Se connecterหลังเลิกเรียนกิจกรรมของเด็กปี 1 อย่างฉันรวมถึงเพื่อนในเอกที่ไม่ได้ลงแข่งดาวเดือน ไม่ได้ลงแข่งกีฬาหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นให้คณะต้องเข้ารับน้องและซ้อมเชียร์ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก แต่ทำไงได้... ในเมื่อเราอยู่ปี 1 จะให้ปีกกล้าขาแข็งไม่เข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาลัยก็ใช่เรื่อง เพราะงั้นถ้ารุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุน่ะนะ
พอเฟรชชี่เดย์เฟรชชี่ไนท์จบลงก็หลุดพ้น ไม่ต้องมาฟังรุ่นพี่บ่นหรือว้ากโน่นนี่นั่น รวมถึงปรบ มือร้องเพลงที่น่าเบื่อกันละ
“ฟังทางนี้หน่อยค่ะ พี่มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ปี 1 ทุกคนทราบ!” พี่เบียร์ ประธานคณะมนุษย์ศาสตร์ปี 2 ยกมือป้องปากประกาศเสียงดังกว่าปกติ พวกเราปี 1 ที่นั่งรวมตัวใต้ตึกกลางของคณะเงียบลง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คณะของเราจะรับน้องพร้อมคณะวิศวะ หลังเลิกเรียนน้องๆ ต้องไปรวมตัวกันที่ลานเกียร์ ส่วนซ้อมเชียร์ยังเป็นของคณะใครคณะมันเหมือนเดิม”
ขวับ! ฉันตาเหลือกพร้อมกับหันหน้าเข้าหาพีช เอมและแก้มยุ้ยทันควัน! เพื่อนสนิททั้งสามอาจจะกลัวพี่ว้ากคณะวิศวะถึงพากันตกใจที่ต้องรับน้องรวม ส่วนฝันหวานคนนี้มีอะไรมากกว่านั้น...
ตั้งแต่พี่เดย์ช่วยฉันด้วยการประกาศต่อหน้าบอสเอกอิ้งค์ว่าเราสองคนเป็นแฟนกันเมื่ออาทิตย์ก่อน ฉันก็ไม่บังเอิญเจอพี่เค้าอีกเลย... ซึ่งถือว่าดีแล้วแหละ เพราะถ้าพบกันอีกครั้งก็ไม่รู้จะปั้นหน้ายัง ไงเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่าฉันโกรธพี่เดย์ที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษาหรอกนะ ในสถานการณ์จวนตัวอย่างนั้น ขืนหันมาตกลงกันก่อนใครจะเชื่อ แถมสิ่งที่พี่เดย์ทำมันได้ผลมากด้วย บอสที่ตื๊อกันไม่หยุด ไม่กล้าเข้ามายุ่งกับฉันอีกเลย... ไม่ต้องเหนื่อยหนีหรือเหนื่อยปฏิเสธอีกแล้ว โคตรโล่งอกอ่ะ!
ฟังมามีแต่เรื่องดีๆ ใช่ม้า แล้วเหตุผลอะไรทำให้ฉันไม่อยากเจอผู้มีพระคุณ ไม่ใช่ว่าไม่สำนึกในบุญคุณ ทุกวันนี้ยังซึ้งใจอยู่ตลอด แต่เป็นเพราะฉันกลัวยังไงเล่า!
ก็วันนั้นน่ะดันลืมตัว ยื่นมือไปบิดหลังพี่เดย์ทันทีเมื่อพี่เค้าพูดว่าเราเป็นแฟนกันต่อหน้าบอสและเด็กวิศวะ แต่พอฉุกคิดได้ว่าที่พี่เค้าทำไปเพราะอยากช่วย มือก็ดันเผลอหยิกโดยอัตโนมัติแล้วไง ที่สำคัญอีกฝ่ายยังทวงสัญญาเรื่องไปทานข้าวด้วยกันอีก ความวิตกก็จู่โจมเข้ามาในอกไม่หยุดยั้ง
แถมเสียงลือก็มีไม่หวาดไม่ไหวเรื่องพี่ว้ากคณะนี้น่ากลัว ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์ที่ลานเกียร์เมื่อวันเปิดเทอมตอนพี่เดย์ว้ากเด็กวิศวะปี1 หลายร้อยจนทุกคนเงียบกริบ บางคนถึงขั้นตัวสั่นให้เห็น บอกเลยว่าฝันหวานคนนี้กั๋วแต้กั๋วว่า (กลัวมาก) กั๋วยะหยังบ่ถูกใจ๋แล้วปี้เปิ้นจะว้ากใส่น่ะก่ะ ฮือ!
