชุดในตู้ เรื่องที่น่าฉงนที่สุดคือเสื้อผ้าพวกนี้มันพอดีตัวสัดส่วนหล่อนเป๊ะราวกับสั่งตัด หุ่นของราตรีคนเก่าคงเป็นหุ่นมาตรฐานสาวไทยทรงนาฬิกาทราย อกอิ่มสะโพกผาย ต่างจากร่างเดิมของหล่อนในชาติก่อนที่หน้าอกแบนราบดั่งไม้กระดาน... มิน่าล่ะ สามีชั่วในอดีตถึงได้นอกใจซมซานไปหาผู้หญิงอื่นที่ ‘ใหญ่กว่า’
แดดร่มลมตกยามบ่ายแก่แก่ แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลงเพราะเป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็น เมื่อราตรีเยื้องย่างลงมาหน้าบ้านก็พบเด็ก ๆ ยืนชะเง้อคอรอคอยกันด้วยใจจดจ่อ ทั้งสองสวมหมวกผ้าใบเล็ก ๆ กันแดดดูน่าเอ็นดู
ราตรีเหลือบไปเห็นจักรยานเหล็กคันใหญ่สีดำมันปลาบแบบในหน้านิตยสารวินเทจ มีเบาะนั่งยาวสีขาวถูกบุไว้สวยงาม หญิงสาวรู้สึกตื่นเต้นก้าวเข้าไปลูบ ๆ คลำ ๆ สิ่งประดิษฐ์จักรยานโบราณคันใหม่เอี่ยม ไม่นึกเลยว่านอกจากที่เคยเห็นในพิพิธภัณฑ์ หล่อนจะได้มาจับต้องและใช้งานของจริงก็วันนี้
“เราขี่จักรยานไปกันไหมจ๊ะ” ราตรีหันไปชวนเจ้าตัวเล็กทั้งสองคน
“ปั่นเป็นหรือไง” เจ้ากล้าถามน้ำเสียงกวนโทโสเช่นเดิม ในแววตาไม่มีความเชื่อมั่นอยู่เลย
“ฉันน่ะล้มมาแล้วสิบครั้ง... ครั้งที่สิบเอ็ดล้มอีกครั้งจะเป็นไรไปล่ะ”
เด็กน้อยทั้งสองเอียงคออย่างสงสัยอินโนเซนต์
“อันตราย...” เจ้ากล้าหันไปกระซิบบอกน้องสาวเสียงเครียด
“ล้อเล่นน่า! ตอนนี้ฉันขับจักรยานได้เก่งมากเลยรู้ไหม เมื่อสองสามปีที่แล้วก็เพิ่งไปเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานข้ามจังหวัดมาแล้ว จักรยานแบบมีเกียร์ด้วยนะ ปั่นยากกว่าแบบนี้ตั้งไหน ๆ” ราตรียิ้มแป้นพยักหน้ากอดอกภูมิใจในตัวเองอย่างมาก
“จักรยานมีเกี่ยมันเป็นยังไงคะ” เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก
“จริง ๆ มันเรียกว่า ‘เกียร์’ จ้ะ เอาไว้เปลี่ยนทุ่นแรงเพื่อไต่ระดับความเร็ว ความชัน... เอาเป็นว่ามันคือนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตน่ะ”
“อนาคตคืออะไร” เจ้ากล้าโพล่งถามขึ้นมาบ้าง
คราวนี้คนที่ต้องอ้าปากค้างกลืนน้ำลายเอื้อกคือรัตติในร่างราตรี เพราะยิ่งอธิบายเท่าไหร่ ‘เจ้าหนูทำไม’ ก็คงไม่หายสงสัย และไม่มีทีท่าว่าจะอธิบายศัพท์เทคนิคพวกนี้ให้เด็กยุค พ.ศ. 2503 เข้าใจได้ในระยะเวลาอันสั้น หญิงสาวหัวเราะหึหึในลำคอ
