Share

บทที่ 2

Author: สายหลุดปล่อยใจ
ฉันมองเสิ่นอวี้เดินไปส่งเธอที่ห้องรับแขกด้วยสายตาเย็นชา ขณะที่เหลียงเมิ่งหยวนกำลังจะก้าวเข้าห้องไป สายฟ้าก็ฟาดผ่านท้องฟ้าลงมา

เปรี้ยง! เสียงฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหวทำเอาเธอหวีดร้องด้วยความตกใจแล้วโผเข้าซบในอ้อมกอดของเสิ่นอวี้

ร่างกายของเสิ่นอวี้แข็งทื่อไปชั่วขณะ แต่เหลียงเมิ่งหยวนกลับกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "เสิ่นอวี้คะ ฉันกลัวจัง คุณอยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนได้ไหมคะ?"

มือของเซินอวี้นิ่งค้างอยู่ที่แผ่นหลังของเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ตบเบาๆ เหมือนเป็นการปลอบประโลม "ตกลง"

วินาทีนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างอะไรกับตัวตลก เพราะฉันเองก็เป็นคนที่กลัวเสียงฟ้าร้องเหมือนกัน

ยังจำได้ดีตอนที่ยังพักอยู่คนเดียว คืนหนึ่งฝนตกหนักมาก ทั้งฟ้าร้องและฟ้าผ่าซ้ำร้ายไฟในบ้านยังมาดับลงเสียอีก ฉันกลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมา

ตอนนั้นฉันโทรหาเขา หวังเพียงจะได้ยินคำปลอบโยนสักเล็กน้อยให้พออุ่นใจ

แต่เสิ่นอวี้พูดว่ายังไงน่ะเหรอ?

“โตขนาดไหนแล้วยังจะกลัวเสียงฟ้าร้องเป็นเด็กๆ อีก เฉินม่าน อย่าใช้วิธีแบบนี้มาเรียกร้องความสนใจจากผมเลย คุณควรจะรู้ตัวนะว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องหัดพึ่งพาตัวเองบ้าง ทำตัวให้รู้เรื่องหน่อยได้ไหม?”

เขาตัดสายทิ้งไป คืนนั้นฉันได้แต่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม อาศัยเพียงแสงไฟริบหรี่จากโทรศัพท์ประคองสติให้ผ่านพ้นคืนนั้นไป

กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบเช้า

พอนึกถึงตอนนี้ ฉันนี่มันช่างดูต้อยต่ำไร้ค่าจริงๆ

ทั้งที่รู้ว่าเสิ่นอวี้ไม่ได้ใยดีเลยสักนิด สำหรับเขาแล้ว ระหว่างเราเหมือนมีกำแพงหนากั้นขวางไว้เสมอ

ฉันได้แต่ยิ้มสมเพชให้กับชะตากรรม ถึงแม้ตอนนี้จะกลายเป็นวิญญาณไปแล้ว แต่เสียงฟ้าร้องนั่นก็ยังทำให้ฉันหวาดกลัวได้จริงๆ

ฉันกอดแขนตัวเองที่สั่นเทา ใจอยากจะหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ แต่จนปัญญาที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไปไหนไม่ได้ ทำได้เพียงทนดูเสิ่นอวี้โอบกอดปลอบโยนเหลียงเมิ่งหยวนอยู่อย่างนั้น

ส่วนผู้หญิงคนนั้นที่ซุกอยู่ในอ้อมอกเขา กลับฉายแววตาที่แหลมคมและเต็มไปด้วยความพอใจ

ฉันถอนหายใจยาว สำหรับเสิ่นอวี้แล้ว เหลียงเมิ่งหยวนคือคนในใจที่เขาไม่เคยลืมเลือน แล้วตัวฉันล่ะ มีค่าอะไรในสายตาเขาบ้าง?

ฉันส่ายหัวเบาๆ และมองออกไปข้างนอก แม้แต่ตอนตายฉันก็ยังไม่เลิกกลัวเสียงฟ้าร้องเสียที

โชคดีที่ช่วงเวลาแสนทรมานนี้อยู่ได้ไม่นานนัก หนึ่งชั่วโมงต่อมาเสียงฟ้าร้องก็สงบลง เสิ่นอวี้จึงเดินออกจากห้องรับแขกไป

เหลียงเมิ่งหยวนมองตามแผ่นหลังของเขาพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ พร้อมพึมพำกับตัวเองว่า "เสิ่นอวี้ คุณต้องเป็นของฉันตลอดไป ใครก็แย่งคุณไปจากฉันไม่ได้!"

