LOGIN- ๖ -
ปัญหา
รถเก๋งโบราณเคลื่อนตัวมาจอดเทียบสนิทที่หน้าเรือนไม้หลังใหญ่ คุณสิงห์ดับเครื่องยนต์แล้วเดินอ้อมตัวรถมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร ก่อนจะก้มตัวก้าวเข้ามาอุ้มร่างของราตรีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนขับอย่างนิ่มนวล เธอขาเจ็บจากอุบัติเหตุเมื่อครู่และดูเหมือนว่าอาการจะเริ่มระบมแย่ลง
“เอ่อ... ไม่ต้องอุ้มก็ได้ค่ะ” ความขัดเขินบวกกับความเกรงใจทำให้หล่อนรีบเอ่ยปากปฏิเสธพัลวัน
คนที่กำลังช้อนร่างเธอขึ้นมาถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ชายหนุ่มก้มลงมองสบตากลมโตสุกใสในอ้อมแขน แววตาคู่คมที่แสนเย็นชาคู่นั้นทำให้เธอไม่สามารถอ่านทางออกได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“เท้าของคุณบวมมาก ถ้าไม่อยากเป็นหนักเยอะไปกว่านี้ ก็หยุดดื้อ” น้ำเสียงดุนิด ๆ ทว่ากลับฟังดูทุ้มต่ำเซ็กซี่อย่างประหลาด รัตติในร่างราตรีเผลอเคลิบเคลิ้มไปชั่วครู่หนึ่งอย่างลืมตัว
เด็ก ๆ วิ่งลงมาจากเบาะหลังรถ ก่อนจะวิ่งแจ้นกุลีกุจอเข้าไปรีบบอกข่าวเล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญให้คนในบ้านฟัง เพียงแปบเดียวคนในบ้านก็พากันแห่ออกมาถึงตัวรถ พอดีกับที่ชายหนุ่มอุ้มประคองหล่อนมาถึงบริเวณทางเข้าบ้านพอดี
“คุณสิงห์คะ” ป้าสร้อยร้องเรียกนายใหญ่ของบ้าน น้ำเสียงและสีหน้าของแกเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าตามเสียงเรียก ทอดสายตามองใบหน้าของหญิงสูงวัยก็รู้เท่าทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นภายในเรือน
“เกิดอะไรขึ้น”
“คุณวดีกับคุณศรีอยู่ข้างในค่ะ... พวกเธอรื้อค้นข้าวของ เสื้อผ้าของคุณราตรีออกมากองทิ้งไว้ที่พื้นเต็มไปหมดเลยค่ะ” ป้าสร้อยเอ่ยรายงานพลางมองใบหน้าของคุณสิงห์สลับกับราตรีไปมา
ป้าสร้อยและคนในบ้านต่างพากันนึกสงสารสะใภ้ใหม่จับใจ เดินทางมาถึงวันแรกก็ต้องมาเผชิญหน้ากับสองแม่ลูกมหาภัย ปัญหาชิ้นใหญ่ในชีวิตของคุณสิงห์ที่พยายามสะบัดอย่างไรก็ไม่ยอมหลุดพ้นไปเสียที
‘วดี... คนที่เด็ก ๆ พูดถึงอย่างนั้นเหรอ ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงมีอำนาจกร่างขนาดนั้น’ ราตรีขบคิดในใจ ทว่าไม่นานนัก เงาร่างอรชรในเครื่องแต่งกายเสื้อผ้าสีฉูดฉาดแสบลูกตา ก็ดันสะบัดก้นเดินก้าวเข้ามาถึงตรงหน้าของเธอ
ราตรีพยายามจะส่งสัญญาณบอกให้คุณสิงห์ปล่อยหล่อนให้ยืนด้วยตัวเอง ทว่าวงแขนแข็งแกร่งนั้น กลับยิ่งกระชับรัดร่างหล่อนให้อยู่ในอ้อมอกแน่นหนา พร้อมเผชิญหน้ากับผู้หญิงสองคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
“เพิ่งรู้ข่าวว่ามีกาฝากแอบคลานเข้ามาอยู่ในบ้านเมื่อเช้านี้เอง วดีก็เลยอยากเดินทางมาดูให้เห็นกับตาค่ะ” หญิงสาวหน้าแฉล้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมสูง หล่อนจ้องมองราตรีในอ้อมกอดของคุณสิงห์ด้วยสายตาริษยาอย่างปิดไม่มิด พลางพินิจพิจารณาโครงหน้าของราตรี ดูแล้วก็ไม่ได้สระสวยโดดเด่นอะไรเลย หน้าก็ไม่ได้แต่ง เสื้อผ้าก็ดูธรรมดาพื้น ๆ คงเป็นแค่หญิงบ้านนอกที่คุณสิงห์พลาดท่าคว้าเอาเข้ามาอยู่ในบ้าน แล้วนี่ก็คงเล่นบทสำออยแกล้งเจ็บเพื่อให้ผู้ชายอุ้มประคอง
“ทำไมจะต้องอุ้มชูกันขนาดนั้นด้วยละคะ หรือว่าใกล้จะตายเต็มทีแล้ว” ผู้หญิงที่ชื่อวดีเอ่ยจิกกัดพลางเบ้ปากใส่ราตรี
รัตติในร่างของราตรีเกือบจะหลุดขำพรืดออกมาขำขัน