“มาเร็ว! เราไปเที่ยวฟาร์มไก่กันดีกว่า ขึ้นมาแล้วเกาะเอวฉันให้แน่น ๆ เลยนะ” ราตรีกระโดดขึ้นคร่อมจักรยานเหล็กคันใหญ่ เมื่อจับแฮนด์ถนัดมือแล้วก็รู้สึกว่าควบคุมได้ไม่ยากอย่างที่คิด
เจ้าแก้ววิ่งขึ้นซ้อนท้ายนั่งตรงกลางเบาะยาว ส่วนเจ้ากล้ากระโดดขึ้นเกาะท้ายสุดอยู่อย่างหวาด ๆ
“ไปแล้วน้า... เกาะดี ๆล่ะ!” หญิงสาวออกแรงปั่น ค่อย ๆ เคลื่อนจักรยานออกไปอย่างระมัดระวัง
เสียงหัวเราะใสซื่อดังระเบิดไปตลอดเส้นทางดินแดง รอบบริเวณสองข้างทางเป็นทุ่งดอกไม้ป่าสลับกับสวนผักสวนครัวปลูกเอาไว้ตลอดแนว มือน้อยทั้งสองเกาะเอวแม่คนใหม่ไว้แน่นหนา โดยมีเจ้ากล้าเป็นคนคอยตะโกนบอกทิศทางบอกทางให้กับรัตติ
ฟาร์มไก่ของนายสิงห์กว้างขวางตระการตา... นี่เหรอที่เขาว่ากันว่า คนสมัยก่อนมีที่ทางเลี้ยงสัตว์ตามธรรมชาติ มีเพียงแนวรั้วไม้กั้นอาณาเขต ไม่ได้จับขังตู้เป็นกรงที่คับแคบแออัดเหมือนอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ทำให้พวกสัตว์เครียดจัด ถ้าเป็นไก่ที่นี่ก็น่าจะเป็นไก่ที่อารมณ์ดีเนื้อแน่น... เห็นขาไก่พวกนั้นเดินเตาะแตะแล้ว สมองของหล่อนพลันนึกไปถึง ‘สูตรไก่ทอดคุณยาย’ ที่หล่อนเคยได้ลิ้มลองรสชาติเมื่อตอนเด็ก หล่อนไม่ได้ทำเมนูนี้นานแสนนานแล้ว ทว่าโชคดีที่ระดับความจำของหล่อนจำมันได้ขึ้นใจ
“ชอบกินไก่ทอดกันไหมจ๊ะเด็ก ๆ” ราตรีหันไปตะโกนถาม
“กินออกบ่อยไป” เด็กชายปากแข็งตอบเสียงห้วน
“แต่ว่านะ... ฉันมีสูตรไก่ทอดที่อร่อยเด็ดมากเลย รับรองว่าพวกเธอไม่เคยได้กินจากที่ไหนแน่นอน” ราตรีเอ่ยหลอกล่อเด็กน้อย
“แก้วอยากกินค่ะ!” สาวน้อยแก้มชมพูระคนตื่นเต้น
“ไว้ฉันจะเข้าครัวทำให้กินนะจ๊ะ”
“...ถ้าคุณทนอยู่บ้านนี้ได้ถึงอาทิตย์น่ะนะ” เด็กชายพูดพึมพำพลางทำเป็นเบือนหน้ามองไปทางอื่น
“ทำไมล่ะจ๊ะ” ราตรีเลิกคิ้วถาม
“พ่อเคยคิดจะมีแม่ใหม่ให้เรามาสองครั้งแล้ว... แต่ก็หนีเปิดเปิงไปทุกราย”
ราตรีกะพริบตาถี่ ๆ ด้วยความงุนงง “พ่อของเธอแต่งงานหลายครั้งขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“เปล่าค่ะ... พ่อก็แค่ไม่อยากแต่งงานกับ ‘น้าวดี’ ค่ะ” เด็กหญิงแก้มพวงพยายามอธิบายบ้าง
ว่าแล้วเชียว... ด้วยสัญชาตญาณเซนส์บางอย่างของรัตติ ทำให้รู้สึกได้ทันทีว่าคนระดับนายสิงห์ที่เป็นถึงเจ้าของฟาร์มใหญ่โตร่ำรวย มีบารมีคับฟ้า เขาไม่น่าจะตกปากรับเจ้าสาวชาวบ้านยากจนเข้าบ้านง่าย ๆ แบบนี้
