Share

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2025-07-21 18:16:32

“ซูเอ๋อร์” น้ำเสียงอันอบอุ่นอ่อนโยนเรียกชื่อดรุณีน้อยที่กำลังฟุบหน้าหลับใหลอยู่บนโต๊ะหนังสือ แต่เหมือนจะไม่เป็นผลเนื่องจากร่างบางไม่ได้มีการขยับใด ๆ ตอบรับ

“ซูเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกดังขึ้นกว่าเดิม

“ท่านแม่...” ดรุณีน้อยที่จมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราเหมือนจะได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยและโหยหา มือเรียวเล็กยกขึ้นบังแสงแดดที่ส่องแยงตา ก่อนค่อย ๆ ลืมตามอง ครั้นเห็นเบื้องหน้าเป็นใบหน้าของมารดา หลิ่วลู่เสียน เบื้องหลังเป็นจวนแม่ทัพที่คุ้นเคย ร่างเล็กพลันดีดตัวขึ้นอย่างตื่นตระหนก รวมถึงไม่อยากเชื่อว่าตรงหน้าคือมารดาที่กลับมาชีวิตอีกครั้ง

“ท่านแม่ ! ” ร่างเล็กโถมตัวไปหามารดาที่กำลังมองด้วยความสงสัยและตกใจว่าเกิดอันใดขึ้น

“ซูเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไปลูก” มือเรียวโอบรับร่างบางของบุตรสาวเข้ามาปลอบประโลม พร้อมทั้งใช้สายตาสอบถามไปยังบ่าวรับใช้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ข้าขอโทษท่านแม่ ฮือ ข้าขอโทษ” จางซูเจียวได้แต่ร่ำไห้กอดมารดา ด้วยเพราะจิตสำนึกสุดท้ายที่ตนตระหนักถึงคือร่างเย็นเยียบไร้วิญญาณของครอบครัวตนเอง

“ลูกทำอันใดลงไป หืม เจ้าใกล้จะหมั้นหมายกับรัชทายาทแล้ว หากยังทำตัวเยี่ยงเด็กน้อยเช่นนี้ เจ้าจะปกครองฝ่ายในของตำหนักบูรพาได้อย่างไร” หลิ่วลู่เสียนลูบหลังปลอบบุตรสาวพร้อมเอ่ยเย้า แต่คำถามที่เอ่ยออกมาทำให้จางซูเจียวหยุดชะงัก ในหัวขาวโพลนคิดสิ่งใดไม่ออกไปชั่วขณะ นอกจากห้วงเวลาสุดท้ายของตนที่กำลังจะจบชีวิตกลางป่าเขาที่เหน็บหนาวเพียงลำพัง

หญิงสาวผละออกจากอกมารดา ใบหน้าเนียนเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตากลมงามช้อนขึ้นมองมารดา จากนั้นก้มลงมองสำรวจตนเองที่อยู่ในอาภรณ์สีเขียวอ่อนที่นางชอบใส่ที่ทั้งสวยงามพร้อมทั้งง่ายต่อการเคลื่อนไหว ผิวพรรณนวลเนียนไร้รอยแผล ไม่มีร่องรอยของแส้ที่โดนลงทัณฑ์ยามต้องโทษถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ไม่มีรอยเลือดจากการต้องอาวุธขณะหลบหนี

เกิดอะไรขึ้น ! นางกำลังจะตายท่ามกลางป่าที่มืดมิดมิใช่หรือ ?!

สตรีโง่งมเช่นนางเหมือนสวรรค์จะให้โอกาสกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต หากจำไม่ผิดวันนี้คือวันที่นางกำลังขอร้องท่านแม่เรื่องออกไปยังค่ายทหารเพื่อเยี่ยมเยียนท่านพ่อและพี่ชายที่กำลังฝึกทหารอยู่นอกเมืองหลวง แต่มารดากลับแจ้งเรื่องการหมั้นหมายของนางกับตำหนักบูรพาซึ่งเป็นการหมั้นหมายจากสัญญาของมารดาและฮองเฮาเมื่อครั้งที่ทั้งสองคนยังอยู่ในวัยเยาว์ และในสองวันนี้นางก็จะได้พบกับบุรุษชั่วช้าที่ทำลายนางรวมถึงคนทั้งตระกูลจนพังพินาศ องค์รัชทายาทเจี้ยนเจี่ยงกั้ว

