تسجيل الدخولวันปฐมนิเทศ
วันนี้ทางมหาวิทยาลัยนัดหมายนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 ทุกคนขึ้นหอประชุมพร้อมกัน
ฉันกับฝันนัดแนะกันตั้งแต่เมื่อวานจะไป ม. ด้วยกัน แต่ค่ะแต่... ลูกพีชคนนี้ดันสะดุ้งตื่นก่อนนาฬิกาปลุก! เพราะฝันเห็นผู้ชายหน้าหล่อดาเมจรุนแรงคนเมื่อวานว่าเขาขับรถพาไปเที่ยวงี้ จะบ้าตายกับตัวเอง เจอกันแค่ครั้งเดียวถึงขั้นเก็บผู้ชายเอามาฝัน... รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น เพ้อเจ้อมากค่ะลูกพีช!
ละคือพยายามหลับต่อเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ไง นี่เลยลุกจากเตียงขึ้นมาอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะเดินมาเปิดตู้เย็นหยิบนมจืดกับเบเกอรี่แสนอร่อยฝีมือของคุณป้าที่ท่านนำมาใส่ตู้เย็นตั้งแต่เมื่อวานเข้าไมโคร เวฟเพื่ออุ่นทาน
ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเข้าไลน์ อ๊ะ! คุณแม่ทักมาว่าอยากเห็นลูกสาวในชุดนักศึกษา... ลูกของแม่ต้องสวยแน่เลย ฉันหลุดขำพลางส่งสติ๊กเกอร์หัวเราะกลับไป ก่อนจะบอกว่าถ้าหนูเปลี่ยนผ้าเสร็จ เดี๋ยวถ่ายรูปส่งให้ดูค่ะ สักพักคุณแม่ก็ส่งสติ๊กเกอร์โอเคกลับมา
ทานอะไรเสร็จฉันเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอน พอเห็นตัวเองในชุดนักศึกษาผ่านกระจกก็อดยิ้มไม่ได้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกก้าวไงไม่รู้แฮะ
แชะ! ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟี่ผ่านหน้ากระจกแล้วส่งให้คุณแม่ ท่านไลน์กลับมาบอกว่าปะป๊าเห็นลูกในชุดนี้แล้วกลัวหนุ่มๆ จะมาจีบ ฉันถึงกับหัวเราะในความหวงลูกสาวของปะป๊าเลยทีเดียว
นั่งเล่นได้ไม่นานฝันก็คอลไลน์มาบอกว่าพร้อมแล้ว ฉันเดินไปที่ห้องของเพื่อนใหม่ซึ่งเข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อราวกับเราสองคบกันมาเป็นปีๆ เลยล่ะ เราสองเดินมามหาลัยพร้อมกัน พอถึงหอประชุมใหญ่ก็เห็นรุ่นพี่ปี 2 คณะต่างๆ ถือป้ายบอกว่าแต่ละเอกต้องนั่งตรงไหนบ้าง ฉันกับฝันเดินไปที่ป้ายเอกญี่ปุ่นอย่างไม่รอช้า ทั้งรุ่นพี่และเพื่อนใหม่ต่างส่งยิ้มให้เราสองคนอย่างเป็นกันเอง
“หวัดดี เราเอมนะ ส่วนนี่แก้มยุ้ย เธอสองคนชื่อไรเหรอ มาจากโรงเรียนเดียวกันป่ะ” เพื่อนที่นั่งด้านหน้าหันมาทักทายฉันกับฝันด้วยดวงตาเปล่งประกาย เราสองคนยิ้มให้ ก่อนที่ฉันจะเป็นฝ่ายแนะนำตัวบ้าง
“เราลูกพีช เรียกพีชเฉยๆ ก็ได้ มาจากจังหวัดแพร่จ้ะ”
“เราฝันหวาน เรียกฝันอย่างเดียวก็ได้ เรากับพีชไม่ได้จบที่เดียวกัน เราจบจากเชียงใหม่ แต่ที่มาพร้อมกันเพราะเราสองคนอยู่หอเดียวกันน่ะ” ฝันบอกด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างสดใส
