تسجيل الدخولตอนที่ 2
มหาลัยวันแรก รุ่งเช้า แสงแดดอุ่นส่องลอดหน้าต่างกระจกสูงเข้ามาในห้องโถง บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณที่ดังติ๊กต่อกกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นจากโต๊ะอาหาร ประตูห้องชั้นบนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้าวลงบันได ร่างสูงสง่าในชุดช็อปมหาลัยสีกรมเข้มทับเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด ด้านบนอกมีปักตราสัญลักษณ์คณะวิศวกรรมเขาสวมกางเกงยีนส์เข้มดู แม่ที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะอาหารเงยหน้าขึ้นเห็นเข้าก็เอ่ยทักทันที “จะไปแล้วเหรอลูก รอน้องก่อนสิ” “ให้เธอไปเองเถอะ” “นั่นไงน้องลงมาแล้ว ไหน ๆ ลูกก็ขับรถไปอยู่แล้ว ให้น้องติดรถไปด้วยจะเป็นอะไรไป” เฌอรีนเดินลงมาในชุดนักศึกษาสะอาดเรียบร้อยเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นพับอย่างเรียบ กระโปรงพลีทยาวเหนือเข่าเล็กน้อยสะพายกระเป๋าเป้สีดำไว้ข้างหนึ่ง ใบหน้าแต่งเติมเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย แม่รีบเอ่ยเสียงอบอุ่น “ไปด้วยกันเถอะลูก รถคันเดียวก็ถึงพร้อมกัน จะได้ไม่เปลือง” เฌอรีนยิ้มบาง ๆ อย่างเก้อเขิน เอ่ยเบาแทบไม่พ้นริมฝีปาก “ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า หนูไปเองก็ได้…” “นั่นไง เธอบอกแล้วว่าจะไปเอง งั้นผมขอตัวนะครับ” “เดี๋ยว...รับน้องไปด้วย ตอนบ่ายแม่จะกลับต่างประเทศแล้ว ยังไงก็ฝากน้องด้วยแล้วกัน” ลูกคลื่นหยุดชะงัก เสี้ยววินาทีนั้นกรามแกร่งขบแน่น แววตาคมวาวตวัดไปทางหญิงสาวที่ยืนก้มหน้างุดอยู่ไม่ไกล ริมฝีปากหยักขยับพูดเสียงต่ำ แฝงความหงุดหงิด “จะไปด้วยก็…ตามมา” สิ้นคำเขาก็หมุนตัวเดินนำออกไป ไม่เหลือบแลแม้แต่นิดเดียว เฌอรีนก้มหน้ามองพื้น หัวใจสั่นไหวกับน้ำเสียงเย็นชานั้น แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ หญิงสาวกำสายสะพายกระเป๋าแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวตามหลังเขาออกไปอย่างเงียบ ๆ เสียงเครื่องยนต์รถหรูคำรามต่ำ ๆ ขณะลูกคลื่นขับรถหรูออกมาจากบ้านได้ไม่นาน ภายในรถเงียบงันจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของทั้งคู่ เฌอรีนนั่งก้มหน้า มือเล็กกำสายกระเป๋าแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองคนขับ ความอึดอัดทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้นลูกคลื่นก็กระแทกเบรกจอดรถเข้าข้างทางอย่างแรง เสียงยางเสียดถนนดังเอี๊ยด ร่างของเฌอรีนสะดุ้งเฮือก หันไปมองเขาด้วยดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม “ลงไป” เสียงทุ้มต่ำแข็งกระด้างดังขึ้น “หา…พี่หมายความว่าไงคะ?” น้ำเสียงเธอสั่น แต่ยังพยายามข่มไว้ ลูกคลื่นตวัดตามองเธอ แววตาคมกริบฉายแววเย็นชา ริมฝีปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อยก่อนเอ่ยหนักแน่น “กูบอกให้มึงลงจากรถไง! กูไม่ได้อยากมีมึงนั่งข้าง ๆ ตั้งแต่แรก จะไปไหนก็ไปเองเถอะ อย่ามาเกาะกูให้รำคาญ! ที่รับขึ้นมาเพราะขี้เกียจฟังแม่กูบ่นเท่านั้นเอง” เฌอรีนเม้มปากแน่น น้ำตาคลอเบ้า แต่ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด หญิงสาวค่อย ๆ ปลดเข็มขัดนิรภัย มือสั่นเล็กน้อยก่อนผลักประตูลงไปยืนริมถนนเงียบ ๆ ณ มหาลัย บรรยากาศยามสายในลานใต้ตึกวิศวะเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและหัวเราะจากกลุ่มนักศึกษา