‘พระเจ้า... หล่อนเล่นใหญ่เหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวไม่มีผิด นี่ฉันย้อนเวลามาในอดีตยุคเก่า หรือว่าฉันหลุดเข้ามาอยู่ในโลกนิยายน้ำเน่ากันแน่เนี่ย’
“คุณสิงห์ก็น่าจะส่งข่าวบอกทางบ้านเราก่อน ว่าคุณสิงห์ตัดสินใจแต่งงานใหม่แล้ว วดีเพิ่งเดินทางกลับมาจากปีนัง หล่อนตกใจแทบแย่ คุณก็น่าจะรู้ดีว่า วดีเป็นโรคหัวใจ เวลาหล่อนตกใจมากๆ มันอันตรายถึงชีวิตเชียวนะคะ เสียแรง... ที่คุณท่านอุตส่าห์ชุบเลี้ยงอุปการะคุณมา ตั้งแต่ตอนคุณเป็นอดีตมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ จนกระทั่งตอนนี้... คุณกลายเป็นเจ้าของฟาร์มใหญ่โต คงจะร่ำรวยมั่งมีจนไม่นึกถึงบุญคุณคนเก่าคนแก่กันแล้วกระมัง”
‘คุณศรี’ ผู้เป็นแม่ของวดีกอดอกหน้าเชิด ร่ายยาวบทบรรยายเดิม ๆ ที่เธอเคยใช้เป็นข้ออ้างเรื่องทวงบุญคุณต่อคุณสิงห์ เพื่อบีบบังคับให้เขาเกิดความเกรงใจมาตลอดหลายปี
แต่ผิดคาด... ครั้งนี้คุณชายเจ้าของฟาร์มไก่กลับนิ่งสนิท และไม่ยอมปล่อยร่างของเจ้าสาวคนใหม่ออกจากวงแขน
“เรื่องบุญคุณ... ผมไม่เคยหลงลืมครับ แต่ที่นี่คือบ้านของผมและราตรี พวกคุณไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าเข้ามาสร้างความเสียหายข้าวของที่นี่” เขาเอ่ยตอบคุณศรีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่ากระแสเสียงกลับบาดลึกเฉียบขาด ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะกล้าตอกกลับต่อปากต่อคำขนาดนี้
“มันก้าวเข้ามาแค่วันเดียว พี่สิงห์ก็หลงมันจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วหรือคะ! แกทำเสน่ห์ยาแฝดอะไรใส่พี่สิงห์ห้ะ นังบ้า!” วดีดีดดิ้นเต้นผางเหมือนเด็กห้าขวบที่ร้องไห้เอาแต่ใจยามไม่ได้ของเล่นอย่างที่ต้องการ
คนอย่างรัตติไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ ทว่าเธอก็ไม่ใช่ประเภทที่จะยอมปล่อยให้ใครมาด่าทอฉีกหน้าเธอฟรี ๆ แน่นอน
“แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร... ไม่เห็นคุณสิงห์เคยเอ่ยปากเล่าเรื่องของหล่อนให้ฉันฟังเลยแม้แต่นิดเดียว... ส่วนฉันน่ะเหรอ ก็เป็นภรรยาที่แต่งงานถูกต้องตามกฎหมายของเขาไงล่ะคะ... บอกเอาไว้เผื่อว่าหล่อนอยากจะรู้น่ะ” คนในอ้อมกอดคุณสิงห์เริ่มแผลงฤทธิ์ตอกกลับน้ำเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความแสบทรวงจนคุณชายแห่งฟาร์มไก่ถึงกับชะงักกึก
‘นี่หรือ... คือราตรี คนที่ลุงแดงบอกหนาบอกแน่นว่าเรียบร้อยปานผ้าพับไว้’ เขาได้แต่ตั้งคำถามสับสนอยู่ในใจลึก ๆ
“นี่!!! แกกล้าดีอย่างไรมาเรียกลูกสาวฉันว่าหล่อน นังผู้หญิงชั้นต่ำ!” คุณศรีโมโหโกรธจัดจนดวงตาเกือบจะถลันออกมานอกเบ้า
วดีไม่พูดพร่ำทำเพลง หล่อนถลาตัวเข้าหมายจะกระชากเรือนผมของราตรีทันที วินาทีนั้นเหตุการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน
ทว่าราตรีไม่มีทางยอมตกเป็นเบี้ยล่างแน่... หญิงสาวเอื้อมมือคว้ากระชากสวนกลับไปแทบจะในวินาทีเดียวกัน จนเกิดความโกลาหลนัวเนียฉุดกระชาก ทำให้ราตรีร่วงหลุดลงมาจากอ้อมอกของคุณสิงห์ลงไปกึ่งนั่งกึ่งยืนอยู่ที่พื้นดิน ทว่าข้อเท้าของเธอที่เพิ่งอักเสบบวมเป่งดันส่งผลเสียในตอนนี้ หล่อนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบคู่ต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด ฉากตบตีแย่งผู้ชายที่เธอเคยเปิดเจอในละครแล้วนึกด่าว่าไร้สาระ บัดนี้ได้มาประสบพบเจอด้วยตัวเองแล้วถึงเข้าใจกระจ่างแจ้ง
‘มาถึงขั้นนี้แล้ว จะยอมให้มันรังแกฝ่ายเดียวได้ยังไง!’