“ว้าว! สาวเหนือทั้งคู่เลยดิ ส่วนเราสองคนจบจากโรงเรียนเดียวกัน อยู่ กทม.นี่แหละ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่นะ” ว่าแล้วแก้มยุ้ยก็ยิ้มจนตาหยี
จากนั้นเราสี่คนก็เม้าท์กันไปมาอย่างออกรส พอรู้สึกว่าคลิก...เป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทใจจึงแลกเฟส ไอจีรวมถึงไลน์และเบอร์โทรเอาไว้ติดต่อกัน
สักพักใหญ่พี่ปี 2 แต่ละเอกก็บอกให้น้องปี 1 ช่วยเงียบ จากนั้นหัวหน้าอาจารย์ประจำวิชาภาคต่างๆ ก็เข้ามาแนะนำตัว รวมถึงอธิการบดีที่มาให้โอวาท ส่วนฉันที่ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกก็แอบง่วงเป็นพักๆ โชคดีได้ลูกอมรสมะนาวมาจากเอม ไม่งั้นมีหลับโชว์ผู้คนแน่อ่ะ
“ไปทานข้าวหน้า ม. กันป่ะ พี่เอเคยบอกว่ามีร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ออนเซ็นอร่อยเลิศอยู่” เอมเอ่ยปากชวนเมื่อเราสี่คนเดินมาถึงโรงอาหารคณะมนุษย์แล้วพบว่าคนเยอะมากกก เยอะจนไม่มีที่นั่งอ่ะ
“ได้นะ ยังไงรุ่นพี่ก็นัดตอนบ่ายโมง มีเวลาอีกสองชั่วโมงแน่ะ” ฝันพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วพีชล่ะว่าไง” เอมหันมาถามฉันบ้าง
“ของอร่อยๆ ไม่ปฏิเสธอยู่ละ” ฉันบอกพลางยิ้ม
“แล้วแกอ่ะแก้มยุ้ย”
“เพื่อนไปกันหมด คนสวยก็ต้องไปสิคะ จะมานั่งตบยุงแถวนี้คนเดียวทำไม” แก้มยุ้ยพูดขำๆ ทำเอาเราสามคนที่เหลือหัวเราะออกมาในความอารมณ์ดีของอีกฝ่าย
พอเดินมาถึงร้านปรากฏว่าโต๊ะเต็มค่า!
จะย้อนกลับไปทานข้าวที่โรงอาหารก็หิวแล้ว เพราะงั้นพวกเราเลยตกลงกันว่าจะหาอะไรกินแถวหน้า ม. นี่แหละ ร้านเด็ดค่อยมาแก้ตัววันหลังละกัน เราสี่คนเดินเลือกจนมาหยุดที่คาเฟ่สีขาวสไตล์มินิมอล เมนูที่ตั้งให้เลือกหน้าร้านก็ดูท่าทางน่าทานเพราะงั้นจึงเลือกร้านนี้แหละ
พรึ่บ!
เปิดประตูกระจกเข้ามาปรากฏว่าคนเยอะมากแต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงแฮะ โชคดีที่มุมในสุดมีโต๊ะว่างเหลืออยู่ น่าจะเพราะเป็นโต๊ะใหญ่สุด... มีเก้าอี้สิบตัวได้เลยไม่มีใครเข้าไปนั่ง แต่เวลานี้เราสี่คนกำลังหิวได้ที่จึงรีบรุดเข้ามาหย่อนตูดลงแม้จำนวนคนจะน้อยกว่าเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ก็ตาม ไม่นานพนักงานก็เดินมารับออเดอร์ ระหว่างรออาหารก็เซลฟี่รูปหมู่ 4 คนแล้วแท็กลงไอจีกันเรื่อยเปื่อย
“เฮ้ย! ช่วงปิดเทอมพีชไปเมกามาเหรอ” เอมถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเลื่อนดูไอจีของฉัน
