로그인ตอนที่ 3
ช่วยไม่ได้ แสงไฟสลัวจากโคมระย้าในโถงบ้านใหญ่ทอดเงายาวไปตามพื้นหินอ่อน เสียงส้นรองเท้าสูงดังสะท้อนก้องไปทั่ว เมื่อลูกคลื่นเดินเข้ามาพร้อมผู้หญิงในชุดรัดรูปหรูหรา กลิ่นน้ำหอมแรงจัดลอยคลุ้งทันทีที่ประตูเปิดออก เฌอรีนกำลังจะเดินขึ้นบันไ แต่ต้องหยุดกะทันหันเมื่อหันมาเห็นภาพตรงหน้า ผู้หญิงที่มากับเขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงติดหวานแต่แฝงความอยากรู้อยากเห็น “นี่ใครเหรอคะพี่คลื่น?” ลูกคลื่นเหลือบมองเฌอรีนเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเย็นหยันปรากฏบนใบหน้าหล่อคม ก่อนจะตอบเสียงเรียบชัดเจน “คนใช้…ไม่ต้องสนใจหรอก” คำพูดนั้นเหมือนคมมีดกรีดลงกลางอก เฌอรีนชะงักทันที สายตาไหววูบ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา เธอก้มหน้าลงเหมือนเดิม พยายามกลืนก้อนแข็งในลำคอให้หายไป ทั้งที่หัวใจปวดร้าวจนแทบยืนไม่ไหว ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะคิกคัก หันมามองเฌอรีนด้วยสายตาเหยียดเล็กน้อย ก่อนจะเกาะแขนลูกคลื่นแน่นกว่าเดิม “ขอคุยด้วยหน่อยสิ” เฌอรีนพูดขึ้นสบตากับชายหนุ่มเพียงเสี้ยววิ “เธอไปรอบนห้องก่อน” ลูกคลื่นหันไปบอกกับหญิงสาวที่ควงเข้ามา ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงเดินลงบันไดไปด้วยท่าทีหงุดหงิด “มีอะไรก็พูดมา” มือหนายังล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่หลังพิงกำแพงมองไปด้านหน้าไม่หันมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “พี่พาผู้หญิงเข้ามาแบบนี้มันไม่เหมาะสมนะ” “เหอะ...นี่บ้านกูกูจะทำอะไรรบกวนมึงไม่ต้องมาตัดสิน” “แต่เราเป็นคู่หมั้นกันนะ พี่ทำแบบนี้...” “ใครบอกว่ากูจะหมั้นกับมึง ฝันอยู่รึเปล่า” ชายหนุ่มหันหน้ามาตอบทันควัน “ก็....” “เลือกที่จะมาอยู่ที่นี่เองก็ช่วยไม่ได้ ทำใจหน่อยนะเพราะกูพาผู้หญิงเข้าบ้านทุกวัน” “.....” “คิดจะฟ้องแม่กูก็เชิญ แม่กูเข้าข้างมึงอยู่แล้วหนิ” “หนูไม่บอกคุณน้าหรอก พี่อยากทำอะไรก็ทำ” “ไม่ต้องมาสั่งกูหรอก มีอะไรจะพูดอีกรึเปล่า จะได้ไปเอา...สักที” เธอสะดุ้งกับถ้อยคำแรงกระแทกเหมือนถูกตบกลางใจ เงยหน้าขึ้นชั่วครู่แล้วส่ายหัวช้า ๆ น้ำเสียงสั่นพร่า “ไม่มีแล้วค่ะ...” ลูกคลื่นจ้องเธออีกวูบ ก่อนสะบัดหน้าอย่างไม่แยแส ก้าวฉับ ๆ ขึ้นบันไดไปเหลือเพียงเฌอรีน ที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาเอ่อคลอน้ำตาจนพร่า เธอเงยหน้าขึ้นมองเพดานพยายามกลืนก้อนสะอื้นไม่ให้ไหลออกมา แต่สุดท้ายหยดใสก็ร่วงลงอาบแก้มอย่างเงียบงัน ตัดภาพมาที่มหาลัยในวันต่อมา เสียงนกหวีดดังลั่นในสนามหญ้าหน้าอาคารชมรม บรรยากาศเต็มไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่งที่นั่งเรียงกันเป็นแถว รุ่นพี่คุมกิจกรรมยืนกอดอกมองอยู่โดยรอบ ลูกคลื่นยืนเด่นอยู่ตรงกลางในชุดช็อป สายตาคมกริบกวาดมองรุ่นน้องอย่างเข้มงวด จังหวะนั้นเอง ร่างบางในชุดนักศึกษาสะอาดสะอ้านก็รีบวิ่งเข้ามาเฌอรีน เธอหอบหายใจ หน้าแดงก่ำจากการวิ่งมาให้ทันเวลา เสียงของลูกคลื่นดังขึ้นทันทีแทรกบรรยากาศทั้งสนาม “เฮ้ย! เพิ่งโผล่มาหรือไง หัดดูนาฬิกามั่งนะ นี่ไม่ใช่โรงเรียนอนุบาลที่ใครจะมาก็ได้!” ทุกสายตาหันไปมองเฌอรีนในทันที เสียงซุบซิบดังขึ้นแผ่ว ๆ เฌอรีนก้มหน้าลงแน่น มือเล็กกำชายกระโปรงแน่น พลางเอ่ยเสียงสั่น “ขอโทษค่ะ…รถติดนิดหน่อย” ลูกคลื่นแค่นหัวเราะหยัน “ข้ออ้างโง่ ๆ แบบนั้นเก็บไว้ใช้ที่บ้านเถอะ ที่นี่ไม่ใช่ที่จะทำตัวตามสบายได้! อยากเข้าชมรมนี้ก็ต้องทำตามกฎ เข้าใจมั้ย!” เฌอรีนพยักหน้าเงียบ ๆ ใจเต้นแรงอย่างอับอายต่อหน้ารุ่นพี่รุ่นเพื่อนเกือบร้อยคน เสียงทุ้มต่ำเข้มดังสั่งก้องอีกครั้ง “งั้นก็ไปวิ่งรอบสนามสิบรอบเลย กูจะจับเวลาเอง ถ้ามึงยังอยากอยู่ที่นี่ก็รีบไป!” น้ำเสียงเย็นชานั้นตัดบรรยากาศทั้งสนามให้เงียบกริบ เฌอรีนกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ก่อนจะก้าวออกไปช้า ๆ แล้วออกวิ่งรอบสนามท่ามกลางแววตาหลายคู่ที่จ้องมองบางคู่เต็มไปด้วยความสงสารบางคู่ก็หัวเราะขำขัน แต่สายตาหนึ่งที่ยังคงจ้องเธอไม่ละไปไหนคือสายตาคมกริบของลูกคลื่น ที่แม้ใบหน้าจะเรียบเฉย แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่ปิดไม่มิด เสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเฌอรีนเริ่มออกวิ่งรอบสนามหญ้า ทุกสายตายังคงจับจ้องร่างบางในชุดนักศึกษาที่วิ่งไปตามคำสั่งของรุ่นพี่ แดดยามสายสาดแรงจนเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมออกมาทั่วใบหน้าและซอกคอ ผมยาวที่ถูกรวบไว้เริ่มหลุดลุ่ย กระโปรงพลีทสะบัดตามแรงก้าว เธอหอบหายใจแรงขึ้นทุกครั้งที่ฝีเท้ากระแทกพื้น แต่ก็ไม่เอื้อนเอ่ยคำบ่นแม้แต่น้อย เสียงคนเริ่มซุบซฺบกัน “โห วิ่งสิบรอบนี่โหดไปปะ” “แต่พี่คลื่นพูดแล้วใครจะกล้าเถียงวะ” ลูกคลื่นยืนกอดอกอยู่ข้างสนาม สายตาคมกริบจับตามองทุกฝีเท้าเหมือนคอยจับผิด เขาไม่พูดอะไร แต่แววตาแข็งกร้าวนั้นกดดันจนเฌอรีนไม่กล้าแม้แต่จะชะลอ “เฮ้ย…หน้าไม่ดีเลยว่ะ” เสียงรุ่นน้องกระซิบขึ้น ฟุบ! ยังไม่ทันครบหนึ่งรอบเต็มร่างบางก็สะดุดลงไปกับพื้นหญ้า เสียงดังทำให้ทุกคนร้องอุทานแทบพร้อมกัน “เฮ้ย! เป็นลมเหรอ!” “น้อง! เป็นอะไรมั้ย!” รุ่นน้องหลายคนรีบวิ่งเข้าไปหา บางคนตะโกนเรียกรุ่นพี่เวรพยาบาลทันที ลูกคลื่นที่ยืนกอดอกอยู่ข้างสนามชะงักไปเสี้ยววินาที สายตาคมเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนหรี่ลงทันที เขากำมือแน่นแต่ยังคงทำหน้าเฉยชาไม่ยอมขยับทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนเจ็บในอก เฌอรีนนอนหมดแรงบนพื้นใบหน้าซีดเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก เสียงหอบเบาจางจนแทบไม่ได้ยิน ชิม่อนเป็นคนแรกที่วิ่งไปถึง เขาคุกเข่าลงข้างเธอ รีบตบแก้มเบา ๆ “เฮ้ยน้อง! ได้ยินพี่มั้ย ใครก็ได้เอาน้ำมาเร็ว” ผลัก! แต่ก่อนที่เขาจะทันได้อุ้มขึ้นเต็มแรง แรงแขนแข็งกร้าวของลูกคลื่นกระแทกใส่จนชิม่อนเซถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาคมวาวโรจน์กวาดมองเพื่อนเหมือนคำเตือนเงียบ ๆ เสียงรอบสนามเงียบลงทันที ทุกคนอึ้งกับการกระทำกะทันหันนั้น ลูกคลื่นก้มลงช้อนร่างบางขึ้นมาอย่างง่ายดายแขนแข็งแรงอุ้มเธอในท่าอ้อมแขนราวกับเธอเบาหวิวในมือ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่แววตาขุ่นเคืองกลับรุนแรงกว่าทุกครั้ง “กูจะพาไปเอง” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ กดดันจนใครก็ไม่กล้าโต้เถียง เฌอรีนพิงอกเขาอย่างหมดแรง ลมหายใจอ่อนแผ่ว