ที่แท้... เขาอาจจะใช้การแต่งงานบังหน้าเพื่อแก้ปัญหาชีวิตบางอย่างให้มันง่ายขึ้น เช่น การใช้หล่อนเป็นไม้กันหมาสะบัดหนีผู้หญิงที่ชื่อ ‘วดี’ อย่างที่เด็ก ๆ พยายามบอกเล่า
“แล้วน้าวดีคือใครเหรอจ๊ะ”
“คนที่พ่อไม่อยากแต่งงานด้วยที่สุดค่ะ” เจ้าแก้มชมพูตอบซื่อ ๆ แบบเด็ก ๆ พาให้ราตรีเกือบหลุดขำออกมากิ๊กใหญ่
“งั้นเอาอย่างนี้นะ... ฉันจะพยายามอยู่ที่นี่ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะอยู่ได้ หรืออย่างน้อยที่สุด... ก็ต้องอยู่ทำไก่ทอดสูตรเด็ดให้พวกเธอได้ลิ้มรสก่อนที่จะไป ดีไหมจ๊ะ” ราตรีทำท่าชูนิ้วส่งสัญญลักษณ์โอเค เจ้าแก้วพยายามชูนิ้วทำตามอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ส่วนเจ้ากล้าได้แต่ยืนทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเบือนหน้าหนี
ทว่าในวินาทีที่กำลังเพลิดเพลิน ไม่ทันได้ตั้งตัว... พลันสายตาของราตรีก็เหลือบไปเห็น ‘สิ่งมีชีวิตมีพิษ’ ลำตัวยาวสีดำเลื้อยปราดมาทางเด็กชายโดยตรง!
หญิงสาวดวงตาเบิกโพลง กรี๊ดลั่นด้วยความตกใจ ก่อนจะถลันกายดึงร่างของเจ้ากล้ามาหลบอยู่ด้านหลังของเธอทันควัน!
อสรพิษงูพิษสีดำมะเมื่อม แผ่แม่เบี้ยพังพานบอกถึงความร้ายกาจเด่นชัด ในหัวของเจ้าหล่อนในตอนนี้พยายามกูเกิ้ลค้นหาข้อมูลอย่างลนลานว่าเจอสถานการณ์งูเผชิญหน้าต้องทำอย่างไรดี
“นิ่งไว้... นิ่งไว้นะเด็ก ๆ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป...” เธอกระซิบสำทับน้ำเสียงสั่นเครือ แต่อสรพิษร้ายตรงหน้ากลับไม่มีทีท่าว่าจะล่าถอยไปเลยแม้แต่น้อย มันโยกย้ายลำตัวไปมาคล้ายกำลังหาจังหวะเปิดฉากโจมตีมุ่งร้าย และเมื่อสบโอกาส มันก็กระโจนฉกใส่คนตรงหน้าอย่างรุนแรงพุ่งพลวด!
ราตรีเบี่ยงตัวหักหลบไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของงูให้ห่างจากพวกเด็ก ๆ
มันแว้งหันกลับมาฉกเข้าใส่ราตรีอีกครั้ง... หล่อนเบี่ยงตัวหลบพ้นกรงเล็บมัจจุราชได้ทันอย่างหวุดหวิด ทว่าขากลับพันกันนัวเนียจนเสียหลักล้มสะดุด ก้นกระแทกจ้ำเบ้ากับพื้นดินอย่างแรงจนหน้าเหยเก
“แม่!” เด็กหญิงตะโกนร้องลั่นด้วยความห่วงใย
เด็กชายใจกล้าพยายามสอดส่องสายตาวิ่งหาท่อนไม้เพื่อแก้ไขสถานการณ์เบื้องหน้า อีกมือหนึ่งก็ต้องคอยคว้าจับตัวน้องสาวไว้แน่นไม่ให้วิ่งเข้าไปหาอันตรายตรงจุดที่ราตรีนอนอยู่
ปัง!