ดวงตาใสเผยแววรังเกียจอย่างไม่ปิดบังต่อหน้ามารดา “ชาตินี้ทั้งชาติ ข้าไม่ต้องการกลับไปยังวังวนอันน่ารังเกียจรวมถึงเป็นหมากเบี้ยให้กับผู้ใดอีกแล้ว”

“ซูเอ๋อร์ เจ้าพูดอันใด” หลิ่วลู่เสียนเอ่ยถามจางซูเจียวเมื่อได้ยินที่บุตรสาวพูดไม่ชัดเจน

“ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ ท่านแม่” จางซูเจียวตอบกลับมารดาพร้อมเผยรอยยิ้มสดใส

“คุณหนู” เสียงเรียกด้านหลังทำให้จางซูเจียวหันหลังกลับไปมอง พบว่าเป็นหนึ่งในสองสาวใช้ข้างกายนามว่าลี่ถัง ขอบตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งยามหวนคิดถึงอดีต

สาวใช้นางนี้ เป็นคนเชื่องช้า ยามทำงานหลายครั้งหลายหนที่โดนสาวใช้อีกคนกดขี่และพาลให้นางไม่ค่อยชอบหน้าสาวใช้ผู้นี้ ซึ่งน่าแปลกที่เจ้าตัวกลับไม่เคยขุ่นเคืองใครแม้แต่น้อย ยังคงตั้งหน้าตั้งตารับใช้นางเป็นอย่างดี อีกทั้งในยามมีภัยก็กลับเป็นสาวใช้ผู้นี้ที่ยอมเสียสละปกป้องนางให้หนีจากการจับกุม ครั้นเมื่อนางกำลังจะตายอย่างอนาถกลางป่าเขา นางเองก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าจุดจบของสาวใช้ที่นามว่าลี่ถังคนนี้จะเป็นเช่นไร

“คุณหนู ไฉนเผลอหลับได้เจ้าคะ บ่าวจัดเตรียมรถม้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” ลี่ถังยอบกายลงมองร่างของเจ้านายด้วยความเป็นห่วง

“เอ๊ะ นี่ลูกเพิ่งมาขออนุญาตกับแม่จนเจ้าเผลอหลับไป แม่ยังไม่ทันได้ตอบตกลง แล้วเหตุใดเจ้าจึงให้คนเตรียมรถม้าเล่า”

“โธ่ ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านพ่อกับท่านพี่จะแย่อยู่แล้วนะเจ้าคะ” จางซูเจียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนมารดา ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องราวที่จะเกิดหลังจากออกเดินทางไปหาบิดาและพี่ชายกะทันหัน ไม่ใช่อีกสองวันที่จะได้พบกับองค์รัชทายาทเจี้ยนเจี่ยงกั้ว แต่เป็นวันนี้ที่คนผู้นั้นจะเปิดฉากแสดงละครเป็นวีรบุรุษช่วยหญิงงามจากโจรป่าระหว่างทาง ใช่สิ ! นี่เป็นแผนการล่อลวงให้นางตกหลุมรักแรกพบกับบุรุษชั่วผู้นั้น

ไม่ได้การละ !

“ท่านแม่ไปกับลูกดีหรือไม่เจ้าคะ ท่านพ่อก็คงคิดถึงท่านแม่” เมื่อจางซูเจียวนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตได้แล้ว จึงชักชวนมารดาพลางขบคิดหาทางแก้ไขให้ตนไม่ต้องพบเจอกับชายชั่วผู้นั้น

“ไม่ล่ะ อีกไม่กี่วัน แม่ต้องพาเจ้าเข้าวังหลวงเพื่อพบกับฮองเฮา แม่ต้องเตรียมของอีกหลายอย่าง” หลิ่วลู่เสียนปฏิเสธพลางเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าบุตรสาว “ว่าแต่เหตุใด เจ้าถึงร้องไห้ขอโทษขอโพยกับแม่ได้ล่ะ ซูเอ๋อร์”

“ลูกแค่ฝันร้ายเจ้าค่ะท่านแม่” จางซูเจียวหลับตาซบไหล่มารดาเพื่อขับไล่ความหวาดกลัวภายในใจ

“ลูกฝันว่าเมื่อออกเรือนไปแล้ว ลูกทำให้ท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านพี่ต้องมีภัย” ร่างบางเอ่ยเสียงเศร้า “มิแต่งได้หรือไม่เจ้าคะ”