ดวงหน้าซีดจัดจนขัดกับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้น กลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ และกลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากเสื้อช็อปของเขาอบอวลใกล้ปลายจมูก ลูกคลื่นก้าวฉับ ๆ ออกไปจากสนามหญ้าท่ามกลางสายตาของทุกคน เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น “โห…พี่คลื่นแม่งเล่นแรงไปหรือเปล่า” “เมื่อกี้ผลักพี่ม่อนโคตรแรง” “แต่พี่คลื่นอุ้มน้องไปเองเลยนะเว้ย” ชิม่อนยืนมองตามหลังเพื่อนสนิท สีหน้าฉายชัดถึงความไม่เข้าใจปนหงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจ้องแผ่นหลังกว้างที่อุ้มหญิงสาวคนนั้นไปด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ที่ห้องพยาบาลมหาลัย ไม่นานนักเฌอรีนขยับเปลือกตาอย่างอ่อนแรง ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สายตาพร่ามัวมองเพดาน ก่อนหันไปเห็นเงาร่างสูงยืนกอดอกอยู่ใกล้ ๆ เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทันทีที่เธอได้สติ “ฟื้นแล้วเหรอ…แค่ให้วิ่งรอบเดียวก็เป็นลม มึงนี่แม่งสำออยฉิบหาย” น้ำเสียงเย็นชากระแทกหัวใจเธอทันที เฌอรีนเม้มปากแน่น หันหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนน้ำตาที่เอ่อคลอ “ขะ..ขอโทษ ที่ทำให้พี่เดือดร้อน” “รู้ตัวก็ดี....กูว่ามึงย้ายชมรมเถอะ อย่ามาอยู่ชมรมเดียวกันกับกูเลย เห็นแล้วเสนียดลูกตา ชมรมกีฬาไม่เหมาะกับผู้หญิง” “ต่อไปจะไม่ทำให้ลำบาก” “พูดไม่รู้เรื่อง ทำตัวน่ารำคาญชะมัด” ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องไปทิ้งไวเพียงเฌอรีนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 56ตกหลุมรักคืออะไรอุโมงค์กระจกใต้น้ำทอดยาวราวกับพาเข้าสู่โลกอีกใบ แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเกล็ดปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงเหนือศีรษะ เฌอรีนก้าวเคียงข้างลูกคลื่น มือเล็กถูกกอบกุมไว้แน่น ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“สวยจัง…”ลูกคลื่นเหลือบตามองภาพเบื้องหน้า แต่ไม่นานก็หันกลับมาจ้องใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างตื่นตาตื่นใจของเธอแทน รอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนเสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา“ใช่…สวยมาก”หญิงสาวหันมาสบตาเข้าอย่างจัง ถึงได้รู้ว่าคำพูดนั้น…เขาไม่ได้หมายถึงฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่รอบด้าน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบเบือนสายตากลับไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่กลับไม่อาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่ค่อย ๆ คลี่บนแก้มได้“พี่เนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ คล้ายต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนแทบจะกลบเสียงคลื่นน้ำรอบตัว“เขินเหรอ”“เปล่า แค่ยังไม่ชินต่างหาก”“ต่อไปจะชมว่าหนูสวยทุกวัน”“พี่ชอบหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอ....”“อื้อ..ชอบหนูมากกว่าชอบตัวเองซะอีก”“พูดอะไรก็ไม่รู้....ยังนึกถึงตอนที่พี่ด่าหนูได้อยู่เลย”“ขอโทษ....”ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังสำนึกผิด
ตอนที่ 55เขร่งขรึมหน่อยสิก๊อ ก๊อก ก๊อกในขณะที่ทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมจนแทบจะเป็นร่างเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอกเสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังดังเข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคย“เฌอรีน อยู่มั้ยลูก น้ามาหา”เฌอรีนหันไปมองชายหนุ่มตาโตด้วยความร้อนรน “ทำยังไงดีล่ะพี่คลื่น น้าเข้ามาเห็นพวกเราแบบนี้ นี่แล้วพี่ได้บอกคุณน้าเปล่าว่าจะมา”ลูกคลื่นกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็พยายามตั้งสติ “ยัง ใจเย็นก่อน…ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”ทั้งคู่รีบเก็บเสื้อผ้าที่ระเกะระกะบนโซฟาอย่างเร่งรีบ เสียงหัวใจเต้นดังจนแทบจะกลบเสียงเคาะประตู แล้วลูกคลื่นก็สูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู“นะ...นี่ลูกคลื่น ทำไมมาไม่บอกแม่เลย แล้วมาอยู่กับน้องได้ไง มารังแกอะไรน้องรึเปล่าเนี่ย”มารดาเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยสีหน้าดูตกใจเล็กน้อย“ทำไม ก็คิดถึงเลยมาหา ไม่ได้รังแกสักหน่อยใครจะกล้าล่ะ แม่มาขัดจังหวะจริง ๆ”“รู้อยู่แล้วว่ามาขัดจังหวะ ดูแกใส่เสื้อใส่กางเกงสิกลับไปกลับมาคนล่ะทาง ยังไม่รู้ตัวอีก”ลูกคลื่นก้มลงมองเสื้อยืดที่ใส่กลับด้านอยู่จริง ๆ กับกางเก
ตอนที่ 5หนูไม่ใช่เอวาในที่สุดเฌอรีนก็เปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างเขา ร่างสูงโน้มลงพรมจูบทั่วทั้งตัวเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจารึกร่องรอยความเป็นเจ้าของไปทุกตารางนิ้วจ๊วบ!ริมฝีปากหยักร้อนผ่าวครอบลงบนยอดอกชูชันลูกคลื่นดูดแรง ๆ จนเกิดเสียงดังชัด มืออีกข้างบีบคลึงเต้าอีกข้างอย่างหนักหน่วง ร่างเฌอรีนสะท้าน
ตอนที่ 4อย่ายุ่งกับเธอช่วงเย็นร้านเหล้าริมคลองไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยคึกคักด้วยเสียงดนตรีสดเบา ๆ และเสียงหัวเราะของนักศึกษา โต๊ะไม้กลมตรงมุมร้านมีแก้วเบียร์วางเรียงอยู่หลายใบลูกคลื่นนั่งพิงเก้าอี้ชุดช็อปถูกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ด้านหลัง เขายกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ ดวงตาคมมองไปยังฟองเบียร์โดยไม่พูดอะไรฝั่ง
ตอนที่ 2มหาลัยวันแรกรุ่งเช้าแสงแดดอุ่นส่องลอดหน้าต่างกระจกสูงเข้ามาในห้องโถง บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณที่ดังติ๊กต่อกกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นจากโต๊ะอาหารประตูห้องชั้นบนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้าวลงบันไดร่างสูงสง่าในชุดช็อปมหาลัยสีกรมเข้มทับเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด ด้านบนอกมีปักต
ตอนที่ 1เรื่องที่ซวยที่สุดในชีวิตณ บ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาโบราณที่เดินไปตามเวลาอย่างเชื่องช้าประตูห้องด้านบนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ลูกคลื่นจะปรากฏตัวร่างสูงโปร่งสมส่วนในชุดเชิ้ตเข้ารูปสีเข้มกับกางเกงสแลคที่ตัดเย็บอย่างเนี๊ยบใบหน้าหล่อชวนให้คนมองรู้สึกต้องมนตร์คิ้วเข้มไ