ฉันได้ยินคำนั้นแล้วก็ได้แต่ตกตะลึง จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคิดจะครอบครองเสิ่นอวี้อยู่อีกงั้นเหรอ?

แล้วตอนนั้นเธอจะทิ้งเขาไปทำไมกัน?

ส่วนเสิ่นอวี้ก็เหมือนกัน ในเมื่อลืมเขาไม่ได้ แล้วจะมาแต่งงานกับฉันทำไม?

หลังจากกลับเข้าห้องนอน เสิ่นอวี้กลับทำในสิ่งที่ต่างไปจากปกติ เขาจ้องมองรูปถ่ายของฉันในโทรศัพท์แล้วพึมพำเสียงนิ่งๆว่า "เฉินม่าน หวังว่าคุณจะจำใส่สมองไว้บ้างนะ ถ้าคุณยอมอ่อนข้อและขอโทษผมสักคำ ผมก็จะปล่อยคุณออกมา!"

ฉันมองใบหน้าของเสิ่นอวี้แล้วรู้สึกตลก

ยอมอ่อนข้องั้นเหรอ? ขอโทษอย่างนั้นเหรอ!

ฉันทำผิดอะไรล่ะ? เรื่องที่เหลียงเมิ่งหยวนถูกขังอยู่ในห้องทำงาน ฉันไม่ได้เป็นคนทำเสียหน่อย!

แต่เสิ่นอวี้ไม่เคยฟังคำอธิบายของฉันเลย เพียงเพราะเหลียงเมิ่งหยวนทำตัวเป็นนางเอกผู้น่าสงสาร บอกว่าไม่ถือโทษโกรธฉัน เสิ่นอวี้ก็ปักใจเชื่อทันทีว่าเป็นฝีมือฉันแน่นอน

เขาขังฉันไว้ในห้องเย็นร้างจนตาย แล้วตอนนี้ยังจะมาบีบคั้นให้ฉันขอโทษอีกเหรอ?

ช่างน่าตลกสิ้นดี

เสิ่นอวี้เป็นคนฉลาด การที่เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานบริษัทได้ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลา แต่พอเป็นเรื่องของเหลียงเมิ่งหยวน เขากลับกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที

เช้าวันรุ่งขึ้น คนเฝ้าห้องเย็นเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงรีบเข้ามารายงานด้วยอาการตัวสั่นเทา

"ท่านประธานเสิ่นครับ จะให้ปล่อยตัวคุณผู้หญิงออกมาเลยไหมครับ คือในห้องเย็นเงียบสนิทเลย น้ำแค่ชามเดียวน่าจะอยู่ไม่ถึงห้าวันนะครับ!"

เสิ่นอวี้ลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “ไม่กินไม่ดื่ม มีแค่น้ำชามเดียวอยู่ให้ถึงสิบวันก็ยังอยู่ได้ ในเมื่อเธออยากจะอวดดีนักก็ปล่อยให้เธออยู่ไป ฉันอยากจะรู้นักว่าเธอจะทนแข็งข้อไปได้นานแค่ไหน!"

"แต่ แต่ว่าข้างในมันไม่มีเสียงอะไรออกมาเลยนะครับ พวกผมเริ่มกังวลว่าถ้าคุณผู้หญิงเกิดเป็นอะไรไป..."

"ไม่ต้องกังวลไปหรอก เฉินม่านก็แค่เรียกร้องความสนใจเก่งเท่านั้นแหละ!"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 9