หมับ!
คุณสิงห์ยื่นมือแกร่งเข้าคว้าล็อกข้อมือทั้งสองข้างของวดีไว้ได้ทันควัน ก่อนที่หล่อนจะถลาตัวเข้ามาทำร้ายราตรีซ้ำสอง ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเคร่งขรึมและจริงจังดุดันจนวดีถึงกับชะงักกึก สาดอารมณ์ร้ายใส่ใครต่อไม่ได้อีก
“ออกไปจากบ้านของฉัน...” เขาเอ่ยสั่งการน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทรงพลังอำนาจเด็ดขาด
วดีน้ำตาคลอเบ้าสั่งได้ทันตาเห็น “วดีไม่ไปไหนทั้งนั้น! วดีจะอยู่ที่นี่ จะฆ่าตัวตายให้พี่สิงห์เห็นตรงนี้เลย ดวงวิญญาณของคุณพ่อจะได้รรับรู้ว่าพี่สิงห์ใจร้ายใจดำกับวดีแค่ไหน!”
“โถ... วดีของแม่ น่าสงสารอะไรขนาดนี้ลูก” คุณศรีรีบวิ่งเข้าไปโอบกอดลูกสาว พลางส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาทางราตรีและคุณสิงห์ไม่ลดละ
“จะทำอะไรก็ตามใจ แต่อย่ามาสร้างความเสียหายสกปรกที่นี่อีก” เจ้าบ้านหนุ่มตัดบทอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันมาดูสภาพของราตรีที่กำลังพยายามหยัดกายลุกขึ้นยืนแต่ก็ยืนทรงตัวไม่ไหว ชายหนุ่มจัดแจงช้อนร่างของเธอขึ้นมาแนบอกอีกครั้งอย่างนิ่มนวลระมัดระวัง แล้วสับเท้าพาหล่อนก้าวเดินขึ้นบันไดมุ่งตรงไปยังห้องนอนทันที
“ฉันจะทำให้พวกแกไม่มีที่ซุกหัวนอน! จำคำพูดของฉันไว้ให้ดีก็แล้วกัน!” เสียงของคุณศรีแผดตะโกนด่าไล่หลังทั้งสองคนมาตามชานเรือน
พร้อมกับเสียงของวดีที่ร้องไห้โฮลั่นบ้านอยู่อย่างเจ็บปวดรวดร้าว ที่ในครั้งนี้... เธอไม่ได้สิ่งของเล่นที่ต้องการสมใจ
ชายหนุ่มวางร่างของราตรีลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างแผ่วเบา ทว่าเขายังคงอยู่ในสภาพกึ่งก้มกึ่งโอบกอดเธอเอาไว้แน่น ไม่ยอมผละตัวลุกขึ้นไปเสียที
หญิงสาวรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกที่เต้นระรัวแรง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหล่อนจะโดนยื่นบทรับน้องโหด ทันทีที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้วันแรก ที่จริงเพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งวันแรกเท่านั้นเอง ทว่าเขากลับออกโรงปกป้องหล่อนอย่างสุดกำลังความสามารถขนาดนี้ แล้วแบบนี้หล่อนจะควบคุมบังคับจิตใจดวงนี้ให้เต้นเป็นปกติได้อย่างไรกัน
“คุณคะ... แม่ลูกคู่นั้นคงยอมเดินทางกลับไปแล้วล่ะค่ะ” หล่อนที่ยังคงอยู่ในวงแขนแกร่งแผ่วกระซิบเอ่ยบอกเขาเบา ๆ ทว่าใบหน้าของคุณสิงห์ที่ตอนนี้ก้มต่ำลงมาจนแทบจะชิดติดกับใบหน้าของเธอ เขายังคงนิ่งเงียบกลับทำทีเป็นเหมือนไม่ได้ยินคำที่เธอพูด
“อาจจะ... ยังไม่กลับไปก็ได้” เขาเอ่ยตอบพลางจับจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของหล่อน
ก้นบึ้งหัวใจของสิงห์รู้สึกถึงกระแสความร้อนวูบวาบประหลาดที่แล่นพล่านขึ้นมา จนเขาเกือบจะควบคุมมันไว้ไม่อยู่ สตรีที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้ช่างมีแรงดึงดูดมหาศาล ไม่ใช่เพียงแค่รูปโฉมภายนอกหรือน้ำเสียงหวาน ทว่ามันคือความฉลาดพูด ความช่างเจรจา และความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวที่จะลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองจากคนพาล
เธอช่างเหมือนกับ... ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น... เธอช่างเหมือนกับ ‘จันทรา’ ภรรยาผู้ล่วงลับของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
คำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับดวงวิญญาณแม่ของเจ้าแก้วและเจ้ากล้า ว่าชีวิตนี้จะไม่เปิดใจรักใครอีกหลังจากหล่อนตายจากไป พลันแววแล่นเข้ามาในหัวเพื่อตักเตือนให้เขาได้สติ ความรู้สึกที่กำลังเผลอใจไปเมื่อครู่ มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะทำความผิดต่อหญิงคนรักในอดีตผู้เป็นที่รักยิ่ง แม้ว่าหล่อนจะไม่ได้สถิตอยู่บนโลกมนุษย์ใบนี้แล้วก็ตาม