“อื้อ” ฉันพยักหน้าน้อยๆ “ไปหาปะป๊ากับคุณแม่น่ะ ท่านทั้งสองอยู่ที่โน่น”
“เราว่าคุณพ่อของพีช หน้าตาไม่ค่อยไทยเท่าไหร่แฮะ” แก้มยุ้ยย่นคิ้วเหมือนสงสัย
“น่าจะเป็นเพราะปะป๊าเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทยมั้ง เลยดูไม่ไทยเท่าไหร่” ฉันบอกยิ้มๆ
“งั้นพีชก็เป็นลูกเสี้ยวน่ะสิ!” เอมและแก้มยุ้ยถามด้วยสีหน้าตะลึงทำเอาฝันกับฉันมองหน้ากันแล้วหลุดขำ คือฝันรู้เรื่องฉันตั้งแต่เมื่อวานเลยไม่ตกใจอะไรน่ะนะ
“อื้อ” ฉันบอกพลางดูดน้ำแตงโมปั่นที่พนักงานเพิ่งเอามาเสิร์ฟ อร่อยแฮะแถมสดชื่นด้วย
“มิน่า พีชเลยน่ารักเหมือนตุ๊กตาเพราะเป็นลูกเสี้ยวนี่เอง เชื่อป่ะ เราเห็นหน้าพีชครั้งแรกยังคิดเลยว่าเดี๋ยวรุ่นพี่ต้องมาติดต่อให้ลงประกวดดาว” เอมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่ฉันส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“หึ! ไม่หรอก เราไม่ได้น่ารักอะไรขนาดนั้น อีกอย่างเพื่อนเอกอื่นมีแต่สวยแบบตะโกนเยอะมาก รุ่นพี่คงไม่มาติดต่อคนอ๊องอย่างเราแน่” ฉันบอกอย่างขำๆ
“ถ้าอย่างพีชไม่น่ารัก เราไม่ศพเดินได้เลยเหรอ” แก้มยุ้ยแย้งทันที
แหม่! อะไรจะอวยกันเบอร์นั้นคะ
“เนอะ! เราก็ว่างั้น แต่พีชอ่ะดิ... เอาแต่บอกว่าตัวเองธรรมดา ไม่ได้น่ารักอะไร” อ้าว! ไหงฝันเห็นด้วยกับสองคนนี้เล่า
“โหว! นี่นะไม่น่ารัก ตัวบาง ผิวโคตรขาว หน้าก็ใส ตากลมบล็อกแถมยังหวานอีกต่างหาก จมูกโด่ง ปากได้รูป เก็บปีกไว้ที่ไหนคะ ไม่เมื่อยแย่เหรอแม่คุ๊ณ” ว่าแล้วแก้มยุ้ยก็ทำเป็นมองฉันทั่วตัวทำเอาฝันและเอมถึงกับหัวเราะนัยน์ตาพราว
“ไม่ถึงขนาดนั้นสักหน่อย” ฉันบ่นอุบอิบ
“เฮ้ย! โต๊ะใหญ่มีที่เหลือเว้ย เข้าไปเหอะกูหิวแล้ว ขี้เกียจหาร้าน!”
เสียงโวยวายของผู้ชายที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาในคาเฟ่ทำเอาเราสี่คนหยุดบทสนทนา มองหน้ากันเลิ่กลั่ก โต๊ะใหญ่ทั้งร้านมีแค่โต๊ะเดียว สรุปจะมีผู้ชายเข้ามานั่งด้วย ขืนยกมือห้ามคงไม่ดีแน่เพราะพวกเราดันใช้แค่สี่ที่เท่านั้น
“อ้าว! น้องฝันน้องพีช สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้ว” เสียงทักทายแหบห้าวที่หยุดยืนอยู่หัวโต๊ะทำให้เราสี่คนที่กำลังสบตากันอย่างว้าวุ่นใจเงยหน้ามอง แล้วก็เห็นเป็นพวกพี่ผู้ชายที่เจอกันเมื่อวาน
“สวัสดีค่ะพี่ๆ” ฝันทักตอบอย่างเป็นกันเอง ส่วนฉันยิ้มบางเบาแล้วบอกสวัสดีเช่นกัน
เฮ้อ! ค่อยยังชั่วหน่อย หนุ่มหล่อเกินต้านที่ตามหลอกหลอนถึงในฝันไม่มาด้วย คือฉันไม่ได้เกลียดอะไรพี่เขานะคะ ก็แค่ขอเวลาทำใจ ตอนนี้ยังไม่พร้อมเจอเท่านั้นเอง
“ว้าย! เทมส์!”
