Masukเหรียญที่เหลือ เราเลยเอาให้น้องผู้หญิงที่เล่นอยู่ตู้ข้าง ๆ
ครืด ครืด
แรงสั่นจากโทรศัพท์ในกระเป๋า ทำให้เราต้องดึงมันขึ้นมาเป็นสายของป้านิดโทรตาม
‘ป้ารออยู่รถนะ’
‘ได้ค่ะ กำลังออกไป’
‘ โอเคจ้ะ เดี๋ยวโทรตามตาแทนก่อน’
ตู๊ด
สายตาเหลือบไปมองพี่แทน ที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ก่อนเขาจะเดินออกจากโซนนี้
เรารีบสาวเท้าตามอยู่ข้างหลัง ตอนแรกตั้งใจรอเขาคิดว่าเดี๋ยวคงมาเรียกให้ไปเดินด้วยกัน เพราะยังหวังให้เขาง้ออยู่ลึก ๆ แต่เหมือนจะหวังมากไป
ฟาร์มภูแทนใจ
พอกลับมาถึงเราขนของตัวเองขึ้นไปก่อน ค่อยลงมาช่วยพวกเขาขนของที่เหลือจนเสร็จ
หลังจากนั้นต่างคนต่างแยกย้าย ส่วนเราเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ
เวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นของวันอย่างไม่รู้ตัว จนมีคนมาเคาะที่ห้อง
เอี๊ยดด
“ได้เวลาแล้ว ออกมากินข้าวมา”
“ตามไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
“รีบออกมาเลย วันนี้ป้าทำของอร่อย ๆ เยอะ”
เราจึงเดินตามป้านิดออกมาข้างนอกเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะอาหาร เพราะกลัวว่าทุกคนจะรอนาน พอมาถึงเจอแค่ลุงเกนที่นั่งรออยู่
พี่แทนเขาก็คงออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน เหมือนทุกวัน ต่อให้เวลานี้อยากให้เขามาอยู่ด้วยกันก็ตาม ต้องยอมรับว่าเราควบคุมเขาไม่ได้
หลังกินข้าวเสร็จ จึงออกมาเดินย่อยข้างนอกรับอากาศตอนเย็นสักหน่อย เผื่ออะไรจะดีขึ้น
“อ่าว พี่ยังไม่ขึ้นบ้านเหรอครับ”
ได้ยินเสียงจากข้างหลังที่ไม่คุ้นเคย พอหันไปมองตามเสียงพบว่าเป็น ไกรอู น้องชายพี่แทน ยังไม่เคยคุยด้วยกันสักคำแต่เขากลับเดินเข้ามาทัก
“ใช่ ออกมาเดินย่อยน่ะ”
“จะรบกวนไหมครับ ถ้าขอเดินด้วย”
“ได้ค่ะ ตามสบาย”
“เป็นไงบ้างครับ อากาศดีไหม”
อีกคนเอียงคอถามอย่างเป็นมิตร พลางส่งยิ้มมาให้ สายตาของเขาที่มองมาไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด กลับกลายเป็นรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า
“ก็ดีนะคะ”
“วันนี้อากาศดีกว่าทุกวันครับ”
เขาพูดขณะที่กวาดสายตามองบนท้องฟ้าคล้ายกำลังเพลิดเพลินกับมัน
จนต้องเงยหน้ามองตามเขา อย่างที่เขาว่าวันนี้ไม่ได้แค่อากาศดี แต่ภาพที่มองเห็นท้องฟ้ายามกลางคืนก็สวยงามมากเช่นกัน ดวงจันทร์ที่ถูกรายล้อมไปด้วยดาวนับล้าน
“ท้องฟ้าสวยจัง”
“ส่วนหนึ่งเพราะมีพี่ผมอยู่ที่นี่ด้วย หรือเปล่าครับ”
โดนเด็กมันแซวเข้าทำเอาแทบไปไม่เป็น เขาดูแพรวพราว เวลาพูดแววตามีดวงดาวระยิบระยับ
“ล้อเล่นครับ แล้วพี่จะมาอยู่นานไหมครับ”
“ไม่แน่ใจ จนกว่าเขาจะไม่ต้องการ....”