“ผมขอโทษนะ... ที่ทำให้คุณต้องมาพบเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้ตั้งแต่วันแรก” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ ดึงกายถอยห่างออกมาจากร่างของราตรี
“ฉันไม่โทษคุณหรอกค่ะ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เพียงแต่... มันจะดียิ่งกว่านี้ถ้าคุณจะช่วยเล่าเรื่องราวของบ้านนี้ หรือคนพวกนั้นให้ฉันได้รับรู้เอาไว้ล่วงหน้าก่อน ฉันจะได้ตระเตรียมตัวรับสถานการณ์ได้ทันท่วงทีค่ะ” ราตรียิ้ม แม้จะเป็นการฝืนยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนก็ตามที หล่อนอยากให้เขารับรู้ว่าหล่อนรู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่เขาออกตัวปกป้องเธอจากสองแม่ลูกคู่นั้น แต่ข้อเท้าที่พลิกของหล่อนกลับเริ่มส่งสัญญาณเตือนด้วยอาการปวดตุบ ๆ ถี่ขึ้น
“เจ็บข้อเท้าขนาดนี้ ยังมีหน้ามายิ้มออกมาได้ เธอนี่เป็นผู้หญิงที่ประหลาดดีแท้” เขาหัวเราะขำในลำคอเบา ๆ เป็นครั้งแรกที่ราตรีได้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมสันที่มีหนวดเขียวครึ้มขึ้นตามไรผิว... ดูเท่ระเบิดชะมัดเลย
“วดี... คือลูกสาวของท่านลุงปราโมทย์ ท่านเป็นผู้มีพระคุณที่คอยชุบเลี้ยงอุปการะผมในเรื่องหน้าที่การงานมาตั้งแต่ผมอายุแค่สิบห้าปี ท่านลุงส่งเสียผมเรียนจนจบการศึกษาที่ปีนัง จนกระทั่งผมได้เดินทางกลับมาช่วยดูแลธุรกิจของท่านในหลาย ๆ ด้าน... รวมไปถึงธุรกิจที่ค่อนข้างจะ... ผิดกฎหมายด้วย ในตอนนั้นผมมีอำนาจล้นมือและเลือกใช้มันในทางที่ไม่ชอบ จนกระทั่งผมได้มาพบรักกับจันทรา แม่ของเจ้ากล้าและเจ้าแก้ว... ผมถึงคิดอยากจะล้างมือ หันมาตั้งหลักปักฐานทำมาหากินแบบสุจริต...”
‘ราตรีเพิ่งกระจ่างแจ้งใจ... ที่ชาวบ้านร่ำลือกันหนาหูว่านายสิงห์เป็นคนที่โหดเหี้ยมป่าเถื่อน เป็นเพราะอาชีพเก่าในอดีตของเขาเป็นมาเฟียนี่เอง แต่เขา... กลับยอมที่จะล้างมือจากวงการมืดอย่างถาวรเพียงเพราะภรรยาและลูก ๆ ช่างเป็นผู้ชายที่โรแมนติกและรักครอบครัวสุด ๆ เลยแฮะ’
คุณสิงห์นิ่งเงียบไปชั่วครู่ ลอบสังเกตใบหน้าของเจ้าสาวคนใหม่ ทว่าหล่อนกลับไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือตัดสินอดีตอันดำมืดของเขาเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มจึงเล่าความจริงต่อ
“ท่านลุงเห็นความตั้งใจของผมที่อยากล้างมือจากวงการ จึงมอบที่ดินผืนนี้ขนาดสี่สิบไร่ ให้ผมนำมาพัฒนาทำธุรกิจฟาร์มไก่ ปัญหาสำคัญคือ... ท่านไม่ได้เซ็นเอกสารเขียนทุกอย่างไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าหลังจากที่ผมพัฒนาที่ดินและขยายธุรกิจออกไปแล้ว ท่านจะยกกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ให้กับผมอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งเมื่อสองปีที่แล้ว ท่านลุงประสพอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน ที่ดินผืนนี้ทั้งหมด... จึงตกเป็นชื่อของภรรยาของท่านตามกฎหมาย”
“ตายจริง!!! อย่างนี้ก็เท่ากับว่า สองแม่ลูกคู่นั้นสามารถที่จะใช้อำนาจมาขับไล่คุณออกไปจากที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ อย่างนั้นเหรอคะ” ราตรีอุทานด้วยความตกใจ หล่อนนึกย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งด่าทอตอกกลับพวกนั้นไปเต็มกราฟความโกรธ หล่อนจะสร้างความเดือดร้อนร้ายแรงให้เขามากมายขนาดไหนต่อจากนี้กันนะ
คุณสิงห์พยักหน้ารับคำช้า ๆ เขาแอบทึ่งที่หล่อนสามารถทำความเข้าใจเรื่องราวซับซ้อนได้ง่ายดายฉับไวอย่างน่าแปลกใจ
“ถ้าหากวันหนึ่งโดนพวกเขายึดที่ดินผืนนี้คืนไปทั้งหมด... ผมก็จะไม่เหลืออะไรเลย เมื่อถึงเวลานั้น คุณเองก็มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเดินจากผมไปได้ตลอดเวลาถ้าหากคุณต้องการ เพราะอันที่จริง... การแต่งงานในครั้งนี้ มันเหมือนกับว่าผมแค่หลอกใช้คุณให้มาเป็นเจ้าสาวบังหน้า เพื่อใช้เป็นไม้กันหมาสะบัดสองแม่ลูกคู่นั้นเท่านั้นเอง” เขาเอ่ยสารภาพ แม้จะต้องฝืนใจกัดฟันบอกเล่าเรื่องที่ไม่น่าฟังให้หล่อนฟัง ทว่าเขาก็ไม่อยากมีความลับปกปิดผู้หญิงคนนี้