“กูจะเข้าไปขอเบอร์”“ลูกพีช / น้องฝันครับ” พี่เทมส์กับพี่เดย์มาได้ถูกเวลาแถมเรียกเราทั้งคู่ ผู้ชายที่จะเข้ามาหันหลังกลับแทบไม่ทัน“ได้กุญแจละ” พี่เทมส์พูดได้น้ำเสียงนิ่งๆ แถมมองรอบตัวว่ามีใครมองฉันอยู่รึเปล่า พี่เดย์ก็มีสภาพไม่ต่างกัน มองว่าใครมองฝันอยู่มั้ย ถ้าถามว่าฉันกับฝันอึดอัดมั้ย... คำตอบคือไม่ค่ะ เราสองคนชินแล้ว“งั้นเดี๋ยวกูกับน้องฝันนั่งคาเฟ่รอ”“อือ” พอพี่เทมส์พยักหน้า ฉันกับหนุ่มหล่อเกินต้านก็เอากระเป๋าขึ้นมาเก็บบนห้องโดยพี่เทมส์เป็นคนลากกระเป๋านั่นล่ะ “ห้องสวยมาก” ฉันยิ้มกว้างเมื่อห้องที่จองตรงปกทุกประการ ตกแต่งได้น่ารักสุดไรสุด เต็มสิบลูกพีชให้ร้อยอ่ะค่ะ ไม่แปลกที่รีวิวดีมาก นักท่องเที่ยวก็เยอะด้วย“พี่ชักไม่อยากไปเที่ยวละ อยากนอนกอดหนูในโรงแรมมากกว่า” ว่าแล้วพี่เทมส์ก็ดึงฉันนอนลงบนเตียง เราสองคนมองตากัน ขนาดคบกันมานาน ฉันยังรู้สึกใจเต้นเสมอเมื่อสบตาคู่สวยคู่มีพลังคู่นี้“ไหงงั้นล่ะคะ” ฉันถามด้วยความงง เป้าหมายที่มาเชียงใหม่คือมาเที่ยว ไม่ได้มานอนพักในโรงแรมอย่างเดียวสักหน่อย“พี่ไม่ชอบให้ใครมองแฟน แค่เข้ามาในโรงแรมมีผู้ชายมองหนูไม่ต่ำกว่า 5 คน” หนุ่มหล่อใช้น้ำเสียงเดือด
“..............” ฉันถือคติใช้ความนิ่ง เผื่อพี่เทมส์จะยอมให้ฉันไปกับฝันแค่สองคน ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันไม่อยากเป็นสาเหตุทำให้พี่เทมส์ไม่เจอญาติพี่น้องถ้าไปเชียงใหม่ด้วยกันน่ะ ปีนึงมี 365 วัน ฉันกับพี่เทมส์เห็นหน้ากัน 360 วันได้ แต่ญาติอยู่คนละซีกโลก นานทีปีหนกว่าจะเจอ ไปหาญาติบ้างก็ได้ค่ะ“หนูเคยบอกอยากพักโรงแรมในเชียงใหม่ที่ตกแต่งสไตล์ชนบทฝรั่งเศส มีคาเฟ่น่ารักๆ ในนั้นด้วย เดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราไปจองโรงแรมกัน พี่รับหน้าที่เป็นตากล้องให้หนูเอง... เนอะ”พอพี่เทมส์พูดอย่างนี้ลูกพีชก็แพ้สิคะ จำรายละเอียดที่ฉันเคยพูดได้ทั้งหมด แสดงว่าพี่เค้าตั้งใจและใส่ใจฟังที่ฉันพูดทุกอย่าง แง! น่ารักเกินไปแล้วแฟนของหนู “อื้อ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับยิ้มตาหยี พี่เทมส์ยิ้มตาม ยื่นมือมาบีบแก้มกันเบาๆ อย่างที่ชอบทำ“แฟนพี่น่ารักที่สุด”“อ๊ายยย! พี่เค้าน่ารักกันชะมัด”“ฉันอยากมีแฟนบ้างแกเอ๊ย” เสียงหวีดของน้องโต๊ะใกล้ๆ ทำเอาฉันเขินอีกรอบ พี่เทมส์ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นฉันเขินนั่นล่ะเชียงใหม่! สรุปทริปนี้มีผู้ร่วมทริปสี่คน ฝัน พี่เดย์ พี่เทมส์และก็ฉัน คุณพ่อคุณแม่ของฝันมารอรับที่สนามบินอยู่ก่อนแล้ว ท่านทั้งสองบอกว่า