รู้สึกตงิดใจ เรากำลังหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า ตั้งแต่มาที่นี่มีสักครั้งไหมที่เขาทำให้รู้สึกว่าต้องการ
“เหนื่อยหน่อยนะครับ พี่ชายผมมันดื้อดึง”
“ไม่หรอก”
ถึงปากจะบอกออกไปแบบนั้น แต่ในใจกลับรู้สึกล้าจนไม่อยากรับรู้อะไร
นั่งคุยกันอยู่สักพัก ตอนนี้ก็มืดมากแล้วเราเลยขอตัวกลับ ออกมาอยู่ข้างนอกดึกมากไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ระหว่างทางเดินก็พอได้นึกทบทวนตัวเอง ถ้าจะอยู่เราอยู่ได้นานแค่ไหน
เป็นผู้หญิงคนเดียวมาอยู่ไกลบ้าน อีกอย่างกับครอบครัวก็ไม่ได้บอกใครสักคน ถ้ารู้ขึ้นมาไม่รู้จะวุ่นวายแค่ไหน
แต่ยังไงตัดสินใจจะอยู่ช่วยงานเขาแล้ว ก็ต้องอยู่ให้เป็นเย็นให้พอ ลองทำมันดูสักครั้ง
วันต่อมา
ตื่นมาอาบน้ำแต่ตัวตั้งแต่ตีห้า เพราะนอนไม่ค่อยหลับ อาจจะเป็นเพราะนอนแปลกที่ ไม่รู้ว่าวันนี้จะได้ไปออกแดดไหม เรามีแค่แขนยาวกับขายาวที่กันแดดได้
แต่คนในบ้านคงจะพอมีให้ยืม ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เดินออกมาจากห้อง เห็นพี่แทนกำลังยืนสูบบุหรี่ตรงระเบียงหน้าบ้านพอดี
ก่อนเขาจะหันมามอง เราจึงเดินเข้าไปหายังไม่ทันได้เอ่ยปากทักทาย เพราะเขาชิงพูดก่อน
“ตื่นเร็วดีนะ”
ประโยคดูไม่มีอะไร แต่ทั้งสายตาและน้ำเสียงของเขา เรากลับมองว่าคนตรงหน้าตั้งใจประชดประชันต่างหาก
“วันนี้จะให้ทำอะไรเหรอ”
เขาปรายตามองก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก คล้ายกับว่ากำลังมีเรื่องสนุก
“ล้างคอกหมู ตัดหญ้า ล้างห้องน้ำคนงาน อยากทำอะไรก่อนล่ะ”
วันต่อมาตื่นมารู้สึกปวดร่างกายมาก คงเพราะเมื่อวานที่ไปขุดหลุมปลูกดอกไม้ ควานหาโทรศัพท์มาดูเวลา วันนี้ตั้งใจจะไม่ตื่นเช้าเท่าเดิม แต่เรากลับตื่นเวลาปกติ คงเริ่มชินเวลาตื่นแล้วแต่ไม่เป็นไร เดินมาอาบน้ำแต่ตัวทำเหมือนทุกวัน พอเสร็จหมดแล้ว จึงเดินไปหากลม ๆออกมาเห็นป้านิดนั่งให้อาหารเจ้ากลมอยู่“ตื่นมากินเลย”เราทักขึ้น“เมื่อเช้าป้าแอบไปส่อง เขานั่งรอแล้ว ร้องเรียกใหญ่คงจะหิว”“ตื่นเช้ากว่าลูนอีก แล้วป้าจะออกไปทำธุระตอนไหนคะ”“เดี๋ยวจะไปแล้ว”คุยกับป้านิดไม่นาน