    “ฉันว่าแล้วเชียวต้องมีมือที่สาม เสิ่นอวี้คนนี้มันตัวอันตรายจริงๆ!”“หิวแสงขนาดนั้น ดูครั้งเดียวก็รู้ว่าสันดานต่ำ!”“พวกผู้ชายนี่แยกแยะนังชะนีแอ๊บแบ๊วไม่ออกกันหรือไง? ถึงได้ยอมฆ่าภรรยาตัวเองเพื่อยัยแรดนี้ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเสิ่นอวี้จะโดนคุกกี่ปี!”“คนรวยแบบเขา แค่ใช้เงินเดินเรื่องไม่นานก็ได้ออกมาแล้ว!”ชาวเน็ตนี่เก่งจริงๆ เดาทางที่เสิ่นอวี้จะทำได้ทันทีเขาจ้างทนายความชื่อดัง และด้วยความที่เรื่องนี้มันมีประเด็นความขัดแย้งระหว่างสามีภรรยาเข้ามาเกี่ยวในทางกฎหมายเขาอาจมีส่วนผิดอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก เพราะเหลียงเมิ่งหยวนต่างหากที่เป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้ฉันตายด้วยเหตุนี้ หลังจากเสิ่นอวี้จ่ายเงินประกันตัวจำนวนมหาศาล เขาก็ได้ออกจากที่คุมขังทันทีฉันไม่อยากเจอหน้าเขาเลย แต่ก็คาดไม่ถึงว่าเสิ่นอวี้จะกอดโถอัฐิของฉันมาถึงที่หน้าหลุมศพฉันได้แต่จนใจและอดทนไว้แต่คนอย่างเขายังมีหน้ามาสลักคำว่า “ภรรยาผู้เป็นที่รัก” บนหน้าหลุมศพ ทั้งที่เขาเป็นคนทำให้ฉันลงเอยแบบนี้!เสิ่นอวี้ คุณอย่ามาบีบน้ำตาหน้าหลุมศพฉันเลย ฉันกลัวว่าคุณจะทำทางไปเกิดใหม่ของฉันมัวหมองฉันส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ ช่างเถอะ

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 8

    แต่เสิ่นอวี้ไม่สนใจ "ไปศาลเหรอ? ติดคุกมันดูสบายไปสำหรับแก!""โยนมันเข้าไป!"ไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนแค่ไหน เสิ่นอวี้ก็ไม่ยอมปล่อย สั่งขังเขาไว้ในห้องเย็น และให้คนเฝ้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างในนั้นก็เงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงเคลื่อนไหวใดๆเมื่อมองดูชายที่ถูกแช่จนร่างแข็งทื่อ เสิ่นอวี้ก็สั่งการด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ไปพาตัวเหลียงเมิ่งหยวนมา"เหลียงเมิ่งหยวนคงคาดไม่ถึงว่า สุดท้ายแล้วแผนการทั้งหมดของเธอจะมาพังทลายลงในก้าวสุดท้ายทันทีที่ถูกเสิ่นอวี้ลากตัวมาที่ห้องเย็น เธอก็สั่นเป็นเจ้าเข้าแค่ดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่า การตายของฉัน เธอไม่มีทางปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้!"เสิ่นอวี้ คุณเป็นอะไรไปคะ?""เหลียงเมิ่งหยวน วันนั้นที่คุณถูกขังล๊อกจากข้างนอก เป็นฝีมือของเฉินม่านจริงๆ เหรอ?"คำถามที่ถามออกมาอย่างกะทันหันทำเอาเธอถึงกับอึ้งไปเหลียงเมิ่งหยวนตอบอึกอัก "ฉันไม่โทษเธอหรอกค่ะ เฉินม่านคงไม่ได้ตั้งใจ!""เสิ่นอวี้ เรื่องมันก็ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว คุณจะรื้อฟื้นขึ้นมาถามอีกทำไมคะ?"เสิ่นอวี้ยิ้มกว้างหัวเราะออกมา "ถามทำไมน่ะเหรอ?""ก็ทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำยังไงล่ะ!"“บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ ผมนี่ดูคนผิดจริ