โต๊ะหินอ่อนยาวใต้ร่มไม้เป็นที่นั่งรวมกลุ่มของพวกรุ่นพี่ ปีสามที่กำลังนั่งคุยกันเสียงอึกทึก ท่ามกลางนั้น ลูกคลื่นนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือแก้วน้ำเย็น สายตานิ่งขรึม ไม่ได้พูดมากเหมือนเพื่อนคนอื่น แต่กลับกลายเป็นศูนย์กลางของสายตาโดยไม่ต้องทำอะไรเลย รุ่นน้องปีหนึ่งกลุ่มหนึ่งเดินผ่านไป พากันหันมองและกระซิบกระซาบกันเบา ๆ “นั่นพี่คลื่นใช่ปะ หล่อฉิบหายเลยอะ” “ตัวจริงโคตรเท่ ขนาดนั่งเฉย ๆ ยังมีออร่า” เสียงหัวเราะคิกคักดังตามหลังไปแต่เจ้าตัวกลับไม่แม้แต่จะเหลือบแล ขณะที่เพื่อน ๆ ของลูกคลื่นยังคุยกันอยู่ชิม่อนเพื่อนสนิทก็เหลือบสายตาออกไปทางถนนด้านหน้าตึก พลันเหมือนบางอย่างดึงดูดสายตาให้หยุดนิ่ง ร่างบางในชุดนักศึกษาขาวสะอาดเดินผ่านเข้ามา เฌอรีนเธอสวมกระโปรงพลีทเข้ารูปที่แกว่งไหวตามแรงก้าว เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดพอดีตัวกับผมยาวที่ถูกรวบหางม้าหลวม ๆ เผยลำคอระหงและผิวขาวเนียนละเอียด ชิม่อนถึงกับชะงัก สายตาตรึงอยู่กับความเรียบง่ายแต่สะกดใจนั้น ก่อนริมฝีปากจะเอ่ยออกมาอย่างไม่ทันคิด “โห…คนนั้นแม่งสวยฉิบหาย” ชิม่อนพึมพำพลางยักคิ้วให้เพื่อน ก่อนจะลุกจากเก้าอี้อย่างไม่รีรอ “เฮ้ย ๆ มึงจะไปไหนวะชิม่อน” เพื่อนอีกคนชื่อองศาแซว แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะร่วน เดินตรงไปยังเฌอรีนที่เพิ่งก้าวผ่านหน้าตึก เฌอรีนหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้ชายร่างสูงในชุดช็อปเดินเข้ามาขวางตรงหน้า ใบหน้าเปื้อนยิ้มและแววตาเจ้าเล่ห์ของชิม่อนทำให้บรรยากาศดูเป็นกันเองมากกว่าอึดอัด “สวัสดีครับน้อง ปีหนึ่งใช่ปะ?” เขาเอ่ยทักเสียงสดใส เฌอรีนพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ…มีอะไรรึเปล่าคะ” เสียงเธออ่อนนุ่ม แต่ยังคงก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเกรงใจ ชิม่อนยิ้มกว้างทันที “พี่อยู่ปีสามชื่อชิม่อนนะครับ เห็นน้องเดินผ่านเลยอยากรู้จัก ขอไอจีหน่อยได้มั้ยครับ?” น้ำเสียงเจือความจริงใจปนขี้เล่นทำให้เพื่อน ๆ ที่นั่งโต๊ะหินอ่อนส่งเสียงโห่แซวกันเบา ๆ รวมถึงบางสายตาที่แอบลุ้น ที่โต๊ะนั้นเองลูกคลื่นยังคงนั่งนิ่ง สายตาคมหันไปมองภาพตรงหน้าเพียงชั่ววินาทีเดียว ดวงตาที่มักจะเรียบเฉยกลับฉายแววบางอย่างวูบหนึ่งทั้งขุ่นเคือง ทั้งหงุดหงิดก่อนที่เขาจะเสหลบ สะบัดน้ำแข็งในแก้วเล่นราวกับไม่สนใจอะไรเลย เฌอรีนชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอของชิม่อน แววตาเธอสับสนอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ…ก็ได้” เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า เปิดหน้าจอแล้วเลื่อนนิ้วส่งชื่อIGของตัวเองให้ ชิม่อนรับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด “ขอบคุณนะครับน้อง สัญญาเลยว่าจะไม่กวนมาก…แค่ทักไปบ้างก็พอ” เขาพูดเสียงติดขี้เล่น พลางยกนิ้วโป้งให้ ก่อนจะหันกลับไปหาเพื่อน ๆ ที่กำลังนั่งโห่แซวอยู่ เสียงเฮฮาดังขึ้นรอบโต๊ะ แต่ท่ามกลางความครึกครื้นนั้นลูกคลื่นนั่งนิ่งสายตาคมกริบจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือเพื่อนสนิท ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาไม่ได้พูดอะไรทว่ามือที่วางบนโต๊ะกลับกำแก้วน้ำจนข้อขาวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “เฮ้ยไอ้ม่อน มึงนี่จริง ๆ ได้รึเปล่าว่ะ” ทันที่ที่ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาเพื่อนสนิทอย่างองสาก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที “จะเหลือเหรอ คนอะไรแม่งน่ารักฉิบหาย” เสียงหัวเราะครึกครื้นดังขึ้นรอบโต๊ะ ทุกคนต่างพากันล้อเลียนและแซวสนุกสนาน ปัง! เสียงแก้วน้ำกระแทกลงบนโต๊ะดังสนั่นจนวงสนทนาชะงักทันที สายตาทุกคู่หันไปทางต้นเสียง เห็นลูกคลื่นวางแก้วลงแรงจนหยดน้ำกระเซ็น ก่อนที่เขาจะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าคมเข้มเรียบนิ่ง แต่แววตาที่วาวโรจน์เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เขาไม่พูดอะไรสักคำ เพียงหมุนตัวเดินออกไปอย่างหงุดหงิดทิ้งบรรยากาศตึงเครียดไว้กลางวง เพื่อน ๆ มองหน้ากันอย่างงุนงง เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้น “อะไรวะ อยู่ ๆ ก็โมโห?” “หรือมันหงุดหงิดเรื่องอื่น?” “ไอ้คลื่นนี่แม่ง…นิสัยเดายากฉิบหาย” ลมยามบ่ายพัดผ่านโถงทางเดินด้านข้างตึกวิศวะ เงาของต้นไม้ทอดยาวบนพื้นปูนร้อนระอุ ลูกคลื่นยืนพิงกำแพงเงียบ ๆ ในมุมที่ไม่มีใครเข้ามารบกวน มือหนึ่งเสียบกระเป๋า อีกมือคีบบุหรี่ปล่อยควันสีขาวออกมาช้า ๆ ดวงตาคมกริบทอดมองไปไกล แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพซ้ำ ๆ ของเอวาคนรักเก่า รอยยิ้มของเธอ เสียงหัวเราะและความทรงจำทั้งหมดที่ครั้งหนึ่งเคยมีความหมาย ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งเจ็บก็ยิ่งโกรธ ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น สูดควันเข้าปอดลึกก่อนพ่นออกมาแรง ๆ ความขมปร่าของควันบุหรี่แทบไม่ช่วยกลบความขมในใจแม้แต่น้อย “เอวา…” เขาพึมพำชื่อในใจ ความรู้สึกถูกหักหลังยังคงฝังแน่นเหมือนบาดแผลที่ไม่ยอมสมาน และทุกครั้งที่สายตาเผลอไปเห็นเฌอรีนเด็กผู้หญิงใสซื่อที่แม่ยกเข้ามาในบ้าน ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็ยิ่งปะทุขึ้น เขามองเธอเป็นตัวแทนของความโชคดีที่ไม่ควรได้ ความแตกต่างที่กรีดแผลในใจเขาให้ลึกลงไปอีกตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 56ตกหลุมรักคืออะไรอุโมงค์กระจกใต้น้ำทอดยาวราวกับพาเข้าสู่โลกอีกใบ แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเกล็ดปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงเหนือศีรษะ เฌอรีนก้าวเคียงข้างลูกคลื่น มือเล็กถูกกอบกุมไว้แน่น ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“สวยจัง…”ลูกคลื่นเหลือบตามองภาพเบื้องหน้า แต่ไม่นานก็หันกลับมาจ้องใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างตื่นตาตื่นใจของเธอแทน รอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนเสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา“ใช่…สวยมาก”หญิงสาวหันมาสบตาเข้าอย่างจัง ถึงได้รู้ว่าคำพูดนั้น…เขาไม่ได้หมายถึงฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่รอบด้าน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบเบือนสายตากลับไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่กลับไม่อาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่ค่อย ๆ คลี่บนแก้มได้“พี่เนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ คล้ายต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนแทบจะกลบเสียงคลื่นน้ำรอบตัว“เขินเหรอ”“เปล่า แค่ยังไม่ชินต่างหาก”“ต่อไปจะชมว่าหนูสวยทุกวัน”“พี่ชอบหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอ....”“อื้อ..ชอบหนูมากกว่าชอบตัวเองซะอีก”“พูดอะไรก็ไม่รู้....ยังนึกถึงตอนที่พี่ด่าหนูได้อยู่เลย”“ขอโทษ....”ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังสำนึกผิด
ตอนที่ 55เขร่งขรึมหน่อยสิก๊อ ก๊อก ก๊อกในขณะที่ทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมจนแทบจะเป็นร่างเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอกเสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังดังเข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคย“เฌอรีน อยู่มั้ยลูก น้ามาหา”เฌอรีนหันไปมองชายหนุ่มตาโตด้วยความร้อนรน “ทำยังไงดีล่ะพี่คลื่น น้าเข้ามาเห็นพวกเราแบบนี้ นี่แล้วพี่ได้บอกคุณน้าเปล่าว่าจะมา”ลูกคลื่นกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็พยายามตั้งสติ “ยัง ใจเย็นก่อน…ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”ทั้งคู่รีบเก็บเสื้อผ้าที่ระเกะระกะบนโซฟาอย่างเร่งรีบ เสียงหัวใจเต้นดังจนแทบจะกลบเสียงเคาะประตู แล้วลูกคลื่นก็สูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู“นะ...นี่ลูกคลื่น ทำไมมาไม่บอกแม่เลย แล้วมาอยู่กับน้องได้ไง มารังแกอะไรน้องรึเปล่าเนี่ย”มารดาเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยสีหน้าดูตกใจเล็กน้อย“ทำไม ก็คิดถึงเลยมาหา ไม่ได้รังแกสักหน่อยใครจะกล้าล่ะ แม่มาขัดจังหวะจริง ๆ”“รู้อยู่แล้วว่ามาขัดจังหวะ ดูแกใส่เสื้อใส่กางเกงสิกลับไปกลับมาคนล่ะทาง ยังไม่รู้ตัวอีก”ลูกคลื่นก้มลงมองเสื้อยืดที่ใส่กลับด้านอยู่จริง ๆ กับกางเก
ตอนที่ 9เปิดหูเปิดตาหลังจบกิจกรรม ทั้งสองเดินเรื่อย ๆ บนฟุตบาทหน้าโดมกีฬาเฌอรีนกวาดมือปัดแป้งขาวที่ยังติดแก้มตัวเองออก พลางถอนหายใจเบา ๆ“เหนื่อยจังเลย แต่ก็สนุกดีนะ”มีนหัวเราะคิกคัก“ใช่ สนุกสุด ๆ เลย แถมหน้าเธอนี่เลอะเป็นแพนด้าแล้วนะ”เฌอรีนหัวเราะตาม แต่ก็รีบเอามือปิดแก้ม“จริงเหรอ แย่จัง”มี
ตอนที่ 4อย่ายุ่งกับเธอช่วงเย็นร้านเหล้าริมคลองไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยคึกคักด้วยเสียงดนตรีสดเบา ๆ และเสียงหัวเราะของนักศึกษา โต๊ะไม้กลมตรงมุมร้านมีแก้วเบียร์วางเรียงอยู่หลายใบลูกคลื่นนั่งพิงเก้าอี้ชุดช็อปถูกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ด้านหลัง เขายกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ ดวงตาคมมองไปยังฟองเบียร์โดยไม่พูดอะไรฝั่ง
ตอนที่ 3ช่วยไม่ได้แสงไฟสลัวจากโคมระย้าในโถงบ้านใหญ่ทอดเงายาวไปตามพื้นหินอ่อน เสียงส้นรองเท้าสูงดังสะท้อนก้องไปทั่ว เมื่อลูกคลื่นเดินเข้ามาพร้อมผู้หญิงในชุดรัดรูปหรูหรา กลิ่นน้ำหอมแรงจัดลอยคลุ้งทันทีที่ประตูเปิดออกเฌอรีนกำลังจะเดินขึ้นบันไ แต่ต้องหยุดกะทันหันเมื่อหันมาเห็นภาพตรงหน้าผู้หญิงที่มาก
ตอนที่ 1เรื่องที่ซวยที่สุดในชีวิตณ บ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาโบราณที่เดินไปตามเวลาอย่างเชื่องช้าประตูห้องด้านบนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ลูกคลื่นจะปรากฏตัวร่างสูงโปร่งสมส่วนในชุดเชิ้ตเข้ารูปสีเข้มกับกางเกงสแลคที่ตัดเย็บอย่างเนี๊ยบใบหน้าหล่อชวนให้คนมองรู้สึกต้องมนตร์คิ้วเข้มไ