“...” ไร้เสียงตอบจากหลิ่วลู่เสียน ดวงตาของผู้เป็นแม่มองไปยังร่างของบุตรสาว เนื่องจากไม่เคยเห็นนางเป็นเช่นนี้มาก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยามคุยเรื่องการหมั้นหมายที่จะเกิดขึ้น บุตรสาวของตนมีท่าทีเอียงอาย พร้อมทั้งแลดูจะมีความตื่นเต้นที่จะได้เข้าวังหลวงเสียด้วยซ้ำ

“เหตุใดเล่า เจ้าบอกแม่ได้หรือไม่ เพราะฝันร้ายหรือ” หลังสำรวจท่าทางของบุตรสาวเสร็จแล้ว หลิ่วลู่เสียนจึงเอ่ยถามอีกครั้ง

“ลูกอยากอยู่ข้างกายท่านพ่อ ท่านแม่ หากแต่งเข้าตำหนักบูรพาลูกก็ต้องอยู่แต่ในวังหลวงเท่านั้น กฎเกณฑ์ทั้งหลายที่มีลูกคงรับไม่ไหว” จางซูเจียวบอกเหตุผลพร้อมทั้งระลึกถึงช่วงเวลาที่นางแต่งเข้าไปยังตำหนักบูรพาแล้ว หลังคืนเข้าหอที่นางหลงคิดว่าเป็นค่ำคืนอันวิเศษแล้ว พ้นจากคืนนั้นเป็นต้นมา ตนเองต้องมาจัดการเรื่องวุ่นวายของตำหนักใน ต้องรับมือกับบรรดาชายารองและอนุขององค์รัชทายาทไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อให้ครองใจชายชั่วผู้นั้นนางจำเป็นต้องทำทุกอย่างให้เพียบพร้อมไร้ที่ติให้สมกับฐานะพระชายาเอก

ช่างโง่เขลาเหลือเกิน !

ดวงตาดำขลับเริ่มปรากฏหยาดน้ำใส ๆ เอ่อล้นออกมาอีกครั้ง หลิ่วลู่เสียนเช็ดน้ำตาให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยน จริง ๆ แล้วเรื่องคำสัญญาในวัยเด็กของตนในครั้งนั้นตัวนางเองก็ไม่ได้คาดคิดไปถึงว่าในอนาคตสหายรักในวัยเยาว์ของตนผู้นั้นจะมีดวงชะตาหงส์ สวรรค์ลิขิตให้เป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เพราะนางเองก็มิได้อยากให้บุตรสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของนางเข้าไปอยู่ในวังวนอันน่ากลัวของวังหลวงเช่นกัน เพียงแค่สามีและบุตรชายเป็นทหารที่เข้าสนามรบปกป้องแว่นแคว้นต้องต่อสู้กับข้าศึก เผชิญคมอาวุธ หอก ดาบกระบี่ไร้ดวงตา แต่นางกลับทำได้เพียงสวดมนต์ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้ทั้งสองคนปลอดภัยก็เป็นที่น่าหวาดหวั่นพอแล้ว

“หากซูเอ๋อร์ไม่ต้องการแต่งเข้าตำหนักบูรพา แม่ก็ควรจะหาทางปรึกษากับพ่อของเจ้า เช่นนั้นพวกเราไปหาท่านพ่อกับพี่ชายของเจ้ากันเถอะ”

ครั้นเมื่อเห็นว่ามารดาเข้าใจตนเอง หญิงสาวก็พลันร่าเริงขึ้นมาทันใด

“เช่นนั้นพวกเราไปเตรียมตัวกันเถิดเจ้าค่ะ” จางซูเจียวตอบกลับอย่างดีใจพลันเรียกสาวใช้ของมารดาให้พานางไปเปลี่ยนชุดสำหรับเดินทาง จากนั้นตนเองก็เดินนำลี่ถังเพื่อไปเปลี่ยนชุดเช่นกัน

“คุณหนูเจ้าคะ อยู่นี่เอง บ่าวเตรียมชุดเสร็จแล้วเจ้าค่ะ” เจี่ยลี่ สาวใช้คนสนิทอีกคนของนางก็เอ่ยพลางออกมาต้อนรับนางที่หน้าเรือน