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 7

    เสิ่นอวี้ชะงักไปในทันที เขามองไปที่ตำรวจอย่างไม่ยากจะเชื่อสายตา ขณะที่เหลียงเมิ่งหยวนที่อยู่ข้างๆ กลับเอามือปิดปากหลังรู้ความจริง "เฉินม่านท้องเหรอ เป็นไปได้ยังไง! คุณตำรวจคะ พวกคุณจำผิดหรือเปล่า? เสิ่นอวี้ คุณกับเฉินม่านไม่ได้มีความรู้สึกต่อกันไม่ใช่เหรอ คุณเคยบอกว่าไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลยด้วยซ้ำ!""งั้นเด็กในท้องเธอก็คือ..."เธอทำท่าเหมือนค้นพบความลับบางอย่าง แล้วรีบเอามือปิดปากไว้ทันทีใบหน้าของเสิ่นอวี้ดูไม่สู้ดีนัก "ไม่ใช่ เด็กเป็นลูกของผมเอง"ใบหน้าของเหลียงเมิ่งหยวนซีดเผือด และฉันก็หัวเราะออกมา ใช่แล้ว เด็กคนนี้คือลูกของเสิ่นอวี้ วันนั้นประจวบเหมาะกับเหลียงเมิ่งหยวนไปดูคอนเสิร์ตกับคนอื่น และโพสต์ลงโซเซียล แล้วเสิ่นอวี้เห็นเข้าเขาจึงโกรธ และคืนนั้นก็ดื่มหนักอีกด้วย วันนั้นเขาดุดันเป็นพิเศษ ฉันถูกเขาทำจนเรี่ยวแรงหายไปหมด แถมยังลืมกินยาด้วย ผลก็คือติดเลยตอนนี้พอนึกย้อนกลับไปฉันนี่มันโง่จริงๆ ทั้งที่เห็นชัดๆ ว่าเขาใช้ฉันเป็นเครื่องระบายอารมณ์ใคร่ แต่ฉันก็ยังโง่งมยอมอยู่กับเขาต่อไปและในตอนนั้นเอง เสิ่นอวี้ก็ดูเหมือนจะนึกอะไรออก เขาเงื้อมมือตบหน้าตัวเองอย่างแรงทีนึง"เสิ่นอวี้

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 6

    เสิ่นอวี้ คุณไม่เชื่อฉันไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องมีคนเชื่ออยู่แล้วก่อนที่รายงานชันสูตรจะออก ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวการตายของฉันออกไปคลิปวันที่เสิ่นอวี้อุ้มฉันแล้วตะโกนคลั่งอยู่ในโรงพยาบาล ถูกนำไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตชาวเน็ตต่างตกใจ!“ภรรยาท่านประธานบริษัท ถูกแช่แข็งตายในห้องเย็น? ล้อเล่นหรือเปล่า!”“ภรรยาเสียชีวิต สามีนั่นแหละมีพิรุธที่สุด แนะนำให้ตำรวจตรวจสอบดีๆ!”“ดูท่าทางโศกเศร้าของเขาไม่เหมือนการแสดงเลยนะ!”“ฉันว่าเขาแสดงเก่งมากกว่า! ภรรยาตัวเองต้องมาหนาวตายทั้งเป็นในห้องเย็นเชียวนะ!”“พระเจ้า! ฉันรู้จักห้องเย็นนั่น มันมีทางเล็กๆ เข้าจากหลังสวนได้ แต่แล้วใครกันล่ะที่ล่อคุณผู้หญิงเสิ่นเข้าไปที่นั่น?”“วงในบอกมาว่า เสิ่นอวี้เป็นคนส่งเธอเข้าไปข้างในด้วยตัวเองเพื่อเอาใจเมียน้อย!”“พีคมาก! สรุปเขาก็คือฆาตกรชัดๆ ยังมีหน้ามาทำตะโกนโวยวายในโรงพยาบาลอีกเหรอ?”ฝีปากของพวกชาวเน็ตนั้นร้ายกาจราวกับอาบยาพิษ ไม่ไว้หน้าเสิ่นอวี้เลยแม้แต่นิดเดียวฉันมองดูเขากดอ่านคอมเมนต์ด้วยมือสั่นเทา สีหน้าซีดเผือดเขาคงคาดไม่ถึงล่ะสิว่าชาวเน็ตจะวิจารณ์ได้ตรงจุดเป๊ะ และแฉธาตุแท้ของเขาออกมาแบบนี้

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 5

    ด้วยฐานะของเสิ่นอวี้ ตำรวจจึงทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนำศพของฉันไปชันสูตรเดิมทีเสิ่นอวี้ไม่ยินยอม เขาแค่อยากรู้ว่าฉันเจอกับอะไรบ้าง สุดท้ายจึงจำใจตกลงฉันมองท่าทีเลื่อนลอยของเขาแล้วอดยิ้มอย่างขมขื่นไม่ได้ “เสิ่นอวี้ ถ้ารู้ความจริงเข้า อย่ามานั่งร้องไห้หน้าหลุมศพฉันล่ะ!”ข่าวการตายของฉันแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว เสิ่นอวี้นั่งเงียบอยู่ที่ทางเดิน ตอนนั้นเองเหลียงเมิ่งหยวนก็เดินเข้ามาเธอกอดเขาแน่น “เสิ่นอวี้คะ คนตายไปแล้วก็กลับมาไม่ได้ คุณต้องเข้มแข็งนะ”"คุณบอกผมทีว่าทำไม? ใครกันแน่ที่ไม่อยากให้เธอมีชีวิตอยู่?" “ผมแค่อยากให้เธอยอมอ่อนข้อลง ทำไมต้องลงเอยแบบนี้กับผมด้วย?”เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเหลียงเมิ่งหยวนก็ฉายความอำมหิต ก่อนที่จะเซและล้มพิงอกเขา“เหลียงเมิ่งหยวน เป็นอะไรไป? เฉินม่านจากผมไปแล้ว คุณห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดนะ!”“เสิ่นอวี้ ฉันเวียนหัวจัง”พูดจบเหลียงเมิ่งหยวนก็หมดสติไปในอ้อมแขนเขา เสิ่นอวี้ร้อนรนรีบอุ้มเธอไปส่งที่ห้องพักผู้ป่วยทันทีกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ เสิ่นอวี้กำลังจะลุกจากไป แต่เหลียงเมิ่งหยวนกลับคว้ามือเขาไว้แน่น "อย่าทิ้งฉันไปเลย ได้ไหมคะ?"เขา

