로그인“ใครอนุญาตให้พวกคุณพูด! อยากลุกนั่ง 50 ครั้งใช่มั้ย!” ราวกับสายฟ้าฟาด เสียงตะโกนถามอันดังลั่นของพี่เฮ้ดว้ากวิศวะทำให้ทุกอย่างเงียบกริบในพริบตา เพื่อนในคณะบางคนถึงกับสะดุ้งเสียงดุดันซึ่งขัดกับหน้าตาหล่อเกินต้านของคนถาม
ส่วนฉันนั้น... แม้จะเคยเจอเหตุการณ์แนวๆ นี้มาหนนึงก็ยังไม่ชินสักที ฮือ! หนูกลัว
“เชิญคณะมนุษย์เข้ามานั่งเลยครับ เรียงตามเอกเลย”
หนึ่งในพี่ว้ากที่ใส่เสื้อช็อปพูดเสียงเข้ม มองมาด้วยสายตาดุดันเล่นเอาเอกไทยซึ่งเป็นเอกแรกที่ต้องเดินเข้าไปในลานเกียร์ถึงกับเกิดอาการเกร็งอย่างเห็นได้ชัด พอเข้าไปนั่งครบกันทุกเอก พวกพี่ว้ากวิศวะก็เริ่มแนะนำตัวอย่างรวดเร็ว แล้วอะไรคือการที่ถ้าจำชื่อพี่ๆ ไม่ได้จะโดนลงโทษ... โหดเกิ๊น!
“ผมเจมส์”
“ผมกัส”
“ผมเดย์”
และแล้วฉันก็ได้รู้ว่าพี่ว้ากทั้งสามคนที่เคยเจอกันมาก่อนชื่ออะไรบ้าง ฉันจำชื่อพวกพี่เค้าได้แม่นเลยล่ะ ส่วนพี่ว้ากคนอื่นๆ นั้น... ไม่เข้าหัวเลย จนกระทั่งท้ายสุดถึงคิวพี่เฮ้ดว้าก ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า ฉันรู้สึกเหมือนดวงตาคู่คมกริบอันแสนมีพลังคู่นั้นกำลังมองตรงมาทางนี้
“ผมเทมส์” พี่เทมส์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ตึกตัก! ตึกตัก! และแทบจะวินาทีเดียวกัน ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงมาก
หลังจากนั้นไม่ว่ารุ่นพี่คนไหนจะพูดอะไรก็แทบไม่เข้าหัวเลย ฉันได้แต่นั่งก้มหน้าเพราะรู้สึกว่าสาย ตาคมกริบของพี่เทมส์จับจ้องมาบ่อยครั้ง ยิ่งฝันที่นั่งข้างหลังแอบกระซิบว่าพี่เทมส์มองฉันอยู่ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ได้แต่บอกตัวเองว่าพี่เขาไม่ได้มองหรอก... เพื่อนเข้าใจผิดไปเอง
และแล้วก็ถึงเวลาแยกย้าย เด็กปีหนึ่งคณะมนุษย์ที่นั่งเกร็งและเงียบมาตลอดพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก ยิ่งวันนี้เป็นศุกร์... ไม่มีการซ้อมเชียร์ เพราะงั้นก็ถึงเวลากลับหอไปพักผ่อนแล้ว เย้!
“น้องลูกพีช”
ระหว่างที่ฉันกับฝันกำลังโบกมือลาเอมและแก้มยุ้ยก็ได้ยินใครบางคนเรียกเอาไว้ พอหันไปมองก็เห็นเป็นรุ่นพี่ปี 3 เอกญี่ปุ่นที่หาตัวจับยากนั่นเอง
“ขาพี่” ฉันขานรับพร้อมทั้งเร่งฝีเท้าเข้ามาหาพี่สี่คนนี้โดยมีฝันเดินตีคู่มาด้วย
“ยังอยากได้ลายเซ็นของพวกพี่อยู่มั้ย” พี่คนที่มอบภารกิจให้ฉันไปขอถ่ายรูปกับผู้ชายเลิกคิ้วถาม
“อยากค่ะ” ฉันพยักหน้าทั้งรอยยิ้ม ถึงเวลาเคลียร์ลายเซ็นทั้งหมดแล้วสินะ
ก่อนเข้ารับน้องฉันกับเพื่อนอีกหลายคนเพิ่งได้ลายเซ็นรุ่นพี่ปี 4 ที่หาตัวโคตรยากมาเลยค่ะ เพราะงั้นเหลือแค่ลายเซ็นของพี่สี่คนนี้เท่านั้น... ลูกพีชคนนี้ก็จะปิดจ๊อบแล้ว! เย้!