เราเดินลงข้างล่างว่าจะไปส่องดูดอกไม้ที่ปลูกไว้สักหน่อย พอดีกับรอคนงานมาจะได้ช่วยกันจัดสถานที่เลยเห็นว่าทุกต้นยังอยู่ครบรดน้ำเสร็จเดินกลับมา เห็นคนงานกำลังเตรียมสถานที่กันอยู่“ไอลูน”“อะไรพี่ ออกมาจากห้องได้แล้วเหรอ”“ปากดี งานเสร็จละ ต้องออกมาหน่อย”“ไม่ได้ว่าอะไร”“ละนี่กับไอ้แทนเป็นไง เห็นคุยกันมากขึ้นละนิ”“ดีขึ้นนะพี่ แต่ยังไม่เหมือนเดิมหรอก รู้สึกว่ามันมีระยะห่างยังไงไม่รู้”“เออ ให้เวลามันหน่อย แต่ถ้ารู้สึกว่ามันใจร้ายมึงลองใจดีกับตัวเองดู กูไม่ได้เข้าข้างใครนะ มันเพื่อนกูมึงก็น้องกู มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย ไปช่วยเขายกเก้า
‘พี่แทน’พี่แทน : ไอ้อ้วนกลมทำไรเรา : ส่งวิดีโอเรา : พอบอกจะถ่ายให้พี่ดู มองค้อนกล้องใหญ่เลยพี่แทน : อือ ตามนั้นเรา : อย่าน้อยใจไปเลย สายตาแบบนี้กลม ๆ ไม่เคยมองใครนอกจากพี่แน่นอนพี่แทน : ตลก ใครมันจะไปน้อยใจพี่แทน : แต่ถ้าฉันน้อยใจเธอก็ต้องง้อเรา : เกี่ยวไรกับลูนพี่แทน : เป็นแม่มันไงเรา : ให้กลม ๆ ง้อไปพี่แทน : ไอ้กลมไม่ต้อง เดี๋ยวกลับไปทวงกับแม่มันเพ้อเจ้ออะไรของเขา ปล่อยให้เจ้ากลมกินอาหารไปเราเดินปลีกตัวออกมาตักข้าวรอในโต๊ะมีหลายเมนูเลย กลิ่นหอมของอาหารตีกันไปหมด“กินกันเลย สองคนนั้นเขาไม่กิน เดี๋ยวหิวคงหากินเองมานั่งด้วยกันสิ สองคนกินไม่หมดหรอก”ป้านิดบอกป้าหนูที่กำลังจัดจาน“ขอบคุณค่ะ เกรงใจจังเลย นั่งแล้วนะคะ”สามคนนั่งกินข้าวด้วยกันคุยกันไปสัพเพเหระ บางทีก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะเขาใช้ภาษาท้องถิ่น แต่บางเรื่องพอเดาได้บ้างกินข้าวเสร็จเราช่วยเช็ดโต๊ะจนสะอาด ก่อนจะเดินไปนั่งเล่นสูดอากาศ ต่อให้ร้อนแต่พอจะมีลมพัดมาเป็นช่วง ๆ ต้นไม้รอบ ๆ พอจะช่วยได้“บ๊อก”หันไปมองตามเสียงคงจะเป็นเจ้ากลมที่กินเสร็จแล้ววิ่งออกมา“พูดเป็นแค่นี้เหรอกลม พูดคำอื่นเป็นไหม ไหนลอง”“บ๊อก บ๊อก”ค