“เจี่ยลี่ เจ้าเองหรือ” เจี่ยลี่ เป็นอีกหนึ่งในสองสาวใช้ข้างกายของจางซูเจียว นิสัยฉอเลาะ วาทศิลป์เป็นเลิศ ชอบโยนความผิดทั้งหมดทั้งมวลให้ลี่ถัง ทำให้จางซูเจียวสนิทกับเจี่ยลี่มากกว่า แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นหอกดาบทิ่มแทงนางผู้เป็นนาย

“บ่าวเองเจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” จางซูเจียวส่ายหน้า แววตามองไปยังเจี่ยลี่ด้วยสายตาโกรธเคืองอย่างเก็บอาการไม่อยู่

“คุณหนู บ่าวทำอะไรผิดหรือเจ้าคะ ชุดของคุณหนูบ่าวเตรียมให้พร้อมแล้ว เชิญคุณหนูตรวจสอบได้นะเจ้าคะ ” เจี่ยลี่เมื่อเห็นเจ้านายมองตนด้วยสายโกรธเคืองโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงรีบคุกเข่าพลางเอ่ยถามอย่างร้อนใจ

“เปล่า มิมีอันใดหรอก” จางซูเจียวตอบกลับ จากนั้นก็ละสายตาเดินเข้าไปในเรือนเพื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เตรียมเดินทาง

เจี่ยลี่ได้แต่มองตามหลังผู้เป็นนายพร้อมทั้งส่งสายตาตักเตือนไปยังลี่ถังที่กำลังจะเดินผ่านหน้าตนเองให้หยุด ตนเองจะเป็นผู้ช่วยเปลี่ยนชุดให้คุณหนูเอง ทว่าจางซูเจียวกลับเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน

“เจี่ยลี่เจ้าไปเตรียมของอย่างอื่นเถอะ ให้ลี่ถังมาช่วยข้าเปลี่ยนชุด” ฝั่งลี่ถังเมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนเองเปลี่ยนไป ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากสอบถาม ครั้นเห็นร่างบอบบางหายลับเข้าไปในเรือน นางจึงเร่งรุดตามเข้าไป เจี่ยลี่เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนผิดแปลกไปจากปกติก็ลนลานรีบออกจากเรือนไป

จางซูเจียวมองตามหลังของเจี่ยลี่ที่ดูเร่งรีบออกไป นางนึกไม่ถึงว่าเมื่อก่อนนั้นตนจะตาบอดมองไม่เห็นความผิดปกติของบ่าวคนสนิท ดวงตากลมโตแวววาวไปด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงอดีตอีกครั้ง ใช่แล้วเป็นเจี่ยลี่ที่นำข่าวการเดินทางไปหาท่านพ่อของนางไปบอกกับคนของรัชทายาท ทำให้เขาสามารถกลายมาเป็นวีรบุรุษของนาง ช่วยให้พ้นภัยจากโจรร้ายได้ ทั้งที่โจรร้ายนั้นก็คือคนของเขาเองทั้งนั้น เพื่อแลกกับตำแหน่งสาวใช้อุ่นเตียงหลังจากที่นางแต่งเข้าไปตำหนักบูรพาเพียงไม่ถึงเดือน เจี่ยลี่ผู้นี้ถึงกับแสดงตัวตนว่าได้รับใช้อดีตสวามีของนางแล้ว เพื่ออำนาจนางถึงกับยอมแทงข้างหลังข้า จางซูเจียวผู้นี้ !

“ลี่ถัง เจ้านำกระดาษใบนี้ไปให้พ่อบ้านจางที ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 4

    จางเจียวคุณ บุตรชายคนโตของจางเจียวจิ้น แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งราชสำนัก แม้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สืบทอดทั้งความสามารถด้านบุ๋นและบู๊จากผู้เป็นบิดา แต่ชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความกดดันและการจับตามองจากทั้งราชสำนักและเหล่าขุนนาง ทำให้เขาเริ่มรู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะในช่วงที่มารดาและบิดาของเขาได้ขอลาออกจากราชการ และกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบที่บ้านบรรพบุรุษในช่วงหนึ่งของหน้าที่ราชการ จางเจียวคุณได้ทำผิดวินัยทางทหารด้วยการละทิ้งค่ายไปโดยพละการ แม้การกระทำดังกล่าวจะมิได้เกิดจากเจตนาร้าย แต่เขาก็ตระหนักดีถึงความผิดพลาดและผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนเองและตระกูล ด้วยคุณธรรมของมหารที่บิดาสั่งสอนมา ชายหนุ่มจึงได้ตัดสินใจยื่นฎีกาต่อฮ่องเต้เพื่อขอรับโทษและชดใช้ความผิดด้วยการไปประจำการที่ชายแดนเหนือตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนเหนือนั้นเป็นตำแหน่งสำคัญที่เว้นว่างอยู่ และยังไม่มีผู้ใดที่เหมาะสมเท่ากับจางเจียวคุณ ฮ่องเต้ทรงลังเลใจ เนื่องด้วยพระองค์ต้องการรั้งจางเจียวคุณไว้ที่เมืองหลวง ด้วยความสามารถอันโดดเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อราชสำนัก ทว่าตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนได้เว้นว่างลง และในตอนนี้สถานการณ์ในพื้