“น้องเห็นรุ่นพี่คณะวิศวะคนนั้นมั้ยครับ นั่นน่ะ คนที่กำลังมองมาทางนี้พอดี” ว่าแล้วพี่คนเดิมก็ชี้ไปยังลานเกียร์
ขวับ! ฉันกับฝันหันไปมองตาม แล้วก็ต้องสะดุ้งในใจเมื่อเห็นว่าผู้ชายหล่อเกินต้านแต่แอบน่ากลัวกำลังมองมาเช่นกัน
“พี่เทมส์เหรอคะ” ฉันหันกลับมาถามหน้าตื่น คือไม่อยากเดาเองไง เผื่อไม่ใช่ขึ้นมาจะหน้าแตกเปล่าๆ
“ภารกิจของพี่คืออยากให้น้องเข้าไปขอถ่ายรูปกับพี่ว้ากคนนั้น ถ้าทำสำเร็จ น้องจะได้ลายเซ็นของพวกพี่สี่คนทันที”
ห๊ะ! รุ่นพี่คนอื่นมีเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นพี่เทมส์ด้วย ละประเด็นคือพี่เขาเป็นเฮ้ดว้ากไง สั่งการแต่ละทีรุ่นน้องกลัวกันหมด อย่าว่าแต่คนอื่นเลยที่กลัว... ฉันก็กลัวเหมือนกัน
ที่สำคัญตอนนี้เพิ่งเลิกรับน้องด้วย นักศึกษาสองคณะเดินขวักไขว่เต็มไปหมด หนำซ้ำพี่เทมส์ยังเป็นขวัญใจสาวแท้สาวเทียมทั้งมหาลัยเพราะเขาหล่อระดับลูกรักพระเจ้า ถ้าฉันเสนอหน้าเดินเข้าไปขอถ่ายรูปคู่... ไม่ถูกเขม่นแย่เหรอ (แม้มันจะเป็นภารกิจแลกกับลายเซ็นก็ตามเถอะ)
“ตอนนี้เลยเหรอคะ” คือเป็นวันอื่นได้มั้ย วันที่คนไม่เยอะขนาดนี้ ถึงฉันจะไม่ใช่พวกขี้อายแต่ให้เข้าไปขอถ่ายรูปคู่กับผู้ชายต่อหน้าคนหลายร้อยก็ไม่ไหวนะ
“ตอนนี้เลยครับ” รุ่นพี่ยักคิ้วยิ้มๆ
“แต่...” ฉันกำลังจะต่อรอง ทว่าพี่อีกคนกลับแทรกขึ้นมา
“น้องพลาดโอกาสมาครั้งนึงแล้วนะครับ ถ้าครั้งนี้พลาดอีก...พวกพี่ไม่เซ็นให้ละนะ” ฮือ! จบกันลูกพีช
“แล้วถ้าหนูเข้าไปขอแต่พี่เค้าไม่ตกลงล่ะคะ หนูต้องทำอย่างอื่นอีกใช่มั้ย” ดูก็รู้ว่าพี่เทมส์ไม่ใช่ประเภทที่ยอมทำอะไรไร้สาระ ทั้งนิ่งทั้งดุขนาดนั้น แถมเวลามองมาแต่ละทีทำเอาคนโดนมองท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด
คนแบบนั้นน่ะนะ... จะยอมถ่ายรูปคู่กับฉัน มองจากดาวอังคารลงมายังรู้เลยว่าไม่มีทางอ่ะ
“ไม่ต้องแล้วครับ ยังไงพวกพี่ก็เซ็นให้เพราะถือว่าน้องมีความกล้าพอตัว”
หือ! ถึงไม่สำเร็จก็ยอมเซ็นให้ ข้อเสนอน่าสนใจเว่อร์
ไม่เห็นเป็นไรเลยลูกพีช... แค่เข้าไปขอถ่ายรูปกับพี่เฮ้ดว้ากคณะวิศวะ แค่ทนกับความอับอาย แค่ทนกับสายตาคนมอง แค่หลังจากนี้อาจจะถูกผู้หญิงหลายคนหมั่นไส้เท่านั้นเอง!