โอเค! พี่เดย์อาจจะหล่อมากถึงขั้นทำให้ฉันใจเต้นผิดจังหวะมาแล้ว แถมฉันยังเคยเจอพี่เค้าในมุมที่มีน้ำใจถึงขั้นถือเสื้อมาส่งถึงหน้าหอรวมถึงจัดการจ่ายค่าข้าวให้ด้วย แต่เพราะไม่รู้มุมไหนคือตัว ตนที่แท้ทรูของพี่เขาไง เกิดความใจดีมีอยู่ 20 แต่ความดุมี 80 งี้!
ถ้าต้องทานข้าวด้วยกันจริง... ฉันต้องตัวสั่นงันงกแบบไม่ต้องสืบอ่ะ!
เพราะงั้นอย่าเจอกันเลยน่าจะดีที่สุด เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง ยิ่งไปกว่านั้นฉันไม่กล้าบอกใครเรื่องพี่เดย์เคยยื่นมาช่วยอยู่หลายครั้งรวมถึงชวนไปทานข้าวด้วย ขนาดพีชที่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋แถมคุยกันได้ทุกเรื่อง... ยังไม่กล้าเอ่ยปากเลย ให้มันเป็นความลับน่ะดีละ!
แล้วนี่อะไร... ทำไมฟ้าไม่เมตตาฝันหวานบ้าง? ทำไมต้องมีการรับน้องรวมคณะ แล้วแบบนี้จะหลบหน้าพี่เดย์ยังไง ถ้าพี่เค้าเกิดเข้ามาทวงสัญญาทานข้าวต่อหน้าคนอื่นไม่แย่เหรอ โอย! หัวจะปวด!
“เงียบหน่อยครับ! เพราะเป็นแบบนี้ไงถึงต้องไปฝึกระเบียบกับคณะวิศวะน่ะ!” เสียงตะโกนของพี่เฮ้ดว้ากหน้าดุทำให้ฉันกลับมามีสติ เพื่อนร่วมคณะที่กำลังวิจารณ์ต่างเงียบลง
“พี่เตือนด้วยความหวังดีนะคะ ต่อจากนี้ถ้าน้องคนไหนโดดรับน้องเตรียมตัวรับโทษได้เลย รุ่นพี่วิศวะไม่ได้ใจดีเหมือนพี่คณะเราแน่นอน” สีหน้าของพี่เบียร์ตอนประกาศคือจริงจังขั้นสุด
คือแบบว่าบางทีเพื่อนเอกอื่นก็โดดรับน้องไง แต่เอกญี่ปุ่นเข้ากันครบตลอดเพราะพวกเราไม่อยากมีปัญหานั่นล่ะ
“เข้าใจมั้ย!” พี่เฮ้ดว้ากถามเสียงดังจนฉันกับพีชแอบหยีตา ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าต้องรับน้องที่ลานเกียร์จะสะดุ้งกว่านี้อีกกี่เท่า ฮือ!
“เข้าใจครับ / เข้าใจค่ะ” พวกเราน้องปี 1 ทุกเอกตอบอย่างพร้อมเพรียง
“เข้าใจก็ไปที่ลานเกียร์ได้ เริ่มจากเอกไทยก่อนเลย”
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีพวกเราเด็กมนุษย์ก็เดินมาถึงลานเกียร์ที่คลาคล่ำไปด้วยเด็กวิศวะรวมถึงพี่เดย์ด้วย แง!
“แก! พวกพี่ว้ากหล่อมากกกก แต่ละคนงานดีสุดไรสุด”
“หล่อจริงแก ยิ่งพี่เทมส์ พี่เดย์ พี่เจมส์ พี่กัสคือหล่อมากเว่อร์ หล่อยิ่งกว่าดาราอีก”
“หือ! แกรู้จักพวกพี่เค้าด้วย?”
“ถามแบบนี้แกไม่ได้อยู่ในเพจผู้งานดีของ ม. เราล่ะสิ”
“หึ ไม่ได้อยู่ ทำไมเหรอ?”