รัตติในร่างของราตรีเอื้อมมือบางไปแตะมือหนาของเขาเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม
“เชื่อฉันสิคะ... ว่าต่อให้เกิดเรื่องร้ายแรงถึงขั้นโดนยึดที่ดินจริง ๆ คนอย่างคุณก็จะสามารถสร้างตัวและกลับมามีทุกสิ่งทุกอย่างได้อีกครั้งแน่นอนค่ะ เพราะว่าคุณมี ‘สมอง’ และมีความสามารถ... แล้วฉันน่ะ ก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะยอมก้มหัวแพ้อะไรง่าย ๆ หรอกนะคะ ฉันจะช่วยคุณคิดช่วยคุณทำทุกวิถีทางที่ทำได้เลยค่ะ ไว้ใจฉันได้เลย!” หล่อนส่งรอยยิ้มหนักแน่นจริงใจให้เขา
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนโดนศรกามเทพยิงตัดขั้วหัวใจเข้าอย่างจังเป็นดอกที่สอง... ผู้หญิงคนนี้น่ารักและเด็ดเดี่ยวอะไรอย่างนี้กันนะ แล้วถ้าหาก... ถึงวันที่หล่อนต้องเดินทางจากเขาไปจริง ๆ หัวใจของเขาจะพังทลายลงขนาดไหนกัน ไม่อยากจะคิดฝันถึงมันเลยจริง ๆ
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะการประสานสายตาหวานหยดของทั้งสองคนในห้องนอน
“ป้าสร้อยเองค่ะคุณสิงห์ ป้าเอาลูกประคบสมุนไพรมาให้ค่ะ” เสียงป้าสร้อยร้องบอก
“เข้ามาได้” คุณสิงห์รีบปรับสีหน้าและบุคลิกให้กลับมานิ่งขรึมตามเดิม
เมื่อบานประตูเปิดออก เจ้าตัวแสบทั้งสองคนก็วิ่งโร่หน้าตั้งเข้ามาในห้องก่อนใครเพื่อน ตามติดมาด้วยป้าสร้อยและจันทร์เจ้าสาวรับใช้
“คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บมากไหม” เจ้าแก้วเอ่ยถาม พลางจับจ้องมองข้อเท้าที่บวมแดงของแม่คนใหม่อย่างเป็นห่วงเป็นใย
ขณะที่เจ้ากล้าได้แต่ยืนกอดอกมองอยู่ห่าง ๆ ทว่าเมื่อเห็นว่าราตรีไม่ได้เป็นอะไรมากนัก ชายหนุ่มตัวน้อยจึงแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยเพื่อไม่ให้หล่อนได้ใจว่าตนเองก็แอบเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน
“สบายมากจ้ะ... สองสามวันก็หายดีแล้ว” หญิงสาวเอ่ยตอบพลางส่งรอยยิ้มละมุนให้เด็กทั้งสองอย่างอ่อนโยน
“แน่ใจนะคะว่าไม่ได้โดนงูพิษฉกกัดเอา” จันทร์เจ้าเอ่ยถามด้วยความกังวล พลางช่วยเพ่งมองหารอยเขี้ยวฝังลึกทว่ากลับไม่พบรอยใด ๆ เจอเพียงแต่อาการอักเสบบวมแดงเท่านั้น
“ฉันซุ่มซ่าม ขัดขาตัวเองล้มไปน่ะจ้ะ ข้างนี้ดันพลิกกระแทกแรงไปนิดเท่านั้นเอง” เธออธิบายตอบจันทร์เจ้า
“ดีแล้วค่ะ... บ้านสวนของเราอยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาลและโรงพยาบาลมาก ถ้าโดนอสรพิษงูพิษกัดขึ้นมาจะอันตรายถึงชีวิตเลยนะคะ"
"คราวหลังห้ามแอบเอาจักรยานขี่พากันไปอีกนะคะคุณราตรี” ป้าสร้อยเอ่ยสำทับด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ค่ะ... ขอโทษด้วยนะคะป้าสร้อยที่ทำให้ต้องวุ่นวายกันพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
“คุณแม่ช่วยพวกเราสองคนเอาไว้ค่ะ คุณแม่เก่งที่สุดเท่ที่สุดเลย!” เจ้าแก้วยกนิ้วโป้งชูขึ้นอวด พลางฉีกยิ้มร่าเริงจนเห็นฟันหลอน่าเอ็นดู
คุณสิงห์เอื้อมมือรับลูกประคบสมุนไพรอุ่น ๆ มาจากมือของป้าสร้อย ก่อนจะขยับตัวนั่งลงก้มหน้าก้มตาประคบลงบนข้อเท้าเรียวของเธออย่างเบามือและทะนุถนอมขีดสุด
“ให้ป้าช่วยไหมคะคุณสิงห์” ป้าสร้อยเอ่ยถามหยั่งเชิง ทว่าคนแก่ผ่านโลกมามาก มีหรือจะดูไม่ออก ว่าสายตาของนายใหญ่ของแกเริ่มเต็มไปด้วยความห่วงใยสะใภ้ใหม่คนนี้มากขึ้นแล้ว
“ไม่เป็นไรครับป้าสร้อย... ผมจัดการเองได้” ชายหนุ่มปฏิเสธน้ำเสียงเรียบ
ใจของหญิงสาวเต้นระรัวแรงขึ้นมาอีกระลอกแล้ว...ความอ่อนโยนที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แสนเย็นชา บัดนี้แผ่ซ่านออกมาให้หล่อนได้สัมผัสรับรู้ด้วยตัวเอง วินาทีนี้ หัวใจของหล่อนพร่ำบอกว่าไม่อยากเดินทางหนีหายไปที่ไหนอีกแล้ว หล่อนอยากกลายเป็น ‘ตัวจริง’ ในชีวิตของเขา ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เจ้าสาวหลอก ๆ บังหน้าอีกต่อไป...