แต่ค่ะแต่ เพียงแค่ตกลงทำภารกิจก็หมายความว่าต่อจากนี้เธอไม่ต้องทำอะไรน่าอายอีก แต่ถ้าปฏิเสธตั้งแต่ตอนนี้ถือว่าจบเห่เลย
“ก็ได้ค่ะ” หลังจากชั่งใจสักพักฉันก็ยอมตกลง รุ่นพี่สี่คนนี้ยิ้มมุมปากซะงั้น
หึ! ดีใจที่ได้แกล้งรุ่นน้องอย่างฉันใช่ม้า เอาเถอะ... หลังจากนี้ฉันจะไม่ใช่ของเล่นของพี่ๆ ในเอกอีกแล้ว ทำๆ ให้มันจบไป ย้าก!
หมับ! ฝันยื่นมือเข้ามาจับมือฉันเหมือนให้กำลังใจ ฉันยิ้มจนตาหยีให้เพื่อนสนิท ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงเข้าไปทำภารกิจสุดท้าย ใจเย็นลูกพีช... เธอทำได้! ทำได้!! และทำได้!!
“กูจะเข้าไปขอเบอร์”“ลูกพีช / น้องฝันครับ” พี่เทมส์กับพี่เดย์มาได้ถูกเวลาแถมเรียกเราทั้งคู่ ผู้ชายที่จะเข้ามาหันหลังกลับแทบไม่ทัน“ได้กุญแจละ” พี่เทมส์พูดได้น้ำเสียงนิ่งๆ แถมมองรอบตัวว่ามีใครมองฉันอยู่รึเปล่า พี่เดย์ก็มีสภาพไม่ต่างกัน มองว่าใครมองฝันอยู่มั้ย ถ้าถามว่าฉันกับฝันอึดอัดมั้ย... คำตอบคือไม่ค่ะ เราสองคนชินแล้ว“งั้นเดี๋ยวกูกับน้องฝันนั่งคาเฟ่รอ”“อือ” พอพี่เทมส์พยักหน้า ฉันกับหนุ่มหล่อเกินต้านก็เอากระเป๋าขึ้นมาเก็บบนห้องโดยพี่เทมส์เป็นคนลากกระเป๋านั่นล่ะ “ห้องสวยมาก” ฉันยิ้มกว้างเมื่อห้องที่จองตรงปกทุกประการ ตกแต่งได้น่ารักสุดไรสุด เต็มสิบลูกพีชให้ร้อยอ่ะค่ะ ไม่แปลกที่รีวิวดีมาก นักท่องเที่ยวก็เยอะด้วย“พี่ชักไม่อยากไปเที่ยวละ อยากนอนกอดหนูในโรงแรมมากกว่า” ว่าแล้วพี่เทมส์ก็ดึงฉันนอนลงบนเตียง เราสองคนมองตากัน ขนาดคบกันมานาน ฉันยังรู้สึกใจเต้นเสมอเมื่อสบตาคู่สวยคู่มีพลังคู่นี้“ไหงงั้นล่ะคะ” ฉันถามด้วยความงง เป้าหมายที่มาเชียงใหม่คือมาเที่ยว ไม่ได้มานอนพักในโรงแรมอย่างเดียวสักหน่อย“พี่ไม่ชอบให้ใครมองแฟน แค่เข้ามาในโรงแรมมีผู้ชายมองหนูไม่ต่ำกว่า 5 คน” หนุ่มหล่อใช้น้ำเสียงเดือด
“..............” ฉันถือคติใช้ความนิ่ง เผื่อพี่เทมส์จะยอมให้ฉันไปกับฝันแค่สองคน ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันไม่อยากเป็นสาเหตุทำให้พี่เทมส์ไม่เจอญาติพี่น้องถ้าไปเชียงใหม่ด้วยกันน่ะ ปีนึงมี 365 วัน ฉันกับพี่เทมส์เห็นหน้ากัน 360 วันได้ แต่ญาติอยู่คนละซีกโลก นานทีปีหนกว่าจะเจอ ไปหาญาติบ้างก็ได้ค่ะ“หนูเคยบอกอยากพักโรงแรมในเชียงใหม่ที่ตกแต่งสไตล์ชนบทฝรั่งเศส มีคาเฟ่น่ารักๆ ในนั้นด้วย เดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราไปจองโรงแรมกัน พี่รับหน้าที่เป็นตากล้องให้หนูเอง... เนอะ”พอพี่เทมส์พูดอย่างนี้ลูกพีชก็แพ้สิคะ จำรายละเอียดที่ฉันเคยพูดได้ทั้งหมด แสดงว่าพี่เค้าตั้งใจและใส่ใจฟังที่ฉันพูดทุกอย่าง แง! น่ารักเกินไปแล้วแฟนของหนู “อื้อ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับยิ้มตาหยี พี่เทมส์ยิ้มตาม ยื่นมือมาบีบแก้มกันเบาๆ อย่างที่ชอบทำ“แฟนพี่น่ารักที่สุด”“อ๊ายยย! พี่เค้าน่ารักกันชะมัด”“ฉันอยากมีแฟนบ้างแกเอ๊ย” เสียงหวีดของน้องโต๊ะใกล้ๆ ทำเอาฉันเขินอีกรอบ พี่เทมส์ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นฉันเขินนั่นล่ะเชียงใหม่! สรุปทริปนี้มีผู้ร่วมทริปสี่คน ฝัน พี่เดย์ พี่เทมส์และก็ฉัน คุณพ่อคุณแม่ของฝันมารอรับที่สนามบินอยู่ก่อนแล้ว ท่านทั้งสองบอกว่า
“ตกลงหนูจะกลับแพร่วันไหน พี่จะได้ซื้อตั๋วให้” พี่เทมส์ชวนคุยเรื่อยเปื่อยขณะที่เรากำลังรอข้าวร้านป้าแถวหน้าหอฉันเองค่ะ ตอนนี้ฉันอยู่ปี 3 ส่วนพี่เทมส์อยู่ปี 4 เราสองคนยังคบกัน รักกันเหนียวแน่นจนเพื่อนในเอกถึงกับพนันว่า ‘ฉันกับพี่เทมส์’ หรือ ‘ฝันกับพี่เดย์’ ใครจะแต่งงานก่อนกัน?“หนูเพิ่งคุยกับฝันเมื่อเย็นนี้ หนูว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่ก่อน แล้วค่อยกลับแพร่พร้อมพี่เบส” ฉันบอกพี่เทมส์ด้วยรอยยิ้มประจบ ตอนนี้พี่เบสเรียนปี 6 ทำงานใช้ทุนโรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีวัน หยุดไม่กี่วันพี่ชายสุดหล่อก็กลับแพร่เช่นกัน ลูกพีชคนนี้จะได้กลับบ้านพร้อมพี่เบสเลย“ถ้าหนูไปเชียงใหม่พี่จะไปด้วย” พี่เทมส์พูดเสียงหนักแน่นเล่นเอาฉันเหวอ“เอ้า! แต่พี่เทมส์มีนัดรวมญาติช่วงคริสต์มาสนี่คะ” เราคุยกันตั้งแต่ต้นเดือนว่าถ้าปิดเทอมฉันจะกลับแพร่ก่อน พี่เทมส์จะตามไปทีหลังเพราะมีญาติมาจากอเมริกา ที่ผ่านมาทุกปี พี่เทมส์อยู่แพร่กับฉันช่วงเคาท์ดาวน์ตลอด ปีนี้ก็เช่นกัน“พี่เพลย์ยังตามพี่ไพรส์ไปญี่ปุ่นได้ พี่ก็ตามหนูไปเชียงใหม่ได้เหมือนกัน พี่จะปล่อยให้แฟนไปคนเดียวได้ไง” เอ้า! แบบนี้ก็ได้เหรอ?“หนูไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อยค่ะ
“โกรธไร เมื่อคืนไม่เห็นพูดแบบนี้เลย ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะ...” พี่เทมส์บิดยิ้ม หยุดพูดเพียงแค่นั้นแต่ทำเอาฉันตาโต หัวใจเต้นแรงระดับสิบ“อย่าบอกนะว่าเราสองคน!...” ฉันหยุดพูด ไม่นะ! ต้องไม่ใช่แบบนั้นสิ“อื้อ” พี่เทมส์พยักหน้ายิ้มๆ แถมยังขยับตัวเข้ามาใกล้กันมากขึ้น“ไม่จริง!” ฉันขยับตัวหนี ส่ายหน้าทันที“จริงสิ ไม่งั้นหนูจะอยู่ในสภาพนี้ได้ไง” ว่าแล้วพี่เทมส์ก็มองกันด้วยสายตามีความหมาย“พี่เทมส์จะบอกว่าเราสองคน... 