“ว่าละ ถ้าแกอยู่คงไม่สงสัย อยากจะบอกว่าแอดมินเพจอัพรูปพี่ 4 คนนี้บ่อยมาก อัพจนลูกเพจหลงพวกพี่เค้าจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว” เพื่อนเอกอื่นพากันเม้าท์และกรีดร้องในความหล่อของพี่ว้ากคณะวิศวะไม่หยุด เด็กเอกญี่ปุ่นพากันเงียบกริบเพราะยังจำเหตุการณ์เมื่อวันเปิดเทอมได้ดีว่าพี่ว้ากคณะนี้น่ากลัวขนาดไหน ส่วนเด็กวิศวะที่นั่งบนลานเกียร์อย่างมีระเบียบเริ่มหันไปชวนคนข้างๆ คุย และทันใดนั้นเอง... ดันเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
“ใครอนุญาตให้พวกคุณพูด! อยากลุกนั่ง 50 ครั้งใช่มั้ย!”
เฮือก! ฉันกับพีชจับมือกันอย่างไวเมื่อได้ยินเสียงดุดันของพี่เฮ้ดว้ากคณะวิศวะ เชื่อมั้ยว่าทุกอย่างเงียบกริบลงทันที เพื่อนในคณะบางคนถึงกับตัวสั่นเมื่อเห็นความน่ากลัวของผู้ชายหล่อเกินต้านเต็มสองตา
“เชิญคณะมนุษย์เข้ามานั่งเลยครับ เรียงตามเอกเลย” รอบนี้พี่เดย์เป็นคนออกคำสั่ง แววตาเต็มไปด้วยความดุดันเล่นเอาเด็กมนุษย์อย่างเราเกร็งกันหมด เห็นเปล่าล่ะน่ากลัวแค่ไหน จะให้ฉันไปทานข้าวด้วยเนี่ยนะ... ไม่ไหวหรอก!
“มีไรรึเปล่าฝัน ฉันว่าแกดูแปลกๆ” พีชกระซิบถามตอนที่พวกเรากำลังเดินผ่านพี่เดย์แล้วฉันพยายามทำตัวหดลงให้มากที่สุด แล้วดูสิ... ฉันแอบเห็นพี่เขายิ้มมุมปากด้วยแหละ หวังว่าพี่เค้าคงไม่ขำฉันหรอกนะ!
“ฉันแค่กลัวพวกพี่ว้ากคณะนี้” ฉันกระซิบตอบ พีชเลยไม่ถามไรอีก ก็คงกลัวเหมือนกันนั่นล่ะ
พอพวกเราเด็กมนุษย์เข้ามานั่งกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยครบทุกเอก พี่ว้ากคณะวิศวะก็เริ่มแนะนำตัวกันรัวๆๆ แล้วถ้าจำชื่อพวกพี่ไม่ได้ต้องโดนทำโทษ... จะโหดไปดาวอังคารหรือไงคะ!
“ผมเจมส์”
“ผมกัส”
“ผมเดย์” พอได้ยินชื่อนี้ ฉันรีบห่อตัวลงทันทีโดยไม่รู้ตัว
“ผมเทมส์”
เอ๊ะๆ เดี๋ยวนะ! นี่มันแปลกเกินไปรึเปล่า ทำไมฉันรู้สึกว่าพี่เฮ้ดว้ากอย่างพี่เทมส์กำลังแนะนำตัวกับพีชแค่สองคน ก็แบบถึงพี่เค้าจะบอกชื่อกับน้องปี 1 แต่ดันใช้สายตามองพีชที่นั่งหน้าฉันตาไม่กะพริบเลย
“พีช” ฉันก้มตัวเรียกเพื่อนรักเสียงเบา
“ว่า” พีชที่ยังก้มหน้าไม่เปลี่ยน ถามกลับเสียงเบาหวิวเช่นกัน
“ฉันว่าพี่เทมส์เค้ามองแกอยู่นะ”
“.............” พีชเงียบ ไม่ตอบอะไรนอกจากก้มหน้าท่าเดียว
พรึ่บ! จู่ๆ ก็มีใครบางคนเดินมาหยุดข้างๆ
ตายล่ะ! อย่าบอกนะว่าพี่ว้ากเห็นฉันคุยกับพีชเลยเดินเข้ามาว้าก พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหนูด้วย!
หือ! ว่าแต่คนที่ยืนข้างกันเกือบนาทีไม่เห็นส่งเสียงอะไร สรุปยังไงกันแน่?
ฉันไล่สายตาจากจากขายาวๆ ขึ้นไปมองด้านบนด้วยความอยากรู้ จนกระทั่งเห็นเป็นหน้าหล่อเหลาของคนที่ไม่อยากเจอ... พะ พี่เดย์!