เสียงปืนแผดพุ่งดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับซากงูร้ายที่โดนแรงกระสุนซัดจนลอยคว้างระเบิดจมกองเลือดกลางอากาศ... ราตรีดวงตาเบิกโพลงอ้าปากค้าง เมื่อเห็นอสรพิษโดนสอยด้วยกระสุนเฉียบขาดจากปืนสั้นในมือหนาของ ‘นายสิงห์’
ว้าว... นี่มัน... พระเอกขี่ม้าขาวชัด ๆ! หญิงสาวแหงนหน้ามองร่างสูงตระหง่านที่ยืนถือปืนท่าทางเท่ระเบิดอยู่ไม่ไกล ภาพตรงหน้าในสายตาของหล่อนคล้ายจะถูกปรับให้กลายเป็นระบบภาพเคลื่อนไหวช้าแบบสโลโมชันไปโดยปริยาย
ชายหนุ่มสาวเท้าก้าวเนิบช้าเข้ามาดูหล่อน ทว่าใบหน้าหล่อเหลาคมกริบนั้นกลับไม่มีกระแสความเป็นมิตรหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“เธอพาเด็ก ๆ ออกมาที่นี่เองทำไม! แทนที่จะสั่งให้นายเลิศขับมาส่ง!” เขาตวาดบ่นเสียงดังฉะฉาน เขย่าสติของหล่อนให้ตื่นฟื้นจากพะวังความฝันทันตาเห็น
“เอ่อ... ขอโทษทีค่ะ ฉันไม่คิดว่ามันจะมีอันตรายร้ายแรงขนาดนี้” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบเสียงกร่อยหน้าจ๋อย
“พวกเราอยากตามคุณแม่มาเองต่างหากล่ะค่ะคุณพ่อ” เจ้าแก้วเอ่ยปากช่วยพูดปกป้องคนเป็นแม่เสียงใส
เมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนของลูกสาว อาการโมโหกรุ่นเพราะความห่วงใยเมื่อครู่ของสิงห์ก็ค่อย ๆ คลายจางลง ชายหนุ่มเดินเข้าลูบเรือนผมลูกสาวเบา ๆ ก่อนจะเบนสายตาหันมาดูอาการของราตรีที่บัดนี้นั่งพับเพียบเรียบร้อยปานผ้าพับไว้อยู่บนพื้นดิน...
ข้อเท้าเรียวของเธอเริ่มบวมเป่งเปล่งสีแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และอาการปวดหนึบก็เริ่มเปิดฉากโจมตีแล่นพล่านเข้าสู่ระบบประสาทของหล่อน
“ไหวไหม” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาอ่อนแสงลงเล็กน้อยจนสัมผัสได้
“ไหวค่ะ...” ราตรีพยายามยันฝ่ามือดันตัวลุกขึ้นยืน ทว่าความเจ็บทำให้ขาทรุดฮวบจนเกือบจะล้มกระแทกไปอีกรอบ ดีที่อ้อมแขนแกร่งของสิงห์ถลันเขารวบกอดเอวร่างบอบบางไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่เธอจะก้นกระแทกจ้ำเบ้าซ้ำสอง
“ถ้าไม่ไหว... ก็บอกว่าไม่ไหว อย่าโกหก...” เขาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง คราวนี้ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้หล่อนได้พินิจใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาชัดเจนลึกซึ้ง
ชายหนุ่มจัดแจงช้อนวงแขนอุ้มร่างของคนเจ็บขึ้นมาแนบทรวงอก ราตรีเบิกตาโตตกใจทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยอมปล่อยให้เขาอุ้มประคองเนิบช้า
แม้ว่าสตรีจากโลกอนาคตอย่างหล่อนจะเคยผ่านพิธีแต่งงานมีสามีมาแล้วในชาติก่อน ทว่า... ความรู้สึกของการถูกปกป้องเอาใจใส่และกางปีกคุ้มภัยจากผู้ชายคนนี้ ช่างอบอุ่นและแสนหวานซ่านลึกในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แม้เขาจะไม่แสดงความห่วงใยออกมาผ่านถ้อยคำพร่ำเพ้อ ทว่าการกระทำอันหนักแน่นกลับรบกวนคลื่นความถี่ของหัวใจเธอให้เต้นผิด ๆ ถูก ๆ รัวระทึกอยู่ในอกตอนนี้
อย่านะ... อย่าบอกนะว่า กำลังจะตกหลุมรักผู้ชายขี้เก๊กคนนี้อีกครั้งน่ะรัตติ...