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 3

    หลายปีผ่านไปเสมือนความฝัน นับตั้งแต่วันนั้นที่จางซูเจียวและหยางเฟยฮุ่ยได้พบกันและเริ่มต้นชีวิตคู่จนถึงวันนี้ ทั้งสองมีบุตรด้วยกันถึงสี่คนเป็นบุตรชายสามคนและบุตรสาวคนเล็กที่หน้าตาราวกับถอดแบบออกมาจากมารดา ทำให้หยางเฟยฮุ่ยทั้งรักทั้งหวงบุตรสาวเป็นที่สุดณ ห้องอุ่นในเรือนประมุขพรรค ในยามเช้าของวันนึงของฤดูใบไม้ร่วง หิมะสีขาวเริ่มโปรยปรายปกคลุมทั่วยอดเขา จางซูเจียวนั่งอยู่ข้างเตาผิงกำลังนั่งปักเสื้อผ้าให้กับสามีอยู่ภายในห้อง ส่วนบรรดาบุตรสาววิ่งเล่นด้วยกันอยู่ด้านนอกโดยมีเฉินเหว่ยและเฉินจิงคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง “ภรรยา พักผ่อนบ้างเถิด ข้าเห็นเจ้าทำงานตลอดทั้งวันจนไม่เห็นหยุดพัก” หยางเฟยฮุ่ยเดินเข้ามาภายในห้องเห็นคนงามที่แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ยังคงงดงามไม่สร่าง ทำหน้าที่ภรรยาผู้แสนดี เขาเดินเข้าไปใกล้และยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “สามี ข้าไม่ได้เหนื่อยอะไร ข้าทำแล้วมีความสุขมากกว่าทุกสิ่ง เพราะข้าได้ทำให้ท่านกับลูก ๆ ของเรา” ร่างบางยิ้มตอบดวงตางามมองสามีนั่งลงเคียงข้าง ๆ ตนเอง เสียงหัวเราะของลูก ๆ ก็ดังขึ้นจากข้างนอก เมื่อเด็ก ๆ วิ่งเล่นในหิมะ บรรยากาศภายในบ้านเ

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 2

    เวลาล่วงผ่านไปหลายเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่จางซูเจียวได้ขึ้นเป็นฮูหยินของประมุขพรรคเฮ่ยหลางอย่างเป็นทางการ ในยามนี้หน้าท้องของนางป่องนูนอย่างเห็นได้ชัดเจนเนื่องด้วยอายุครรภ์ของนางย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว การเคลื่อนไหวร่างกายของนางในช่วงนี้จึงต้องมีคนคอยดูแลโอบประคองตลอดเวลาเจ้าก้อนแป้งน้อยในครรภ์เริ่มดิ้นทักทายแสดงตนให้บิดามารดารู้ตั้งแต่อายุครรภ์อยู่ในเดือนที่ห้า ในครั้งแรกที่เจ้าตัวน้อยเริ่มดิ้น จางซูเจียวรู้สึกเจ็บครรภ์จนนิ่วหน้า และเพราะไม่เคยมีประสบการณ์นางจึงวิตกจนบ่าวรับใช้พากันแตกตื่นเร่งไปแจ้งท่านประมุขและตามท่านหมอทันทีเมื่อหยางเฟยฮุ่ยทราบข่าวก็ทิ้งทุกสิ่งรุดเร่งมาหาภรรยา ยามเห็นสีหน้ากังวลของสตรีที่รักและมือของนางที่ประคองครรภ์อย่างปกป้องเขาจึงนั่งลงเคียงข้างและโอบกอดนางตลอดเวลาจนท่านหมอเฮ่าทำการตรวจอาการเสร็จ และแจ้งว่าเป็นเพียงการทักทายของทารกน้อยในครรภ์ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของเจ้าก้อนแป้งน้อย ความกังวลในใจของทั้งคู่จึงเบาบางลง บรรยากาศที่เคยเคร่งเครียดแปรเป็นชื่นมื่นเปี่ยมสุข รอยยิ้มปรากฎบนในหน้าของทุกคนเมื่อส่งท่านหมอเฮ่าออกไปแล้ว บรรดาสาวใช้จึงถอยออกไปจากห้องอย่