ขวับ! ฉันก้มหน้าหลบสายตา มองพื้นลานเกียร์เป็นพัลวัน พี่เค้ามายืนข้างฉันทำไมก่อน? มาเพื่อ? เดี๋ยวความก็แตกพอดีหรอก ที่เราสองคนรู้จักกัน!!
“เงยหน้าขึ้นมาสบตากับพี่ครับน้องฝันหวาน” เสียงของพี่เดย์ดังไม่มาก แต่ก็พอทำให้เพื่อนที่นั่งแถวนี้เหลือบสายตามองมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ รวมถึงพีชที่นั่งตรงหน้าหันขวับมาเลยทีเดียว
พรึ่บ! ฉันยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน หวังว่าพี่เดย์คงไม่เห็นฉันเข้าหรอกนะ!“เป็นไรรึเปล่าน้องฝันหวาน” หนึ่งในรุ่นพี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“แฮร่!” ฉันหันมายิ้มแหยให้พวกรุ่นพี่ “ไม่มีไรค่ะ หนูแค่ร้อนนิดหน่อยเลยเอากระเป๋าขึ้นมาบัง”“พี่นึกว่าน้องฝันหวานหลบพี่ซะอีก”“เปล่าค่ะ หนูจะหลบพวกพี่ไปทำไมกัน” ฉันตอบโดยอัตโนมัติ เดี๋ยวนะ! รุ่นพี่ในเอกไม่มีใครขยับปากสักคน แล้วใครเป็นคนพูด?“ในเมื่อไม่หลบก็หันมาได้แล้วครับ” น้ำเสียงติดขำที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันตาโตในบัดดล อย่าบอกนะว่า...“มึงรู้จักน้องฝันหวานด้วยเหรอไอ้เดย์” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงแปลกใจของรุ่นพี่ในเอกที่ทักทายคนด้านหลังทำให้ฉันรู้ว่า... พี่เดย์มาถึงตัวฉันแล้ว! ฮือ! ให้ตายเถอะ คนอะไรตาไวชะมัด!“รู้จักดิพี่ นี่แฟนผมเอง”ขวับ! ฉันหันมองคนตัวสูงด้านหลังที่กำลังยิ้มมุมปาก บ้าไปแล้วเหรอ พี่เดย์ตอบรุ่นพี่ในเอกของฉันแบบนี้ได้ไง! เกิดรุ่นพี่เอาไปเม้าท์ต่อ... ได้ลือกันทั่วเอกว่าฉันมีแฟนเป็นพี่ว้ากคณะวิศวะน่ะสิ“กูถามจริง!”“ไม่จริงพี่” พี่เดย์พูดเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่พวกเรา “ผมกำลังช่วยน้องอยู่ พี่เห็นไอ้เด็กปี 1 ด้านหลังที่มองมาทางนี
“ฝัน” พีชเรียกฉันด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความงุนงง“แฮ่” ฉันยิ้มเจื่อนให้เพื่อนรัก สายตาบอกใบ้ว่าอย่าเพิ่งถาม พีชดูเหมือนจะเข้าใจดีเลยหันกลับไปด้านหน้าตามเดิมฟู่ว! ฉันเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เดย์อีกครั้ง“มีอะไรรึเปล่าคะพี่เดย์” ฉันยิ้มแหยถามออกไปเบาๆ“เดี๋ยวเลิกแถวอย่าเพิ่งกลับนะครับ อยู่คุยกันเรื่องร้านก่อน” พี่เดย์บอกด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายนั่นหนึ่งกรุบ พอเหลือบสายตามองรอบตัวอย่างนึกได้ก็เล่นเอาฝันหวานคนนี้สะดุ้งแทบไม่ทันเมื่อเห็นเพื่อนที่อยู่แถวนี้พากันมองมาด้วยแววตาอยากรู้ ฮือ!ดูทรงละรู้เลย...จบจากการรับน้องในวันนี้ ต้องมีข่าวลือกระจายออกไปแน่นอนว่าฉันรู้จักกับพี่พี่ว้ากคณะวิศวะถึงขั้นอีกฝ่ายเดินมานัดแนะในแถวแล้วไหนจะต้องตอบคำถามของเพื่อนรักอย่างพีชอีก... ฮือ! ไม่น่าเลย รู้งี้เล่าให้พีชฟังตั้งแต่แรกก็ดีหรอก เป็นไงล่ะ... มัวแต่อายมัวแต่กลัวดีนัก สรุปเรื่องแดงขึ้นมาจนตั้งรับไม่ทันอยากร้องไห้! จะหนีก็หนีไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงพี่ว้าก ขืนไม่ไปตามนัดก็อาจจะโดนทำโทษ สรุปฉันต้องไปทานข้าวกับพี่เดย์จนได้