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 4

    เสิ่นอวี้โกรธจัด ตะคอกเสียงดัง "โกหก! เธอจะตายได้ยังไง!" เขาวิ่งพุ่งงพรวดเข้าไปข้างใน หลังแถวชั้นวางของนั้นมีร่างหนึ่งขดตัวอยู่ลางๆ ร่างของเสิ่นอวี้สั่นสะท้าน ฉันที่ลอยตามหลังเขามา แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้เห็นศพตัวเองอีกครั้งก็ยังอดรู้สึกใจคอไม่ดีไม่ได้ ดวงตาของฉันยังลืมค้าง จ้องมองเขาตรงหน้า ใบหน้าถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ปลายนิ้วทั้งสิบเต็มไปด้วยคราบเลือดที่แห้งกรัง บนพื้นและกำแพงเต็มไปด้วยร่องรอยการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของฉัน วินาทีที่สายตาประสานกัน เสิ่นอวี้ถึงกับเสียหลัก ก่อนจะทรุดเข่าลงต่อหน้าฉันเขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะสัมผัส แต่กลับไม่กล้า"ไม่ นี่ไม่ใช่เธอ เป็นไปไม่ได้!""ห้องเย็นนี่มันร้างไปแล้ว มันจะแข็งจนเย็นเฉียบขนาดนี้ได้ยังไง!" "พวกนายไปเช็กกล้องวงจรปิดมาเดี๋ยวนี้ ดูว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!" เขาหันไปเห็นรอยฝ่ามือเปื้อนเลือดบนผนัง ริมฝีปากเขาค้างพะงาบขณะพยายามลุกขึ้นไปลูบคลำผนัง สลับกับหันกลับมามองฉันที่ซุกตัวอยู่ในมุมห้อง มือทั้งสองข้างถึงจะแข็งทื่อไปแล้ว แต่เนื้อยังฉีกขาด ปลายนิ้วทั้งสิบชุ่มไปด้วยเลือด เสิ่นอวี้เสียสติ แล้วพุ่งเข้ามาก

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 3

    คำพูดเพียงประโยคเดียวของเสิ่นอวี้เปรียบเสมือนการสั่งประหารชีวิตฉันซ้ำสอง เมื่อเป็นอย่างนั้นคนเฝ้าประตูจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก จังหวะนั้นเองเหลียงเมิ่งหยวนก็เดินเข้ามา เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด มุมปากของเธอก็ยิ้มอย่างพอใจ "เสิ่นอวี้คะ ช่างเถอะค่ะ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วด้วย

  • เขาคลั่ง หลังขังฉันไว้ในห้องเย็น   บทที่ 1

    เสิ่นอวี้ที่วุ่นอยู่กับงานมาตลอดทั้งวันก้มลงมองนาฬิกา "นี่ก็สามวันแล้ว เฉินม่านยังไม่ยอมรับผิดอีกเหรอ?"“ผู้หญิงคนนี้ปากแข็งที่สุด!”เหลียงเมิ่งหยวน รักแรกของเขาเดินถือซุปไก่เข้ามา "เสิ่นอวี้คะ ช่างเถอะค่ะ เธอคงไม่ได้ตั้งใจหรอก""สามวันแล้ว ก็น่าจะพอหอมปากหอมคอแล้วนะ"สีหน้าของเสิ่นอวี้ดูอ่อนโยน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status