ตอนพิเศษ 2ภายในสำนักงานใหญ่ของร้านไก่ทอดแม่ราตรี...ยามใกล้ค่ำ ‘คุณหนูดาราราย’ ที่กำลังนั่งขยับปลายนิ้วกดเครื่องคิดเลขและตรวจเช็กบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่วว่องไว ภาพของเด็กสาวเอาแต่ใจในอดีตมลายหายไปจนสิ้น บัดนี้ดารารายในวัยใกล้ ๒๘ ปี ได้เติบโตกลายสภาพเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟแรงผู้ทรงเสน่ห์และเปี่ยมด้วยความสามารถรอบด้านหล่อนประสบความสำเร็จล้นหลามจากการสร้างแบรนด์ห้องเสื้อผ้าของตนเองจนเริ่มชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วพระนคร อีกทั้งยังรับหน้าที่สำคัญเป็น ‘ผู้จัดการใหญ่’ คอยควบคุมงานดูแลรายละเอียดของร้านไก่ทอดแม่ราตรีในทุก ๆ สาขา มาดคุณหนูไฮโซตระกูลใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งขรึม เป็นผู้ใหญ่ และมีวิสัยทัศน์เฉียบแหลมจนคุณสิงห์และราตรีเอ่ยปากชมไม่ขาดสายด้วยรูปโฉมที่งดงามบวกกับดีกรีความเก่งกาจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดที่จะมีบรรดาชายหนุ่มโปรไฟล์ดี ทั้งลูกท่านหลานเธอ ข้าราชการหนุ่มอนาคตไกล และนักธุรกิจใหญ่พากันแวะเวียนมาขายขนมจีบหยอดคำหวานเพื่อขอขายความรักดึงหล่อนไปครอบครองกันจนหัวบันไดไม่แห้งทว่า... ดารารายกลับไม่ได้มีท่าทีสนใจหรือปันใจให้ชายหน้าไหนเลยแม้แต่นิ
ตอนพิเศษ สายลมโชยพัดผ่าน หอบเอากลิ่นหอมกรุ่นของแป้งและสมุนไพรสูตรลับโชยฟุ้งไปทั่วทั้งสายถนน... เวลาผันผ่านล่วงเลยไปถึง ๖ ปีเต็ม บัดนี้ชื่อเสียงของ ‘ร้านไก่ทอดแม่ราตรี’ ได้ยกระดับแปรเปลี่ยนกลายเป็นตำนานความอร่อยคู่พระนคร กิจการเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ขยายอาณาจักรและกระจายสาขาออกไปทั่วทั้งเขตกรุงเทพมหานครรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง แม้เงินทองและชื่อเสียงจะไหลมาเทมาปานสายน้ำ ทว่าสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของราตรีและคุณสิงห์ กลับไม่ใช่ทรัพย์สินนอกกายเหล่านั้นหากแต่เป็น ‘โซ่ทองคล้องใจ’ ตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาถึง ๒ คน ที่เข้ามาเติมเต็มให้บ้านแห่งนี้ชื่นมื่นในทุกรุ่งอรุณลูกคนโตเป็นเด็กชายวัย ๖ ขวบ นามว่า ‘แดนสิงห์’ ชายหนุ่มตัวน้อยผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมกริบและมาดนิ่ง ถอดแบบความนิ่งขรึมของคุณพ่อสิงห์มาทุกตารางนิ้ว ส่วนลูกคนเล็กเป็นเด็กหญิงวัยกำลังน่ารักน่าเอ็นดูนามว่า ‘ดวงใจ’ เด็กหญิงตัวน้อยช่างพูดช่างเจรจา ถอดรหัสความฉลาดหลักแหลมมาจากคุณแม่ราตรีไม่มีผิดเพี้ยนภาพความน่ารักน่าเอ็นดูที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันจนกลายเป็นที่ชินตาของคนงานในร้าน คือภาพของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต บัดนี้สลัดคราบเสื