หลังเลิกเรียนกิจกรรมของเด็กปี 1 อย่างฉันรวมถึงเพื่อนในเอกที่ไม่ได้ลงแข่งดาวเดือน ไม่ได้ลงแข่งกีฬาหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นให้คณะต้องเข้ารับน้องและซ้อมเชียร์ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก แต่ทำไงได้... ในเมื่อเราอยู่ปี 1 จะให้ปีกกล้าขาแข็งไม่เข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาลัยก็ใช่เรื่อง เพราะงั้นถ้ารุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุน่ะนะพอเฟรชชี่เดย์เฟรชชี่ไนท์จบลงก็หลุดพ้น ไม่ต้องมาฟังรุ่นพี่บ่นหรือว้ากโน่นนี่นั่น รวมถึงปรบ มือร้องเพลงที่น่าเบื่อกันละ“ฟังทางนี้หน่อยค่ะ พี่มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ปี 1 ทุกคนทราบ!” พี่เบียร์ ประธานคณะมนุษย์ศาสตร์ปี 2 ยกมือป้องปากประกาศเสียงดังกว่าปกติ พวกเราปี 1 ที่นั่งรวมตัวใต้ตึกกลางของคณะเงียบลง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คณะของเราจะรับน้องพร้อมคณะวิศวะ หลังเลิกเรียนน้องๆ ต้องไปรวมตัวกันที่ลานเกียร์ ส่วนซ้อมเชียร์ยังเป็นของคณะใครคณะมันเหมือนเดิม”ขวับ! ฉันตาเหลือกพร้อมกับหันหน้าเข้าหาพีช เอมและแก้มยุ้ยทันควัน! เพื่อนสนิททั้งสามอาจจะกลัวพี่ว้ากคณะวิศวะถึงพากันตกใจที่ต้องรับน้องรวม ส่วนฝันหวานคนนี้มีอะไรมากกว่านั้น...ตั้งแต่พี่เดย์ช่วยฉันด
น่าเบื่อชิบหาย!ไอ้เด็กปี 1 โดดรับน้องช่วงกลางวัน สมัยอยู่ปี 1 ถึงพวกผมจะทั้งเบื่อทั้งเซ็งที่รุ่นพี่เรียกพบแค่ไหน แต่ทั้งผม ไอ้เทมส์ ไอ้เจมส์ ไอ้กัสต่างไปตามนัดให้มันจบๆ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องต้องลำบาก ละดูรุ่นน้องมันทำ... โคตรเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงใจใคร มันไม่คิดเลยว่าเพื่อนในรุ่นจะเดือดร้อน แค่อยู่ในระเบียบช่วงรับน้องมันจะตายรึไงวะ พอได้รุ่นแล้วก็ไม่มีใครบัง คับมันละ!แล้วโดดทั้งทีดันเสือกโดดมาห้องสมุดกลาง ผมที่เป็นหนึ่งในพี่ว้ากก็ต้องมาลากคอมันกลับคณะอีก... เสียเวลาโคตร!! เดินหาตามโต๊ะไม่เจอเด็กวิศวะสักราย หรือมันจะกลับคณะแล้ว!“แล้วเย็นนี้เอาไง” เสียงเด็กผู้หญิงที่นั่งคุยกันเบาๆ ทำให้ผมเดินย้อนกลับมาเมื่อรู้สึกเหมือนเห็นอะไรแว๊บๆ“ฉันไลน์บอกคุณแม่ละว่าเย็นนี้จะไปดูหนังแล้วกลับพร้อมแก ท่านก็ไม่ว่าอะไร” ผมยิ้มทันทีเมื่อเห็นน้องฝันหวานกำลังคุยกับเพื่อนที่หน้าเหมือนตุ๊กตา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ผมอยากเจอมาตลอดทั้งอาทิตย์อยู่ห่างไม่ถึงห้าก้าว หึ! อย่างน้อยมาห้องสมุดกลางก็มีเรื่องดีบ้างล่ะวะ!“แล้วแกล่ะพีช ขอที่บ้านยัง” น้องผู้หญิงอีกคนที่นั่งตรงข้ามน้องตุ๊กตาถาม