บ้าจริง...! คิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่เนี่ย ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกจั๊กจี้หัวใจชะมัดเลยรัตติเอ๋ย
“คุณเขินพ่อของผมอยู่หรือไงครับ” เจ้ากล้าโพล่งถามขึ้นขัดจังหวะความเงียบ ยามเห็นสีหน้าที่แดงก่ำร้อนผ่าวปิดไม่มิดของราตรี
“ว่าไงนะ! เปล่า... เปล่าสักหน่อย! ฉันแค่... อากาศมันร้อนน่ะจ้ะ” หล่อนโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ทว่าเจ้าเด็กชายตัวแสบกลับขยับยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนจะอ่านทางหล่อนได้ทะลุปรุโปร่ง ราตรีรีบเบนใบหน้าหลบสายตาคมกริบของคนเลี้ยงไก่ทันควันด้วยความขัดเขิน
“เอาล่ะ เด็ก ๆ พากันออกไปอาบน้ำอาบท่ากันได้แล้วลูก ปล่อยให้คุณพ่อกับคุณแม่เขาได้พักผ่อนกันบ้าง” ป้าสร้อยแอบส่งยิ้มขยิบตากับจันทร์เจ้า พลางรีบกวาดต้อนสองแสบให้ออกไปนอกห้องนอน
“แล้วใครจะคอยช่วยอาบน้ำให้คุณแม่ล่ะคะป้าสร้อย คุณแม่ท่านขาเจ็บอยู่นะคะ” เจ้าแก้วหันมาถามคำถามอย่างไร้เดียงสาตามประสาเด็กน้อย
“เดี๋ยวพ่อจะคอยช่วยจัดการอาบน้ำให้แม่เขาเอง... ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ” คุณสิงห์หันไปบอกลูกสาวลูกชายด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทเป็นปกติ ราวกับสิ่งที่เอ่ยปากพูดออกมานั้นเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป
ส่งผลให้ราตรีทำได้เพียงกะพริบตาปริบ ๆ นิ่งอึ้ง สมองอันตื้อชาจนหูอื้ออึงไปชั่วขณะ...
ตอนพิเศษ 2ภายในสำนักงานใหญ่ของร้านไก่ทอดแม่ราตรี...ยามใกล้ค่ำ ‘คุณหนูดาราราย’ ที่กำลังนั่งขยับปลายนิ้วกดเครื่องคิดเลขและตรวจเช็กบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่วว่องไว ภาพของเด็กสาวเอาแต่ใจในอดีตมลายหายไปจนสิ้น บัดนี้ดารารายในวัยใกล้ ๒๘ ปี ได้เติบโตกลายสภาพเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟแรงผู้ทรงเสน่ห์และเปี่ยมด้วยความสามารถรอบด้านหล่อนประสบความสำเร็จล้นหลามจากการสร้างแบรนด์ห้องเสื้อผ้าของตนเองจนเริ่มชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วพระนคร อีกทั้งยังรับหน้าที่สำคัญเป็น ‘ผู้จัดการใหญ่’ คอยควบคุมงานดูแลรายละเอียดของร้านไก่ทอดแม่ราตรีในทุก ๆ สาขา มาดคุณหนูไฮโซตระกูลใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งขรึม เป็นผู้ใหญ่ และมีวิสัยทัศน์เฉียบแหลมจนคุณสิงห์และราตรีเอ่ยปากชมไม่ขาดสายด้วยรูปโฉมที่งดงามบวกกับดีกรีความเก่งกาจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดที่จะมีบรรดาชายหนุ่มโปรไฟล์ดี ทั้งลูกท่านหลานเธอ ข้าราชการหนุ่มอนาคตไกล และนักธุรกิจใหญ่พากันแวะเวียนมาขายขนมจีบหยอดคำหวานเพื่อขอขายความรักดึงหล่อนไปครอบครองกันจนหัวบันไดไม่แห้งทว่า... ดารารายกลับไม่ได้มีท่าทีสนใจหรือปันใจให้ชายหน้าไหนเลยแม้แต่นิ