“ตกลงหนูจะกลับแพร่วันไหน พี่จะได้ซื้อตั๋วให้” พี่เทมส์ชวนคุยเรื่อยเปื่อยขณะที่เรากำลังรอข้าวร้านป้าแถวหน้าหอฉันเองค่ะ ตอนนี้ฉันอยู่ปี 3 ส่วนพี่เทมส์อยู่ปี 4 เราสองคนยังคบกัน รักกันเหนียวแน่นจนเพื่อนในเอกถึงกับพนันว่า ‘ฉันกับพี่เทมส์’ หรือ ‘ฝันกับพี่เดย์’ ใครจะแต่งงานก่อนกัน?“หนูเพิ่งคุยกับฝันเมื่อเย็นนี้ หนูว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่ก่อน แล้วค่อยกลับแพร่พร้อมพี่เบส” ฉันบอกพี่เทมส์ด้วยรอยยิ้มประจบ ตอนนี้พี่เบสเรียนปี 6 ทำงานใช้ทุนโรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีวัน หยุดไม่กี่วันพี่ชายสุดหล่อก็กลับแพร่เช่นกัน ลูกพีชคนนี้จะได้กลับบ้านพร้อมพี่เบสเลย“ถ้าหนูไปเชียงใหม่พี่จะไปด้วย” พี่เทมส์พูดเสียงหนักแน่นเล่นเอาฉันเหวอ“เอ้า! แต่พี่เทมส์มีนัดรวมญาติช่วงคริสต์มาสนี่คะ” เราคุยกันตั้งแต่ต้นเดือนว่าถ้าปิดเทอมฉันจะกลับแพร่ก่อน พี่เทมส์จะตามไปทีหลังเพราะมีญาติมาจากอเมริกา ที่ผ่านมาทุกปี พี่เทมส์อยู่แพร่กับฉันช่วงเคาท์ดาวน์ตลอด ปีนี้ก็เช่นกัน“พี่เพลย์ยังตามพี่ไพรส์ไปญี่ปุ่นได้ พี่ก็ตามหนูไปเชียงใหม่ได้เหมือนกัน พี่จะปล่อยให้แฟนไปคนเดียวได้ไง” เอ้า! แบบนี้ก็ได้เหรอ?“หนูไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อยค่ะ
“โกรธไร เมื่อคืนไม่เห็นพูดแบบนี้เลย ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะ...” พี่เทมส์บิดยิ้ม หยุดพูดเพียงแค่นั้นแต่ทำเอาฉันตาโต หัวใจเต้นแรงระดับสิบ“อย่าบอกนะว่าเราสองคน!...” ฉันหยุดพูด ไม่นะ! ต้องไม่ใช่แบบนั้นสิ“อื้อ” พี่เทมส์พยักหน้ายิ้มๆ แถมยังขยับตัวเข้ามาใกล้กันมากขึ้น“ไม่จริง!” ฉันขยับตัวหนี ส่ายหน้าทันที“จริงสิ ไม่งั้นหนูจะอยู่ในสภาพนี้ได้ไง” ว่าแล้วพี่เทมส์ก็มองกันด้วยสายตามีความหมาย“พี่เทมส์จะบอกว่าเราสองคน... 