“เชรด! แต่ละคณะ แม่งงานดีๆ ทั้งนั้น”“น้องคนนี้กูให้เต็มร้อย ขาวมากกก”“เด็กสมัยนี้ทำไมมันน่ารักขนาดนี้วะ”“มึงดูน้องคนนี้ก่อน ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่”“ทำไมคณะเราไม่มีแบบนี้บ้างวะ” เสียงไอ้แจ็คกับเพื่อนร่วมคลาสอีกหลายคนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ปี 1 เรียกสายตาผมให้หันไปมองพวกมัน ก่อนจะเดินมานั่งที่ประจำเพียงลำพัง... ไอ้กัสยังตามง้อลิลลี่ที่คณะบริหาร ไอ้เจมส์รถติดบนถนน ไอ้เทมส์กำลังวนหาที่จอดรถ ส่วนผมทนอากาศร้อนไม่ไหวเลยเข้ามาตากแอร์ในห้องเรียนก่อน“พวกมึงทำไรกันน่ะ เสียงนี่ลอดออกไปนอกห้องเลย” เสียงตะโกนถามดังมาจากหลังห้อง ผมเหลือบมองนิดนึงเห็นเพื่อนผู้หญิงที่มีน้อยนิดในคลาส มันสี่คนไปไหนด้วยกันตลอดแถมเรียนร่วมกับผู้ชายซะส่วนใหญ่ก็เลยห้าวอย่างที่เห็น“พวกกูกำลังเล็งน้องปี 1 อยู่ สาวน้อยแต่ละคนที่ถูกคัดสรรมาลงแฟนเพจ ม. งานดีๆ ทั้งนั้น” ไอ้แจ็คตะโกนตอบ... พวกผมก็งี้ เด็กวิศวะส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย อยู่ต่อหน้าเพื่อนเลยกล้าพูดตรงๆ แต่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยก็เก็บอาการเป็นนะเว้ย พวกเรายังรักษามารยาทอยู่“แล้วมึงอ่ะเดย์ วันนี้ฉายเดี่ยว” ไอ้แจงที่เข้ามานั่งด้านหน้าหันมาถามผมด้วยสีหน้าแปลกใจ“เปล่า! เดี๋ยว
พวกเราสี่คนรีบเดินมาหารุ่นพี่ตามที่นัดหมายทางไลน์ ปรากฏว่าอาจารย์ภาควิชาภาษาญี่ปุ่นสั่งโอเบนโตะจากร้านดังมาเลี้ยงนักศึกษาปี 1 เป็นอาหารกลางวันแล้ว... ดีใจน้ำตาไหลพราก ใจดีอะไรขนาดนี้ ขอบคุณค่ะเซนเซย์ฉัน พีช แก้มยุ้ยและเอม เดินเข้าไปรับโอเบนโตะจากรุ่นพี่ปี 2 ระหว่างทานข้าวก็ได้ทำความรู้จักกับพวกเพื่อนๆ ในเอกคนอื่นไปด้วย แล้วคือแต่ละคนเป็นกันเองมาก โดยเฉพาะเอมี่และลิซ่า... เพื่อนเก้งที่เรียกเสียงฮาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ฉันกับพีชทานข้าวไปหัวเราะสองคนนี้ไปไม่หยุด คือขำมาก ขำจริง จัง!หลังทานข้าวเรียบร้อย เซนเซย์ทุกท่านก็มาให้โอวาทเด็กปี 1 อย่างใจดี จากนั้นรุ่นพี่ปี 2 ก็ให้พวกเราเฟรชชี่แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ แถมตอนนี้ยังใจดีพาน้องๆ อย่างพวกเรามาเปิดโลกด้วยการแนะนำคณะต่างๆ ใน ม. ให้รู้จักโดยที่เอม แก้มยุ้ยรวมถึงเพื่อนเก้งรวมตัวอยู่ที่หัวแถวกับพวกพี่เอซึ่งเป็นประธานปี 2 หนำซ้ำพวกนั้นยังซักไซร้รุ่นพี่เรื่องหนุ่มฮ็อตใน ม. ไม่หยุด พวกรุ่นพี่ก็ยินดีเม้าท์มอยให้ฟังอย่างออกรส ส่วนฉันกับพีชเดินอยู่กลางแถว ทำความรู้จักเพื่อนกลุ่มอื่นอะไรไปตามประสาคนไม่สนใจหนุ่มๆ เท่าไหร่ แฮร่!จนกระทั่งถึงคณะ