ตอนพิเศษ สายลมโชยพัดผ่าน หอบเอากลิ่นหอมกรุ่นของแป้งและสมุนไพรสูตรลับโชยฟุ้งไปทั่วทั้งสายถนน... เวลาผันผ่านล่วงเลยไปถึง ๖ ปีเต็ม บัดนี้ชื่อเสียงของ ‘ร้านไก่ทอดแม่ราตรี’ ได้ยกระดับแปรเปลี่ยนกลายเป็นตำนานความอร่อยคู่พระนคร กิจการเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ขยายอาณาจักรและกระจายสาขาออกไปทั่วทั้งเขตกรุงเทพมหานครรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง แม้เงินทองและชื่อเสียงจะไหลมาเทมาปานสายน้ำ ทว่าสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของราตรีและคุณสิงห์ กลับไม่ใช่ทรัพย์สินนอกกายเหล่านั้นหากแต่เป็น ‘โซ่ทองคล้องใจ’ ตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาถึง ๒ คน ที่เข้ามาเติมเต็มให้บ้านแห่งนี้ชื่นมื่นในทุกรุ่งอรุณลูกคนโตเป็นเด็กชายวัย ๖ ขวบ นามว่า ‘แดนสิงห์’ ชายหนุ่มตัวน้อยผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมกริบและมาดนิ่ง ถอดแบบความนิ่งขรึมของคุณพ่อสิงห์มาทุกตารางนิ้ว ส่วนลูกคนเล็กเป็นเด็กหญิงวัยกำลังน่ารักน่าเอ็นดูนามว่า ‘ดวงใจ’ เด็กหญิงตัวน้อยช่างพูดช่างเจรจา ถอดรหัสความฉลาดหลักแหลมมาจากคุณแม่ราตรีไม่มีผิดเพี้ยนภาพความน่ารักน่าเอ็นดูที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันจนกลายเป็นที่ชินตาของคนงานในร้าน คือภาพของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต บัดนี้สลัดคราบเสื
-๖o-จบบริบูรณ์ร่างสูงใหญ่ของคุณสิงห์บัดนี้สะบักสะบอมจนแทบดูไม่ได้ หยาดโลหิตสีแดงฉานไหลซึมชโลมท่วมเนื้อตัว หลังจากนายพลตำรวจใหญ่ผู้บัญชาการยอมเปิดทางปล่อยให้คุณสมบูรณ์และสมุน ระดมหมัดและเท้าซ้อมทรมานคนที่ฆ่าลูกชายจนหนำใจ นายสมบูรณ์เอื้อมมือไปชัก ‘มีดพกสั้นเล่มคม’ ออกมาจากกระเป๋าผ้าเสื้อ'มันคือมีดพกสั้นด้ามเดียวกับที่คุณสิงห์ใช้ปาดคอหอยของวสันต์ตายคากองเลือดนั่นเอง'คุณสมบูรณ์สาวเท้าฉับ ๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาคุณสิงห์ที่นอนฟุบอยู่บนพื้นปูน ยื่นมือหนาไปจิกผมของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียให้เงยใบหน้าอาบเลือดขึ้นมาเผชิญหน้ากัน แต่แม้คมมีดมรณะจะจ่ออยู่ชิดติดลูกกระเดือก นัยน์ตาคู่คมปลาบของคุณสิงห์กลับไม่ได้ฉายร่องรอยแห่งความหวาดกลัวหรือขวัญหนีดีฝ่อฉายชัดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว“เก่งมาก... ไอ้สิงห์ มึงนี่มันเก่งกาจสมคำร่ำลือ สมกับที่เป็นอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ ... แต่กูจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ มึงริอ่านมาเล่นงานผิดคนแล้วโว้ย! คืนนี้มึงจงตายตกต่ำลงนรกไปชดใช้กรรมตามลูกชายกูเดี๋ยวนี้เลย”คุณสมบูรณ์เค้นเสียงลอดไรฟันเตรียมลงทัณฑ์คุณสิงห์กัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน... ในวินาทีวิกฤตที่ความตายก้าวเท
-๕๙-ได้โปรด กลับมาหาผมบานประตูไม้พลันเปิดออกพร้อมร่างของผู้บัญชาการตำรวจใหญ่ที่เดินหน้าถอดสี เสียอาการ ก้าวเท้าฉับ ๆ หลบฉากออกมาด้านนอก ชายชราจัดแจงสีหน้าก่อนจะตรงดิ่งเข้ามาหา ‘ราตรี’ ที่นั่งรออยู่ พลางแสร้งกระแอมไอกลบเกลื่อนความชั่วร้าย ยื่นหน้าเข้ามาเปิดฉากตั้งโต๊ะสอบสวนป้ายสีเหยื่อสาวทันที“เอาล่ะคุณราตรี... ผมจะพูดตรง ๆ นะ คดีนี้ถ้าจะให้เรื่องมันจบง่าย ๆ คุณก็ต้องเซ็นอนุมัติยอมรับข้อกล่าวหาว่า... คุณน่ะ ‘สมยอม’ ก้าวขาขึ้นรถตามผู้การวสันต์ไปที่คฤหาสน์ลับด้วยความเต็มใจเอง ทว่าเพราะไอ้สิงห์สามีของคุณมันเกิดความหึงหวงหน้ามืดตามัว มันเลยแอบลอบเร้นตามไปบุกฆาตกรรมปาดคอหอยผู้การวสันต์ถึงในห้องนอน! เรื่องมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม!”