2 become 1 กันแล้ว” ฉันกลั้นใจถามเสียงสั่น ใจสั่น ตัวสั่นไปหมด นี่ฉันเสียเวอร์จิ้นไปแล้วเหรอ“ถ้าพี่บอกไป หนูไม่ตกใจแย่เหรอ” ยิ่งพี่เทมส์ใช้น้ำเสียงมีลับลมคมนัย ใจฉันยิ่งระส่ำระส่าย“งั้นเราคงยังไม่ 2 become 1 กันหรอก” ฉันพูดออกไปเหมือนปลอบใจตัวเอง“มั่นใจได้ไง ตอนนี้พี่เปลือยอยู่นะ”เฮือก! คำว่าพี่เปลือยอยู่ทำเอาฉันสะดุ้ง หมายความว่าพี่เทมส์ไม่ได้ใส่ท่อนล่าง แล้วถ้าฉันดึงผ้าห่มมา ฉันก็อาจจะเห็นลูกชายของพี่เทมส์! ว้าก! แค่นี้ลูกพีชก็ไม่กล้าขยับตัวแล้ว“พี่เทมส์ต้องล้อหนูเล่นแน่เลย” ฉันพูดเสียงสั่น มองคนที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มเดียวกันด้วยแววตาสั่นระริก“พี่เปิดให้ดูมั้ยล่ะ” ว่าแล้วพี่เท
“ทำไมไม่ใส่เสื้อละค่ะ แล้วดูสิ แอบเข้ามานอนกับหนูอีกละ” ฉันบ่นพลางเฉไฉมองทางอื่น พี่เทมส์ชอบทำแบบนี้ตลอด ก่อนนอนก็เข้านอนคนละห้อง แต่พอเช้ามาอยู่บนเตียงเดียวกับฉันซะงั้นหือ! นี่ไม่ใช่ห้องนอนแขกนี่ ผ้าม่านสีเทาเหมือนห้องนอนของพี่เทมส์เลย!เดี๋ยวนะ! ความทรงจำสุดท้ายคือฉันดื่มน้ำส้มจนหมดแก้ว จากนั้นภาพก็ตัด ตื่นอีกทีดันอยู่บนเตียงของพี่เทมส์“น้ำส้ม” ฉันพึมพำคนเดียวอย่างคลางแคลงใจ... ใช่เหรอ?“ไม่ใช่น้ำส้ม ลูกน้ำเอาแก้วไวน์ยัดใส่มือหนู” มิน่า! ภาพฉันถึงตัดไปเลย“แล้วทำไมหนูถึงมานอนในห้องพี่เทมส์ได้คะ” ฉันเบนสายตากลับมาถามพี่เทมส์ที่ยังคงยิ้มหวานมองกันอยู่อย่างนั้น“นั่นสิ หนูมานอนห้องพี่ได้ไง แต่ลุกขึ้นนั่งแบบนี้ลูกชายพี่ตื่นหมดแล้ว” พี่เทมส์บิดยิ้มพลางก้มมองท่อนล่างของตัวเองใต้ผ้าห่ม ฉันก้มมองตามด้วยความงุนงงก่อนจะตาโตอย่างตกใจ เมื่อเห็นบางอย่างตั้งฉากขึ้นมา แม้จะไม่เห็นว่ามันคืออะไรเพราะมีผ้าห่มบังอยู่ แต่พอรู้ว่าคืออะไรเพราะมันอยู่กลางลำตัวของอีกฝ่าย“คนบ้าคนลามก!” ฉันว่าอย่างเขินจัด หน้าร้อนผะผ่าว ตีเข้าให้ที่แขนของพี่เทมส์หนึ่งเพี๊ยะ!“เอ้า! ลามกอะไรล่ะ ดูสภาพหนูก่อน จะไม่ให้ลูกชาย
“มาค่ะเพื่อนๆ หลังจากฝันมันลุกยืดเส้นยืดสายแล้ว ถึงคิวพีชบ้าง ขอเสียงให้มันหน่อย อ๊ายยย!” พอเอมี่พูด เพื่อนทั้งโต๊ะที่กำลังสนุกก็โห่ฮาปรบมือ“ฮิ้ววววว”“อ่ะนี่คุณน้องขา จิบนิดนึงถึงจะสนุกค่ะ” พี่เอที่เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยื่นแก้วเหล้าผสมโซดามาให้ ฉันรีบส่ายหน้าทันที“แฮร่! ไม่เอาดีกว่าค่ะ”“เทมส์ไม่รู้หรอกน่า