เรา : เตรียมดินปลูกดอกไม้ มีอะไรคะ?พี่แทน : อยู่บ้านก็ทำตัวดี ๆเรา : จะไปทำอะไรได้พี่แทน : จะรอดูอะไรของเขาหันกลับมาถางหญ้าออก ขุดหลุมเพื่อเตรียมสำหรับลงต้นกล้า ทำตามอารมณ์คิดว่าวางตรงไหนจะสวยก็เลือกขุดตรงนั้นอาจจะใช้เวลาหน่อยเพราะดินแข็ง แต่ก็ไม่ถึงขั้นขุดยากอะไร พอได้ความลึกตามที่ต้องการ เราก็เปลี่ยนไปทำหลุมใหม่ทำไปได้หลายหลุมเริ่มรู้สึกร้อน เพราะแดดค่อนข้างแรง จึงเก็บอุปกรณ์ไว้ เดินกลับบ้านตอนเย็นค่อยลงมาทำใหม่ เราใช้เวลาตรงนี้จะถึงเที่ยงวันแล้วเจ้ากลมคงนอนไปได้หลายรอบ อยากเติมกลม ๆ ให้หายเหนื่อย“มาแล้วเหรอ”“ใช่ค่ะ ขุดไปได้หลายหลุมแต่สู้แดดต่อไม่ไหว ตอนเย็นจะไปใหม่ค่ะ ว่าแต่เจ้ากลมซนไหมคะ”“วันนี้แดดแรง ค่อย ๆ ทำไปทีละน้อย เจ้าเด็กวิ่งหาหนูใหญ่เลย คงจะคิดถึงแต่หลับไปแล้วนู้นเกิดเป็นเจ้ากลมนี่สบายจัง หิวก็กิน ง่วงก็นอนติ๊ง!‘อาร์ค’อาร์ค : เป็นไงบ้างครับหมายถึงกลม ๆ ไหมนะเรา : ส่งรูปภาพ
วันต่อมาตื่นมาอาบน้ำเหมือนปกติทุกวัน แต่วันนี้มีกิจกรรมหนึ่งที่ต่างออกไป คือต้องพาเจ้ากลมออกไปเดินสักสิบนาที เผื่อเขาจะอยากอึ เมื่อเช้าแอบไปส่องยังไม่อึใส่ที่นอน“บ๊อก แหะ ๆ”เปิดประตูออกเขามายืนรออยู่ข้างหน้าเรียบร้อย เป็นเด็กดีเชียว“ออกไปเดินเล่นกัน ระหว่างเดินหนูอยากอึได้เลยนะ”อุ้มเจ้ากลมขึ้นบนบ่าพาลงไปข้างล่าง เราเดินไม่ไกลจากบ้านมากเพราะแค่อยากให้อึตอนนี้ทุกคนในบ้านน่าจะตื่นกันแล้ว ส่วนพี่แทนคงจะออกไปตั้งแต่เช้ามืด ไม่เห็นรถเขาแล้ว“ออกไหมกลม”เจ้ากลมที่กำลังเบ่งไม่นานก็ออกมา สบายใจไปอีกเปาะหนึ่งเพราะถ้าวันนี้ไม่มีสักก้อน คงจะได้พากลับไปหาหมอเสร็จแล้วเราพาเจ้ากลมกลับมา เตรียมอาหารให้นั่งเฝ้าจนเขากินเสร็จ“ว้าย ตัวเล็กกินเก่งจังเลย”พอเห็นป้านิดรีบวิ่งไปวนป้านิดก่อนพุ่งตัวเข้าหา โดนอุ้มทำตาออดอ้อนเชียว เขาคงจะรู้ว่าใครรักสินะ“ทำตาใสเชียว อยากกินขนมใช่ไหม เขาถ่ายปกติไหมลูน”“ปกติค่ะ แต่ต้องสังเกตอ
“ซื้อมาจากตลาด พาไปหาหมอมาแล้วแต่ต้องสังเกตดูอาการ ขอโทษนะ พี่วุ่นจนลืมเรา”“ไม่ต้องคิดมาก ขออุ้มได้ไหม”ไกรอูดูไม่ได้คิดมากอะไร จากที่เรารู้สึกผิดก็พออุ่นใจลงมาบ้าง บรรยากาศชิลมาก กลม ๆ ยอมให้เขาอุ้มง่าย ๆ ต่างจากพี่แทนดูไม่ค่อยเต็มใจให้อุ้มเท่าไหร่ พี่แทนเองก็ไม่ค่อยอยากจะอุ้มด้วยจึงหันไปช่วยพี่แทนกับพี่โจที่กำลังเอาของลงจากรถกระบะ มีทั้งดอกไม้อุปกรณ์ต่าง ๆ และพวกของใช้เจ้ากลมเต็มหลังรถ“เอาแค่ของใช้ไอกลมเข้าบ้านไป ที่เหลือเดี๋ยวเอาลงให้ อันไหนที่หนักก็ทิ้งไว้”พี่แทนแย่งกระถางดอกไม้ในมือไป ก่อนจะชี้นิ้วให้เอาแค่ของเจ้ากลมเข้าบ้านไปพี่โจที่กำลังเอาดอกไม้ลงหันมาทำหน้าตาสงสัย ยืนเท้าเอวมองเราอย่างครุ่นคิด อดที่จะยิ้มกับท่าทางของเขาไม่ได้ เป็นคนที่ตลกธรรมชาติมาก“กูว่าระหว่างมึงสองคน มีอะไรเปลี่ยนไป”“อะไรของมึง ไปได้ละ”ที่บอกไปได้แล้วไม่ได้หันไปบอกแค่พี่โจ แต่บอกเราด้วย จึงหยิบแค่ของใช้เจ้ากลมที่เราพอจะเอาไปได้มาเดินมาถึงข้างบนแอบเห็นของที่วางไว้อยู่บนบ้าน เหมือนจะเป็นคอก หรือพี่แทนจะไปซื้อมาเหรอ“ป้าคะ ใครซื้อคอกมาเหรอคะ”“ตาโจเอามา เห็นว่าหนูกับตาแทนซื้อหมามา ไหนล่ะหมา”เขาไปแอบ
“สวัสดีค่ะ วันนี้มาทำอะไรคะ” “มาตรวจสุขภาพเบื้องต้นค่ะ” “เชิญทางนี้ค่ะ” พอมาถึงหน้าประตูมีคนยืนประจำจุด คอยเปิดประตูให้ และพาเดินไปแจ้งที่เคาน์เตอร์ “น้องมีอาการผิดปกติไหมคะ” “ที่สังเกตยังไม่มีนะคะ เพิ่งได้น้องมาค่ะ เลยอยากมาตรวจไว้เพื่อความสบายใจ” “เดี๋ยวนั่งรอเรียกคิวนะคะ” ก่อนเรามีอีกสองคิว เจ้ากลมที่ได้ยินเสียงหมาตัวอื่นจากที่หลับอยู่ หูผึ่งลืมตาขึ้นมามองรอบ ๆ เราเห็นก็อดที่จะเอ็นดูไม่ได้ “ชื่ออะไรคะ” คนที่กำลังรอคิวนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาคงสังเกตเห็นกลม ๆ ที่กำลังมองเขา มองไปทั่วคงจะแปลกตาแปลกที่ “กลม ๆ ค่ะ” “บ๊อก” เหมือนจะรู้เรื่องว่ามีคนกำลังคุยด้วยอยู่ รีบยืนสองขาสวัสดี น่าจะชินอยู่ที่ร้านรับลูกค้าคนแปลกหน้าทั้งวัน “แสนรู้นะเรา” เจ้ากลมดี๊ด๊าส่ายหางไปมา อย่างกับไม่ใช่วันแรกที่เจอกัน นั่งรอสักพักคิวก็เริ่มขยับใกล้ถึงคิวเรา พี่แทนเดินเข้ามาในร้านพอดี เจ้ากลมที่เห็นพี่แทนมานั่งอยู่ข้างๆ มองหน้าใหญ่เลย “มองทำไมกลม” “บ๊อก ฮื่ออ” พี่แทนยื่นมือมาลูบหัว เจ้ากลมเหมือนจะเห่าขู่แต่ก็ถอยหนีมือ คงจะไม่ถูกกันล่ะสิ ปกติเขาเป็นมิตรกับคนมาก “กูเป็นพ่อมึงนะ” มาหลบอยู่ซอกแขนเรา พอ