-๖o-จบบริบูรณ์ร่างสูงใหญ่ของคุณสิงห์บัดนี้สะบักสะบอมจนแทบดูไม่ได้ หยาดโลหิตสีแดงฉานไหลซึมชโลมท่วมเนื้อตัว หลังจากนายพลตำรวจใหญ่ผู้บัญชาการยอมเปิดทางปล่อยให้คุณสมบูรณ์และสมุน ระดมหมัดและเท้าซ้อมทรมานคนที่ฆ่าลูกชายจนหนำใจ นายสมบูรณ์เอื้อมมือไปชัก ‘มีดพกสั้นเล่มคม’ ออกมาจากกระเป๋าผ้าเสื้อ'มันคือมีดพกสั้นด้ามเดียวกับที่คุณสิงห์ใช้ปาดคอหอยของวสันต์ตายคากองเลือดนั่นเอง'คุณสมบูรณ์สาวเท้าฉับ ๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาคุณสิงห์ที่นอนฟุบอยู่บนพื้นปูน ยื่นมือหนาไปจิกผมของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียให้เงยใบหน้าอาบเลือดขึ้นมาเผชิญหน้ากัน แต่แม้คมมีดมรณะจะจ่ออยู่ชิดติดลูกกระเดือก นัยน์ตาคู่คมปลาบของคุณสิงห์กลับไม่ได้ฉายร่องรอยแห่งความหวาดกลัวหรือขวัญหนีดีฝ่อฉายชัดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว“เก่งมาก... ไอ้สิงห์ มึงนี่มันเก่งกาจสมคำร่ำลือ สมกับที่เป็นอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ ... แต่กูจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ มึงริอ่านมาเล่นงานผิดคนแล้วโว้ย! คืนนี้มึงจงตายตกต่ำลงนรกไปชดใช้กรรมตามลูกชายกูเดี๋ยวนี้เลย”คุณสมบูรณ์เค้นเสียงลอดไรฟันเตรียมลงทัณฑ์คุณสิงห์กัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน... ในวินาทีวิกฤตที่ความตายก้าวเท
-๕๙-ได้โปรด กลับมาหาผมบานประตูไม้พลันเปิดออกพร้อมร่างของผู้บัญชาการตำรวจใหญ่ที่เดินหน้าถอดสี เสียอาการ ก้าวเท้าฉับ ๆ หลบฉากออกมาด้านนอก ชายชราจัดแจงสีหน้าก่อนจะตรงดิ่งเข้ามาหา ‘ราตรี’ ที่นั่งรออยู่ พลางแสร้งกระแอมไอกลบเกลื่อนความชั่วร้าย ยื่นหน้าเข้ามาเปิดฉากตั้งโต๊ะสอบสวนป้ายสีเหยื่อสาวทันที“เอาล่ะคุณราตรี... ผมจะพูดตรง ๆ นะ คดีนี้ถ้าจะให้เรื่องมันจบง่าย ๆ คุณก็ต้องเซ็นอนุมัติยอมรับข้อกล่าวหาว่า... คุณน่ะ ‘สมยอม’ ก้าวขาขึ้นรถตามผู้การวสันต์ไปที่คฤหาสน์ลับด้วยความเต็มใจเอง ทว่าเพราะไอ้สิงห์สามีของคุณมันเกิดความหึงหวงหน้ามืดตามัว มันเลยแอบลอบเร้นตามไปบุกฆาตกรรมปาดคอหอยผู้การวสันต์ถึงในห้องนอน! เรื่องมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม!”คำป้ายสีตอแหลชั่วช้าทำเอาไฟโทสะของราตรีพุ่งแล่นพรวดพราดขึ้นสมอง หล่อนโมโหจัด ตวัดสายตาจ้องหน้าหัวหน้าตำรวจเฒ่า พลางตอกกลับเสียงดังลั่นโรงพักอย่างไม่เกรงกลัวเกรง“นี่คุณตำรวจถึงกับลดตัวลงมาปรักปรำหน้าตาเฉย หาว่าฉันสมยอมหนีตามไอ้วสันต์ไป ทั้งที่ฉันมีสามีแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการใส่ความที่สกปรกชั่วช้าที่สุด เท่าที่มนุษย์จะคิดอ่านขึ้นมาได้เลยค่ะ!”ราตรีสูดลมหายใจ