2 become 1 กันแล้ว” ฉันกลั้นใจถามเสียงสั่น ใจสั่น ตัวสั่นไปหมด นี่ฉันเสียเวอร์จิ้นไปแล้วเหรอ“ถ้าพี่บอกไป หนูไม่ตกใจแย่เหรอ” ยิ่งพี่เทมส์ใช้น้ำเสียงมีลับลมคมนัย ใจฉันยิ่งระส่ำระส่าย“งั้นเราคงยังไม่ 2 become 1 กันหรอก” ฉันพูดออกไปเหมือนปลอบใจตัวเอง“มั่นใจได้ไง ตอนนี้พี่เปลือยอยู่นะ”เฮือก! คำว่าพี่เปลือยอยู่ทำเอาฉันสะดุ้ง หมายความว่าพี่เทมส์ไม่ได้ใส่ท่อนล่าง แล้วถ้าฉันดึงผ้าห่มมา ฉันก็อาจจะเห็นลูกชายของพี่เทมส์! ว้าก! แค่นี้ลูกพีชก็ไม่กล้าขยับตัวแล้ว“พี่เทมส์ต้องล้อหนูเล่นแน่เลย” ฉันพูดเสียงสั่น มองคนที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มเดียวกันด้วยแววตาสั่นระริก“พี่เปิดให้ดูมั้ยล่ะ” ว่าแล้วพี่เท
“ทำไมไม่ใส่เสื้อละค่ะ แล้วดูสิ แอบเข้ามานอนกับหนูอีกละ” ฉันบ่นพลางเฉไฉมองทางอื่น พี่เทมส์ชอบทำแบบนี้ตลอด ก่อนนอนก็เข้านอนคนละห้อง แต่พอเช้ามาอยู่บนเตียงเดียวกับฉันซะงั้นหือ! นี่ไม่ใช่ห้องนอนแขกนี่ ผ้าม่านสีเทาเหมือนห้องนอนของพี่เทมส์เลย!เดี๋ยวนะ! ความทรงจำสุดท้ายคือฉันดื่มน้ำส้มจนหมดแก้ว จากนั้นภาพก็ตัด ตื่นอีกทีดันอยู่บนเตียงของพี่เทมส์“น้ำส้ม” ฉันพึมพำคนเดียวอย่างคลางแคลงใจ... ใช่เหรอ?“ไม่ใช่น้ำส้ม ลูกน้ำเอาแก้วไวน์ยัดใส่มือหนู” มิน่า! ภาพฉันถึงตัดไปเลย“แล้วทำไมหนูถึงมานอนในห้องพี่เทมส์ได้คะ” ฉันเบนสายตากลับมาถามพี่เทมส์ที่ยังคงยิ้มหวานมองกันอยู่อย่างนั้น“นั่นสิ หนูมานอนห้องพี่ได้ไง แต่ลุกขึ้นนั่งแบบนี้ลูกชายพี่ตื่นหมดแล้ว” พี่เทมส์บิดยิ้มพลางก้มมองท่อนล่างของตัวเองใต้ผ้าห่ม ฉันก้มมองตามด้วยความงุนงงก่อนจะตาโตอย่างตกใจ เมื่อเห็นบางอย่างตั้งฉากขึ้นมา แม้จะไม่เห็นว่ามันคืออะไรเพราะมีผ้าห่มบังอยู่ แต่พอรู้ว่าคืออะไรเพราะมันอยู่กลางลำตัวของอีกฝ่าย“คนบ้าคนลามก!” ฉันว่าอย่างเขินจัด หน้าร้อนผะผ่าว ตีเข้าให้ที่แขนของพี่เทมส์หนึ่งเพี๊ยะ!“เอ้า! ลามกอะไรล่ะ ดูสภาพหนูก่อน จะไม่ให้ลูกชาย
“มาค่ะเพื่อนๆ หลังจากฝันมันลุกยืดเส้นยืดสายแล้ว ถึงคิวพีชบ้าง ขอเสียงให้มันหน่อย อ๊ายยย!” พอเอมี่พูด เพื่อนทั้งโต๊ะที่กำลังสนุกก็โห่ฮาปรบมือ“ฮิ้ววววว”“อ่ะนี่คุณน้องขา จิบนิดนึงถึงจะสนุกค่ะ” พี่เอที่เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยื่นแก้วเหล้าผสมโซดามาให้ ฉันรีบส่ายหน้าทันที“แฮร่! ไม่เอาดีกว่าค่ะ”“เทมส์ไม่รู้หรอกน่า นิดเดียว ดื่มฉลองให้กับพี่ไง”“เอ่อ...” ฉันมองแก้วเหล้าตรงหน้าอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะเงยหน้ามองพี่เออีกครั้ง ยิ่งเห็นสายตารอคอยจากเจ้าของงานจะปฏิเสธก็กระไรอยู่ นี่บอกปัดไปสามรอบถ้วนแล้วเถอะ“เอาน่า ไม่มีใครบอกเทมส์หรอก” พี่เอยัดแก้วเหล้าใส่มือ ฉันอึกอักมองอย่างชั่งใจ“นิดเดียวเองพีช ดื่มให้พี่สองคนหน่อย” รอบนี้พี่ลูกน้ำก็มาด้วย ฮือ!