คำป้ายสีตอแหลชั่วช้าทำเอาไฟโทสะของราตรีพุ่งแล่นพรวดพราดขึ้นสมอง หล่อนโมโหจัด ตวัดสายตาจ้องหน้าหัวหน้าตำรวจเฒ่า พลางตอกกลับเสียงดังลั่นโรงพักอย่างไม่เกรงกลัวเกรง“นี่คุณตำรวจถึงกับลดตัวลงมาปรักปรำหน้าตาเฉย หาว่าฉันสมยอมหนีตามไอ้วสันต์ไป ทั้งที่ฉันมีสามีแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการใส่ความที่สกปรกชั่วช้าที่สุด เท่าที่มนุษย์จะคิดอ่านขึ้นมาได้เลยค่ะ!”ราตรีสูดลมหายใจ
-๕๘-เครื่องคุ้มภัยในเวลาเดียวกันทางฝั่งคฤหาสน์ลับ... ความโล่งอกของราตรีมลายหายไปในชั่วพริบตา ในขณะที่คุณสิงห์กำลังช่วยประคองประคองร่างบอบบางของภรรยาก้าวเดินขึ้นรถยนต์เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ จู่ ๆ แสงไฟหน้ารถนับสิบคันก็สาดส่องเข้ามาจนตาพร่า พร้อมกับเสียงสัญญาณไซเรนของรถตำรวจสังกัด ‘ผู้บัญชาการ’ เจ้านายของวสันต์ ที่แล่นเข้ามาจอดปิดล้อมทางเข้าออกไว้ทุกทิศทุกทาง!นายตำรวจเลวนับสิบชีวิตพร้อมอาวุธปืนครบมือกรูกันลงมาจากรถ พุ่งเข้าล็อกตัวคุมเชิง และจับกุมคุณสิงห์รวมถึงทีมงานนักฆ่าสองสามคนไว้ทันทีที่แท้... ไอ้ผู้บัญชาการเพิ่งจะได้รับสายตรงสั่งการด่วนมาจาก ‘คุณสมบูรณ์’ ขั้วอำนาจใหญ่บารมีล้นฟ้าผู้เป็นพ่อของวสันต์ ให้ส่งกำลังมาช่วยอารักขาลูกชายและถล่มฝั่งคุณสิงห์ ทันทีที่คนใช้ในบ้านลนลานวิ่งออกมารายงานด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า พันตำรวจเอกวสันต์โดนคุณสิงห์ปาดคอหอยตายสนิทคากองเลือดไปเรียบร้อยแล้ว คุณสมบูรณ์ที่รับฟังสถานการณ์ผ่านสายโทรศัพท์ก็ถึงกับคลั่งจัดจนฟิวส์ขาด ระเบิดคำสั่งผ่านปลายสายทันที!“จับเป็นไอ้สิงห์และพรรคพวกอย่าให้พวกมันรอดชีวิตออกไปเห็นแสงตะวันเด็ดขาด”“คุณตำรวจคะ! พวกคุณกำลังเข้าใ
-๕๗- จบสิ้นความแค้นที่ยาวนานในขณะที่ภายในห้องนอนด้านบนอบอวลไปด้วยคราบเลือดระยำของวสันต์... ทางด้าน ‘สาวิตตรี’ ที่กบดานอยู่ฝั่งปีกซ้ายของคฤหาสน์ลับ บัดนี้หล่อนกำลังยืนรับฟังรายงานด่วนจากคนใช้ส่วนตัวด้วยใจระทึก ทันทีที่ทราบข่าวว่าไอ้ผู้การโรคจิตวสันต์โดนคุณสิงห์บุกเข้ามาปาดคอหอยเรียบร้อยคามือ แทนที่หล่อนจะตื่นตระหนกตกใจ หญิงสาวกลับขยับรอยยิ้มหยันสะใจพลางแค่นหัวเราะร่าออกมาอย่างไม่ใยดี“สมน้ำหน้ามัน! ไอ้หน้าโง่วสันต์... นึกว่ามีเส้นสายหนาเป็นตำรวจใหญ่แล้วจะเก่งกาจคับฟ้าเมืองไทย ที่ไหนได้... โง่เง่าตัณหากลับจนโดนบุกมาเชือดคอคาเตียงนอน สะใจจริงๆ”สาวิตตรีสบถสะใจทว่ามือบางกลับไม่นิ่งเฉย หล่อนรีบกุลีกุจอจัดแจงโกยเอาแก้วแหวนเงินทองและทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดลงกระเป๋าเดินทางใบย่อมอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อม ‘หนีตาย’ มุ่งหน้าไปยังท่าเรือเจ้าพระยาตามแผนการลับที่หล่อนแอบติดต่อวางหมากสำรองไว้ตั้งแต่เริ่มแรก หญิงสาวจัดแจงหยิบผ้าคลุมผืนหนาขึ้นมาคลุมหน้าคลุมตาและอำพรางเนื้อตัวอย่างมิดชิด ก่อนจะรีบแอบเร้นตัวย่องลงบันไดก้าวขึ้นรถยนต์ค