นิดเดียว ดื่มฉลองให้กับพี่ไง”“เอ่อ...” ฉันมองแก้วเหล้าตรงหน้าอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะเงยหน้ามองพี่เออีกครั้ง ยิ่งเห็นสายตารอคอยจากเจ้าของงานจะปฏิเสธก็กระไรอยู่ นี่บอกปัดไปสามรอบถ้วนแล้วเถอะ“เอาน่า ไม่มีใครบอกเทมส์หรอก” พี่เอยัดแก้วเหล้าใส่มือ ฉันอึกอักมองอย่างชั่งใจ“นิดเดียวเองพีช ดื่มให้พี่สองคนหน่อย” รอบนี้พี่ลูกน้ำก็มาด้วย ฮือ!ฉันมองหน้าพี่ทั้งคู่ เหลือบสายตาหาตัวช่วยแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครช่วยได้ เพื่อนฉันกำลังสนุก ฝันก็เพิ่งโดนฉุดให้ลุกขึ้นเต้นเมื่อห้านาทีก่อน เอาฟะ! นิดเดียวก็ได้จะได้จบๆฉันถอนหายใจยาว ยกแก้วขึ้นมาชิดริมฝีปาก จิบเหล้าหนึ่งอึก แหวะ! ขมมาก ไม่เห็นอร่อยเลย เค้ากินกันได้ไงเนี่ย ฉันหลับตาปี๋รีบคืนแก้วให้พี่เอทันที“แค่กๆ ขอน้ำส้มหน่อย” ฉันยื่นมือไปขอน
วันนี้มีเรียนแค่บ่ายวิชาเดียวค่ะเพราะงั้นฉันกับแกงค์เพื่อนสนิทเลยตกลงกันว่าจะทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนเข้า ม. เนื่องจากไม่อยากเบียดเสียดผู้คนในโรงอาหารคณะนั่นล่ะพอ 11 โมง... ฉันกับฝันก็ลงมาสั่งข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าหอ ระหว่างรอข้าวอยู่นั้น เอมกับแก้มยุ้ยก็เดินมาหาที่ร้าน จากนั้นเราสี่คนก็ขึ้นม
“แก! นั่นพี่ปี 3 ที่หาตัวโคตรยากใช่มะ ไปขอลายเซ็นกัน!” แก้มยุ้ยโพล่งน้ำเสียงตื่น เบิกตาโตพลางชี้ไปยังรุ่นพี่ผู้ชายกลุ่มนึงที่กำลังโดนน้องปี 1 ในเอกรุมล้อมระหว่างเดินเข้ามาในโรงอาหารช่วงนี้พวกเราเด็กปี 1 มีภารกิจต้องล่าลายเซ็นพี่ปี 2 ยันปี 4 เลยค่ะ ของพี่ปี 2...ฉันกับเพื่อนในเอกขอกันครบหมดละเพราะเจ
พวกเราสี่คนมาถึง ม. ก่อนเวลานัดหมายเกือบสิบนาทีได้แล้วก็แอบแปลกใจเมื่อรุ่นพี่ให้เดินไปรับโอเบนโตะ แต่พอรู้ว่าว่าอาจารย์ประจำภาควิชาสั่งมาเลี้ยงเด็กปี 1 ทุกคน ความรู้สึกถัดมาคือทึ่งในความใจดีนั้นชะมัด คิดดูดิเลี้ยงทงคัตสึเจ้าดังราคากล่องละไม่ต่ำกว่าสามร้อย นักศึกษาปี 1 มีเกือบสี่สิบชีวิต..
วันปฐมนิเทศวันนี้ทางมหาวิทยาลัยนัดหมายนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 ทุกคนขึ้นหอประชุมพร้อมกันฉันกับฝันนัดแนะกันตั้งแต่เมื่อวานจะไป ม. ด้วยกัน แต่ค่ะแต่... ลูกพีชคนนี้ดันสะดุ้งตื่นก่อนนาฬิกาปลุก! เพราะฝันเห็นผู้ชายหน้าหล่อดาเมจรุนแรงคนเมื่อวานว่าเขาขับรถพาไปเที่ยวงี้ จะบ้าตายกับตัวเอง เจอกันแค่ครั้งเดีย