-๕๘-เครื่องคุ้มภัยในเวลาเดียวกันทางฝั่งคฤหาสน์ลับ... ความโล่งอกของราตรีมลายหายไปในชั่วพริบตา ในขณะที่คุณสิงห์กำลังช่วยประคองประคองร่างบอบบางของภรรยาก้าวเดินขึ้นรถยนต์เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ จู่ ๆ แสงไฟหน้ารถนับสิบคันก็สาดส่องเข้ามาจนตาพร่า พร้อมกับเสียงสัญญาณไซเรนของรถตำรวจสังกัด ‘ผู้บัญชาการ’ เจ้านายของวสันต์ ที่แล่นเข้ามาจอดปิดล้อมทางเข้าออกไว้ทุกทิศทุกทาง!นายตำรวจเลวนับสิบชีวิตพร้อมอาวุธปืนครบมือกรูกันลงมาจากรถ พุ่งเข้าล็อกตัวคุมเชิง และจับกุมคุณสิงห์รวมถึงทีมงานนักฆ่าสองสามคนไว้ทันทีที่แท้... ไอ้ผู้บัญชาการเพิ่งจะได้รับสายตรงสั่งการด่วนมาจาก ‘คุณสมบูรณ์’ ขั้วอำนาจใหญ่บารมีล้นฟ้าผู้เป็นพ่อของวสันต์ ให้ส่งกำลังมาช่วยอารักขาลูกชายและถล่มฝั่งคุณสิงห์ ทันทีที่คนใช้ในบ้านลนลานวิ่งออกมารายงานด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า พันตำรวจเอกวสันต์โดนคุณสิงห์ปาดคอหอยตายสนิทคากองเลือดไปเรียบร้อยแล้ว คุณสมบูรณ์ที่รับฟังสถานการณ์ผ่านสายโทรศัพท์ก็ถึงกับคลั่งจัดจนฟิวส์ขาด ระเบิดคำสั่งผ่านปลายสายทันที!“จับเป็นไอ้สิงห์และพรรคพวกอย่าให้พวกมันรอดชีวิตออกไปเห็นแสงตะวันเด็ดขาด”“คุณตำรวจคะ! พวกคุณกำลังเข้าใ
-๕๗- จบสิ้นความแค้นที่ยาวนานในขณะที่ภายในห้องนอนด้านบนอบอวลไปด้วยคราบเลือดระยำของวสันต์... ทางด้าน ‘สาวิตตรี’ ที่กบดานอยู่ฝั่งปีกซ้ายของคฤหาสน์ลับ บัดนี้หล่อนกำลังยืนรับฟังรายงานด่วนจากคนใช้ส่วนตัวด้วยใจระทึก ทันทีที่ทราบข่าวว่าไอ้ผู้การโรคจิตวสันต์โดนคุณสิงห์บุกเข้ามาปาดคอหอยเรียบร้อยคามือ แทนที่หล่อนจะตื่นตระหนกตกใจ หญิงสาวกลับขยับรอยยิ้มหยันสะใจพลางแค่นหัวเราะร่าออกมาอย่างไม่ใยดี“สมน้ำหน้ามัน! ไอ้หน้าโง่วสันต์... นึกว่ามีเส้นสายหนาเป็นตำรวจใหญ่แล้วจะเก่งกาจคับฟ้าเมืองไทย ที่ไหนได้... โง่เง่าตัณหากลับจนโดนบุกมาเชือดคอคาเตียงนอน สะใจจริงๆ”สาวิตตรีสบถสะใจทว่ามือบางกลับไม่นิ่งเฉย หล่อนรีบกุลีกุจอจัดแจงโกยเอาแก้วแหวนเงินทองและทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดลงกระเป๋าเดินทางใบย่อมอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อม ‘หนีตาย’ มุ่งหน้าไปยังท่าเรือเจ้าพระยาตามแผนการลับที่หล่อนแอบติดต่อวางหมากสำรองไว้ตั้งแต่เริ่มแรก หญิงสาวจัดแจงหยิบผ้าคลุมผืนหนาขึ้นมาคลุมหน้าคลุมตาและอำพรางเนื้อตัวอย่างมิดชิด ก่อนจะรีบแอบเร้นตัวย่องลงบันไดก้าวขึ้นรถยนต์ค