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   ตอนพิเศษ 1

    ภัตตาคารฮุ่ยลี้ หลังจากสั่งให้ลี่ถังกลับไปรายงานที่จวนแม่ทัพแล้วจางซูเจียวจึงหันมาไถ่ถามองครักษ์ประจำตัว “อาหารรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าอิ่มหรือไม่” จางซูเจียวเอ่ยถามชายหนุ่มที่เอาแต่นิ่งเงียบ “อิ่มขอรับคุณหนู” จางซูเจียวได้ฟังชายหนุ่มถามคำตอบคำมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่ชินเสียที หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกถึงความเงียบและบรรยากาศที่เริ่มอึดอัด เหตุใดคนผู้นี้ช่างปากหนักยิ่งหนัก แต่ครั้นจะให้นางชวนคุยก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรับรู้ได้ว่าตนเองนั้นได้ทำให้คุณหนูไม่พึงพอใจเข้าเสียแล้ว “ข้าน้อยขอบคุณคุณหนูสำหรับอาหารมื้อนี้ขอรับ” ก๊อก ๆ “น้ำชามาแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อส่งเสียงรายงานพลางเดินเข้ามาทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดสนทนากันชั่วคราว เมื่อวางกาน้ำชาเรียบร้อยแล้วขอตัวออกไป ก่อนที่ความเงียบอันชวนให้คนทั้งสองอึดอัดจะกลับมาอีกครั้ง อาเอินลุกขึ้นรินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยประคองยื่นให้กับจางซูเจียวจากนั้นจึงถอยไปยืนอยู่ด้านข้างเพื่อคุ้มกันตามหน้าที่ “เจ้าก็ดื่มด้วยสิ ชานี้เป็นชาช่วยย่อยอาหาร ดีต่อกระเพาะเชียวน

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 21

    จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่ฮ่องเต้เจี้ยนจางหย่งได้ทรงทอดพระเนตรและทำการไต่สวนด้วยพระองค์เอง องค์รัชทายาทก็มิอาจแก้ต่างอันใดได้อีก จากนั้นทรงมีพระราชโองการสั่งปลดฮองเฮาซีซวนและรัชทายาทเจี้ยนเจี่ยงกั้วให้เป็นสามัญชน ในข้อหาคิดก่อกบฏต่อแผ่นดินส่งอดีตฮองเฮาเข้าตำหนักเย็น ทั้งชีวิตไม่อาจก้าวออกมาเห็นโลกภายนอกได้อีก และส่งอดีตรัชทายาทไปการจองจำที่ตำหนักร้างห่างไกล ณ สุสานหลวงตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีพระราชโองการปลดราชครูซีฉี ยึดทรัพย์ตระกูลซีทั้งหมด เนรเทศไปใช้แรงงานสร้างกำแพงยังชายแดนห่างไกล มิอาจกลับคืนสู่เมืองหลวงเพื่อรับราชการสืบไป หลังจากเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดโปง ราชสำนักจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากขั้วอำนาจเดิมเกือบทั้งหมดได้ถูกกวาดล้างสิ้นไป ผ่านไปไม่นานฮ่องเต้เจี้ยนจางหย่งก็ออกพระราชโองการแต่งตั้งมิ่งกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮองเฮา สำหรับตำแหน่งรัชทายาทพระองค์นั้นได้เว้นว่างไว้ก่อนโดยไม่สนพระทัยฎีกาจากบรรดาเหล่าขุนนางที่พากันเรียกร้องให้พระองค์ทรงรีบแต่งตั้งโดยอ้างถึงความมั่นคงของแคว้นเจี้ยนทว่าก็เกิดเรื่องที่ทำราชสำนักสั่นคลอนอีกครั้งเนื่องด้วยแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเจี้