ฉันมองหน้าพี่ทั้งคู่ เหลือบสายตาหาตัวช่วยแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครช่วยได้ เพื่อนฉันกำลังสนุก ฝันก็เพิ่งโดนฉุดให้ลุกขึ้นเต้นเมื่อห้านาทีก่อน เอาฟะ! นิดเดียวก็ได้จะได้จบๆฉันถอนหายใจยาว ยกแก้วขึ้นมาชิดริมฝีปาก จิบเหล้าหนึ่งอึก แหวะ! ขมมาก ไม่เห็นอร่อยเลย เค้ากินกันได้ไงเนี่ย ฉันหลับตาปี๋รีบคืนแก้วให้พี่เอทันที“แค่กๆ ขอน้ำส้มหน่อย” ฉันยื่นมือไปขอน
ติ๊ง!ลิฟท์ที่ฉันเป็นคนกดเรียกลงมาเปิดออก ฉันรีบพาร่างที่ชื้นด้วยน้ำฝนของตัวเองขึ้นมาชั้นบน แต่ระหว่างที่เดินผ่านห้องฝันก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าเพื่อนคงกำลังเป็นห่วง เลยเปิดกระเป๋าล้วงมือถือส่งไลน์บอกอีกฝ่ายว่าถึงหอแล้วยังไม่ทันที่จะปิดหน้าจอมือถือด้วยซ้ำ ฝันก็ส่งสติ๊กเกอร์หมีเต้นระบำกลับมา แถมบอกว่าดีใ
วันนี้มีเรียนแค่บ่ายวิชาเดียวค่ะเพราะงั้นฉันกับแกงค์เพื่อนสนิทเลยตกลงกันว่าจะทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนเข้า ม. เนื่องจากไม่อยากเบียดเสียดผู้คนในโรงอาหารคณะนั่นล่ะพอ 11 โมง... ฉันกับฝันก็ลงมาสั่งข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าหอ ระหว่างรอข้าวอยู่นั้น เอมกับแก้มยุ้ยก็เดินมาหาที่ร้าน จากนั้นเราสี่คนก็ขึ้นม
“แก! นั่นพี่ปี 3 ที่หาตัวโคตรยากใช่มะ ไปขอลายเซ็นกัน!” แก้มยุ้ยโพล่งน้ำเสียงตื่น เบิกตาโตพลางชี้ไปยังรุ่นพี่ผู้ชายกลุ่มนึงที่กำลังโดนน้องปี 1 ในเอกรุมล้อมระหว่างเดินเข้ามาในโรงอาหารช่วงนี้พวกเราเด็กปี 1 มีภารกิจต้องล่าลายเซ็นพี่ปี 2 ยันปี 4 เลยค่ะ ของพี่ปี 2...ฉันกับเพื่อนในเอกขอกันครบหมดละเพราะเจ
พวกเราสี่คนมาถึง ม. ก่อนเวลานัดหมายเกือบสิบนาทีได้แล้วก็แอบแปลกใจเมื่อรุ่นพี่ให้เดินไปรับโอเบนโตะ แต่พอรู้ว่าว่าอาจารย์ประจำภาควิชาสั่งมาเลี้ยงเด็กปี 1 ทุกคน ความรู้สึกถัดมาคือทึ่งในความใจดีนั้นชะมัด คิดดูดิเลี้ยงทงคัตสึเจ้าดังราคากล่องละไม่ต่ำกว่าสามร้อย นักศึกษาปี 1 มีเกือบสี่สิบชีวิต..


![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