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 20

    ท้องพระโรงแคว้นเจี้ยน ฮ่องเต้เจี้ยนจางหย่งประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร พระพักตร์ที่เคร่งเครียดนั้นพาให้บรรยากาศอึมครึม กระแสความกดดันจากโอรสสวรรค์แผ่ลงมายังผู้คนที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องล่าง บรรดาขุนนางทั้งหลายต่างพากันยืนก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากพูดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ทำได้แต่เพียงลอบหันหน้าสบตากันไปมาด้วยความตระหนกยามเมื่อเห็นจางเจียวจิ้นและจางเจียวคุนที่ยืนอย่างองอาจอยู่กลางท้องพระโรง เสียงขานจากด้านหน้าท้องพระโรงดังขึ้น หลี่กงกงรีบเดินเข้าไปถวายรายงานยังโอรสสวรรค์ว่าได้นำตัวฮูหยินจางและคุณหนูใหญ่จาง พร้อมทั้งองค์รัชทายาทและผู้ที่เกี่ยวข้องมาถึงแล้ว “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมได้นำตัวฮูหยินจางและบุตรีพร้อมทั้งองค์รัชทายาทมาถึงแล้ว ขณะนี้ทั้งหมดรอเข้าเฝ้าอยู่หน้าท้องพระโรงพะยะค่ะ” “พาตัวเข้ามา” สิ้นเสียงรับสั่งของฮ่องเต้ เจี้ยนเจี่ยงกั้วก็ได้ก้าวเข้ามาภายในท้องพระโรงตามด้วยทหารที่พาสองแม่ลูกและชายในชุดดำอีกผู้หนึ่ง“กระหม่อมเจี้ยนเจี่ยงกั้ว ถวายบังคมเสด็จพ่อ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี” เจี้ยนเจี่ยงกั้วคุกเข่าคำนับเมื่อเห็นบิดาโ

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 4

    “คุณหนู ท่านแม่ทัพและฮูหยินรออยู่ที่รถม้าแล้วเจ้าค่ะ” ลี่ถังแจ้งจางซูเจียวที่ตอนนี้อยู่ในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อน ขับให้ผิวพรรณนวลเนียนกระจ่างใสยิ่งขึ้น “อาเอินก็เรียบร้อยแล้วหรือ” จางซูเจียวสอบถามถึงชายปริศนาผู้นั้นที่นางช่วยเหลือไว้หลังจากพักรักษาตัวกับหมอหลี่ได้สองวัน คนผู้นั้นก็ฟื้นคืนสติแ

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 3

    “คุณหนูเจ้าคะ คนผู้นั้นฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” “แล้วคนผู้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง” จางซูเจียวเอ่ยถามทันทีด้วยความเป็นห่วง ลี่ถังมองคุณหนูด้วยความแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นคุณหนูของตนเป็นเช่นนี้มาก่อน ด้วยที่ผ่านมาจางซูเจียวไม่เคยมองชายอื่นมาก่อน “ท่านหมอหลี่แจ้งว่าดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ต้องก

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทที่ 2

    รถม้าทั้งสองคันเคลื่อนตัวออกจากจวนแม่ทัพตระกูลจางมุ่งหน้าไปยังค่ายฝึกทหารที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง การเดินทางในวันนี้จางซูเจียวได้บอกให้ลี่ถังแจ้งพ่อบ้านจางแล้วว่าครั้งนี้นางจะใช้รถม้าแยกจากมารดาเนื่องจากต้องการจะเดินทางไปในอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อชมทิวทัศน์ และได้บอกมารดาให้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยแลก

  • เขยท่านพ่อ ข้าขอเลือกเอง   บทนำ

    ท้องฟ้าในยามรัตติกาลอันเหน็บหนาวมีเพียงแสงริบหรี่จากดวงดาวบนฟากฟ้า สายลมที่กรรโชกแรงผ่าม่านราตรี ก่อให้เกิดเสียงหวีดหวิวไปมาราวกับเสียงครางครวญของภูติผีที่กรีดร้องเขย่าขวัญเฝ้าหลอกหลอนผู้คน ณ กลางผืนป่ารกร้างแห่งหนึ่งที่อยู่เหนือสุดของเมืองหลวงแคว้นเจี้ยน ปรากฏร่างผอมบางของสตรีนางหนึ่ง ทั่วทั้งร่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status